โพสต์อ้าง “ปธน.อินโดฯ” วิจารณ์ “อันวาร์” ปมแทรกแซงไทย-กัมพูชา แท้จริงบิดเบือนคำพูดเก่าอดีตผู้นำอินโดฯ

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของข่าวปลอมจาก: Threads
โพสต์อ้าง ปราโบโว ซูบียันโต ผู้นำอินโดนีเซีย แสดงความไม่พอใจต่ออันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำมาเลเซีย ที่เข้าแทรกแซงสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา
Thai PBS Verify ตรวจสอบโพสต์จากผู้ใช้ชื่อ ปัญญา ขันธิวัตร บนแพลตฟอร์ม Threads ที่ได้มีการโพสต์ภาพข่าวเอาไว้เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งมีเนื้อความว่า
“ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย” แสดงท่าทีไม่พอใจอย่างหuัก วิจาsณ์ “อันวาร์” ว่าทำตัวเหมือนคนไม่เข้าใจสถานการณ์ จุ้นจ้านเกินบทบาn พร้อมย้ำว่าประเด็นชายแดนไทย–กัมพูชา เป็นเรื่องที่ทั้งสองประเทศต้องเจรจาและหาทางออกร่วมกันเอง บุคคลหรือประเทศภายนอกไม่ควรเข้าไปแทรกแซง ควรวางตัวเป็นกลาง
พร้อมกับแนบใบหน้าของ นายอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำมาเลเซีย และ นายปราโบโว ซูบียันโต ผู้นำอินโดนีเซียคนปัจจุบัน
หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ ทำให้ให้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นกว่า 3,000 ครั้ง รวมถึงแสดงความเห็นกว่า 250 ครั้ง และรีโพสต์ไปแล้ว 32 ครั้ง
คำกล่าวของผู้นำอินโดฯ มีจริงหรือไม่ ?
Thai PBS Verify ได้มีการค้นหาผ่านสื่อที่เชื่อถือได้ของทั้งประเทศอินโดนีเซีย และประเทศมาเลเซีย จนพบกับข่าวจากสำนักข่าว Malaysia Now ของประเทศมาเลเซีย ที่ได้มีการเผยแพร่เอาไว้ตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 โดยมีเนื้อความว่า
As Anwar dismisses ‘spy’ label by Thai general, Indonesian ex-president rebukes Asean, ’embarrassed’ by Trump presence
Susilo Bambang Yudhoyono’s comments come as Anwar Ibrahim tries to make light of growing criticism of his handling of Asean affairs and the trade deal he signed with the US.
Video clips and news reports of former Indonesian president Susilo Bambang Yudhoyono criticising Asean’s recognition of Donald Trump as peacemaker in the Thai-Cambodia conflict have been making waves in Malaysia, as Prime Minister Anwar Ibrahim, who feted the US president at the bloc’s summit last month, attempted to dismiss growing criticism, including from a prominent Thai general who labelled him the enemy within.
Yudhoyono, Indonesia’s first freely elected president popularly known as SBY, reminded that it has always been Asean that has managed to ensure both sides held their fire for more than a decade, adding that the bloc already has leaders capable of solving problems among themselves.
“On the other hand, when the conflict between Cambodia and Thailand erupted, suddenly Donald Trump became an intermediary and I felt embarrassed and humiliated,” he said, addressing a forum organised by a Jakarta-based think tank last week.
While Rangsi did not say who Anwar was spying for, the label has been politically sensitive for Anwar, who has spent decades trying to fight off the perception that he is a US lackey.
Among the critics was retired Thai general Rangsi Kitiyanasap, who accused Anwar of being a spy and causing economic losses to Thailand by allowing the US to interfere through a mediator role in the ceasefire.
“Anwar is a spy,” Rangsi was quoted by Thai PBS World as saying.
“He is a real hassle that has caused us calamities. Why is he meddling with us?” said Rangsi, an outspoken retired general-turned-politician who frequently appears on major Thai media outlets.
While Rangsi did not say who Anwar was spying for, the label has been politically sensitive for Anwar, who has spent decades trying to fight off the perception that he is a US lackey.
Rangsi’s interview clip immediately set off Malaysia’s social media.
Instead of addressing Rangsi’s allegations, Anwar painted him as irrelevant, dismissing him as an “election loser” whose party has never won any seats in the Thai parliament.
Yudhoyono: Why drag US into Asean affairs?
However, Anwar will find it difficult to apply the same response to remarks by Yudhoyono, who served as Indonesia’s president for two terms between 2004 and 2014.
Quoted by Indonesian news portal Kompas, Yudhoyono, who was the Asean chairman in 2011, said he was disappointed to see the diminishing role of Asean leaders in solving conflicts among themselves, adding that the bloc is no longer as cohesive as it once was.
“In the past, there was also a conflict between Cambodia and Thailand. I was negotiating for Asean. We were asked to mediate, and we did. The result was successful, and it lasted 13 years”
เนื้อหาข่าวจากมาเลเซีย กล่าวถึง นายซูซีโล บัมบัง ยูโดโยโน อดีตผู้นำอินโดนีเซีย แสดงความผิดหวังต่อ นายอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำมาเลเซีย กรณีเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้งไทย-กัมพูชา
ซึ่งเมื่อนำไปแปลผ่าน Google Translate จะได้ใจความว่า
อันวาร์ปฏิเสธฉายา “สายลับ” จากนายพลไทย อดีตประธานาธิบดีอินโดนีเซียตำหนิอาเซียนและ “อับอาย” กับการปรากฏตัวของทรัมป์
ความเห็นของซูซิโล บัมบัง ยุดโฮโยโน เกิดขึ้นในขณะที่อันวาร์ อิบราฮิม พยายามลดความสำคัญของเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการจัดการกิจการอาเซียนและข้อตกลงทางการค้าที่เขาลงนามกับสหรัฐฯ
คลิปวิดีโอและรายงานข่าวของอดีตประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ซูซิโล บัมบัง ยุดโฮโยโน ที่วิพากษ์วิจารณ์การที่อาเซียนยอมรับโดนัลด์ ทรัมป์ ในฐานะผู้ไกล่เกลี่ยความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ได้สร้างความฮือฮาในมาเลเซีย ขณะที่นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ซึ่งให้การต้อนรับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการประชุมสุดยอดของกลุ่มเมื่อเดือนที่แล้ว พยายามปัดป้องเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงจากนายพลไทยที่มีชื่อเสียงซึ่งตราหน้าเขาว่าเป็นศัตรูภายใน
ยูโดโยโน ประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งเสรีคนแรกของอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อเล่นว่า เอสบีวาย กล่าวเตือนว่า อาเซียนเป็นกลุ่มที่สามารถทำให้ทั้งสองฝ่ายระงับการสู้รบได้มานานกว่าทศวรรษเสมอมา พร้อมเสริมว่า กลุ่มนี้มีผู้นำที่มีความสามารถในการแก้ไขปัญหาระหว่างกันอยู่แล้ว
“ในทางกลับกัน เมื่อความขัดแย้งระหว่างกัมพูชาและไทยปะทุขึ้น จู่ๆ โดนัลด์ ทรัมป์ ก็กลายเป็นคนกลาง และผมรู้สึกอับอายและเสียหน้า” เขากล่าวในการกล่าวสุนทรพจน์ในฟอรัมที่จัดโดยกลุ่มคลังสมองในกรุงจาการ์ตาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
แม้ว่ารังสีจะไม่ได้บอกว่าอันวาร์เป็นสายลับให้ใคร แต่ฉายานี้เป็นเรื่องอ่อนไหวทางการเมืองสำหรับอันวาร์ ซึ่งใช้เวลาหลายทศวรรษในการต่อสู้กับความคิดที่ว่าเขาเป็นคนรับใช้ของสหรัฐฯ
หนึ่งในผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์คือ พลเอกรังสี กิตติยาณทรัพย์ อดีตนายทหารไทย ซึ่งกล่าวหาอันวาร์ว่าเป็นสายลับและทำให้ประเทศไทยประสบความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากการปล่อยให้สหรัฐฯ เข้ามาแทรกแซงผ่านบทบาทคนกลางในการเจรจาหยุดยิง
“อันวาร์เป็นสายลับ” รังสีกล่าวตามที่ Thai PBS World รายงาน
“เขาเป็นตัวปัญหาที่ทำให้เราเดือดร้อนมาตลอด ทำไมเขาถึงมายุ่งเกี่ยวกับเรา?” รังสี อดีตนายพลที่ผันตัวมาเป็นนักการเมืองผู้ตรงไปตรงมา ซึ่งมักปรากฏตัวในสื่อหลักของไทยบ่อยครั้ง กล่าว
แม้ว่ารังสีจะไม่ได้บอกว่าอันวาร์เป็นสายลับให้ใคร แต่ฉายานี้เป็นเรื่องอ่อนไหวทางการเมืองสำหรับอันวาร์ ซึ่งใช้เวลาหลายทศวรรษในการต่อสู้กับความคิดที่ว่าเขาเป็นคนรับใช้ของสหรัฐฯ
คลิปสัมภาษณ์ของรังสีทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดียของมาเลเซียทันที
แทนที่จะตอบโต้ข้อกล่าวหาของรังสี อันวาร์กลับมองว่าเขาไม่สำคัญ โดยกล่าวว่าเขาเป็น “ผู้แพ้การเลือกตั้ง” ที่พรรคของเขาไม่เคยได้รับที่นั่งในรัฐสภาไทยเลย
ยูโดโยโน: ทำไมต้องดึงสหรัฐฯ เข้ามาเกี่ยวข้องกับกิจการอาเซียน?
อย่างไรก็ตาม อันวาร์คงพบว่าเป็นการยากที่จะตอบโต้คำพูดของยูโดโยโน ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอินโดนีเซียสองสมัยระหว่างปี 2547 ถึง 2557 ด้วยถ้อยคำเดียวกัน
ยูโดโยโน ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปี 2554 กล่าวตามที่เว็บไซต์ข่าว Kompas ของอินโดนีเซียรายงานไว้ว่า เขาผิดหวังที่เห็นบทบาทของผู้นำอาเซียนในการแก้ไขความขัดแย้งระหว่างกันลดลง และเสริมว่ากลุ่มอาเซียนไม่ได้มีความสามัคคีเหมือนในอดีตอีกต่อไปแล้ว
“ในอดีตก็เคยมีความขัดแย้งระหว่างกัมพูชาและไทย ผมเป็นผู้เจรจาในนามของอาเซียน เราได้รับคำขอให้เป็นคนกลางไกล่เกลี่ย และเราก็ทำ ผลลัพธ์ประสบความสำเร็จ และคงอยู่เป็นเวลา 13 ปี”
นายซูซีโล บัมบัง ยูโดโยโน อดีตผู้นำอินโดนีเซีย
สรุปได้ว่า ข่าวการวิจารย์ผู้นำมาเลเซีย นายอันวาร์ อิบราฮิม เป็นเรื่องจริง เพียงแต่ว่าเป็นคำกล่าวจาก นายซูซีโล บัมบัง ยูโดโยโน อดีตผู้นำอินโดนีเซีย ที่ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 2547 – 2557
นอกจากนี้ Thai PBS Verify ยังได้มีการพบกับข่าวจากสำนักข่าว ANTARA Indonesia News Agency ซึ่งเป็นสำนักข่าวจากประเทศอินโดนีเซีย ที่ได้มีการรายงานข่าวเกี่ยวกับการพบปะกัน ของ นายปราโบโว ซูบียันโต ผู้นำคนปัจจุบันของอินโดนีเซีย และนายอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำมาเลเซีย ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 ซึ่งมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ระบุว่า
Jakarta (ANTARA) – Indonesian President Prabowo Subianto praised Malaysian Prime Minister Anwar Ibrahim for leveraging Malaysia’s ASEAN chairmanship this year to help broker a ceasefire between Thailand and Cambodia following their border clash on July 24.
President Prabowo raised the Thailand-Cambodia conflict during a one-on-one meeting with Prime Minister Anwar at the Merdeka Palace in Jakarta on Tuesday morning.
“I would like to congratulate you on your leadership in ASEAN, through which you have successfully mediated and brokered a ceasefire in the conflict between Thailand and Cambodia – an achievement we should be grateful for. I thank you for this,” Prabowo told Anwar.
He affirmed that Indonesia is willing and ready to support Anwar, both as Malaysia’s head of government and as ASEAN’s current chair.
“Thank you. This (ceasefire) is a breakthrough of critical importance. We want ASEAN to remain committed to resolving conflicts peacefully through consultation, discussion, and negotiation,” Prabowo affirmed.
For his part, Prime Minister Anwar stressed that as ASEAN chair, Malaysia will continue to rely on and uphold the regional bloc’s framework to address shared challenges, including the tensions between Thailand and Cambodia.
“Malaysia, Indonesia, Singapore, Brunei Darussalam, and the Philippines share the responsibility of monitoring the ongoing peace process,” Anwar told the Indonesian president.
ซึ่งเมื่อนำไปแปลผ่าน Google Translate จะได้ความว่า
จาการ์ตา (ANTARA) – ประธานาธิบดีประบาว สุเบียนโต แห่งอินโดนีเซีย กล่าวชมเชยนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม แห่งมาเลเซีย ที่ใช้บทบาทประธานอาเซียนของมาเลเซียในปีนี้ ช่วยไกล่เกลี่ยข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทยและกัมพูชา หลังจากการปะทะกันบริเวณชายแดนเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม
ประธานาธิบดีประบาวได้หยิบยกประเด็นความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชาขึ้นมาหารือระหว่างการพบปะแบบตัวต่อตัวกับนายกรัฐมนตรีอันวาร์ ที่ทำเนียบเมอร์เดกา ในกรุงจาการ์ตา เมื่อเช้าวันอังคาร
“ผมขอแสดงความยินดีกับความเป็นผู้นำของท่านในอาเซียน ที่ท่านได้ทำหน้าที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ยและเจรจาข้อตกลงหยุดยิงในความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชาได้สำเร็จ ซึ่งเป็นความสำเร็จที่เราควรขอบคุณ ผมขอขอบคุณท่านสำหรับเรื่องนี้” ประธานาธิบดีประบาวกล่าวกับนายกรัฐมนตรีอันวาร์
เขายืนยันว่าอินโดนีเซียพร้อมที่จะสนับสนุนนายกรัฐมนตรีอันวาร์ ทั้งในฐานะหัวหน้าคณะรัฐบาลของมาเลเซียและในฐานะประธานอาเซียนคนปัจจุบัน
“ขอบคุณครับ ข้อตกลงหยุดยิงนี้เป็นความก้าวหน้าที่สำคัญยิ่ง เราต้องการให้อาเซียนยังคงมุ่งมั่นที่จะแก้ไขความขัดแย้งอย่างสันติผ่านการปรึกษาหารือ การอภิปราย และการเจรจา” ประธานาธิบดีประบาวกล่าวเน้นย้ำ
ในส่วนของนายกรัฐมนตรีอันวาร์ เน้นย้ำว่า ในฐานะประธานอาเซียน มาเลเซียจะยังคงพึ่งพาและยึดมั่นในกรอบความร่วมมือของกลุ่มภูมิภาค เพื่อแก้ไขปัญหาที่เผชิญร่วมกัน รวมถึงความตึงเครียดระหว่างไทยและกัมพูชา
“มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ บรูไนดารุสซาลาม และฟิลิปปินส์ ต่างมีส่วนรับผิดชอบในการติดตามกระบวนการสันติภาพที่กำลังดำเนินอยู่” อันวาร์กล่าวกับประธานาธิบดีอินโดนีเซีย
สำนักข่าว ANTARA Indonesia News Agency จากประเทศอินโดนีเซีย รายงานข่าวการพบปะกัน ของ นายปราโบโว ซูบียันโต ผู้นำคนปัจจุบันของอินโดนีเซีย และนายอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำมาเลเซีย ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งไทย-กัมพูชา
สถานการณ์ชายแดนกัมพูชาในปัจจุบันเป็นอย่างไร ?
จากการอัปเดตสถานการณ์ชายแดน ไทย-กัมพูชา ที่ Thai PBS ได้มีการรายงานเอาไว้จะสามารถสรุปได้ดังนี้
วันที่ 10 ก.พ. 69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้กระทรวงต่างประเทศและกระทรวงกลาโหม ศึกษาแนวทางเพื่อยกเลิก MOU44 ระหว่างไทยกับกัมพูชา พร้อมระบุว่าจะเดินหน้าทันทีหลังจากจัดตั้งรัฐบาลใหม่เสร็จสิ้น
โดยมีการย้ำเพิ่มเติมว่า MOU44 นี้ไม่ได้มีความคืบหน้าในประเด็นใด ๆ ที่เกี่ยวกับการจัดสรรพื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทยกับกัมพูชาเลย แต่การยกเลิกต้องทำอย่างถูกต้องตามกระบวนการกฎหมาย โดยสั่งกระทรวงต่างประเทศและกลาโหม ศึกษาทางออกและแนวทางที่เหมาะสม โดยยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ
วันที่ 11 ก.พ. 69 กองทัพภาคที่ 2 ออกแถลงการณ์ชี้แจงเหตุการณ์ที่กำลังพลไทยได้รับบาดเจ็บจากวัตถุระเบิด บริเวณชายแดน จ.ศรีสะเกษ เวลา 16:40 ระหว่างปฏิบัติการกวาดล้างและพิสูจน์ทราบพื้นที่
และเวลา 17:30 ที่มีการรายงานเพิ่มเติมว่า มีกำลังอีก 2 นายได้รับบาดเจ็บจากกับระเบิด โดยภายหลังจากเกิดเหตุ หน่วยได้ดำเนินการปฐมพยาบาล และเร่งลำเลียงไปยังสถานพยาบาล และได้รับการดูแลของทีมแพทย์แล้วเป็นที่เรียบร้อย
นอกจากนี้ทาง Thai PBS เคยรายงานประเด็นของ นายกรัฐมนตรี อันวาร์ อิบราฮิม ของประเทศมาเลเซียต่อสถานการณ์ชายแดน ไทย-กัมพูชา เอาไว้ว่า
นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และประธานอาเซียนในระหว่างเหตุการณ์ปะทะเมื่อเดือนกรกฎาคม และเดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ได้มีการแสดงท่าทีกังวลและเป็นห่วงสถานการณ์ระหว่าง ไทย-กัมพูชา ในฐานะที่เป็นพันธมิตรของทั้งสองประเทศ พร้อมเสนอตัวเป็นกลางเพื่อเปิดโต๊ะเจรจา รวมถึงเรียกร้องให้ไทยและกัมพูชาลดความขัดแย้งและเปิดโต๊ะเจรจากันแทน
เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?
ข่าวการวิจารย์ นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ของ ปธน.อินโดนีเซีย แท้จริงเป็นเพียงการบิดเบือนคำพูดของอดีต ปธน.อินโดนีเซีย ที่วิจารย์การทำงานของผู้นำมาเลเซีย ที่ไม่สามารถจัดการปัญหาภายในอาเซียนเอง และต้องลากสหรัฐอเมริกาเข้ามาวุ่นวายในกิจการของภูมิภาค ซึ่งไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับ นายซูบียันโต ปธน.คนปัจจุบันของอินโดนีเซีย ที่วิจารย์ท่าทีแทรกแซงสถานการณ์ชายแดน ไทย-กัมพูชา ตามที่มีการกล่าวอ้าง
กระบวนการตรวจสอบ
-
ตรวจสอบแหล่งที่มาของโพสต์: พบต้นตอจากผู้ใช้ชื่อ “ปัญญา ขันธิวัตร” บนแพลตฟอร์ม Trend เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2569 ซึ่งมีการนำภาพผู้นำสองประเทศมาประกอบข้อความเท็จ
-
ค้นหาข้อมูลจากสื่อต่างประเทศที่เชื่อถือได้:
-
สืบค้นข่าวจากสำนักข่าว Malaysia Now ของมาเลเซีย พบรายงานเมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2568 ซึ่งระบุชัดเจนว่าเป็นคำวิจารณ์ของ อดีต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย (นายยูโดโยโน) ที่มีต่อบทบาทของอาเซียนและการดึงสหรัฐฯ เข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำพูดของประธานาธิบดีคนปัจจุบัน
-
สืบค้นข่าวจากสำนักข่าว ANTARA ของอินโดนีเซีย พบรายงานเมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2568 ซึ่งยืนยันว่า นายปราโบโว ซูบียันโต ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ได้พบปะและ กล่าวชมเชย นายอันวาร์ อิบราฮิม ที่ช่วยไกล่เกลี่ยความขัดแย้งไทย-กัมพูชา
-
-
เปรียบเทียบข้อมูล: นำข้อความในโพสต์ต้นทางมาเปรียบเทียบกับเนื้อหาข่าวจริงจากสื่อต่างประเทศ พบว่ามีการบิดเบือนทั้งตัวบุคคลผู้กล่าว (จากอดีตผู้นำเป็นผู้นำปัจจุบัน) และเนื้อหาคำพูด (จากการตำหนิเรื่องดึงสหรัฐฯ เข้ามา เป็นการตำหนิว่าจุ้นจ้าน)
-
อัปเดตสถานการณ์จริง: ตรวจสอบรายงานข่าวจาก Thai PBS เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ถูกต้อง
ผลกระทบของข้อมูลเท็จนี้
การแพร่กระจายของข้อมูลเท็จนี้อาจส่งผลกระทบหลายด้าน:
-
สร้างความเข้าใจผิดด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ: ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่ามีความขัดแย้งหรือความไม่ลงรอยกันระหว่างผู้นำอินโดนีเซียและมาเลเซีย ซึ่งอาจกระทบต่อภาพลักษณ์ความร่วมมือในภูมิภาคอาเซียน
-
บิดเบือนบทบาทของประเทศเพื่อนบ้าน: การกล่าวหาว่าผู้นำมาเลเซีย “จุ้นจ้าน” ทั้งที่ความจริงได้รับการร้องขอหรือชมเชยในบทบาทผู้ไกล่เกลี่ย อาจสร้างทัศนคติที่ไม่ดีต่อประเทศเพื่อนบ้าน
-
สร้างความสับสนในสถานการณ์ชายแดน: การนำประเด็นความขัดแย้งชายแดนมาผูกโยงกับความขัดแย้งระหว่างผู้นำที่ไม่มีอยู่จริง อาจทำให้ประชาชนสับสนเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ซับซ้อนอยู่แล้วบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา
ส่วนหนึ่งของผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นที่เชื่อว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
-
ตรวจสอบแหล่งที่มา: ก่อนเชื่อหรือแชร์ ควรตรวจสอบว่าข้อมูลมาจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือหรือไม่ หากเป็นโพสต์ส่วนบุคคล ควรหาข้อมูลยืนยันจากสำนักข่าวหลัก
-
ระวังการบิดเบือนตัวบุคคล: ในข่าวต่างประเทศ ควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเป็นคำพูดของผู้นำ “คนปัจจุบัน” หรือ “อดีต” ผู้นำ เพราะบริบทและนโยบายอาจแตกต่างกันสิ้นเชิง
-
ตรวจสอบจากสื่อหลายสัญชาติ: หากเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับหลายประเทศ ควรพยายามหาข้อมูลจากสื่อของประเทศที่เกี่ยวข้องทั้งหมด (ในกรณีนี้คือ สื่อไทย, อินโดนีเซีย, และมาเลเซีย) เพื่อให้ได้ข้อมูลรอบด้าน
-
ติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้: ติดตามการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานตรวจสอบข่าวอย่าง Thai PBS Verify เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้อง









