คลิปอ้างเติมน้ำมันพืชแทนดีเซล ผู้เชี่ยวชาญชี้ทำได้ แต่เสี่ยงเครื่องพัง

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาข่าวบิดเบือนจาก: Facebook
คลิปวิดีโอเติมน้ำมันรถด้วยน้ำมันพืช ระบุว่า “ใช้น้ำมันพืชแทนน้ำมันดีเซล”
Thai PBS Verify พบคลิปวิดีโอของผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ สาธุสดชื่น อาจารย์ม่อน โพสต์คลิปขณะเติมน้ำมันรถด้วยน้ำมันพืช พร้อมข้อความระบุว่า
“ใช้น้ำมันพืชแทนน้ำมันดีเซล”
ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีการแสดงความรู้สึก 230,000 ครั้ง และมีการแสดงความคิดเห็น 6,300 ข้อความ รวมถึงมีการแชร์ไปกว่า 26,000 ครั้ง โดยผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่า การนำน้ำมันพืชมาใช้แทนน้ำมันดีเซลทำได้จริง
น้ำมันพืชสามารถเติมน้ำมันรถยนต์ได้หรือไม่ ?
Thai PBS Verify สัมภาษณ์ในประเด็นดังกล่าวกับ รองศาสตราจารย์ ว่าที่ร้อยตรี เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งให้ข้อมูลว่า
น้ำมันพืช หากมองในเชิงของพลังงานทดแทนอย่างไบโอดีเซล ก็สามารถถือได้ว่ามีคุณสมบัติใกล้เคียงกับไบโอดีเซลบริสุทธิ์ หรือ B100 ขณะที่น้ำมันดีเซลที่ใช้กันทั่วไปในปัจจุบันมักเป็นน้ำมันผสม เช่น B7 หรือ B10 ซึ่งหมายถึงมีน้ำมันจากพืชผสมอยู่ประมาณ 7% และ 10% ตามลำดับ ดังนั้นในทางทฤษฎี น้ำมันพืชแบบบรรจุขวดก็สามารถนำมาใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างสำคัญคือ น้ำมันพืชไม่ได้ถูกออกแบบหรือผ่านกระบวนการให้เหมาะสมสำหรับการใช้งานในเครื่องยนต์โดยตรง
ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเมื่อใช้น้ำมันพืชกับเครื่องยนต์ดีเซล ส่วนใหญ่เกิดจากองค์ประกอบที่ยังไม่ได้ผ่านการแปรรูป เช่น กากไขมันหรือกลีเซอรีน ซึ่งตามกระบวนการผลิตไบโอดีเซลจะต้องมีการทำปฏิกิริยาเคมีเพื่อนำสารเหล่านี้ออกไปก่อน หากไม่ได้กำจัดออก เมื่อใช้งานในเครื่องยนต์จะทำให้เกิดคราบเหนียวหรือคราบยางสะสม รวมถึงเขม่าที่มากขึ้น ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง และอาจทำให้ชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์เสียหายได้ โดยเฉพาะในเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ที่ใช้ระบบหัวฉีดแรงดันสูงแบบคอมมอนเรล ซึ่งมีความละเอียดอ่อนและเสี่ยงต่อการอุดตันได้ง่าย
รองศาสตราจารย์ ว่าที่ร้อยตรี เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สำหรับเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นเก่าหรือเครื่องยนต์รอบต่ำ เช่น เครื่องจักรกลการเกษตร รถไถ หรือเครื่องยนต์บางประเภท อาจสามารถใช้น้ำมันพืชได้ในระดับหนึ่ง เนื่องจากระบบไม่ได้ซับซ้อนเท่าเครื่องยนต์สมัยใหม่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีข้อจำกัดในเรื่องความคุ้มค่า เพราะราคาน้ำมันพืชบรรจุขวดในปัจจุบันค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับน้ำมันดีเซลทั่วไป จึงมักไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมในระยะยาว เว้นแต่ในกรณีจำเป็นจริง ๆ
“การใช้น้ำมันพืชจะจำกัดเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซลเท่านั้น ไม่สามารถใช้กับเครื่องยนต์เบนซินได้ เนื่องจากหลักการทำงานต่างกัน เครื่องยนต์เบนซินต้องอาศัยหัวเทียนในการจุดระเบิด หากเติมน้ำมันดีเซลหรือไบโอดีเซลเข้าไปจะไม่สามารถเผาไหม้ได้อย่างถูกต้อง ทำให้เครื่องยนต์ไม่ทำงานและอาจเกิดความเสียหายได้ ดังนั้นกรณีที่มีการทดลองใช้น้ำมันพืช ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับรถเครื่องยนต์ดีเซล เช่น รถกระบะ ไม่ใช่รถยนต์เบนซินทั่วไป ” รศ. ดร.เจษฎา กล่าว
ผู้เชี่ยวชาญเตือน ใช้น้ำมันพืชแทนดีเซล เสี่ยงทำเครื่องยนต์พัง
ด้าน อาจารย์ นฤเบศ คำมงคล หัวหน้าสาขาวิศวกรรมเครื่องกล ภาควิชาครุศาสตร์เครื่องกล คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ให้สัมภาษณ์กับ Thai PBS Verify ถึงการใช้น้ำมันพืชแทนน้ำมันดีเซลว่า
การจะเข้าใจว่าน้ำมันพืชสามารถใช้แทนน้ำมันดีเซลได้หรือไม่ ต้องเริ่มจากหลักการทำงานของเครื่องยนต์ดีเซลก่อน ซึ่งเครื่องยนต์ประเภทนี้จะอัดอากาศให้มีอุณหภูมิสูง แล้วฉีดน้ำมันเข้าไปเพื่อให้เกิดการเผาไหม้ โดยน้ำมันดีเซลและน้ำมันพืชสามารถทำหน้าที่ในภาพรวมได้คล้ายกัน แต่มีความแตกต่างสำคัญคือ น้ำมันดีเซลมีความหนืดต่ำกว่าน้ำมันพืชประมาณ 10 เท่า
สาเหตุที่บางคนสามารถใช้น้ำมันพืชกับเครื่องยนต์ได้ มักมาจาก 2 ปัจจัย คือ
ใช้กับเครื่องยนต์รุ่นเก่าที่ระบบไม่ซับซ้อน หรือ มีการผสมน้ำมันพืชกับน้ำมันดีเซลที่มีอยู่แล้วในถัง จึงยังพอใช้งานได้ อย่างไรก็ตาม หากเป็นความเข้าใจว่า สามารถใช้น้ำมันพืช 100% กับรถยนต์รุ่นใหม่ โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซลระบบคอมมอนเรลนั้น ถือว่าไม่เหมาะสมและไม่ควรทำ เนื่องจากเครื่องยนต์ประเภทนี้มีชิ้นส่วนที่ละเอียดอ่อน ความหนืดของน้ำมันพืชที่สูงกว่าจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี
อาจารย์นฤเบศ คำมงคล หัวหน้าสาขาวิศวกรรมเครื่องกล ภาควิชาครุศาสตร์เครื่องกล คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
สำหรับเครื่องยนต์รุ่นเก่า เช่น เครื่องยนต์ปั๊มสาย หรือเครื่องจักรทางการเกษตร อาจสามารถใช้น้ำมันพืชได้ แต่ก็มีเงื่อนไข หากต้องการใช้แบบ 100% จำเป็นต้องอุ่นน้ำมันก่อนใช้งาน เพื่อลดความหนืดและช่วยให้เผาไหม้ได้ดีขึ้น ซึ่งค่อนข้างยุ่งยากและต้องมีอุปกรณ์เพิ่มเติม แต่หากเป็นการผสมกับน้ำมันดีเซลในสัดส่วนประมาณ 30% ยังพอสามารถใช้งานได้ในบางกรณี
“หากนำน้ำมันพืชมาใช้โดยตรง สิ่งที่มักเห็นได้ชัดคือควันดำจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ และอาจส่งผลกระทบต่อเครื่องยนต์ โดยเฉพาะในรถรุ่นใหม่ เช่น หัวฉีดอุดตัน หรือมีไฟเตือนเครื่องยนต์ขึ้น ซึ่งในระยะยาวอาจนำไปสู่ความเสียหายของเครื่องยนต์ได้” อาจารย์ นฤเบศ กล่าว
นอกจากนี้ ในสถานการณ์ที่น้ำมันมีราคาสูงหรือเกิดภาวะขาดแคลน การลดการใช้น้ำมันอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า เช่น ในเขตเมืองอาจหันมาใช้ขนส่งสาธารณะ ส่วนในต่างจังหวัดอาจใช้วิธีเดินทางร่วมกัน หรือเลือกใช้พาหนะประเภทอื่น เช่น รถยนต์เบนซิน หรือรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อลดผลกระทบจากการใช้น้ำมันในระยะยาว
กรมธุรกิจพลังงาน ยัน “น้ำมันพืช” ไม่เหมาะกับเครื่องยนต์ดีเซล
ขณะที่ กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน ให้ข้อมูลกับ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย ระบุว่า ไม่แนะนำให้นำน้ำมันพืชหรือน้ำมันปาล์มมาใช้แทนน้ำมันดีเซลในรถยนต์ แม้จะพอใช้ได้ในบางกรณี แต่ไม่เหมาะกับการใช้งานจริง เพราะน้ำมันพืชมีคุณสมบัติแตกต่างจากดีเซลค่อนข้างมาก
น้ำมันพืชมีความข้นหนืดมากกว่า ระเหยช้า และเมื่ออากาศเย็นอาจจับตัวเป็นไขได้ นอกจากนี้ยังทำปฏิกิริยากับอากาศได้ง่าย ทำให้เกิดคราบเหนียวสะสมในเครื่องยนต์
หากนำมาใช้ อาจทำให้ระบบเชื้อเพลิงอุดตัน เกิดคราบสะสมในชิ้นส่วนสำคัญอย่างลูกสูบ แหวน และวาล์ว ส่งผลให้เครื่องยนต์ทำงานไม่เต็มที่ และอายุการใช้งานสั้นลงได้อย่างไรก็ตาม เมื่อใช้การค้นหาคำสำคัญ ด้วยคำว่า “เติมน้ำมันพืชแทนน้ำมัน” พบว่าก่อนหน้านี้มีการนำเสนอข่าวเตือนการนำน้ำมันพืชหรือน้ำมันปาล์มมาใช้แทนน้ำมันดีเซลในรถยนต์ไม่เหมาะสม
เรื่องจริงเป็นอย่างไร?
Thai PBS Verify ตรวจสอบคลิปดังกล่าวด้วยการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวญชาญด้านเครื่องกล และ ชีววิทยา สรุปว่า การใช้น้ำมันปาลม์หรือน้ำพืชเติมแทนน่้ำมันดีเซลใช้ได้เฉพาะเครื่องยนต์รอบต่ำ เช่น รถไฟ หรือเครื่องยนต์ที่ดีเซลรุ่นเก่าเท่านั้น หากเติมในรถยนต์รุ่นใหม่เสี่ยงเครื่องพัง เนื่องจากมีข้อแตกต่างที่สำคัญคือ ความหนืด ที่สูงกว่าน้ำมันดีเซลปกติถึง 10 เท่า และไม่ได้ผ่านกระบวนการแยกสารปนเปื้อนออกเหมือนน้ำมันที่จำหน่ายในปั๊ม
กระบวนการตรวจสอบ
- ตรวจสอบด้วยการสัมภาษณ์: รองศาสตราจารย์ ว่าที่ร้อยตรี เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การเติมน้ำมันพืชแทนดีเซลทำได้แค่ในเชิงทฤษฎี แต่เครื่องยนต์สมัยใหม่เสี่ยงพังจากคราบยางเหนียวและการอุดตันที่หัวฉีดแรงดันสูงย้ำไม่คุ้มค่าในระยะยาวและใช้ได้เฉพาะเครื่องยนต์ดีเซลบางประเภทเท่านั้น ส่วนเครื่องยนต์เบนซินห้ามเติมเด็ดขาดเพราะระบบจุดระเบิดต่างกัน
- ตรวจสอบด้วยการสัมภาษณ์: นฤเบศ คำมงคล หัวหน้าสาขาวิศวกรรมเครื่องกล ภาควิชาครุศาสตร์เครื่องกล คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เตือนน้ำมันพืชหนืดกว่าดีเซล 10 เท่า เสี่ยงทำเครื่องยนต์รุ่นใหม่ระบบคอมมอนเรลพัง หัวฉีดอุดตัน และเกิดควันดำจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ชี้เครื่องรุ่นเก่าใช้ได้หากอุ่นน้ำมันหรือผสมในสัดส่วนที่เหมาะสม แต่แนะทางเลือกอื่นอย่างขนส่งสาธารณะ หรือรถไฟฟ้า เพื่อความคุ้มค่าและปลอดภัยระยะยาวแทน
- ตรวจสอบด้วยการใช้คำสำคัญ: เมื่อใช้การค้นหาคำสำคัญ ด้วยคำว่า “เติมน้ำมันพืชแทนน้ำมัน” พบว่า ก่อนหน้านี้มีการนำเสนอข่าวเตือนการนำน้ำมันพืชหรือน้ำมันปาล์มมาใช้แทนน้ำมันดีเซลในรถยนต์ไม่เหมาะสม
ผลกระทบเมื่อได้รับข้อมูลเท็จ
- เสี่ยงเครื่องยนต์เสียหายจริง
- น้ำมันพืชมี ความหนืดสูงกว่า ดีเซล ทำให้การฉีดเชื้อเพลิงและการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์
- ส่งผลให้เกิด คราบสะสม อุดตันหัวฉีด และเครื่องยนต์ทำงานไม่มีประสิทธิภาพ
- ใช้ระยะยาวอาจทำให้เครื่องพังหรือค่าซ่อมสูง โดยเฉพาะเครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่ระบบละเอียด
- สร้างความเข้าใจผิดว่า “ใช้แทนได้เลย”
- ความจริงคือ ต้องผ่านกระบวนการผลิตเป็นไบโอดีเซลก่อน ไม่ใช่น้ำมันพืชขวดทั่วไป
- หากเข้าใจผิดแล้วนำไปใช้ทันที อาจทำให้รถ ติดยาก เครื่องดับ หรืออุดตัน
- เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น
- จากความเชื่อผิด อาจทำให้ผู้ใช้รถต้องเสียเงินซ่อม เช่น ระบบหัวฉีด ปั๊ม หรือเครื่องยนต์
- ในบางกรณีความเสียหายจากเชื้อเพลิงไม่เหมาะสมอาจลุกลามถึงระดับต้องซ่อมใหญ่
- เสี่ยงต่อการใช้งานผิดประเภท (โดยเฉพาะรถเบนซิน)
- บางคนอาจเข้าใจคลาดเคลื่อนจนลองใช้กับรถเบนซิน
- ซึ่งจะทำให้ เครื่องยนต์ไม่ทำงานและเสียหายทันที จากการเผาไหม้ผิดประเภท
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
- อย่าเชื่อทันทีเพียงเพราะมี “คลิปทดลอง”: คลิปที่แสดงว่าใช้ได้ อาจเป็นเพียงการทดลองระยะสั้น หรือไม่แสดงผลกระทบระยะยาว ควรระวังการสรุปจากภาพเพียงด้านเดียว
- ตรวจสอบจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ: เช็กข้อมูลจากหน่วยงานรัฐ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน หรือสถาบันวิศวกรรมยานยนต์ ว่ามีคำแนะนำตรงกันหรือไม่
- ใช้หลักเหตุผลทางเทคนิคช่วยพิจารณา: น้ำมันพืชไม่ได้ผ่านกระบวนการเหมือนไบโอดีเซล จึงอาจมีสารตกค้างที่กระทบเครื่องยนต์ หากข้อมูลขัดกับหลักการพื้นฐาน ควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน
- หลีกเลี่ยงการทดลองทำตาม: แม้จะดูเหมือน “ทำได้” แต่ความเสี่ยงต่อเครื่องยนต์สูง และอาจเกิดค่าใช้จ่ายมากกว่าที่คิด
- ไม่แชร์ต่อทันที: หากยังไม่แน่ใจว่าเป็นข้อมูลจริง ควรหยุดการส่งต่อ เพราะอาจทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดและได้รับความเสียหาย









