โพสต์อ้างข่าวด่วน ! “ญี่ปุ่น” เผย “เกาหลีเหนือ” ยิงขีปนาวุธ พบใช้ภาพในอิหร่าน อ้างเหตุในญี่ปุ่น

DateClock icon19:47|รอบโลก
ข่าวลวง ! คลิปอ้างเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธถล่มญี่ปุ่น พบแท้จริงนำภาพเหตุการณ์ในอิหร่านมาสวมรอยปั่นกระแส

Thai PBS Verify พบที่มาของข่าวปลอมจาก: X

โพสต์อ้างสำนักงานนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นระบุเกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธต้องสงสัย

Thai PBS Verify พบผู้ใช้บัญชี X ชื่อ China V โพสต์คลิปเมืองที่ได้รับความเสียหายพร้อมข้อความระบุว่า

Office of the Prime Minister of Japan: North Korea has launched a suspected ballistic missile! .🇯🇵🚀

เมื่อนำข้อความดังกล่าวไปแปลเป็นข้อความภาษาไทยโดยใช้ Google Translate ระบุว่า

สำนักงานนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น: เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธต้องสงสัย!

โพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 69 ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เข้าชมไปกว่า 253,000 ครั้ง

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบพบว่า บัญชีดังกล่าวถูกสร้างเมื่อเดือน ธ.ค. 68 ที่ผ่านมา มีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เอเชียตะวันตก รวมถึงเปลี่ยนชื่อไปแล้วถึง 6 ครั้ง

ภาพบันทึกหน้าจอแสดงความโปรงใสของบัญชี

เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?

  • ภาพในคลิปไม่ใช่เหตุการณ์ในญี่ปุ่นหรือเกาหลีเหนือ: ภาพเมืองที่ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงซึ่งปรากฏในคลิปวิดีโอ ไม่ใช่ภาพการโจมตีหรือผลกระทบจากการยิงขีปนาวุธใส่ประเทศญี่ปุ่น แต่เป็น ภาพการโจมตีทางอากาศต่อคลังน้ำมันในกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน

  • เหตุการณ์ยิงขีปนาวุธจริงเกิดขึ้นคนละบริบท: ข้อมูลจากคณะเสนาธิการร่วมเกาหลีใต้ (JCS) และกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น ระบุว่า เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธวิถีโค้งจากบริเวณเมืองวอนซาน (Wonsan) ลงสู่ทะเลตะวันออก (ทะเลญี่ปุ่น) ซึ่งเป็นการยิงทดสอบลงทะเล ไม่ได้เป็นการยิงถล่มใส่เมืองของญี่ปุ่นจนได้รับความเสียหายตามภาพคลิปวิดีโอที่นำมาอ้างแต่อย่างใด

  • เป็นบัญชีปั่นกระแสที่มีประวัติไม่น่าไว้วางใจ: บัญชี X ที่โพสต์ข้อมูลดังกล่าวใช้ชื่อว่า China V ถูกสร้างขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม 2025 (พ.ศ. 2568) มีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เอเชียตะวันตก และพบประวัติเปลี่ยนชื่อบัญชีมาแล้วถึง 6 ครั้ง ซึ่งเป็นพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงของบัญชีที่ถูกสร้างมาเพื่อสร้างข่าวปลอมปั่นกระแส (Disinformation)

ภาพเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธจริงหรือไม่ ?

เรานำคลิปดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยการตรวจสอบภาพย้อนกลับผ่านเว็บไซต์ Google Lens พบภาพดังกล่าวไปตรงกับข่าวการโจมตีทางอากาศต่อคลังน้ำมันในกรุงเตหะราน เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2026 โดยสถานีวิทยุและโทรทัศน์สาธารณะของแคนาดา ซึ่งได้เผยแพร่ข่าวนี้เอาไว้ตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค. 69

ภาพจากโพสต์ปลอม (ซ้าย) เปรียบเทียบกับ ภาพจากข่าวการโจมตีกรุงเตหะรานเมื่อวันที่ 7 มี.ค. 69 (ขวา)

เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธใส่ญี่ปุ่นจริงหรือไม่ ?

จากการค้นหาด้วยคำสำคัญ เราพบรายงานข่าวจาก Thai PBS รายงานเรื่อง คณะเสนาธิการร่วมเกาหลีใต้ (JCS) และกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น รายงานว่า เกาหลีเหนือได้ทำการยิงขีปนาวุธวิถีโค้งจากบริเวณ เมืองวอนซาน (Wonsan) ซึ่งอยู่ทางชายฝั่งตะวันออกของประเทศ เมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น มุ่งหน้าลงสู่ทะเลตะวันออก (ทะเลญี่ปุ่น)

คลิปรายงานข่าวการยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

  1. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของบัญชีผู้โพสต์ (Account Transparency Check):

    • ตรวจสอบประวัติของบัญชี China V พบว่าเพิ่งสร้างขึ้นได้ไม่นาน

    • มีที่ตั้งอยู่ในเอเชียตะวันตก แต่โพสต์ประเด็นความมั่นคงในเอเชียตะวันออก

    • มีประวัติการเปลี่ยนชื่อบัญชีถี่ถึง 6 ครั้ง สอดคล้องกับพฤติกรรมของบัญชีรับจ้างปั่นข่าวหรือบัญชีสแปม

  2. ตรวจสอบภาพวิดีโอย้อนกลับ (Reverse Image Search):

    • นำภาพนิ่งจากคลิปไปสืบค้นย้อนกลับผ่าน Google Lens

    • พบว่าภาพดังกล่าวตรงกับรายงานข่าวของสถานีวิทยุและโทรทัศน์สาธารณะของแคนาดา (CBC) ที่เผยแพร่ไว้

    • ข้อมูลยืนยันชัดเจนว่าเป็น เหตุการณ์โจมตีทางอากาศต่อคลังน้ำมันในกรุงเตหะราน เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2026 (พ.ศ. 2569) จึงเป็นการนำคลิปเหตุการณ์อื่นมาสวมรอยตัดต่อเข้ากับข่าวใหม่

  3. ทวนสอบข้อมูลเหตุการณ์จริงจากรายงานสถานการณ์การทหาร (Cross-Checking Official News):

    • ตรวจสอบรายงานข่าวกรองและการแถลงข่าวจริงจาก Thai PBS

    • ยืนยันว่าเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธวิถีโค้งตกในพื้นที่ทะเลตะวันออกจริง ไม่ได้ยิงใส่พื้นที่เมืองหรือบ้านเรือนประชาชนตามภาพในคลิปแต่อย่างใด

ผลกระทบของข้อมูลเท็จนี้

  • สร้างความตื่นตระหนกระดับสากล: การนำภาพเมืองถูกทำลายอย่างรุนแรงมาประกอบข้อความเกี่ยวกับขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ ทำให้คนอ่านเข้าใจผิดว่าเกิดสงครามใหญ่หรือเกิดการโจมตีประเทศญี่ปุ่นโดยตรง จนสร้างความหวาดกลัวและตื่นตระหนกไปทั่วโลก (มีผู้เข้าชมสูงกว่า 253,000 ครั้ง)

  • ทำลายความน่าเชื่อถือของหน่วยงานรัฐ: การแอบอ้างชื่อ “สำนักงานนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น” (Office of the Prime Minister of Japan) ทำให้ประชาชนสับสนว่าเป็นการแถลงการณ์ภาวะฉุกเฉินจริงจากทางรัฐบาล ซึ่งส่งผลเสียต่อระบบการเตือนภัยภัยพิบัติและความมั่นคงของประเทศ

  • เป็นส่วนหนึ่งของสงครามข่าวสาร: การใช้บัญชีสวมรอยที่มีประวัติเปลี่ยนชื่อหลายครั้งสร้างข่าวลวงในประเด็นความมั่นคง มุ่งหวังดิสเครดิต บิดเบือนความจริง และสร้างความวุ่นวายในภูมิภาคเอเชียตะวันออก

Guidelinesข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?

  1. เช็กประวัติผู้โพสต์และบัญชีผู้ใช้: หากเจอข่าวใหญ่ระดับโลกจากบัญชีส่วนตัวในโซเชียลมีเดีย ให้กดดูความโปร่งใสของบัญชี (Account Transparency) หากพบว่าเป็นบัญชีสร้างใหม่ มีประวัติเปลี่ยนชื่อบ่อย หรือที่ตั้งไม่สอดคล้องกับเนื้อหา ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นข่าวปลอม

  2. ไม่ปักใจเชื่อเพียงแค่ตัวอักษรพาดหัว: ผู้สร้างข่าวปลอมมักอ้างชื่อหน่วยงานรัฐ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ควรทวนสอบกับเว็บไซต์ทางการหรือสำนักข่าวหลักเสมอ

  3. ใช้การค้นหาภาพย้อนกลับ: เมื่อพบวิดีโอหรือภาพการทำลายล้างที่น่าตกใจ ให้ลองแคปหน้าจอภาพนั้นไปค้นหาใน Google Lens เพื่อดูว่าภาพนั้นมาจากเหตุการณ์จริงใดในอดีต

  4. ยึดการรายงานจากสำนักข่าวหลักและหน่วยงานด้านความมั่นคง: ในกรณีข่าวการยิงขีปนาวุธหรือความขัดแย้งระหว่างประเทศ ควรติดตามจากสำนักข่าวที่น่าเชื่อถือ (เช่น Thai PBS, Reuters, NHK) หรือการแถลงทางการจากกระทรวงการต่างประเทศ/กระทรวงกลาโหมเป็นหลัก

  5. ไม่ส่งต่อ และกดรายงาน (Report) บัญชีปั่นข่าว: ห้ามกดรีทวีต (Repost) หรือแชร์ข่าวสารที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน เพราะจะเป็นการช่วยขยายวงความตื่นตระหนก และควรกดรายงานบัญชีผู้ใช้งานนั้นต่อแพลตฟอร์มเพื่อลดการแพร่กระจายของข่าวลวง

Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน

“ศรัทธาพยากรณ์อากาศ” เมื่อ “ความถูกใจ” ไม่สามารถวัดได้ด้วย “ความถูกต้อง”

“ศรัทธาพยากรณ์อากาศ” เมื่อ “ความถูกใจ” ไม่สามารถวัดได้ด้วย “ความถูกต้อง”

เกิดกระแสความตื่นตระหนกในโลกออนไลน์ หลังเพจพยากรณ์อากาศอิสระเตือนภัย "มหาอุทกภัย" ในภาคตะวันออกและกรุงเทพฯ ภายใน 120 ชั่วโมง จนกลายเป็นไวรัลสะเทือนโซเชียล อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน และนักวิชาการ ได้ออกมาโต้แย้งข้อมูลดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยมีฝนตกหนักจริง แต่ปริมาณน้ำยังห่างไกลจากมหาอุทกภัยปี 2554 อย่างสิ้นเชิง ปรากฏการณ์นี้สะท้อนภาพ "ศรัทธาพยากรณ์อากาศ" ที่เกิดขึ้นเมื่อความถูกใจของสังคมวิ่งนำความถูกต้องของข้อมูลวิชาการ

23 ก.ย. 69

Open article
ตรวจสอบข่าวปลอมทักเลย!