ภาพฝูงปลิงเต็มบ้านหลังน้ำลด แท้จริงสร้างจาก AI

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของภาพปลอมจาก Facebook

พบโพสต์อ้างภาพฝูงปลิงอยู่ในบ้านผู้ประสบภัย หลังน้ำลดจากเหตุการณ์น้ำท่วมปี 2569
ระบุ
บางบ้านตอนนี้ ปลิงเริ่มมาเยือนแล้วครับ!!! เวลาปลิงกัดจะปล่อยสารทำให้เลือดไหลไม่หยุด วิธีง่ายๆ และได้ผลดี คือใช้ยาฉุนในบุหรี่มวน หรือยาเส้น ชุบน้ำเปล่าแล้วบีบน้ำใส่ปากปลิงกัด เพื่อแกะปลิงออก ไม่ควรดึงตัวปลิงออกจากผิวหนังโดยตรง เพราะแผลจะฉีกขาด เลือดหยุดยาก และใช้กากยาเส้นที่หมาดๆ ปิดปากแผลที่ปลิงดูด เพื่อช่วยห้ามเลือดได้ครับ
โพสต์ดังกล่าวมียอดกดถูกใจ 6,200 ครั้ง และถูกแชร์ต่อ 913 ครั้ง เผยแพร่เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 69 ขณะเดียวกัน ยังพบสื่อที่นำภาพดังกล่าวไปนำเสนอ อาทิ ไทยรัฐ
ภาพฝูงปลิงในบ้านหลังน้ำท่วมลดเป็นภาพจริงหรือไม่
เมื่อนำภาพไปตรวจสอบย้อนกลับด้วย Google Lens เพื่อค้นหาแหล่งที่มา ยังไม่พบแหล่งที่มาของภาพที่ชัดเจน
จากนั้นนำภาพไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจภาพ AI จากเว็บไซต์ Hive Moderation ผลการตรวจสอบระบุว่า ภาพดังกล่าวมีแนวโน้มสร้างด้วย AI สูงถึง 99.9% และระบุว่าเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับการสร้างภาพคือ Gemini
จึงนำภาพดังกล่าวไปตรวจสอบลายน้ำดิจิทัล SynthID ผ่าน Gemini ซึ่งผลการตรวจสอบระบุว่า ภาพนี้ถูกสร้างหรืออาจถูกแก้ไขเพิ่มเติมด้วย AI ของ Google
นอกจากนี้ เมื่อนำภาพเดียวกันที่เผยแพร่จากบัญชีอื่นไปตรวจสอบด้วยวิธีเดียวกัน ก็พบผลการตรวจสอบว่ามีแนวโน้มถูกสร้างหรือดัดแปลงด้วย AI

ทั้งนี้ เมื่อนำภาพไปตรวจสอบเพิ่มเติมด้วยเครื่องมือตรวจจับภาพ AI จากเว็บไซต์ Sightengine พบว่าภาพมีแนวโน้มสร้างด้วย AI 99% ขณะที่เว็บไซต์ DeepAI ระบุผลการตรวจสอบว่าเป็นภาพปลอม
Sightengine พบว่าภาพมีแนวโน้มสร้างด้วย AI 99%
DeepAI ระบุผลการตรวจสอบว่าเป็นภาพปลอม
Thai PBS Verify ติดต่อเจ้าของเพจ “ปราจีนไทม์” เพื่อสอบถามที่มาของภาพดังกล่าว โดยเจ้าของเพจให้ข้อมูลว่า ไม่ทราบแหล่งที่มาของภาพอย่างชัดเจน และพบภาพดังกล่าวจากการแชร์ต่อกันมา
ผู้เชี่ยวชาญชี้พฤติกรรมปลิงในภาพมีความผิดปกติ
จากนั้นสอบถามไปยัง อ.ดร.กฤติยา ตรีวลัยรัตน์ อาจารย์ประจำภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นปลิงจริงหรือไม่ เนื่องจากคุณภาพของภาพที่ไม่ชัด แต่ให้ข้อสังเกตว่า หากพิจารณาจากพฤติกรรมตามธรรมชาติของปลิง ปลิงเป็นสัตว์น้ำ แม้สามารถอยู่บนบกได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่โดยทั่วไปจะไม่ปล่อยให้ตัวเองแห้ง เมื่อสภาพแวดล้อมแห้ง ปลิงอาจเกิดความเครียด จึงอาจพบการเคลื่อนที่ไปยังบริเวณที่มีความชื้นมากกว่า มากกว่าการไต่ขึ้นคานหรือกำแพงที่แห้ง
นอกจากนี้ ดร.กฤติยา ให้ข้อสังเกตว่า ในภาพมีบางตัวที่มีลักษณะคล้ายทาก โดยเห็นส่วนยื่นคล้ายก้านตา (eyestalk) 2 แฉก ซึ่ง โดยทั่วไปทากมักอาศัยอยู่ตามป่า พื้นดินโคลน หรือบริเวณที่มีความชื้นและพืชปกคลุม
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาตัวที่เกาะอยู่บนผนัง ลักษณะโดยรวมคล้ายปลิงมากกว่าทาก เนื่องจากทากมีส่วนยื่นคล้ายก้านตา (eyestalk) ที่เห็นได้ชัด ขณะที่ปลิงไม่มีลักษณะดังกล่าว
“ลักษณะการเกาะของปลิงในภาพค่อนข้างแปลก แม้ปลิงจะสามารถเกาะบนพื้นผิวแนวตั้งได้ แต่โดยทั่วไปไม่ชอบอยู่หรือเกาะบนบริเวณที่แห้ง”

ผู้เชี่ยวชาญชี้ ลักษณะโดยรวมคล้ายปลิงมากกว่าทาก โดยบริเวณที่วงสีแดงไม่พบลักษณะก้านตา (eyestalk) ซึ่งเป็นลักษณะที่พบในทาก จึงตั้งข้อสังเกตว่าไม่ใช่ทาก แต่รูปร่างคล้ายปลิง ลักษณะดังกล่าวอาจไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมตามธรรมชาติของปลิง จึงทำให้ภาพนี้ดูไม่สมเหตุสมผล
นอกจากนี้ ยังพบว่าภาพอื่น ๆ ที่เผยแพร่มาพร้อมกับภาพดังกล่าว

ซึ่งจากการค้นหาด้วยเครื่องมือ Whopostedwhat ของ Meta พบว่าภาพดังกล่าวเผยแพร่มาจากบัญชีผู้ใช้รายหนึ่ง เมื่อตรวจสอบข้อมูลความโปร่งใสของเพจ ไม่พบความผิดปกติ แต่พบว่าภาพดังกล่าวมีป้ายกำกับระบุว่าเป็นภาพที่สร้างด้วย AI
โพสต์จากบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง
ผลการตรวจสอบภาพ AI ระบุ สร้างจาก AI 98.5%
ผลการตรวจสอบภาพ AI ระบุ สร้างจาก AI 98.5%
ข้อมูลเพิ่มเติม
SynthID เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาโดย Google DeepMind สำหรับฝังลายน้ำดิจิทัลที่ตรวจจับได้ลงในเนื้อหาที่สร้างหรือแก้ไขด้วย AI เช่น ภาพ เสียง ข้อความ และวิดีโอ โดยสำหรับภาพ ลายน้ำจะถูกฝังในลักษณะที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และยังสามารถตรวจจับได้แม้ภาพจะผ่านการปรับแต่งบางรูปแบบ เช่น การครอป ย่อหรือขยาย หรือปรับสี SynthID ช่วยระบุว่าเนื้อหานั้นถูกสร้างหรือแก้ไขด้วย AI หรือไม่ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและช่วยให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบที่มาของเนื้อหาได้มากขึ้น
เรื่องจริงเป็นอย่างไร
ภาพฝูงปลิงที่อ้างว่าอยู่ในบ้านผู้ประสบภัยหลังน้ำลด เป็นภาพที่มีแนวโน้มสร้างหรือดัดแปลงด้วย AI โดยการตรวจสอบหลายวิธีให้ผลสอดคล้องกัน ทั้งเครื่องมือตรวจจับภาพ AI จากหลายเว็บไซต์ รวมถึงการตรวจสอบด้วย SynthID พบสัญญาณว่าเนื้อหาภาพถูกสร้างหรือแก้ไขด้วย AI ของ Google
นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านจุลชีววิทยา ให้ข้อสังเกตว่า ลักษณะการเกาะของตัวที่ปรากฏในภาพบนบริเวณที่แห้งไม่ค่อยสอดคล้องกับพฤติกรรมตามธรรมชาติของปลิง
กระบวนการตรวจสอบ
1.ตรวจสอบด้วย Google Lens: เมื่อนำภาพไปตรวจสอบย้อนกลับด้วย Google Lens เพื่อค้นหาแหล่งที่มา ยังไม่พบแหล่งที่มาของภาพที่ชัดเจน
2.ตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบ AI: จากนั้นนำภาพไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจภาพ AI จากเว็บไซต์ Hive Moderation ตรวจสอบลายน้ำดิจิทัล SynthID ผ่าน Geminiรวมทั้ง เครื่องมือตรวจจับภาพ AI จากเว็บไซต์ Sightengine และ DeepAI ระบุผลการตรวจสอบว่าเป็นภาพปลอม สร้างจาก AI
3.สอบถามผู้เชี่ยวชาญ: อ.ดร.กฤติยา ตรีวลัยรัตน์ อาจารย์ประจำภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อสังเกตว่า หากพิจารณาจากพฤติกรรมตามธรรมชาติของปลิง ปลิงเป็นสัตว์น้ำ แม้สามารถอยู่บนบกได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่โดยทั่วไปจะไม่ปล่อยให้ตัวเองแห้ง เมื่อสภาพแวดล้อมแห้ง ปลิงอาจเกิดความเครียด จึงอาจพบการเคลื่อนที่ไปยังบริเวณที่มีความชื้นมากกว่า มากกว่าการไต่ขึ้นคานหรือกำแพงที่แห้ง
ผลกระทบจากการได้รับข้อมูลนี้
1.ทำให้เข้าใจสถานการณ์หลังน้ำท่วมคลาดเคลื่อน
การนำภาพที่มีแนวโน้มสร้างหรือดัดแปลงด้วย AI มาอ้างว่าเป็นเหตุการณ์จริง อาจทำให้ผู้รับสารเข้าใจว่ามีฝูงปลิงจำนวนมากเข้าบ้านผู้ประสบภัยจริง ทั้งที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันแหล่งที่มาของภาพ
2.เพิ่มความตื่นตระหนกในช่วงเกิดภัยพิบัติ
ภาพสัตว์จำนวนมากเข้าบ้านอาจสร้างความกังวลให้กับผู้ประสบภัยหรือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม โดยเฉพาะผู้ที่กำลังเผชิญสถานการณ์จริงและต้องติดตามข้อมูลเพื่อดูแลความปลอดภัย
3.ทำให้ข้อมูลที่ไม่มีแหล่งที่มาชัดเจนถูกเผยแพร่ต่อเป็นวงกว้าง
เมื่อภาพถูกนำเสนอพร้อมข้อความอธิบายเหตุการณ์ อาจทำให้ผู้รับสารเข้าใจว่ามีแหล่งข่าวยืนยันแล้ว และตัดสินใจแชร์ต่อโดยไม่ได้ตรวจสอบที่มา
4.ทำให้ยากต่อการแยกแยะภาพเหตุการณ์จริงกับภาพ AI
เมื่อภาพ AI ถูกนำเสนอปะปนกับภาพข่าวจริง โดยไม่มีการระบุว่าเป็นภาพที่สร้างขึ้น อาจทำให้ผู้รับสารต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้นในการประเมินว่าเนื้อหาที่เห็นเป็นเหตุการณ์จริงหรือเป็นภาพที่สร้างขึ้นเพื่อประกอบเรื่องราว
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
1.อย่าเพิ่งเชื่อหรือแชร์จากภาพเพียงอย่างเดียว
หากภาพแสดงเหตุการณ์ผิดปกติ โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติ ควรตรวจสอบข้อมูลประกอบ เช่น สถานที่ วันเวลา ผู้ถ่ายภาพ หรือหน่วยงานที่ยืนยันเหตุการณ์ ก่อนส่งต่อ
2.ตรวจสอบแหล่งที่มาของภาพย้อนหลัง
สามารถใช้ Google Lens หรือเครื่องมือค้นหาภาพย้อนกลับอื่น ๆ เพื่อตรวจสอบว่าภาพเคยเผยแพร่ที่ใดมาก่อนหรือไม่ หากไม่พบต้นทาง ไม่ควรสรุปทันทีว่าเป็นภาพเหตุการณ์ปัจจุบัน
3.สังเกตความผิดปกติของภาพและใช้เครื่องมือตรวจ AI เป็นข้อมูลประกอบ ตรวจดูรายละเอียด เช่น รูปร่างของสัตว์ การเกาะพื้นผิว แสง เงา หรือส่วนประกอบที่ผิดธรรมชาติ และสามารถใช้เครื่องมือตรวจจับภาพ AI เพิ่มเติมได้ แต่ควรใช้หลายวิธีประกอบกัน เพราะผลจากเครื่องมือ AI detector ไม่ควรถือเป็นหลักฐานเพียงอย่างเดียว
4.ตรวจสอบข้อมูลกับแหล่งข่าวหรือหน่วยงานในพื้นที่
หากเป็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับน้ำท่วม ควรเปรียบเทียบกับประกาศจากหน่วยงานรัฐ หน่วยงานท้องถิ่น หรือสำนักข่าวที่มีข้อมูลจากพื้นที่จริง เพื่อดูว่ามีรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวหรือไม่
5.แยกภาพเหตุการณ์ออกจากคำแนะนำที่แนบมากับโพสต์
แม้ภาพจะเป็นภาพจริง ก็ไม่ได้หมายความว่าข้อความหรือคำแนะนำที่เขียนประกอบภาพจะถูกต้องทั้งหมด ควรตรวจสอบคำแนะนำด้านสุขภาพหรือการปฐมพยาบาลจากหน่วยงานสาธารณสุขหรือบุคลากรทางการแพทย์ก่อนนำไปปฏิบัติ โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับบาดแผลหรือสัตว์กัดต่อย
บทความที่เกี่ยวข้อง











