โพสต์อ้าง “อังคณา นีละไพจิตร” แนะคนไทยช่วยคนกัมพูชาสร้างบ้านหลบฝน ตรวจสอบแล้วเป็นข้อมูลเท็จ

Thai PBS Verify พบที่มาข่าวปลอมจาก: Threads
Thai PBS Verify ตรวจสอบพบโพสต์ไวรัลกล่าวอ้างว่า อังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา และนักสิทธิมนุษยชน ระบุว่า “คนกัมพูชาเดือดร้อน ให้คนไทยช่วยสร้างบ้าน” โดยภาพดังกล่าวระบุข้อความว่า
ฝนเริ่มตกแล้ว คนกัมพูชาเดือดร้อนมาก ๆ คนไทย ควรช่วยสร้างบ้าน
โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่เมื่อ 8 พ.ค. 69 และมียอดเข้าชมกว่า 17,700 ครั้ง ซึ่งผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่เชื่อว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง
“อังคณา” ขอคนไทยช่วยกัมพูชาจริงหรือไม่ ?
อังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา และนักสิทธิมนุษยชน ได้พูดประโยคดังกล่าวจริงหรือไม่? ที่ระบุว่า “ฝนเริ่มตกแล้ว คนกัมพูชาเดือดร้อนมาก ๆ คนไทยควรช่วยสร้างบ้าน”
จากการค้นหาด้วยคำสำคัญเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ไม่พบรายงานหรือหลักฐานว่า นางอังคณา ออกมาเคลื่อนไหวและไม่พบข้อมูลการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อตามข้อความที่ถูกกล่าวอ้าง
ทั้งนี้ Thai PBS Verify ได้โทรศัพท์สอบถามไปยัง นางอังคณา โดยเจ้าตัวยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นข่าวปลอม
“ข่าวนี้มาจากไหนไม่รู้ และส่วนตัวไม่เคยพูดประโยคดังกล่าว เรื่องความช่วยเหลือเป็นหน้าที่ของผู้นำแต่ละประเทศ อันนี้คือข่าวปลอม”
อังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา และนักสิทธิมนุษยชน แฟ้มภาพจากรายการ The Lessons บทเรียนชีวิต Thai PBS
สถานการณ์ความขัดแย้งไทย–กัมพูชาล่าสุดเป็นอย่างไร ?
สำหรับสถานการณ์ความขัดแย้งไทย–กัมพูชาล่าสุด กระทรวงการต่างประเทศรายงานว่า เมื่อ 7 พ.ค. 69 มีการประชุมสามฝ่ายระหว่างไทย กัมพูชา และฟิลิปปินส์ ในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ โดยทั้งสองฝ่ายยืนยันความมุ่งมั่นในการรักษาการหยุดยิง และแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี บนพื้นฐานความสัมพันธ์อันดีระหว่างเพื่อนบ้าน พร้อมมอบหมายรัฐมนตรีต่างประเทศของทั้งสองประเทศ หารือมาตรการสร้างความเชื่อมั่น และฟื้นฟูความสัมพันธ์ทวิภาคีอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ภาพจาก: กระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมการประชุมสามฝ่ายระหว่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี, นายแฟร์ดีนันด์ โรมูอัลเดซ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ และนายฮุน มาเนด นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในห้วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ณ เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569
นอกจากนี้ วันที่ 8 พ.ค. 69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กว่า ได้หารือกับ ฮุน มาเนต ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนที่ฟิลิปปินส์ โดยแจ้งอย่างเป็นทางการว่ารัฐบาลไทยยกเลิก MOU 44 แล้ว ขณะที่กัมพูชารับทราบและระบุว่าจะใช้กระบวนการตามอนุสัญญากฎหมายทะเล UNCLOS ในการดำเนินการเรื่องข้อตกลงทางสิทธิประโยชน์ทางทะเลต่อไป และทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องให้เดินหน้าการเจรจาเรื่องเขตแดนผ่านกลไก JBC และ GBC รวมถึงร่วมมือปราบปรามแก๊งคอลเซนเตอร์และสแกมเมอร์ โดยย้ำว่าทั้งสองประเทศต้องการรักษาสันติภาพและลดความตึงเครียดร่วมกัน
เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?
Thai PBS Verify ตรวจสอบพบว่า โพสต์ไวรัลบน Threads ที่กล่าวอ้างว่า อังคณา นีละไพจิตร สว. ระบุว่า “ฝนเริ่มตกแล้ว คนกัมพูชาเดือดร้อนมาก ๆ คนไทยควรช่วยสร้างบ้าน” ตรวจสอบแล้วเป็นข้อมูลเท็จ โดยไม่พบหลักฐานหรือรายงานการให้สัมภาษณ์ตามคำกล่าวอ้างดังกล่าว
นอกจากนี้ด้านอังคณายืนยันกับ Thai PBS Verify โดยตรงว่าไม่เคยพูดข้อความนี้ พร้อมระบุว่าเป็น “ข่าวปลอม”
ขณะที่สถานการณ์ไทย–กัมพูชาล่าสุด ทั้งสองฝ่ายยังเดินหน้าใช้กลไกทางการทูตและการเจรจาเพื่อลดความตึงเครียด
กระบวนการตรวจสอบ
1.ค้นหาด้วยคำสำคัญ: จากการค้นหาด้วยคำสำคัญเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ไม่พบรายงานหรือหลักฐานว่า นางอังคณา ออกมาเคลื่อนไหวและไม่พบข้อมูลการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อตามข้อความที่ถูกกล่าวอ้าง
2.สัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องโดยตรง: Thai PBS Verify ได้โทรศัพท์สอบถามไปยัง นางอังคณา โดยเจ้าตัวยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นข่าวปลอม
ผลกระทบจากการได้รับข้อมูลนี้
1.สร้างความเข้าใจผิดต่อบุคคลที่ถูกกล่าวอ้าง การนำชื่อ อังคณา นีละไพจิตร ไปผูกกับข้อความที่ไม่เคยพูด อาจทำให้ประชาชนเข้าใจจุดยืนทางการเมืองหรือทัศนคติของบุคคลนั้นผิดไปจากความจริง และกระทบต่อความน่าเชื่อถือในระยะยาว
2.กระตุ้นความขัดแย้งทางสังคมและอารมณ์ร่วม ประเด็นไทย–กัมพูชาเป็นเรื่องอ่อนไหว การเผยแพร่ข้อความลักษณะนี้อาจกระตุ้นอารมณ์โกรธ ความไม่พอใจ หรือการแบ่งฝ่ายในสังคม โดยเฉพาะเมื่อข้อความถูกตัดตอนหรือใส่ถ้อยคำปลุกเร้า
3.ทำให้ข้อมูลจริงถูกกลบด้วยกระแสไวรัล เมื่อข่าวปลอมถูกแชร์จำนวนมาก ผู้คนอาจให้ความสนใจกับข้อความที่กระตุ้นอารมณ์ มากกว่าข้อเท็จจริงจากหน่วยงานทางการหรือสื่อที่ตรวจสอบแล้ว ส่งผลให้การรับรู้ของสังคมคลาดเคลื่อน
4.เพิ่มความเสี่ยงต่อการแชร์ข้อมูลผิดซ้ำต่อเนื่อง โพสต์ที่ใช้ข้อความสั้น กระแทกอารมณ์ และอ้างชื่อบุคคลสาธารณะ มักถูกแชร์ต่ออย่างรวดเร็ว แม้ไม่มีหลักฐานรองรับ ทำให้ข้อมูลผิดแพร่กระจายกว้างและแก้ไขความเข้าใจย้อนหลังได้ยาก
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
1.ตรวจสอบว่ามีแหล่งข่าวต้นทางหรือไม่
หากโพสต์อ้างคำพูดบุคคลสาธารณะ ควรตรวจสอบว่ามีคลิปสัมภาษณ์ ข่าวจากสื่อหลัก หรือแถลงการณ์อย่างเป็นทางการรองรับหรือไม่ ไม่ควรเชื่อเพียงภาพพร้อมข้อความ
2.ค้นหาด้วยคำสำคัญเพิ่มเติมก่อนแชร์
ลองค้นหาชื่อบุคคลร่วมกับประโยคที่ถูกกล่าวอ้าง เพื่อดูว่ามีสื่อใดรายงานตรงกันหรือไม่ หากไม่พบข้อมูลจากหลายแหล่ง อาจเป็นสัญญาณของข่าวปลอม
3.ระวังโพสต์ที่ใช้ถ้อยคำปลุกอารมณ์
ข้อความที่ออกแบบมาให้โกรธ ตกใจ หรือรู้สึกขัดแย้งทันที มักถูกใช้เพื่อดึงการมีส่วนร่วมบนโซเชียล ควรหยุดอ่านและตรวจสอบก่อนตอบสนองทางอารมณ์
4.ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานหรือสื่อที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง
กรณีประเด็นอ่อนไหวด้านการเมืองหรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ควรอ้างอิงข้อมูลจากหน่วยงานรัฐ สื่อวิชาชีพ หรือทีมตรวจสอบข้อเท็จจริง
5.หลีกเลี่ยงการแชร์ต่อ แม้ยังไม่แน่ใจว่าเท็จหรือจริง
การแชร์ข่าวปลอมต่ออาจยิ่งช่วยกระจายข้อมูลผิดให้กว้างขึ้น หากยังตรวจสอบไม่ได้ ควรงดส่งต่อจนกว่าจะมีข้อมูลยืนยันชัดเจน








