ชาวญี่ปุ่นนับหมื่นประท้วง “นายกฯ ทาคาอิจิ” หวั่นเข้าร่วมสงครามอิหร่าน จากการชวนของ “ทรัมป์”

Thai PBS Verify พบที่มาของข่าวจาก: Threads
โพสต์ข่าวที่ถูกแชร์โดยผู้ใช้ Threads ชื่อ socraticvibes เผยแพร่เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 69
Thai PBS Verify พบวิดีโอภาพบนแพลตฟอร์ม Threads ที่ถูกเผยแพร่โดยผู้ใช้ socraticvibes เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 โดยวิดีโอกังกล่าว ถูกแชร์ต่อมาจากแพลตฟอร์ม Instagram ที่มีการเผยแพร่โดยผู้ใช้ unfoldingbharat เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569 มีเนื้อหาดังนี้
More than 10,000 protesters gathered outside Japan’s National Diet building in Tokyo on the night of March 19, 2026 in one of the country’s largest anti-war demonstrations in recent years, voicing strong opposition to Prime Minister Sanae Takaichi’s push to revise Japan’s pacifist constitution and deploy long-range missiles in alignment with Washington’s strategic posture in the region. The protest was timed to coincide with Takaichi’s summit meeting with US President Donald Trump held the same day, a gathering that demonstrators said represented exactly the kind of uncritical alignment with American foreign policy that they were marching against. Protesters carried signs reading No War and messages opposing Japanese military expansion and what many described as excessive deference to Washington’s geopolitical agenda. The crowd, which gathered peacefully with glow sticks visible throughout the demonstration, chanted slogans including Japan’s future is not in Washington reflecting widespread public anxiety about the country being drawn into the expanding US-Iran conflict. An Asahi Shimbun poll conducted on March 14 and 15 found that 82 percent of Japanese citizens oppose the United States attack on Iran, one of the strongest readings of public anti-war sentiment recorded in Japan in the post-war era. Japan’s pacifist constitution, adopted after World War Two, has long been a source of national identity and the prospect of its revision to allow offensive military capabilities including long-range missile deployment has consistently faced significant public resistance. The protests have been reported by Xinhua, the Christian Science Monitor and multiple Japanese media outlets. Prime Minister Takaichi has not issued a direct public response to the demonstration at the time of
ที่เมื่อนำมาแปลด้วย Google Translate จะได้ความว่า
เมื่อคืนวันที่ 19 มีนาคม 2026 ผู้ประท้วงกว่า 10,000 คนรวมตัวกันอยู่ด้านนอกอาคารรัฐสภาแห่งชาติของญี่ปุ่นในกรุงโตเกียว ซึ่งเป็นการประท้วงต่อต้านสงครามครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี โดยแสดงออกถึงการต่อต้านอย่างรุนแรงต่อนโยบายของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ที่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เน้นสันติภาพของญี่ปุ่น และติดตั้งขีปนาวุธพิสัยไกลให้สอดคล้องกับท่าทีทางยุทธศาสตร์ของวอชิงตันในภูมิภาค การประท้วงครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการประชุมสุดยอดระหว่างทาคาอิจิกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ซึ่งผู้ประท้วงกล่าวว่า การประชุมดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการคล้อยตามนโยบายต่างประเทศของอเมริกาอย่างไม่วิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาต่อต้านอยู่ ผู้ประท้วงถือป้ายที่มีข้อความว่า “ไม่เอาสงคราม” และข้อความต่อต้านการขยายอำนาจทางทหารของญี่ปุ่น และสิ่งที่หลายคนมองว่าเป็นการยอมอ่อนข้อต่อวาระทางภูมิรัฐศาสตร์ของวอชิงตันมากเกินไป ฝูงชนที่รวมตัวกันอย่างสงบโดยมีแท่งเรืองแสงให้เห็นตลอดการประท้วง ตะโกนคำขวัญต่างๆ รวมถึง “อนาคตของญี่ปุ่นไม่ได้อยู่ในวอชิงตัน” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความวิตกกังวลของประชาชนอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับการที่ประเทศถูกดึงเข้าไปสู่ความขัดแย้งที่ขยายตัวระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ผลสำรวจความคิดเห็นของหนังสือพิมพ์อาซาฮีชิมบุนที่จัดทำขึ้นเมื่อวันที่ 14 และ 15 มีนาคม พบว่าร้อยละ 82 ของประชาชนชาวญี่ปุ่นคัดค้านการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ ซึ่งนับเป็นการแสดงออกถึงความรู้สึกต่อต้านสงครามที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในญี่ปุ่นในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง รัฐธรรมนูญของญี่ปุ่นซึ่งประกาศใช้หลังสงครามโลกครั้งที่สองนั้น เป็นแหล่งที่มาของอัตลักษณ์ของชาติมาอย่างยาวนาน และการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่ออนุญาตให้มีขีดความสามารถทางทหารเชิงรุก รวมถึงการติดตั้งขีปนาวุธพิสัยไกลนั้น ได้เผชิญกับการต่อต้านจากประชาชนอย่างมากมาโดยตลอด การประท้วงดังกล่าวได้รับการรายงานโดยสำนักข่าวซินหัว หนังสือพิมพ์คริสเตียนไซเอนซ์มอนิเตอร์ และสื่อญี่ปุ่นหลายแห่ง ณ เวลาที่รายงานข่าวนี้ นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิยังไม่ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้การประท้วงโดยตรง
เหตุการณ์ประท้วงในญี่ปุ่น เป็นเรื่องจริงหรือไม่ ?
Thai PBS Verify นำภาพจากคลิปดังกล่าวมาตรวจสอบด้วย Google Lens พบว่า ภาพดังกล่าวไปตรงกับโพสต์จาก Facebook ที่ถูกเผยแพร่โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชาวญี่ปุ่นชื่อ Koji Sugihara ที่โพสต์ภาพพร้อมข้อความไว้เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 โดยเป็นภาพของเหตุการณ์การประท้วง จำนวน 4 ภาพ พร้อมกับระบุแคปชันเอาไว้ ดังนี้
โพสต์ภาพโดยผู้ใช้ Koji Sugihara ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 69
イラン攻撃絶対反対!
アメリカ言いなり政治をやめろ!
改憲反対!
武器の輸出絶対反対!
スパイ防止法絶対反対!
原発再稼働あり得ない!
長射程ミサイル配備をやめろ!
議員定数削減するな!
高市・トランプ会談直前のタイミングで、総がかり行動が呼びかけた「イラン攻撃許さない!高市政権から平和憲法を守り生かす 3.19国会議員会館前行動」。
大勢集まるとは予想していましたが、ここまでとは。ついに、二重のペンライトの帯が出現しました。
議員会館側の歩道が溢れたため、国会議事堂側の歩道にも参加者が流れていました。今日も若い世代の参加が目立ちます。
ペンライトの波は議員会館前と一部国会議事堂側、国会図書館前、そして自民党本部方向にも延びていました。
後半で参加者からのスピーチも。
「弟は自衛隊員。親の暴力から守ってくれたこともある。彼が誰かを殺すことも殺されることもあってはならない。子どもの頃、家に帰ると今日は弟が殺されているのではないかと思ってきた。生き残れたが、また弟の命を毎日心配している。戦争は避ける以外にない。最小限の被害に抑えられる戦争などない。自衛隊の派遣に反対。改憲に反対」
議員会館前での「19日行動」としては過去最高の11,000人と主催者発表がありました。なんとか、23時からの日本テレビの『ニュースZERO』が参加者のコメントも含めて報じました。
◆もう本日ですが、3月20日(金・休)17時~18時、新宿駅東南口広場にて「トランプ・高市会談翌日アクション」を行います。呼びかけはイラン攻撃をやめろ!緊急アクション、STOP大軍拡アクション、武器取引反対ネットワーク(NAJAT)です。
เมื่อนำมาแปลด้วย Google Translate จะได้ความว่า
คัดค้านการโจมตีอิหร่านอย่างเด็ดขาด!
เลิกเป็นทาสอเมริกา!
คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ!
คัดค้านการส่งออกอาวุธอย่างเด็ดขาด!
คัดค้านกฎหมายต่อต้านการจารกรรมอย่างเด็ดขาด!
การเดินเครื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อีกครั้งเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้!
หยุดการติดตั้งขีปนาวุธพิสัยไกล!
อย่าลดจำนวนที่นั่งในรัฐสภา!
ก่อนการประชุมระหว่างทาคาอิจิและทรัมป์ไม่นาน กลุ่มปฏิบัติการเต็มรูปแบบได้เรียกร้องให้ “เราจะไม่ยอมให้มีการโจมตีอิหร่าน! ปกป้องและรักษารัฐธรรมนูญแห่งสันติภาพจากรัฐบาลทาคาอิจิ! ปฏิบัติการวันที่ 19 มีนาคม หน้าอาคารสำนักงานสมาชิกรัฐสภา”
เราคาดหวังว่าจะมีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก แต่ไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้ ในที่สุดก็มีกลุ่มไฟฉายสองแถบปรากฏขึ้น
ทางเท้าด้านอาคารสำนักงานสมาชิกรัฐสภาเต็มไปด้วยผู้คน ผู้เข้าร่วมจึงไหลไปยังทางเท้าด้านอาคารรัฐสภาด้วยเช่นกัน วันนี้คนหนุ่มสาวมีจำนวนมากเป็นพิเศษ
แสงไฟจากไฟฉายส่องสว่างเป็นวงกว้างจากด้านหน้าอาคารสำนักงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไปยังบางส่วนของด้านข้างอาคารรัฐสภาแห่งชาติ ด้านหน้าห้องสมุดรัฐสภาแห่งชาติ และแม้กระทั่งไปยังสำนักงานใหญ่ของพรรคเสรีประชาธิปไตย
ผู้เข้าร่วมงานยังได้กล่าวสุนทรพจน์ในช่วงครึ่งหลังด้วย
“น้องชายของผมเป็นสมาชิกกองกำลังป้องกันตนเอง เขาปกป้องผมจากความรุนแรงของพ่อแม่ เขาต้องไม่ได้รับอนุญาตให้ฆ่าหรือถูกฆ่า เมื่อตอนที่ผมยังเด็ก ผมมักกลับบ้านด้วยความสงสัยว่าน้องชายของผมจะถูกฆ่าในวันนั้นหรือไม่ เขารอดชีวิตมาได้ แต่ผมก็ยังกังวลเกี่ยวกับชีวิตของเขาอยู่ทุกวัน ไม่มีทางหลีกเลี่ยงสงครามได้ ไม่มีสงครามใดที่สามารถลดให้น้อยที่สุดได้ ผมคัดค้านการส่งกองกำลังป้องกันตนเอง ผมคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ”
ผู้จัดงานประกาศว่ามีผู้เข้าร่วม “การชุมนุมครั้งที่ 19” หน้าอาคารสำนักงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 11,000 คน ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดเท่าที่เคยมีมา อย่างไรก็ตาม รายการ “News ZERO” ของสถานีโทรทัศน์ Nippon Television รายงานเรื่องนี้ในเวลา 23.00 น. รวมถึงความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมด้วย
◆แม้จะเป็นวันนี้แล้วก็ตาม ในวันที่ 20 มีนาคม (วันศุกร์ วันหยุดราชการ) ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ถึง 18.00 น. เราจะจัดการ “การประชุมหลังการพบปะระหว่างทรัมป์และทาคาอิจิ” ที่ลานทางออกทิศตะวันออกเฉียงใต้ของสถานีชินจูกุ การเรียกร้องนี้มาจากกลุ่ม Stop the Attack on Iran! Emergency Action, STOP Massive Military Expansion Action และ Network Against Arms Trade (NAJAT)
สถานที่ในโพสต์อยู่ที่ไหน ?
Thai PBS Verify ได้ค้นหาสถานที่ดังกล่าว โดยการเทียบกับภาพจากเว็บไซต์ Google Earth พบว่าสถานที่ดังกล่าว คืออาคารรัฐสภาญี่ปุ่น ที่ตั้งอยู่ในเขตนางาทาโจ เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
แผนที่เหนืออาคารรัฐสภาญี่ปุ่นจากเว็บไซต์ Google Earth ปรากฏที่ตั้งของอาคารรัฐสภาญี่ปุ่น (วงแดง) และอาคารสำนักงานสมาชิกผู้แทนราษฎร (วงน้ำเงิน)
ส่วนภาพที่ 1 และ 2 คืออาคารกลาง ของหมู่อาคารสำนักงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ตั้งอยู่ด้านหลังของอาคารรัฐสภาญี่ปุ่น ที่ถูกถ่ายจากฝั่งอาคารรัฐสภา หันไปยังอาคารสำนักงานสมาชิกผู้แทนราษฎร
ขณะที่อีกภาพคือสถานที่เดียวกัน แต่เปลี่ยนมุมถ่ายภาพจากฝั่งอาคารรัฐสภา เป็นฝั่งอาคารสำนักงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทน
ภาพเปรียบเทียบภาพการประท้วงหน้าอาคารสำนักงานสมาชิกผู้แทนราษฎร (ซ้าย) กับมุม Street view หน้าอาคารสำนักงานสมาชิกผู้แทนราษฎร (ขวา)
ภาพที่ 3 คือภาพที่ถ่ายจากถนนด้านหลังของอาคารรัฐสภาญี่ปุ่นไปทางทิศเหนือ โดยจะเห็นอาคารสภาส่วนต่อขยายที่ 2 ของญี่ปุ่นอยู่ที่สุดปลายทาง
ภาพเปรียบเทียบการประท้วงที่ถนนหลังอาคารรัฐสภา (ซ้าย) กับมุม Street view บริเวณถนนหลังอาคารรัฐสภาญี่ปุ่น (ขวา)
และภาพที่ 4 คือภาพของอาคารรัฐสภาญี่ปุ่น ที่ถูกถ่ายจากถนนด้านหลังของอาคารรัฐสภา
ภาพเปรียบเทียบภาพการประท้วงหลังอาคารรัฐสภาญี่ปุ่น (ซ้าย) กับมุม Street view หน้าหลังอาคารรัฐสภาญี่ปุ่น (ขวา)
นอกจากนี้เมื่อนำภาพภายในโพสต์ไปตรวจสอบด้วย Google Lens พบข่าวจากสำนักข่าว READY FOR ของประเทศญี่ปุ่น ที่ได้มีการรายงานถึงเหตุการณ์เดียวกัน ร่วมกับการปล่อยภาพถ่ายทอดสดภายในการประท้วง ณ อาคารรัฐสภาญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 เอาไว้ดังนี้
ผลการค้นหาด้วย Google Lens ที่ใช้ค้นหาจากภาพของผู้ใช้ Facebook: Koji Sugihara ที่เผยแพร่เมื่อ 19 มี.ค. 69
クラウドファンディングプロジェクト「『平和憲法の危機』だからこそ、5月3日、憲法集会を成功させたい!」へのご支援・ご注目をいただき、ありがとうございます!
本日(3月19日)、国会議員会館前で行われた「19日」の抗議行動には約1万1千の人びとが集まり、改憲反対・戦争反対の声を上げました。
เมื่อนำมาแปลด้วย Google Translate จะได้ความว่า
ขอขอบคุณสำหรับการสนับสนุนและความสนใจในโครงการระดมทุนของเรา “เพราะ ‘รัฐธรรมนูญแห่งสันติภาพกำลังอยู่ในภาวะวิกฤต’ เราต้องการทำให้การชุมนุมรัฐธรรมนูญ 3 พฤษภาคมประสบความสำเร็จ!”
วันนี้ (19 มีนาคม) มีประชาชนประมาณ 11,000 คนมารวมตัวกันหน้าอาคารสำนักงานสมาชิกรัฐสภาเพื่อประท้วง “วันที่ 19” แสดงออกถึงการต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญและสงคราม
ข่าวจากเว็บไซต์ READY FOR ที่ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 69
สถานการณ์เกี่ยวกับอิหร่านในญี่ปุ่นเป็นอย่างไร ?
จากการติดตามสถานการณ์ปัจจุบันในประเทศญี่ปุ่น Thai PBS Verify พบข่าวที่ถูกเผยแพร่โดยสำนัก Asahi Shimbun เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 โดยมีใจความดังนี้
ข่าวจากเว็บไซต์ Asahi Shimbun ที่ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 69
เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2026 กลุ่มนักเรียนมัธยมปลายประมาณ 50 คน ภายใต้ชื่อกลุ่ม “โตเกียว โคโคเซ เฮวะ เซมินาร์” ได้รวมตัวประท้วงใกล้สถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงโตเกียว เพื่อคัดค้านการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล กลุ่มเยาวชนได้ชูป้ายเรียกร้องให้เปลี่ยนจากกำลังทหารมาเป็นการเจรจา พร้อมทั้งวิจารณ์ประธานาธิบดีทรัมป์ว่าแทรกแซงการเมืองระหว่างประเทศและใช้ข้ออ้างด้านประชาธิปไตยเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการใช้ความรุนแรง ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง
แกนนำนักเรียนวัย 17 ปี จากหลายจังหวัดทั่วญี่ปุ่น เช่น โอกินาวาและฮิโรชิมา ได้ร่วมกันอ่านแถลงการณ์คัดค้าน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของสันติภาพและแสดงความผิดหวังที่ประเทศมหาอำนาจเลือกใช้การโจมตีทางทหาร นอกจากนี้ยังมีการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลญี่ปุ่นว่ามักจะโอนอ่อนตามความต้องการของสหรัฐฯ มากเกินไป และเรียกร้องให้ญี่ปุ่นกล้าปฏิเสธเพื่อไม่ให้สงครามยืดเยื้อต่อไป เพื่อปกป้องชีวิตของผู้บริสุทธิ์และเด็กๆ ในพื้นที่ขัดแย้ง
เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?
จากการตรวจสอบของ Thai PBS Verify ยืนยันว่า วิดีโอและข้อมูลการประท้วงดังกล่าวเป็น “เรื่องจริง” โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 19 มีนาคม 2569 ณ บริเวณหน้าอาคารรัฐสภาแห่งชาติ (National Diet) และอาคารสำนักงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในเขตนางาทาโจ กรุงโตเกียว
กลุ่มผู้ประท้วงประมาณ 11,000 คน ได้มารวมตัวกันเพื่อแสดงพลังคัดค้านนโยบายทางทหารของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ที่มีความพยายามจะแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 9 (รัฐธรรมนูญฉบับสันติภาพ) และการติดตั้งขีปนาวุธพิสัยไกล ซึ่งผู้ชุมนุมมองว่าเป็นการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ตามความต้องการของสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ โดยเฉพาะในบริบทของความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น
กระบวนการตรวจสอบ
- การใช้เครื่องมือช่วยตรวจสอบ: มีการใช้งาน Google Lens เพื่อตรวจสอบที่มาของวิดีโอที่พบบน Instagram จนได้พบกับโพสต์จาก Facebook โดย Koji Sugihara แล้วจึงนำไปตรวจสอบต่ออีกขั้น จนพบกับข่าวจาก READY FOR ของญี่ปุ่น จนสรุปได้ว่าเหตุการณ์ประท้วงเป็นเรื่องจริง
- การสังเกตรายละเอียดในภาพ: มีการสังเกต และเปรียบเทียบรายละเอียดภายในภาพ เช่น ภาพจากผู้ใช้ Facebook: Koji Sugihara และแผนที่ และ Streetview จากเว็บไซต์ Google Earth จนยืนยันได้ว่าสถานที่ในภาพเป็นการประท้วง ที่เกิดขึ้นบริเวณใกล้เคียงกับอาคารรัฐสภาญี่ปุ่นจริง
- การค้นหาด้วยคำสำคัญ: มีการแปลคำว่า “ญี่ปุ่นประท้วงต่อต้านสงคราม” ไปเป็นภาษาญี่ปุ่น จนได้พบกับข่าวเพิ่มเติมจากสำนักข่าว Asahi Shimbun ที่ได้มีการรายงานสถานการณ์ปัจจุบัน ที่การประท้วงเริ่มขยายตัวไปยังพื้นที่อื่น ๆ ในประเทศญี่ปุ่น









