คลิปน้ำท่วมหนักนครสวรรค์ แท้จริงเป็นคลิปจำลองเหตุการณ์ด้วย AI

Thai PBS Verify ตรวจสอบพบแหล่งที่มาภาพปลอมจาก Facebook
2 ต.ค.69 – ตรวจสอบพบคลิปอ้างน้ำท่วมนครสวรรค์ พร้อมข้อความเตือนภัย พบผู้ชมบางส่วนเข้าใจว่าเป็นเหตุการณ์จริง
ระบุ
🚨 #ด่วนที่สุด! #นครสวรรค์ #น้ำกำลังขึ้น! 🚨
นี่คือคลิปจำลองเหตุการณ์
แต่คำเตือนนี้คือ ของจริง จาก ปภ. DDPM 30 ก.ย. 69
แม่น้ำปิง + น่าน + เจ้าพระยา ล้นตลิ่ง!
10 ตำบล อ.เมืองนครสวรรค์ เสี่ยงท่วม:
บ้านมะเกลือ / บ้านแก่ง / บางม่วง / บึงเสนาท / บางพระหลวง / เกรียงไกร / แควใหญ่ / นครสวรรค์ออก / ตะเคียนเลื่อน / ปากน้ำโพ
ทำตอนนี้เลย:
👉 ยกของขึ้นสูง
👉 ย้ายรถ
👉 พากลุ่มเปราะบางออก
#ต้องการความช่วยเหลือ แจ้ง อปท. / กำนัน
โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 69 และมียอดผู้เข้าชมกว่า 570,000 ครั้ง
คลิปน้ำท่วมนครสวรรค์ เป็นเหตุการณ์จริงหรือไม่?
ตรวจสอบจากโพสต์ต้นทางพบว่า มีข้อความระบุชัดเจนว่าเนื้อหาดังกล่าวสร้างด้วย AI และเจ้าของโพสต์ระบุว่าเป็นคลิปจำลองเหตุการณ์

เมื่อนำคลิปดังกล่าวไปตรวจสอบเพิ่มเติมด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ AI พบว่า คลิปมีแนวโน้มเป็นเนื้อหาที่สร้างด้วย AI
ภาพการตรวจสอบ AI
ภาพน้ำท่วม จ.นครสวรรค์ สร้างจาก AI
ตรวจสอบด้วยคำสำคัญพบ ภาพสถานการณ์จริง น้ำท่วมถนนบริเวณบ้านวังซ่าน นครสวรรค์ วันที่ 29 กันยายน 2569
ภาพสถานการณ์น้ำท่วมถนนบริเวณบ้านวังซ่าน นครสวรรค์ วันที่ 29 กันยายน 2569
ภาพสถานการณ์น้ำท่วมถนนบริเวณบ้านวังซ่าน นครสวรรค์ วันที่ 29 กันยายน 2569
สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดนครสวรรค์เป็นอย่างไร?
รายงานจากกรมประชาสัมพันธ์ ล่าสุด 2 ต.ค.69 ระบุ จ.นครสวรรค์ น้ำท่วม 14 อำเภอ ได้แก่ อ.พยุหะคีรี อ.ไพศาลี อ.ท่าตะโก อ.บรรพตพิสัย อ.ลาดยาว อ.เก้าเลี้ยว อ.เมืองฯ อ.ชุมแสง อ.ตากฟ้า อ.แม่วงก์ อ.ตาคลี อ.ชุมตาบง อ.โกรกพระ อ.หนองบัว รวม 85 ตำบล 501 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 11,928 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
2 ต.ค. 69 สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครสวรรค์ สรุปภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ดังนี้
1.สถานการณ์สาธารณภัย/ ความเสียหาย
พื้นที่ประสบอุทกภัย ระหว่างวันที่ 20 กันยายน – 2 ตุลาคม 2569 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 14 อำเภอ 92 ตำบล 514 หมู่บ้าน 17 ชุมชน 13,013 ครัวเรือน บ้าน 7,190 หลัง พื้นที่การเกษตร 110,194 ไร่
2.สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ประจำวัน ในวันที่ 2 ตุลาคม 2569 กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครสวรรค์ได้รับแจ้งข้อมูลสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ ดังนี้
พื้นที่ที่มีสถานการณ์อุทกภัย อำเภอพยุหะคีรี อำเภอแม่วงก์ อำเภอตาคลี อำเภอท่าตะโก อำเภอไพศาลี อำเภอลาดยาว อำเภอบรรพตพิสัย อำเภอเก้าเลี้ยว อำเภอเมืองนครสวรรค์ อำเภอชุมตาบง อำเภอหนองบัวอำเภอโกรกพระ และอำเภอชุมแสง
พื้นที่สถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติ คือ อำเภอตากฟ้า
จังหวัดนครสวรรค์ ดำเนินการประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยและเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน อุทกภัย จำนวน 14 อำเภอ 69 ตำบล 423 หมู่บ้าน 16 ชุมชน 9,598 ครัวเรือน 8,147 หลัง พื้นที่การเกษตร 11,852 ไร่
แนวโน้มสถานการณ์ ปัจจุบันมีแนวโน้มพื้นที่ได้รับผลกระทบเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณริมแม่น้ำปิง แม่น้ำน่าน และแม่น้ำเจ้าพระยา มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำในอำเภอบรรพตพิสัย อำเภอเก้าเลี้ยว อำเภอพยุหะคีรี อำเภอโกรกพระ และอำเภอเมืองนครสวรรค์ ได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่ง
พื้นที่อำเภอเมืองนครสวรรค์ รับมวลน้ำจากอำเภอลาดยาว ทำให้เข้าท่วมในพื้นที่อำเภอเมืองนครสวรรค์ ในพื้นที่ตำบลบ้านแก่ง วัดไทรย์ นครสวรรค์ตก ปากน้ำโพ และตำบลตะเคียนเลื่อน โดยพื้นที่บริเวณ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
ภาพสถานการณ์น้ำท่วม จ.นครสวรรค์ ภาพ: สวท.นครสวรรค์
ภาพสถานการณ์น้ำท่วม จ.นครสวรรค์ ภาพ: สวท.นครสวรรค์
เรื่องจริงเป็นอย่างไร
จากการตรวจสอบคลิปดังกล่าว ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์น้ำท่วมจริงในจังหวัดนครสวรรค์ แต่เป็นคลิปที่สร้างด้วย AI และเจ้าของโพสต์ระบุไว้ในโพสต์ต้นทางว่าเป็น “คลิปจำลองเหตุการณ์” อย่างไรก็ตาม การนำคลิปดังกล่าวมาเผยแพร่พร้อมข้อความเตือนภัยเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วม อาจทำให้ผู้ชมบางส่วนเข้าใจว่าเป็นภาพเหตุการณ์จริงที่กำลังเกิดขึ้นในพื้นที่
ขณะที่ สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดนครสวรรค์เกิดขึ้นจริง โดยข้อมูลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) วันที่ 2 ต.ค. 69 ระบุว่า นครสวรรค์มีน้ำท่วมใน 14 อำเภอ รวม 85 ตำบล 501 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระทบ 11,928 ครัวเรือน และระดับน้ำเพิ่มขึ้น
ดังนั้น ข้อเท็จจริงคือ นครสวรรค์ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยจริง แต่คลิปที่นำมาอ้างประกอบโพสต์ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง เป็นคลิปจำลองที่สร้างด้วย AI การใช้ภาพจำลองในบริบทสถานการณ์จริงจึงอาจทำให้เกิดความสับสนเกี่ยวกับระดับน้ำ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ หรือสภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
ภาพการแสดงความคิดเห็น
กระบวนการตรวจสอบ
1.ตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ AI: เมื่อนำคลิปดังกล่าวไปตรวจสอบเพิ่มเติมด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ AI พบว่า คลิปมีแนวโน้มเป็นเนื้อหาที่สร้างด้วย AI
ผลกระทบจากการได้รับข้อมูลนี้
1.ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นภาพเหตุการณ์จริง
การนำคลิปที่สร้างด้วย AI มาเผยแพร่ควบคู่กับข้อความเตือนภัยเรื่องน้ำท่วม อาจทำให้ผู้ชมที่ไม่ทราบที่มาของคลิปเข้าใจว่า ภาพดังกล่าวบันทึกจากพื้นที่จริงใน จ.นครสวรรค์ และอาจเข้าใจผิดเกี่ยวกับสภาพพื้นที่ ระดับน้ำ หรือความรุนแรงของสถานการณ์
2.ทำให้เกิดความสับสนระหว่าง “เหตุการณ์จริง” กับ “ภาพจำลอง”
แม้สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.นครสวรรค์จะเกิดขึ้นจริง แต่เมื่อใช้ภาพจำลอง AI มาประกอบกับข้อมูลจริง ผู้รับสารอาจแยกไม่ออกว่าส่วนใดเป็นข้อเท็จจริงและส่วนใดเป็นเนื้อหาที่สร้างขึ้น ทำให้ข้อมูลจริงและข้อมูลที่ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงถูกปะปนกัน
3.คนที่สังเกตได้ว่าเป็น AI อาจไม่เชื่อว่าสถานการณ์น้ำท่วมเกิดขึ้นจริง
เมื่อผู้ชมบางส่วนสังเกตเห็นความผิดปกติของภาพและรู้ว่าเป็น AI อาจเกิดความเข้าใจอีกด้านว่า “ถ้าภาพนี้ปลอม แล้วข่าวน้ำท่วมที่พูดถึงก็คงไม่จริง” ทั้งที่ในความเป็นจริง นครสวรรค์กำลังได้รับผลกระทบจากอุทกภัยจริง จึงอาจทำให้ข้อมูลเตือนภัยที่เป็นข้อเท็จจริงถูกตั้งข้อสงสัยไปด้วย
4.ภาพ AI ที่ไม่สมจริงอาจทำให้ประเมินสถานการณ์คลาดเคลื่อน
ภาพที่สร้างด้วย AI อาจมีรายละเอียดที่ไม่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริง เช่น ลักษณะอาคาร ถนน ยานพาหนะ ระดับน้ำ หรือสภาพแวดล้อม หากผู้รับสารนำภาพเหล่านี้ไปใช้เป็นตัวแทนของเหตุการณ์จริง อาจทำให้เข้าใจสภาพพื้นที่หรือความรุนแรงของน้ำท่วมผิดไปจากข้อเท็จจริง
5.อาจบดบังหรือกลบข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ
เมื่อภาพ AI ถูกเผยแพร่และมีการเข้าถึงหรือแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก เนื้อหาที่เป็นภาพจำลองอาจได้รับความสนใจมากกว่าข้อมูลจากหน่วยงานที่รายงานสถานการณ์จริง ทำให้ประชาชนต้องใช้เวลาแยกแยะว่าอะไรคือภาพจริง อะไรคือภาพจำลอง และข้อมูลใดเป็นคำเตือนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในช่วงภัยพิบัติที่ข้อมูลต้องมีความถูกต้องและทันต่อสถานการณ์
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
1.แยก “ภาพ” ออกจาก “ข้อมูลเหตุการณ์”
การพบว่าภาพหรือคลิปเป็น AI ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์ที่กล่าวถึงในโพสต์นั้นไม่เกิดขึ้นจริง ควรตรวจสอบแยกกันว่า เหตุการณ์น้ำท่วมเกิดขึ้นจริงหรือไม่ และ ภาพที่นำมาใช้เป็นภาพจากเหตุการณ์จริงหรือเป็นภาพจำลอง
2.ตรวจสอบวัน เวลา และสถานที่ของภาพหรือคลิป
ภาพเหตุการณ์ภัยพิบัติควรมีข้อมูลกำกับที่ตรวจสอบได้ เช่น ถ่ายที่ไหน เมื่อไร และตรงกับสถานการณ์ในช่วงเวลานั้นหรือไม่ หากโพสต์ไม่ได้ระบุแหล่งที่มาชัดเจน ควรค้นหาภาพต้นทางหรือเปรียบเทียบกับภาพจากหน่วยงานและสื่อในพื้นที่
3.สังเกตความผิดปกติของภาพ แต่ไม่ควรใช้การดูด้วยตาเพียงอย่างเดียว
AI อาจสร้างรายละเอียดที่ไม่สมจริง เช่น รูปร่างวัตถุ ตัวอักษร ป้ายถนน อาคาร ยานพาหนะ หรือการสะท้อนของน้ำ หากพบความผิดปกติ ควรตรวจสอบเพิ่มเติมด้วยเครื่องมือหรือค้นหาแหล่งที่มาของภาพ เพราะการดูด้วยตาเพียงอย่างเดียวอาจบอกไม่ได้แน่ชัดว่าภาพถูกสร้างหรือดัดแปลงด้วย AI หรือไม่
4.ตรวจสอบสถานการณ์กับแหล่งข้อมูลทางการ
สำหรับข้อมูลภัยพิบัติ ควรตรวจสอบคำเตือน ระดับน้ำ พื้นที่ได้รับผลกระทบ และคำแนะนำในการรับมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัด หรือหน่วยงานท้องถิ่น มากกว่าตัดสินสถานการณ์จากภาพหรือคลิปเพียงชิ้นเดียว












