“ญี่ปุ่น” จ่าย “เงินหยวน” เพื่อซื้อน้ำมันจากอิหร่าน เรื่องจริงเป็นเพียงการเจรจาเพื่อลดความกดดัน

Thai PBS Verify พบที่มาของข่าวบิดเบือนจาก: Threads
โพสต์ของผู้ใช้ Threads ระบุ ญี่ปุ่นจ่ายเป็นเงินหยวนจีนเพื่อซื้อน้ำมันจากอิหร่าน เผยแพร่เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 69
Thai PBS Verify พบโพสต์วิดีโอบนแพลตฟอร์ม Threads ที่ถูกเผยแพร่โดยผู้ใช้ conscious.plus เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 โดยมีใจความว่า
JAPAN PAYS IN CHINESE YUAN TO BUY IRIANIAN OIL: THE DOLLAR IS LEFT OUT
Japan agreed to pay in yuan so its ships can cross the Strait of Hormuz. Iranian FM Aragchi confirmed it to Kyodo News.
Japan Depends on the Gulf for 95% of its oil. It already released 80 million barrels from reserves.
A US ally buying oil from a US enemy in China’s currency. The Dollar is nowhere in sight.
ซึ่งเมื่อนำไปแปลด้วย Google Translate จะสามารถแปลได้ว่า
ญี่ปุ่นจ่ายเป็นเงินหยวนจีนเพื่อซื้อน้ำมันจากอิหร่าน: ไม่มีการใช้เงินดอลลาร์
ญี่ปุ่นตกลงที่จะจ่ายเป็นเงินหยวนเพื่อให้เรือของตนสามารถข้ามช่องแคบฮอร์มุซได้ รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อาราห์ชี ยืนยันเรื่องนี้กับสำนักข่าวเคียวโด
ญี่ปุ่นพึ่งพาน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียถึง 95% และได้ปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองไปแล้ว 80 ล้านบาร์เรล
พันธมิตรของสหรัฐฯ ซื้อน้ำมันจากศัตรูของสหรัฐฯ ด้วยสกุลเงินของจีน ไม่มีการใช้เงินดอลลาร์เลย
โดยโพสต์ดังกล่าว สามารถสร้างยอดการเข้าชมได้กว่า 383,000 ครั้ง รวมถึงรีโพสต์ไปกว่า 1,000 ครั้ง และแชร์โพสต์ดังกล่าวต่ออีกกว่า 700 ครั้ง โดยความเห็นส่วนใหญ่ ไปในทางที่เชื่อว่าข่าวดังกล่าวเป็นเรื่องจริง รวมถึงวิจารณ์ ปธน.ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขณะที่บางส่วนกล่าวว่า ข่าวดังกล่าวอาจเป็นเพียงข่าวปลอม
ข่าวญี่ปุ่นใช้เงินหยวนซื้อน้ำมันอิหร่าน เป็นเรื่องจริงหรือไม่ ?
Thai PBS Verify ค้นหาบน Google Search ด้วยคำสำคัญว่า “Kyodo News – Japan buy Iran oil” พบข่าวบนเว็บไซต์ Kyodo News ที่ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569 โดยเขียนพาดหัวว่า
“INTERVIEW: Iran ready to help passage of Japan ships in Strait of Hormuz: Araghchi”
พร้อมข้อความระบุว่า
Iranian Foreign Minister Abbas Araghchi has said Tehran is ready to facilitate the passage of Japanese vessels through the Strait of Hormuz, a key artery for global energy shipments, and that negotiations with Japan on the issue are ongoing.
“We have not closed the strait. It is open,” Araghchi said in a telephone interview with Kyodo News on Friday. He also stressed that Iran, which was attacked by the United States and Israel in late February, is seeking “not a cease-fire, but a complete, comprehensive and lasting end to the war.”
Araghchi said Iran has not closed the strategic waterway but has imposed restrictions on vessels belonging to countries involved in attacks against Iran, while offering assistance to others amid heightened security concerns.
He added that Iran is prepared to ensure safe passage for countries such as Japan if they coordinate with Tehran.
Japan relies on the Middle East for over 90 percent of its crude oil imports, most of which travel through the strait.
The issue of navigation through the strait by Japanese vessels was discussed in his recent talks with Japan’s foreign minister, Toshimitsu Motegi, Araghchi said, noting that discussions are continuing but the details cannot be disclosed.
Araghchi, a former ambassador to Japan, has held phone talks with Motegi twice since the attacks on Iran were launched on Feb. 28. The top Iranian diplomat said he had discussed the passage of Japanese ships through the strait with Motegi.
In their most recent conversation earlier in the week, Motegi urged Iran to ensure the safety of all vessels in the strait.
The war has escalated into a broader confrontation that has raised concern about regional stability and the security of energy supplies passing through the Strait of Hormuz.
In Tokyo, a Foreign Ministry official said Japan will carefully assess Araghchi’s remarks, adding even if Japanese vessels are able to sail through, the surge in energy prices will remain.
A Japanese government official said that “directly negotiating with the Iranian side” is the “most effective way” to lift the blockade of the strait, while noting the need to avoid provoking the United States.
Vessels from countries such as India, Pakistan and Turkey have reportedly passed through the strait.
Iran has rejected calls for a temporary truce, insisting that any resolution must include guarantees against future attacks as well as compensation for the damage inflicted during the conflict.
Araghchi described the war as “imposed on Iran,” saying Tehran had been engaged in negotiations with the United States when the attacks began.
“This was an illegal, unprovoked act of aggression,” he said, adding that Iran’s response constitutes self-defense and will continue “for as long as it takes.”
He called on the international community, including Japan, to take a stand against the attacks, while expressing appreciation for Tokyo’s traditionally “balanced and fair” position and long-standing friendly ties with Iran.
Kyodo News รายงานข่าว รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อาราคชี เปิดเผยว่า เตหะรานพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกให้เรือของญี่ปุ่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เผยแพร่เมื่อวันที่ 21 มี.ค. 69
Araghchi said he was aware of Japanese Prime Minister Sanae Takaichi’s visit to Washington for summit talks with U.S. President Donald Trump, expressing hope for the role that “Japan can play to end this aggression.”
The foreign minister noted that several countries are attempting to mediate an end to the conflict and said Iran is “open to any initiative” and willing to consider proposals.
At the same time, he suggested that while diplomatic efforts are ongoing, the United States has yet to demonstrate its readiness for a genuine resolution.
โดยเมื่อมีการแปลด้วย Google Translate จะสามารถได้ใจความว่า
รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อาราคชี กล่าวว่า เตหะรานพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกให้เรือของญี่ปุ่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งพลังงานทั่วโลก และการเจรจากับญี่ปุ่นในประเด็นนี้กำลังดำเนินอยู่
“เราไม่ได้ปิดช่องแคบ ช่องแคบยังเปิดอยู่” อาราคชีกล่าวในการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับสำนักข่าวเคียวโดเมื่อวันศุกร์ เขายังเน้นย้ำว่าอิหร่าน ซึ่งถูกโจมตีโดยสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ กำลังมองหา “ไม่ใช่การหยุดยิง แต่เป็นการยุติสงครามอย่างสมบูรณ์ ครอบคลุม และยั่งยืน”
อาราคชีกล่าวว่า อิหร่านไม่ได้ปิดเส้นทางเดินเรือเชิงยุทธศาสตร์นี้ แต่ได้กำหนดข้อจำกัดสำหรับเรือของประเทศที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีอิหร่าน ในขณะเดียวกันก็เสนอความช่วยเหลือแก่ประเทศอื่นๆ ท่ามกลางความกังวลด้านความมั่นคงที่เพิ่มสูงขึ้น
เขากล่าวเสริมว่า อิหร่านพร้อมที่จะรับประกันการผ่านแดนอย่างปลอดภัยสำหรับประเทศต่างๆ เช่น ญี่ปุ่น หากพวกเขาร่วมมือกับเตหะราน
ญี่ปุ่นพึ่งพาตะวันออกกลางสำหรับการนำเข้าน้ำมันดิบมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งส่วนใหญ่ขนส่งผ่านช่องแคบนี้ อาราคชีกล่าวว่า ประเด็นเรื่องการเดินเรือผ่านช่องแคบของเรือญี่ปุ่นถูกหยิบยกขึ้นมาหารือในการเจรจาครั้งล่าสุดกับโทชิมิตสึ โมเตกิ รัฐมนตรีต่างประเทศของญี่ปุ่น โดยระบุว่าการหารือยังคงดำเนินต่อไป แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้
อาราคชี อดีตเอกอัครราชทูตประจำญี่ปุ่น ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับโมเตกิสองครั้งนับตั้งแต่การโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ นักการทูตระดับสูงของอิหร่านกล่าวว่า เขาได้หารือเกี่ยวกับการเดินเรือของเรือญี่ปุ่นผ่านช่องแคบกับโมเตกิ
ในการสนทนาครั้งล่าสุดเมื่อต้นสัปดาห์ โมเตกิเรียกร้องให้อิหร่านรับประกันความปลอดภัยของเรือทุกลำในช่องแคบ
สงครามได้บานปลายไปสู่การเผชิญหน้าในวงกว้าง ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพในภูมิภาคและความมั่นคงของแหล่งพลังงานที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ที่โตเกียว เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า ญี่ปุ่นจะประเมินคำกล่าวของอาราคชีอย่างรอบคอบ โดยเสริมว่าแม้ว่าเรือญี่ปุ่นจะสามารถแล่นผ่านได้ แต่ราคาน้ำมันก็จะพุ่งสูงขึ้นต่อไป
เจ้าหน้าที่รัฐบาลญี่ปุ่นกล่าวว่า “การเจรจาโดยตรงกับฝ่ายอิหร่าน” เป็น “วิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุด” ในการยกเลิกการปิดล้อมช่องแคบ พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องหลีกเลี่ยงการยั่วยุสหรัฐอเมริกา
มีรายงานว่าเรือจากประเทศต่างๆ เช่น อินเดีย ปากีสถาน และตุรกี ได้แล่นผ่านช่องแคบดังกล่าว
อิหร่านปฏิเสธข้อเรียกร้องให้มีการหยุดยิงชั่วคราว โดยยืนยันว่าการแก้ไขปัญหาใดๆ ก็ตามจะต้องรวมถึงการรับประกันว่าจะไม่เกิดการโจมตีในอนาคต รวมถึงการชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่างความขัดแย้ง
อาราคชีกล่าวว่าสงครามครั้งนี้ “ถูกบังคับให้เกิดขึ้นกับอิหร่าน” โดยระบุว่าเตหะรานกำลังเจรจากับสหรัฐอเมริกาอยู่เมื่อการโจมตีเริ่มต้นขึ้น
เขากล่าวว่า “นี่เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและเป็นการรุกรานโดยไม่มีการยั่วยุ” และเสริมว่าการตอบโต้ของอิหร่านเป็นการป้องกันตนเองและจะดำเนินต่อไป “ตราบเท่าที่จำเป็น”
เขากล่าวเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศ รวมถึงญี่ปุ่น ออกมาแสดงจุดยืนต่อต้านการโจมตีดังกล่าว พร้อมทั้งแสดงความชื่นชมต่อท่าทีที่ “สมดุลและเป็นธรรม” ของโตเกียว และความสัมพันธ์ฉันมิตรที่มีมายาวนานกับอิหร่าน
อาราคชีกล่าวว่า เขาทราบดีถึงการเยือนวอชิงตันของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ แห่งญี่ปุ่น เพื่อเจรจาหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ และแสดงความหวังว่า “ญี่ปุ่นจะมีบทบาทในการยุติการรุกรานครั้งนี้”
รัฐมนตรีต่างประเทศกล่าวว่า หลายประเทศกำลังพยายามไกล่เกลี่ยเพื่อยุติความขัดแย้ง และกล่าวว่าอิหร่าน “เปิดรับทุกความคิดริเริ่ม” และยินดีที่จะพิจารณาข้อเสนอต่างๆ
ในขณะเดียวกัน เขากล่าวเสริมว่า แม้ความพยายามทางการทูตจะดำเนินอยู่ แต่สหรัฐฯ ยังไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมสำหรับการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง
จากการตรวจสอบข่าวของ สำนักข่าว Kyodo News พบว่า ญี่ปุ่นพยายามเจรจาโดยตรงกับฝ่ายอิหร่าน เพื่อลดความตึงเครียดลง และอิหร่านอนุญาตให้เรือสินค้าจำนวนหลายลำของญี่ปุ่นออกจากช่องแคบฮอร์มุซได้ แต่ไม่ได้มีการกล่าวว่าญี่ปุ่นเห็นด้วยกับการใช้เงินหยวนในการจ่ายเป็นค่าผ่านทางแต่อย่างใด
สำนักข่าวอื่น ๆ ของญี่ปุ่นได้พูดถึงเรื่องนี้บ้างหรือไม่ ?
นอกจากนี้ Thai PBS Verify ยังพบข่าวจากสำนักอื่น ๆ ของญี่ปุ่น ทั้งจาก Asahi Shimbun และ Yahoo! News ที่สามารถสรุปมาได้ ดังนี้
ผลจากการค้นหาด้วยคำสำคัญบน Google Search เพื่อตรวจสอบแหล่งข่าวอื่น ๆ ของญี่ปุ่น
Asahi Shimbun – อิหร่านได้ประกาศจัดตั้ง “ระเบียงปลอดภัย” บริเวณน่านน้ำใกล้เกาะลารัก เพื่อเปิดทางให้เรือสินค้าบางลำที่สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ ท่ามกลางสภาวะตึงเครียดที่อิหร่านยังคงปิดกั้นเส้นทางหลักอยู่ โดยเรือที่จะใช้เส้นทางนี้ได้ต้องได้รับความเห็นชอบจาก กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้คัดกรองและอนุมัติการเดินเรือเป็นรายกรณี
ประเด็นที่น่าจับตามองคือ มีรายงานว่ามีการเรียกเก็บ “ค่าธรรมเนียม” สูงถึงลำละ 2 ล้านดอลลาร์ (ราว 70 ล้านบาท) โดยรัฐสภาอิหร่านกำลังพิจารณาออกกฎหมายรับรองเรื่องนี้ ขณะที่ประเทศอย่างจีน อินเดีย และปากีสถาน กำลังเจรจากับอิหร่านเพื่อขอใช้เส้นทาง ท่ามกลางคำขาดจากสหรัฐอเมริกา ที่สั่งให้เปิดช่องแคบภายใน 48 ชม. ไม่อย่างนั้นอาจจะมีการตอบโต้ทางการทหารเกิดขึ้น
ข่าวจากสำนักข่าว Asahi Shimbun ที่ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 69
Yahoo! News – นายโมเตกิ โทชิมิตสึ รมว.กระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่น ได้ออกมาปฏิเสธข่าว ว่าญี่ปุ่นกำลังเจรจากับอิหร่านเพื่อขอ “สิทธิพิเศษ” ในการให้เรือสัญชาติญี่ปุ่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยย้ำว่าจุดยืนของญี่ปุ่นคือการเรียกร้องให้เปิดช่องแคบแบบ “เสรีภาพในการเดินเรือ” ให้กับทุกประเทศ ไม่ใช่เพียงแค่ลำใดลำหนึ่ง แม้ว่ารัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านจะอ้างว่า ได้เริ่มคุยกับญี่ปุ่นเพื่อยกเว้นการปิดกั้นให้เป็นกรณีพิเศษแล้วก็ตาม แต่ทางญี่ปุ่นมองว่า นี่คือความพยายามของอิหร่านที่จะสร้างความแตกแยกระหว่างญี่ปุ่นกับพันธมิตรอย่างสหรัฐฯ
นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังยืนยันว่า จะไม่ชิงตัดหน้า (Lone Wolf) ประเทศอื่นเพื่อเอาตัวรอดเพียงลำพัง โดยระบุว่า ความปลอดภัยของเรือกว่า 45 ลำที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่นเป็นเรื่องสำคัญ แต่ต้องแก้ไขในภาพรวมของสังคมโลก ส่วนกรณีที่เรือจากจีน อินเดีย หรือปากีสถาน เริ่มผ่านทางไปได้นั้น ญี่ปุ่นมองว่าเป็นสถานการณ์เฉพาะหน้า ที่แต่ละประเทศมีระดับความจำเป็นด้านพลังงานต่างกัน แต่สำหรับญี่ปุ่นจะยังคงยึดหลักการความร่วมมือระหว่างประเทศ และกดดันให้อิหร่านเปิดเส้นทางเดินเรืออย่างเต็มรูปแบบต่อไป
ข่าวจาก Yahoo! News ที่ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 69
สถานการณ์ปัจจุบันในช่องแคบฮอร์มุซเป็นอย่างไร ?
จากการตรวจสอบสถานการณ์ปัจจุบันของช่องแคบฮอร์มุซ ล่าสุดทาง Thai PBS News ได้มีการเผยแพร่ข่าว ที่มีเนื้อหา ดังนี้
เมื่อวันที่ 22 มี.ค.2569 อีบราฮิม ซัลฟากอรี โฆษกกองบัญชาการกลางคาทาม อัล-อันบิยา ของอิหร่าน แถลงว่า กองทัพอิหร่านประสบความสำเร็จในการยิงโดรนรบร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล ตกขณะบินอยู่เหนือกรุงเตหะราน และสามารถสกัดกั้นแผนการโจมตีทางอากาศที่มุ่งเป้าไปยังจุดยุทธศาสตร์สำคัญในเมืองหลวงได้ทันท่วงที
นอกจากนี้ อิหร่านยังขู่ว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเบ็ดเสร็จ หากสหรัฐฯ พุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานของอิหร่าน
ข่าวโดย Thai PBS News ที่ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 69
ท่าทีดังกล่าว มีขึ้นหลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โพสต์ผ่าน Truth Social ยื่นคำขาดให้อิหร่านเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซภายใน 48 ชั่วโมง ไม่เช่นนั้นสหรัฐฯ จะทำลายโรงไฟฟ้าหลักๆ ทั่วอิหร่าน โดยจะเริ่มจากโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุด
ก่อนที่กองบัญชาการการรบร่วมของอิหร่านจะประกาศว่า หากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านถูกโจมตี เป้าหมายต่อไปจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั้งหมดของสหรัฐฯ ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยจะโจมตีให้เสียหายอย่างสิ้นซากและไม่สามารถฟื้นฟูได้อีก รวมถึงแหล่งพลังงานและโรงผลิตน้ำจืดในภูมิภาค เพื่อเป็นการตอบโต้ และจะมุ่งเป้าโจมตีไปที่โรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของอิสราเอล
ขณะที่มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ระบุว่า การที่สหรัฐฯ ข่มขู่อิหร่านสะท้อนให้เห็นถึงความสิ้นหวัง พร้อมย้ำว่าการข่มขู่และการก่อการร้ายมีแต่จะทำให้ชาวอิหร่านสามัคคีกันมากขึ้น พร้อมประกาศชัดเจนว่าช่องแคบฮอร์มุซยังเปิดกว้างสำหรับทุกฝ่าย ยกเว้นผู้ที่ละเมิดอธิปไตยเหนือดินแดนของอิหร่านเท่านั้น
เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?
สำนักข่าว Kyodo News ของญี่ปุ่น รายงานว่า ญี่ปุ่นมีการติดต่อหา นายอับบาส อารักชี รมว.กระทรวงต่างประเทศอิหร่านโดยตรงจริง เพื่อหวังลดความตึงเครียด และให้อิหร่านได้เปิดทางให้เรือญี่ปุ่นสามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ โดยในรายงาน ไม่มีการระบุถึงการใช้เงินหยวน จ่ายค่าน้ำมันหรือค่าผ่านทาง
การที่ผู้ใช้ Threads: conscious.plus อ้างว่าญี่ปุ่นเห็นด้วยกับการใช้เงินหยวนในการจ่ายเป็นค่าผ่านทาง เป็นเพียงการ บิดเบือนข่าว เนื่องจากสื่อหลักในญี่ปุ่น ไม่ได้มีการรายงานถึงข้อมูลดังกล่าว
ขณะที่ นายโมเตกิ โทชิมิตสึ รมว.ต่างประเทศญี่ปุ่น ปฏิเสธชัดเจน ว่าไม่ได้ขอสิทธิพิเศษในการผ่านทางเพียงประเทศเดียว แต่เรียกร้อง “เสรีภาพในการเดินเรือ” ให้กับทุกประเทศตามหลักสากล
กระบวนการตรวจสอบ
- ค้นหาคำสำคัญ “Kyodo News – Japan buy Iran oil” และ “Japan Iran Yuan payment” ในฐานข้อมูลข่าวสากล
- ตรวจสอบแหล่งข่าวต้นทาง: ตรวจสอบบทสัมภาษณ์ต้นฉบับของ Kyodo News พบว่าเนื้อหาพูดถึง “ความพร้อมในการอำนวยความสะดวก” แต่ไม่มีประโยคใดที่ระบุเรื่องการใช้เงินหยวน (Yuan) หรือการละทิ้งเงินดอลลาร์ (Dollar)
- ตรวจสอบท่าทีรัฐบาล: ตรวจสอบถ้อยแถลงของกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นผ่าน Yahoo! News ซึ่งระบุชัดเจนว่าญี่ปุ่นระวังตัวอย่างมากในการไม่ยั่วยุสหรัฐฯ และยังคงรักษาความเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้
ผลกระทบของข้อมูลเท็จนี้
- สร้างความเข้าใจผิดต่อนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ: การบิดเบือนว่าพันธมิตรหลักของสหรัฐฯ อย่างญี่ปุ่นหันไปใช้เงินหยวนซื้อน้ำมันจากประเทศที่ถูกคว่ำบาตรอย่างอิหร่าน ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความเชื่อมั่นในระบบการเงินโลก
- การแอบอ้างสำนักข่าวเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ: การระบุชื่อ Kyodo News ในโพสต์เป็นการใช้เทคนิค “Authority Bias” เพื่อหลอกให้ผู้รับสารเชื่อว่าข้อมูลผ่านการกรองจากสื่อหลักมาแล้ว ทั้งที่ความจริงเป็นการกุข่าวขึ้นเอง
- กระตุ้นทัศนคติทางการเมืองเชิงลบ: ข้อมูลนี้มุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้ที่สนใจเรื่อง “การล่มสลายของเงินดอลลาร์” หรือความขัดแย้งระหว่างขั้วอำนาจ เพื่อดึงดูดความสนใจและสร้างยอดการมีส่วนร่วม (Engagement) ที่สูง (จากภาพมียอดไลก์กว่า 2.3 หมื่นครั้ง)
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
- ตรวจสอบจากแหล่งข่าวต้นทางโดยตรง: เมื่อเห็นการอ้างอิงสำนักข่าว เช่น Kyodo News ควรเข้าไปตรวจสอบที่เว็บไซต์ทางการของสำนักข่าวนั้น ๆ (kyodonews.net) ว่ามีรายงานเรื่องการใช้เงินหยวนจริงหรือไม่
- ตรวจสอบบัญชีที่โพสต์ว่ามีความน่าเชื่อถือหรือไม่: พึงระวังบัญชีที่มักโพสต์ข่าวลือเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกที่ดูตื่นเต้นเกินจริง โดยไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับ
- ใช้เครื่องมือค้นหาข้อเท็จจริง: หากไม่แน่ใจ ให้ค้นหาคำสำคัญ เช่น “Japan Iran oil Yuan Kyodo News” ใน Search Engine เพื่อดูว่ามีสำนักข่าวอื่นรายงานตรงกันหรือไม่
- หยุดการแพร่กระจาย: “ไม่ชัวร์ ไม่แชร์” หากพบว่าเป็นข้อมูลที่ดูไม่สมเหตุสมผล ไม่ควรสนับสนุนด้วยการกดไลก์หรือแชร์ต่อ เพราะจะเป็นการช่วยเพิ่มการมองเห็นให้ข้อมูลเท็จกระจายไปไกลขึ้น









