Profile icon

ข่าวจริง “หอพัก-อะพาร์ตเมนต์” ห้ามเก็บ “ค่าน้ำ-ค่าไฟ” เกินจริง! ห้ามเก็บค่าเช่าล่วงหน้า-เงินประกันรวมกันเกิน 3 เดือน

ข่าวจริงDateClock icon09:00|สังคมและสุขภาพ
อย่าปล่อยให้หอพักโกง! Thai PBS Verify เช็กแล้ว ยืนยัน สคบ. ประกาศควบคุมสัญญาใหม่ ค่าน้ำ-ค่าไฟ ต้องเก็บตามจริง เช็กวิธีเก็บหลักฐานใบเสร็จและช่องทางแจ้งความดำเนินคดีได้ที่นี่

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของข่าวจาก: Youtube

คลิประบุ สคบ.เตือนหอพักอพาร์ทเมนต์ ห้ามเก็บ “ค่าน้ำ-ค่าไฟ” เกินจริง! ห้ามเก็บค่าเช่าล่วงหน้า-เงินประกันรวมกันเกิน 3 เดือน

Thai PBS Verify พบ คลิปจากช่องยูทูบที่ชื่อ ถามอีก กับอิก – EIG – Earn Invest Grow ที่โพสต์คลิป พร้อมระบุข้อความว่า

สคบ.เตือนหอพักอพาร์ทเมนต์ ห้ามเก็บ “ค่าน้ำ-ค่าไฟ” เกินจริง! ห้ามเก็บค่าเช่าล่วงหน้า-เงินประกันรวมกันเกิน 3 เดือน

โดยคลิปดังกล่าวถูกโพสต์เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 69 ที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากถูกเผยแพร่มีผู้เข้าชมไปกว่า 5,200 ครั้ง

ค่าน้ำ-ค่าไฟ ห้ามเก็บเกินจริง ห้ามเก็บค่าเช่าล่วงหน้าเกิน 3 เดือนจริงหรือไม่ ?

จากการค้นหาคำสำคัญ เราพบข่าวจาก สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ที่เผยแพร่ข่าว “ศุภมาส” ลุยตรวจอะพาร์ตเมนต์อุดรฯ ขยายผลปราบสัญญาเช่าเอาเปรียบ ย้ำค่าน้ำค่าไฟต้องเก็บตามจริง เงินประกันต้องคืนใน 7 วัน ไว้เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 69 ที่ผ่านมา ระบุว่า

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยเลขาธิการ สคบ. และหน่วยงานท้องถิ่น ลงพื้นที่ตรวจเชิงรุกธุรกิจหอพักและอะพาร์ตเมนต์ให้เช่าใน อ.เมือง จ.อุดรธานี เพื่อขยายผลจากกรุงเทพฯ หลังพบปัญหาผู้เช่าโดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานและนักศึกษา ถูกเอาเปรียบเรื่องการคิดค่าน้ำค่าไฟสูงเกินจริง การริบเงินประกัน และสัญญาที่ไม่เป็นธรรม

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยเลขาธิการ สคบ. และหน่วยงานท้องถิ่น ลงพื้นที่ตรวจเชิงรุกธุรกิจหอพักและอะพาร์ตเมนต์ให้เช่าใน อ.เมือง จ.อุดรธานี

ทั้งนี้ สคบ. ได้เน้นย้ำถึงประกาศควบคุมสัญญา พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว โดยมีกฎเหล็กสำคัญดังนี้

  • ค่าน้ำและค่าไฟ: ต้องเรียกเก็บไม่เกินอัตราที่การไฟฟ้าและการประปาเรียกเก็บจากผู้ประกอบธุรกิจ และต้องระบุวิธีคำนวณในสัญญาชัดเจน
  • เงินประกันและค่าเช่าล่วงหน้า: ห้ามเรียกเก็บรวมกันเกิน 3 เดือนของค่าเช่ารายเดือน และต้องคืนเงินประกันภายใน 7 วันหลังสิ้นสุดสัญญาหากไม่มีทรัพย์สินเสียหาย
  • บทลงโทษ: หากผู้ประกอบธุรกิจไม่จัดทำสัญญาตามแบบที่ถูกต้อง มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ยังระบุว่า กฎหมายควบคุมสัญญานี้บังคับใช้กับอะพาร์ตเมนต์ (มีเจ้าของรายเดียว) แต่ไม่รวมถึงคอนโดมิเนียม (มีเจ้าของร่วมและนิติบุคคล) ส่วนค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าจอดรถ หรือค่าส่วนกลาง ต้องระบุในสัญญาให้ชัดเจน ไม่ซ้ำซ้อน พร้อมเตือนผู้เช่าให้ตรวจสอบสัญญาและเก็บใบเสร็จไว้เป็นหลักฐาน หากถูกเอาเปรียบสามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 หรือศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัด ซึ่ง สคบ. จะเดินหน้าขยายผลตรวจเข้มงวดทั่วประเทศต่อไป

หากพบ หรือ อาศัยอยู่ ในหอพักที่กำลังทำผิดต้องทำอย่างไร ?

หากผู้เช่าพบว่าหอพักหรืออะพาร์ตเมนต์ที่ตนเองอาศัยอยู่กำลังทำผิดกฎหมาย หรือเอาเปรียบเรื่องการเก็บค่าน้ำ-ค่าไฟ และเงินประกัน สคบ. ได้ให้คำแนะนำและวิธีรับมือไว้ดังนี้

  • ตรวจสอบและเก็บหลักฐาน: ผู้เช่าควรตรวจสอบรายละเอียดในสัญญาเช่าอย่างรอบคอบ และต้องเก็บ “ใบเสร็จรับเงิน” หรือหลักฐานการโอนเงินในแต่ละเดือนเอาไว้เป็นหลักฐานสำคัญ
  • ช่องทางการร้องเรียน: หากยืนยันได้ว่าถูกเอาเปรียบจริง สามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนได้ที่ สายด่วน สคบ. 1166 หรือติดต่อที่ ศูนย์ดำรงธรรม ได้ทุกจังหวัดทั่วประเทศ

เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?

เป็นข้อมูลจริงและถูกต้องตามกฎหมาย: ข้อความจากคลิปวิดีโอของช่องยูทูบ “ถามอีก กับอิก – EIG – Earn Invest Grow” ที่ระบุว่า สคบ. ประกาศห้ามหอพักและอะพาร์ตเมนต์เก็บค่าน้ำ-ค่าไฟเกินจริง และห้ามเก็บค่าเช่าล่วงหน้ารวมกับเงินประกันเกิน 3 เดือนนั้น เป็นข้อมูลจริง 100% ไม่ใช่ข้อมูลเท็จแต่อย่างใด

กฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว: ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับ ประกาศควบคุมสัญญา พ.ศ. 2568 ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ซึ่งมีผลบังคับใช้เรียบร้อยแล้ว โดยกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจอะพาร์ตเมนต์ (มีเจ้าของรายเดียว) ต้องเก็บค่าน้ำ-ค่าไฟไม่เกินอัตราที่การไฟฟ้าและการประปาเรียกเก็บจริง และต้องคืนเงินประกันภายใน 7 วันหลังสิ้นสุดสัญญาหากไม่มีทรัพย์สินเสียหาย หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

การตรวจสอบด้วยคำสำคัญและการทวนสอบเอกสารราชการ: ทีมงานได้นำคำสำคัญ (Keywords) จากในคลิปไปสืบค้นและพบข้อมูลอย่างเป็นทางการจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เผยแพร่เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ยืนยันตรงกันว่า นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจเชิงรุกธุรกิจหอพักใน อ.เมือง จ.อุดรธานี เพื่อกวดขัน และเน้นย้ำกฎเหล็กตามประกาศควบคุมสัญญาฉบับดังกล่าวจริง เพื่อคุ้มครองกลุ่มคนทำงานและนักศึกษาไม่ให้ถูกเอาเปรียบ

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน