Profile icon

เปิดระเบียบ กกต. ไขข้อข้องใจ “บัตรเลือกตั้ง-ต้นขั้ว” เก็บแยกกันจริงหรือ ?

DateClock icon10:11|การเมืองViews0
ยังคงเป็นประเด็นร้อนที่สังคมยังคงตั้งคำถาม แม้ กกต. จะออกมาแถลงปม "บาร์โค้ด" ปริศนาบนบัตรเลือกตั้งแล้วก็ตาม แต่คำชี้แจงที่ว่า "แยกเก็บเพื่อรักษาความลับ" กลับถูกท้าทายด้วยตัวบทระเบียบของ กกต. เอง Thai PBS Verify กางระเบียบข้อต่อข้อ พบหลักฐานสำคัญที่ชี้ว่า "ต้นขั้วบัตร" และ "บัตรที่ลงคะแนนแล้ว" อาจไม่ได้ถูกแยกออกจากกันอย่างที่คิด

แม้การเลือกตั้งจะผ่านพ้นไป และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวชี้แจงไปแล้วเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงกรณีข้อกังวลเรื่อง “บาร์โค้ด” และ “คิวอาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้ง สส. ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขต โดย กกต. ระบุว่า สามารถทำได้ เนื่องจากกำหนดไว้ในระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในข้อ 129 ที่ให้อำนาจ กกต. ในการกำหนดให้มีรหัสหรือเครื่องหมาย หรือข้อความอื่นใดเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษในบัตรเลือกตั้ง โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า เพื่อป้องกันการปลอมแปลง

สรุปข้อชี้แจง กกต. ต่อสังคม

ในฝั่งของ กกต. แม้จะยังไม่ออกมายอมรับอย่างชัดเจนว่า “บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง” สามารถสแกนเพื่อตรวจสอบย้อนกลับไปยัง “เลขที่” ของบัตรเลือกตั้งนั้น ๆ ได้จริง แต่ยืนยันว่า เป็นเพียงมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันบัตรปลอม และเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริตเที่ยงธรรม ไม่ได้มีไว้เพื่อระบุตัวตนผู้กาบัตร

ประเด็นสำคัญที่ กกต. ใช้ยืนยันเพื่อคลายความกังวลเรื่องการละเมิดความลับในการลงคะแนน คือคำกล่าวที่ระบุว่า การลงคะแนนเป็นการลง “โดยตรงและความลับ” ตามรัฐธรรมนูญ เพราะไม่มีใครสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ เนื่องจาก กกต. มีชั้นความลับจนยากที่ใครจะเข้าถึงข้อมูล และแม้จะสามารถตรวจสอบย้อนกลับ แต่ต้องมี “บัตรเลือกตั้งที่ถูกหย่อนลงหีบ” กับ “ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง” ซึ่งทั้งสองส่วนนั้น “ถูกเก็บแยกกัน” จึงทำให้การนำมาตรวจสอบจับคู่กันเป็นไปได้ยากในทางปฏิบัติ กกต. ย้ำว่าหากใครพยายามจะนำข้อมูลนี้มาสืบหาตัวตนผู้กา ถือเป็นความผิดทางอาญาที่รุนแรง ซึ่งเป็นตัวยับยั้งไม่ให้เกิดการทุจริต

กกต. แถลงชี้แจงกรณีข้อกังวลเรื่อง “บาร์โค้ด” และ “คิวอาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้ง สส. ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขต เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 69

คลิปคำชี้แจงของ กกต. กรณี “บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง”

อย่างไรก็ตาม คำชี้แจงนี้ไม่สามารถทำให้กระแสความกังวลของสังคมจางหาย กลับถูกตั้งคำถามกลับโดยนักวิชาการและสังคม โดยเฉพาะ อ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่โพสต์ตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการจัดเก็บว่า บัตรและต้นขั้วถูกแยกเก็บจริงตามที่อ้างหรือไม่ เพราะหากไม่ได้แยกเก็บจริง ความเสี่ยงที่จะรู้ว่าใครเลือกใครก็ยังคงมีอยู่

อ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล นักวิชาการด้านกฎหมายมหาชน อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กตั้งคำถามกับ กกต.

และหากทำได้จริง ย่อมขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 85 ที่บัญญัติไว้ว่า การออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องเป็นไปโดย “ตรงและลับ” ซึ่งหมายถึงวิธีการลงคะแนนที่ กกต. จัดเตรียมขึ้นตามที่ทราบกันทั่วไป มีขั้นตอนการลงทะเบียน คูหาลงคะแนนและการกาเลือกผู้สมัครแต่ละคน เป็นต้น นั่นหมายความว่า ผู้ลงคะแนนต้องไปด้วยตัวเอง จะให้ใครมาดำเนินการแทนไม่ได้ และการลงคะแนนต้องเป็น “ความลับ

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 85

“บาร์โค้ด” และ “คิวอาร์โค้ด” เคยมีในตัวอย่างมาก่อนหรือไม่ ?

Thai PBS Verify ทำการเปรียบเทียบบัตรจริงกับตัวอย่างบัตรที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประชาสัมพันธ์ก่อนวันเลือกตั้งพบว่า ภาพตัวอย่างบัตร 3 ใบ ทั้ง บัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต, บัตรเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ และบัตรออกเสียงประชามติ ไม่ปรากฏบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ดใด ๆ ในเอกสารการประชาสัมพันธ์ก่อนหน้านี้

ภาพตัวอย่างบัตรเลือกตั้งจากเว็บไซต์ของ กกต. ซึ่งไม่พบการแสดงภาพของบาร์โค้ดแต่อย่างใด

ภาพตัวอย่างบัตรเลือกตั้งจากเว็บไซต์ของ กกต. (ซ้าย) เปรียบเทียบกับ ภาพบัตรเลือกตั้ง สส. ของจริง ที่มีคิวอาร์โค้ดอยู่ภายใน (ขวา)

Thai PBS Verify กางระเบียบ กกต. ค้นหาความจริง

เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงในประเด็น “การแยกเก็บ” Thai PBS Verify ได้ทำการตรวจสอบ “ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566” ซึ่งเป็นระเบียบหลักที่ใช้ในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้

จากการตรวจสอบพบข้อกำหนดในระเบียบฯ ที่ระบุถึงขั้นตอนการจัดการกับบัตรเลือกตั้งที่เหลือและต้นขั้วบัตรภายหลังการนับคะแนนเสร็จสิ้น ดังนี้

ข้อ 181 ระบุว่า เมื่อเสร็จสิ้นการนับคะแนน ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ไม่น้อยกว่าห้าคนและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ดำเนินการส่งหีบบัตรเลือกตั้ง พร้อมด้วยวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึง “บัตรเลือกตั้งที่เหลือ” และ “ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง” ส่งให้แก่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง (กกต.เขต)

ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 ข้อ 181

จุดสำคัญอยู่ที่ข้อถัดมา ซึ่งชี้ให้เห็นถึงปลายทางของต้นขั้วบัตร คือ

ข้อ 184 กำหนดให้บุคคลหรือคณะบุคคลที่ กกต.เขต แต่งตั้ง ดำเนินการตรวจสอบและยุบรวมถุงใส่บัตรเลือกตั้งที่เหลือไม่เต็มเล่ม และ “ให้นำต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง” ไป “บรรจุรวมไว้ในหีบบัตรเลือกตั้ง” ของหน่วยเลือกตั้งนั้น ๆ แล้วปิดผนึกหีบบัตรเลือกตั้ง

ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 ข้อ 184

บทสรุปจากระเบียบ “ไม่ได้แยกเก็บ” แต่ “บรรจุรวม” ในหีบ

จากระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2566 โดยเฉพาะในข้อ 184 ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า ในขั้นตอนสุดท้ายของการเก็บรักษา “ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง” (ที่มีลายเซ็นผู้ใช้สิทธิ) จะถูกนำไป “บรรจุรวมไว้ในหีบบัตรเลือกตั้ง” ซึ่งภายในหีบนั้นย่อมมีบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้วบรรจุอยู่ด้วย

ดังนั้น คำชี้แจงของ กกต. ที่ระบุว่าบัตรเลือกตั้งและต้นขั้วบัตรถูก “เก็บแยกกัน” จึงขัดแย้งกับระเบียบที่ กกต. เป็นผู้กำหนดขึ้นเอง

เมื่อบัตรเลือกตั้ง (ที่มีบาร์โค้ดระบุเลขที่บัตร) และต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง (ที่มีเลขที่บัตรตรงกันและมีชื่อผู้ใช้สิทธิ) ถูกเก็บรักษาไว้ในสถานที่เดียวกัน คือภายใน “หีบบัตรเลือกตั้ง” แม้จะอยู่ในถุงคนละใบในหีบเดียวกัน แต่ในทางทฤษฎีและทางปฏิบัติ ย่อมหมายความว่าข้อมูลทั้งสองส่วนไม่ได้ถูกตัดขาดจากกันอย่างสิ้นเชิง

เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?

  • บัตรเลือกตั้งจริง “ไม่ตรงกับตัวอย่างบัตรของ กกต.”: บัตรเลือกตั้งที่ประชาชนใช้ในวันจริงมี “บาร์โค้ด” และ “คิวอาร์โค้ด” ปรากฏอยู่ ซึ่งขัดกับภาพตัวอย่างบัตรที่ กกต. ใช้ประชาสัมพันธ์ก่อนเลือกตั้งที่ไม่มีรหัสเหล่านี้เลย โดย กกต. อ้างอำนาจตามระเบียบข้อ 129 ในการเพิ่มรหัสพิเศษเพื่อความปลอดภัยโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า

  • การระบุตัวตน “ทำได้จริงในทางเทคนิค”: กกต. ยอมรับว่ารหัสบนบัตรสามารถสแกนย้อนกลับไปหา “เลขที่บัตร” ได้ และเลขนี้จะไปตรงกับเลขที่ปรากฏบน “ต้นขั้วบัตร” ซึ่งมีชื่อและลายเซ็นของผู้ลงคะแนนกำกับอยู่

  • ระเบียบไม่ได้แยกเก็บ: แม้ กกต. จะยืนยันว่าบัตรในหีบกับต้นขั้วถูกเก็บแยกกันเพื่อรักษาความลับ แต่ ระเบียบ กกต. ข้อ 184 ระบุชัดเจนว่า ในขั้นตอนสุดท้าย ต้นขั้วบัตรทั้งหมดต้องถูกนำไป “บรรจุรวมไว้ในหีบบัตรเลือกตั้ง” ของหน่วยนั้น ๆ เท่ากับว่าหลักฐานที่ระบุตัวตน (ต้นขั้ว) และหลักฐานการลงคะแนน (บัตร) ถูกเก็บไว้ในสถานที่เดียวกัน

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

1. การเปรียบเทียบเชิงประจักษ์

นำบัตรเลือกตั้งที่ใช้จริงในวันเลือกตั้ง มาเปรียบเทียบกับเอกสารและสื่อประชาสัมพันธ์ที่ กกต. เผยแพร่ก่อนหน้านี้ พบความแตกต่างอย่างชัดเจนว่าในสื่อตัวอย่าง “ไม่แสดงบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ด” ทำให้สังคมไม่ได้ตั้งคำถามตั้งแต่ต้น

2. การสืบค้นระเบียบและข้อกฎหมาย

กาง “ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566” เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเดินทางของบัตรและต้นขั้ว พบว่า:

  • ข้อ 181: ยืนยันว่าหลังนับคะแนนเสร็จ ทั้งหีบบัตรและต้นขั้วต้องถูกส่งไปที่ กกต. เขต

  • ข้อ 184: ระบุว่า กกต. เขตต้องนำต้นขั้วบัตร “บรรจุรวมไว้ในหีบบัตรเลือกตั้ง” ซึ่งขัดแย้งกับคำแถลงของ กกต. ที่บอกว่าเก็บแยกกัน

Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน