ข่าว “ตำรวจปลอมตัวเป็นแดนเซอร์จับกุมผู้ต้องหา” ตรวจสอบแล้วถูกสร้างจาก AI

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของข่าวปลอมจาก: Facebook
รายงานข่าวพร้อมข้อความระบุว่า รวบคาชุดหางเครื่อง! ตำรวจ สภ.ท่าหลวง ปลอมตัวเป็นแดนเซอร์จับพ่อค้ายา ไวรัลดังไกลทั่วโลก
Thai PBS Verify พบเพจเฟซบุ๊กรายการข่าวของสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง โพสต์คลิปวิดีโอรายงานข่าวพร้อมข้อความระบุว่า
รวบคาชุดหางเครื่อง! ตำรวจ สภ.ท่าหลวง ปลอมตัวเป็นแดนเซอร์จับพ่อค้ายา ไวรัลดังไกลทั่วโลก
สร้างความฮือฮาไปทั่วโลกเมื่อเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ท่าหลวง จังหวัดลพบุรี ปรับกลยุทธ์ขั้นสุดด้วยการเช่าชุดหางเครื่องมาสวมใส่และทำทีซ้อมเต้น เพื่อพรางตัวเข้าจับกุม นายเมฆา พ่อค้ายาเสพติดที่มักมีหูตาไวและหลบหนีได้เสมอ
เมื่อถึงหน้าบ้านเป้าหมาย ตำรวจได้บุกจู่โจมขณะผู้ต้องหากำลังเพลิดเพลินกับการเสพยาและเล่นพนันออนไลน์จนไม่ทันระวังตัว จากการตรวจค้นพบของกลางเป็นยาบ้า 53 เม็ด ถุงแบ่งบรรจุ 211 ถุง และโทรศัพท์มือถือ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ขณะที่เนื้อหาของข่าวดังกล่าวได้กล่าวถึงผลงานอันสร้างสรรค์ของ ตำรวจ สภ.ท่าหลวง ที่ได้รับคำชื่นชมไปทั่วโลกจากการวางแผนเข้าจับกุม เอเย่นต์ค้ายาเสพติด รายสำคัญที่เข้าถึงตัวได้ยาก เพื่อให้ปฏิบัติการครั้งนี้สำเร็จ เจ้าหน้าที่ได้ทำการ ปลอมตัวเป็นหางเครื่อง โดยมีการเช่าชุดและฝึกซ้อมเต้นอย่างจริงจังจนสามารถแฝงตัวเข้าไปในวงดนตรีของเป้าหมายได้อย่างแนบเนียน เมื่อสบโอกาสทีมสืบสวนจึงแสดงตัวเข้าจับกุมพร้อมยึดของกลางเป็น ยาบ้าและยาอี จำนวนมากรวมถึงโทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการกระทำความผิด แผนการที่ชาญฉลาดภายใต้การนำของ ผู้กำกับการสถานี ช่วยให้ภารกิจที่มีความเสี่ยงสูงจบลงด้วยความสำเร็จและสามารถนำตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ในที่สุด
โดยคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา
ภาพตำรวจปลอมตัวเป็นแดนเซอร์จริงหรือไม่ ?
เรานำภาพดังกล่าวมาตรวจสอบด้วยการตรวจสอบภาพย้อนกลับของ Google Lens ซึ่งในส่วนของข้อมูลเกี่ยวกับภาพนี้ ระบุเอาไว้ว่า ภาพดังกล่าวถูกสร้างด้วย AI ของ Google
ผลการตรวจสอบภาพย้อนกลับพบข้อมูลเกี่ยวกับภาพนี้ ระบุเอาไว้ว่า ภาพดังกล่าวถูกสร้างด้วย AI ของ Google
นอกจากนี้เมื่อนำภาพดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ AI จาก Hive Moderation พบว่า ภาพดังกล่าวมีแนวโน้มถูกสร้างด้วย AI สูงถึง 99.8%
ผลการตรวจสอบภาพ AI พบว่ามีโอกาสที่ภาพนี้จะถูกสร้างจาก AI สูงถึง 99.8%
ตำรวจปลอมตัวเป็นแดนเซอร์เข้าจับกุมคนร้ายจริงหรือไม่ ?
เราตรวจสอบภาพย้อนกลับด้วย Google Lens พบว่า ภาพดังกล่าวถูกนำมาจากเพจเฟซบุ๊กของ สถานีตำรวจภูธรท่าหลวง ลพบุรี ซึ่งได้โพสต์ภาพการจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลาง โดยข้อความในโพสต์ดังกล่าวระบุว่า
“ไม่อยากออกจับหรอก เปลืองค่าเช่าชุด”
ชุดสืบสวน สภ.ท่าหลวง ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ปานเทพ ปาณะดิษ ผกก.สภ.ท่าหลวง นำโดย พ.ต.ท.คฑาวุธ กิจประสงค์ รอง ผกก.สส.สภ.ท่าหลวง พ.ต.ท.มานะชัย ใจเอื้อ สว.สส.สภ.ท่าหลวง พร้อมชุดสืบสวน ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหา จำนวน 1 ราย 1 คน ดังนี้
1. นาย เมฆา ฟ้าเเว็ปแว็ป
พร้อมด้วยของกลาง
1.ยาบ้า จำนวน 53 เม็ด
2.ถุงพลาสติกใสแบบกดปิดดึงเปิด จำนวน 211 ถุง
3.โทรศัพท์ จำนวน 1 เครื่อง
โดยกล่าวหาว่า จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย , ร่วมกันเล่นการพนัน (สล็อตแมชชีน) ผ่านสื่อออนไลน์ เพื่อพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต
นำตัวผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป
ภาพโพสต์ต้นฉบับจากเพจเฟซบุ๊กสถานีตำรวจภูธรท่าหลวง ลพบุรี
โพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยมียอดผู้แสดงความรู้สึกไปกว่า 1,400 ครั้ง รวมถึงถูกแชร์ไปกว่า 146 ครั้ง ซึ่งโพสต์ดังกล่าวยังได้ถูกสำนักข่าวต่างประเทศนำไปรายงานข่าวอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ Expressen ซึ่งเป็นสื่อสำนักข่าวรายวันสัญชาติสวีเดน รวมถึง The Telegraph จากอังกฤษ ก็นำเรื่องดังกล่าวไปรายงานด้วยเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตามเพจดังกล่าวได้โพสต์ข้อมูลเพิ่มเติมภายหลังเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยระบุว่า
ของแท้อยู่นี้นะครับทุกคน มันคือ AI นะครับ แจ้งเพื่อทราบครับ
เพจเฟซบุ๊กสถานีตำรวจภูธรท่าหลวง ลพบุรี โพสต์ยืนยันว่าภาพดังกล่าวถูกสร้างจาก AI
ตำรวจยืนยันการจับกุมเป็นไปตามปกติไม่มีการเรียนเต้นเพื่อแฝงตัว
Thai PBS Verify ได้สอบถามไปยังผู้ดูแลเพจดังกล่าวคือ ส.ต.อ.รัชต มิตรสุริพงษ์ ได้เปิดเผยว่า
ภาพการจับกุมดังกล่าวเป็นภาพที่สร้างจาก AI เพื่อสร้างความสนใจให้กับประชาชน เพราะเพจของสถานีตำรวจแห่งนี้เพิ่งถูกสร้างได้ไม่นาน จึงมีแนวคิดที่จะสร้างภาพในลักษณะนี้ขี้น ซึ่งถือว่าได้รับผลตอบรับอย่างดี
ส่วนกรณีการจับกุมนั้น ยืนยันว่ามีการจับกุมเกิดขึ้นจริง แต่ภาพที่เห็นเป็นภาพที่สร้างจาก AI และไม่ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ไปอบรมการเต้น หรือแฝงตัวเข้าไปเป็นแดนเซอร์ในวงดนตรีแต่อย่างใด เป็นเพียงการวางแผนจับกุมตามปกติเพียงเท่านั้น
เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?
จากกรณีที่มีเพจเฟซบุ๊กรายการข่าวของสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง เผยแพร่คลิปวิดีโอ (เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569) ระบุว่าชุดสืบสวน สภ.ท่าหลวง จังหวัดลพบุรี ปรับกลยุทธ์ขั้นสุดด้วยการเช่าชุดหางเครื่องมาสวมใส่และฝึกซ้อมเต้นอย่างจริงจัง เพื่อแฝงตัวเข้าไปในวงดนตรีและบุกจับกุม “นายเมฆา” เอเย่นต์ค้ายาเสพติดรายสำคัญ จนกลายเป็นกระแสฮือฮาและสำนักข่าวต่างประเทศนำไปรายงานข่าวนั้น “ข้อเท็จจริงคือ เรื่องราวการเรียนเต้นและแฝงตัวเป็นแดนเซอร์เป็นข้อมูลเท็จ ส่วนภาพประกอบนั้นเป็นภาพที่สร้างขึ้นจาก AI” โดยมีรายละเอียดเรื่องจริงดังนี้
-
มีการจับกุมคนร้ายจริง: ชุดสืบสวน สภ.ท่าหลวง ได้บุกจับกุมผู้ต้องหาชื่อ นายเมฆา พร้อมของกลางยาบ้า 53 เม็ด ถุงแบ่ง 211 ถุง และโทรศัพท์มือถือ ในข้อหาจำหน่ายยาเสพติดและเล่นพนันออนไลน์จริง เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569
-
ไม่มีการปลอมตัวเป็นแดนเซอร์: เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่า ไม่ได้เช่าชุดหางเครื่อง หรือส่งทีมสืบสวนไปฝึกซ้อมเต้นเพื่อแฝงตัวแต่อย่างใด ปฏิบัติการบุกชาร์จตัวเข้าจับกุมเป็นไปตามแผนยุทธวิธีและขั้นตอนมาตรฐานตามปกติ
-
ภาพแดนเซอร์เป็นเรื่องสมมติจาก AI: ทางเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของ “สถานีตำรวจภูธรท่าหลวง ลพบุรี” เป็นผู้ผลิตภาพตำรวจใส่ชุดแดนเซอร์นี้ขึ้นมาเองโดยใช้โปรแกรม AI พร้อมลงแคปชันขำขันว่า “ไม่อยากออกจับหรอก เปลืองค่าเช่าชุด” เพื่อหวังสร้างสีสันและดึงดูดความสนใจจากประชาชน
กระบวนการตรวจสอบ
-
การตรวจสอบภาพย้อนกลับ (Reverse Image Search): นำภาพตำรวจในชุดแดนเซอร์ไปสืบค้นผ่าน Google Lens พบว่า ข้อมูลเกี่ยวกับรูปภาพนี้ ระบุชัดเจนว่าภาพนี้ ถูกสร้างด้วยเทคโนโลยี AI ของ Google นอกจากนี้ยังพบว่าภาพดังกล่าวมีต้นตอมาจากเพจเฟซบุ๊กทางการของ สภ.ท่าหลวง ลพบุรี เอง
-
การตรวจจับภาพ AI (AI Detection): เมื่อส่งภาพเข้าไปวิเคราะห์ผ่านเครื่องมือ Hive Moderation ผลลัพธ์คะแนนออกมาชี้ชัดว่า ภาพดังกล่าวมีแนวโน้มถูกสร้างด้วย AI สูงถึง 99.8%
-
สอบถามหน่วยงานโดยตรง (Official Verification): ทีมข่าวได้ติดต่อไปยัง ส.ต.อ.รัชต มิตรสุริพงษ์ ผู้ดูแลเพจ สภ.ท่าหลวง ซึ่งได้เปิดเผยความจริงว่า เนื่องจากเพจของสถานีตำรวจเพิ่งเปิดใหม่ แอดมินจึงมีแนวคิดนำ AI มาสร้างภาพแนวขำขัน เพื่อสร้างการรับรู้และความสนใจให้ประชาชนเข้ามาติดตามเพจ ซึ่งได้ผลตอบรับดีมากจนสื่อต่างประเทศอย่าง Expressen (สวีเดน) และ The Telegraph (อังกฤษ) นำไปรายงานข่าว แต่ต่อมาเมื่อเกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง ทางเพจจึงได้โพสต์ชี้แจงความจริงเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ว่า “ของแท้อยู่นี้นะครับทุกคน มันคือ AI นะครับ แจ้งเพื่อทราบครับ”
ผลกระทบของข้อมูลเท็จนี้
-
เกิดความเข้าใจผิดในกระบวนการทำงานของตำรวจ: การที่สถานีโทรทัศน์นำภาพ AI ไปรายงานต่อในฐานะ “ข่าวจริง” โดยไม่ตรวจสอบ ทำให้ผู้รับสารเข้าใจผิดว่าตำรวจไทยใช้วิธีเช่าชุดและเรียนเต้นเพื่อแฝงตัวจริง ๆ ซึ่งเป็นการเผยแพร่ข่าวเท็จออกไปในวงกว้าง
-
สำนักข่าวหลักตกเป็นเครื่องมือกระจาย Fake News: ปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่า แม้แต่สำนักข่าวระดับประเทศและต่างประเทศก็สามารถตกเป็นเหยื่อของภาพ AI ที่ไม่มีการประทับตราลายน้ำเตือนใจ (Watermark) จนนำไปรายงานบิดเบือนบริบท (Miscontextualized) ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของสื่อมวลชนเอง
-
ความง่ายในการหลอกลวงด้วยภาพสมจริง: แสดงให้เห็นว่าภาพจาก Gen-AI มีความแนบเนียนสูงมาก หากถูกนำมาใช้โดยขาดการกำกับดูแลหรือไม่มีข้อความระบุชัดเจนแต่แรก จะสามารถปั่นกระแสให้กลายเป็นไวรัลระดับโลกและสร้างความปั่นป่วนทางข้อมูลได้ในเวลาไม่กี่วัน
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
-
อย่าเพิ่งเชื่อข่าวแนวแปลกประหลาด: ข่าวประเภทตำรวจทำเรื่องเหนือความคาดหมาย เช่น การแต่งชุดแดนเซอร์ไปซ้อมเต้นเพื่อจับยาเสพติด ให้ตั้งข้อสังเกตไว้ก่อนว่าอาจเป็นมุกตลก (Satire) หรือภาพล้อเลียน
-
สังเกตรายละเอียดและสัดส่วนในภาพ: ภาพที่สร้างจาก AI มักจะมีจุดบกพร่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น นิ้วมือคน รอยพับเสื้อผ้าที่ดูเรียบเนียนเกินไป หรือป้ายตัวอักษรด้านหลังที่เบลอและอ่านไม่ออก
-
เช็กโพสต์ต้นฉบับเพื่อดูบริบท: หากข่าวอ้างว่ามาจากเพจของหน่วยงาน (เช่น สภ.ท่าหลวง) ให้กดเข้าไปดูที่หน้าเพจโดยตรง เพราะบ่อยครั้งที่หน่วยงานจะมีการโพสต์ชี้แจงเพิ่มเติมหรือเฉลยในคอมเมนต์ว่าสะท้อนเรื่องตลกหรือภาพ AI
-
หยุดแชร์ข่าวที่ไม่มีการยืนยันประเภทภาพ: สื่อมวลชนและผู้ใช้โซเชียลควรเพิ่มความระมัดระวัง หากไม่มั่นใจว่าภาพนั้นเป็นเหตุการณ์จริงหรือ AI ให้งดการใส่ข้อความยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง และร่วมกันกดรายงาน (Report)











