เปิดระเบียบ กกต. ไขข้อข้องใจ “บัตรเลือกตั้ง-ต้นขั้ว” เก็บแยกกันจริงหรือ ?

แม้การเลือกตั้งจะผ่านพ้นไป และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวชี้แจงไปแล้วเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงกรณีข้อกังวลเรื่อง “บาร์โค้ด” และ “คิวอาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้ง สส. ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขต โดย กกต. ระบุว่า สามารถทำได้ เนื่องจากกำหนดไว้ในระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในข้อ 129 ที่ให้อำนาจ กกต. ในการกำหนดให้มีรหัสหรือเครื่องหมาย หรือข้อความอื่นใดเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษในบัตรเลือกตั้ง โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า เพื่อป้องกันการปลอมแปลง
สรุปข้อชี้แจง กกต. ต่อสังคม
ในฝั่งของ กกต. แม้จะยังไม่ออกมายอมรับอย่างชัดเจนว่า “บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง” สามารถสแกนเพื่อตรวจสอบย้อนกลับไปยัง “เลขที่” ของบัตรเลือกตั้งนั้น ๆ ได้จริง แต่ยืนยันว่า เป็นเพียงมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันบัตรปลอม และเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริตเที่ยงธรรม ไม่ได้มีไว้เพื่อระบุตัวตนผู้กาบัตร
ประเด็นสำคัญที่ กกต. ใช้ยืนยันเพื่อคลายความกังวลเรื่องการละเมิดความลับในการลงคะแนน คือคำกล่าวที่ระบุว่า การลงคะแนนเป็นการลง “โดยตรงและความลับ” ตามรัฐธรรมนูญ เพราะไม่มีใครสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ เนื่องจาก กกต. มีชั้นความลับจนยากที่ใครจะเข้าถึงข้อมูล และแม้จะสามารถตรวจสอบย้อนกลับ แต่ต้องมี “บัตรเลือกตั้งที่ถูกหย่อนลงหีบ” กับ “ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง” ซึ่งทั้งสองส่วนนั้น “ถูกเก็บแยกกัน” จึงทำให้การนำมาตรวจสอบจับคู่กันเป็นไปได้ยากในทางปฏิบัติ กกต. ย้ำว่าหากใครพยายามจะนำข้อมูลนี้มาสืบหาตัวตนผู้กา ถือเป็นความผิดทางอาญาที่รุนแรง ซึ่งเป็นตัวยับยั้งไม่ให้เกิดการทุจริต
กกต. แถลงชี้แจงกรณีข้อกังวลเรื่อง “บาร์โค้ด” และ “คิวอาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้ง สส. ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขต เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 69
คลิปคำชี้แจงของ กกต. กรณี “บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง”
อย่างไรก็ตาม คำชี้แจงนี้ไม่สามารถทำให้กระแสความกังวลของสังคมจางหาย กลับถูกตั้งคำถามกลับโดยนักวิชาการและสังคม โดยเฉพาะ อ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่โพสต์ตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการจัดเก็บว่า บัตรและต้นขั้วถูกแยกเก็บจริงตามที่อ้างหรือไม่ เพราะหากไม่ได้แยกเก็บจริง ความเสี่ยงที่จะรู้ว่าใครเลือกใครก็ยังคงมีอยู่
อ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล นักวิชาการด้านกฎหมายมหาชน อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กตั้งคำถามกับ กกต.
และหากทำได้จริง ย่อมขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 85 ที่บัญญัติไว้ว่า การออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องเป็นไปโดย “ตรงและลับ” ซึ่งหมายถึงวิธีการลงคะแนนที่ กกต. จัดเตรียมขึ้นตามที่ทราบกันทั่วไป มีขั้นตอนการลงทะเบียน คูหาลงคะแนนและการกาเลือกผู้สมัครแต่ละคน เป็นต้น นั่นหมายความว่า ผู้ลงคะแนนต้องไปด้วยตัวเอง จะให้ใครมาดำเนินการแทนไม่ได้ และการลงคะแนนต้องเป็น “ความลับ“
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 85
“บาร์โค้ด” และ “คิวอาร์โค้ด” เคยมีในตัวอย่างมาก่อนหรือไม่ ?
Thai PBS Verify ทำการเปรียบเทียบบัตรจริงกับตัวอย่างบัตรที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประชาสัมพันธ์ก่อนวันเลือกตั้งพบว่า ภาพตัวอย่างบัตร 3 ใบ ทั้ง บัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต, บัตรเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ และบัตรออกเสียงประชามติ ไม่ปรากฏบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ดใด ๆ ในเอกสารการประชาสัมพันธ์ก่อนหน้านี้
ภาพตัวอย่างบัตรเลือกตั้งจากเว็บไซต์ของ กกต. ซึ่งไม่พบการแสดงภาพของบาร์โค้ดแต่อย่างใด
ภาพตัวอย่างบัตรเลือกตั้งจากเว็บไซต์ของ กกต. (ซ้าย) เปรียบเทียบกับ ภาพบัตรเลือกตั้ง สส. ของจริง ที่มีคิวอาร์โค้ดอยู่ภายใน (ขวา)
Thai PBS Verify กางระเบียบ กกต. ค้นหาความจริง
เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงในประเด็น “การแยกเก็บ” Thai PBS Verify ได้ทำการตรวจสอบ “ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566” ซึ่งเป็นระเบียบหลักที่ใช้ในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้
จากการตรวจสอบพบข้อกำหนดในระเบียบฯ ที่ระบุถึงขั้นตอนการจัดการกับบัตรเลือกตั้งที่เหลือและต้นขั้วบัตรภายหลังการนับคะแนนเสร็จสิ้น ดังนี้
ข้อ 181 ระบุว่า เมื่อเสร็จสิ้นการนับคะแนน ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ไม่น้อยกว่าห้าคนและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ดำเนินการส่งหีบบัตรเลือกตั้ง พร้อมด้วยวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึง “บัตรเลือกตั้งที่เหลือ” และ “ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง” ส่งให้แก่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง (กกต.เขต)
ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 ข้อ 181
จุดสำคัญอยู่ที่ข้อถัดมา ซึ่งชี้ให้เห็นถึงปลายทางของต้นขั้วบัตร คือ
ข้อ 184 กำหนดให้บุคคลหรือคณะบุคคลที่ กกต.เขต แต่งตั้ง ดำเนินการตรวจสอบและยุบรวมถุงใส่บัตรเลือกตั้งที่เหลือไม่เต็มเล่ม และ “ให้นำต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง” ไป “บรรจุรวมไว้ในหีบบัตรเลือกตั้ง” ของหน่วยเลือกตั้งนั้น ๆ แล้วปิดผนึกหีบบัตรเลือกตั้ง
ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 ข้อ 184
บทสรุปจากระเบียบ “ไม่ได้แยกเก็บ” แต่ “บรรจุรวม” ในหีบ
จากระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2566 โดยเฉพาะในข้อ 184 ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า ในขั้นตอนสุดท้ายของการเก็บรักษา “ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง” (ที่มีลายเซ็นผู้ใช้สิทธิ) จะถูกนำไป “บรรจุรวมไว้ในหีบบัตรเลือกตั้ง” ซึ่งภายในหีบนั้นย่อมมีบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้วบรรจุอยู่ด้วย
ดังนั้น คำชี้แจงของ กกต. ที่ระบุว่าบัตรเลือกตั้งและต้นขั้วบัตรถูก “เก็บแยกกัน” จึงขัดแย้งกับระเบียบที่ กกต. เป็นผู้กำหนดขึ้นเอง
เมื่อบัตรเลือกตั้ง (ที่มีบาร์โค้ดระบุเลขที่บัตร) และต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง (ที่มีเลขที่บัตรตรงกันและมีชื่อผู้ใช้สิทธิ) ถูกเก็บรักษาไว้ในสถานที่เดียวกัน คือภายใน “หีบบัตรเลือกตั้ง” แม้จะอยู่ในถุงคนละใบในหีบเดียวกัน แต่ในทางทฤษฎีและทางปฏิบัติ ย่อมหมายความว่าข้อมูลทั้งสองส่วนไม่ได้ถูกตัดขาดจากกันอย่างสิ้นเชิง
เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?
-
บัตรเลือกตั้งจริง “ไม่ตรงกับตัวอย่างบัตรของ กกต.”: บัตรเลือกตั้งที่ประชาชนใช้ในวันจริงมี “บาร์โค้ด” และ “คิวอาร์โค้ด” ปรากฏอยู่ ซึ่งขัดกับภาพตัวอย่างบัตรที่ กกต. ใช้ประชาสัมพันธ์ก่อนเลือกตั้งที่ไม่มีรหัสเหล่านี้เลย โดย กกต. อ้างอำนาจตามระเบียบข้อ 129 ในการเพิ่มรหัสพิเศษเพื่อความปลอดภัยโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า
-
การระบุตัวตน “ทำได้จริงในทางเทคนิค”: กกต. ยอมรับว่ารหัสบนบัตรสามารถสแกนย้อนกลับไปหา “เลขที่บัตร” ได้ และเลขนี้จะไปตรงกับเลขที่ปรากฏบน “ต้นขั้วบัตร” ซึ่งมีชื่อและลายเซ็นของผู้ลงคะแนนกำกับอยู่
-
ระเบียบไม่ได้แยกเก็บ: แม้ กกต. จะยืนยันว่าบัตรในหีบกับต้นขั้วถูกเก็บแยกกันเพื่อรักษาความลับ แต่ ระเบียบ กกต. ข้อ 184 ระบุชัดเจนว่า ในขั้นตอนสุดท้าย ต้นขั้วบัตรทั้งหมดต้องถูกนำไป “บรรจุรวมไว้ในหีบบัตรเลือกตั้ง” ของหน่วยนั้น ๆ เท่ากับว่าหลักฐานที่ระบุตัวตน (ต้นขั้ว) และหลักฐานการลงคะแนน (บัตร) ถูกเก็บไว้ในสถานที่เดียวกัน
กระบวนการตรวจสอบ
1. การเปรียบเทียบเชิงประจักษ์
นำบัตรเลือกตั้งที่ใช้จริงในวันเลือกตั้ง มาเปรียบเทียบกับเอกสารและสื่อประชาสัมพันธ์ที่ กกต. เผยแพร่ก่อนหน้านี้ พบความแตกต่างอย่างชัดเจนว่าในสื่อตัวอย่าง “ไม่แสดงบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ด” ทำให้สังคมไม่ได้ตั้งคำถามตั้งแต่ต้น
2. การสืบค้นระเบียบและข้อกฎหมาย
กาง “ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566” เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเดินทางของบัตรและต้นขั้ว พบว่า:
-
ข้อ 181: ยืนยันว่าหลังนับคะแนนเสร็จ ทั้งหีบบัตรและต้นขั้วต้องถูกส่งไปที่ กกต. เขต
-
ข้อ 184: ระบุว่า กกต. เขตต้องนำต้นขั้วบัตร “บรรจุรวมไว้ในหีบบัตรเลือกตั้ง” ซึ่งขัดแย้งกับคำแถลงของ กกต. ที่บอกว่าเก็บแยกกัน








