Profile icon

คลิปไวรัล “อนุทิน” ขอบตาช้ำ หลังลงพื้นที่ระนอง แท้จริงคือภาพ AI

ข่าวปลอมDateClock icon17:46|การเมืองViews0
Thai PBS Verify พบคลิป อนุทินฯ ได้รับบาดเจ็บขอบตาช้ำ เพราะไม้กลองฟาดหน้า หลังเดินสายขอบคุณที่ระนอง แต่พลาดท่าไม้กลองกระเด้งกระแทกขอบตา ตรวจสอบแล้วแท้จริงเป็นภาพ AI

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของข่าวปลอมจาก: TIKTOK

ภาพคลิปวิดีโอ TIKTOK แชร์ภาพ นายอนุทิน ชาญวีรกุล มีอาการตาช้ำบริเวณตาขวา

ภาพคลิปวิดีโอ TIKTOK แชร์ภาพ นายอนุทิน ชาญวีรกุล มีอาการตาช้ำบริเวณตาขวา

Thai PBS Verify พบคลิปวิดีโอแชร์ภาพ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีอาการตาช้ำบริเวณตาขวา พร้อมระบุว่า 

สภาพ นี้ขนาดไม่มีใครทำอะไรนะ ฟ้าดินยังช่วยส่งเสริมขนาดนี้สภาพ นี้ขนาดไม่มีใครทำอะไรนะ ฟ้าดินยังช่วยส่งเสริมขนาดนี้” 

ซึ่งโพสต์ดังกล่าว มีการแสดงความรู้สึก 203 ครั้ง มีการบันทึก และแชร์ 7 ครั้ง ขณะที่การแสดงความคิดเห็นอยู่ที่ 14 ข้อความ 

ภาพอาการตาช้ำดังกล่าวเป็นภาพจริงหรือไม่ ?

เมื่อนำภาพนายอนุทิน ไปตรวจสอบกับ Google Lens พบว่าเป็นภาพที่ถูกสร้างด้วย AI ของ Google  และภาพดังกล่าวเหมือนหรือใกล้เคียงกับภาพที่ปรากฎในข่าวเมื่อปี 2564 

นอกจากนี้เมื่อนำภาพไปตรวจสอบภาพด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ AI ชื่อ Wasit AI   พบว่ามีโอกาสที่ภาพนี้จะสร้างจาก AI 

 

ภาพการตรวจสอบว่าภาพเป็นภาพที่สร้างจาก AI

ภาพการตรวจสอบว่าภาพเป็นภาพที่สร้างจาก AI

ภาพจาก Wasit AI ที่แสดงผลมีโอกาสที่ภาพสร้างจาก AI

ภาพจาก Wasit AI ที่แสดงผลมีโอกาสที่ภาพสร้างจาก AI

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ?

Thai PBS Verify ค้นหาด้วยคำสำคัญ  “อนุทินตีกลอง” พบว่า วันที่ 15 ก.พ. 69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชนในจังหวัดระนอง ที่ลงคะแนนเลือกผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อของพรรค

ระหว่างทางได้แวะสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลเจ้าต่ายเต๊เอี๋ย พร้อมลั่นกลองประจำศาลเจ้า ซึ่งก่อนหน้านี้นายอนุทินและภริยาเคยเดินทางมาสักการะแล้วในช่วงหาเสียง โดยในระหว่างที่ตีกลองอยู่นั้น จังหวะไม้กลองกระแทกเข้าตาด้านซ้ายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมกล่าวว่า เต็มๆ เบ้าตาเลย   ท่ามกลางเสียงเชียร์จากประชาชนที่เรียกว่า “นายก” 

หลังจากนั้นนายอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะได้เดินทางไปกราบขอพรที่สุสานเจ้าเมืองพระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี (คอซูเจียง) ก่อนขึ้นรถแห่สองแถวไม้แดงตระเวนขอบคุณประชาชนรอบตัวเมืองระนองเป็นเวลาหลายชั่วโมง โดยระหว่างทางยังแวะที่ร้าน “จ่าจ้า คอฟฟี่” ของภริยาเพื่อพบปะครอบครัวและถ่ายภาพร่วมกับประชาชน และเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจก็ได้เดินทางกลับกรุงเทพมหานครทันที 

เทียบภาพจริงและภาพ AI ด้วยตา 

Thai PBS Verify ภาพเหตุการณ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลเจ้าต่ายเต๊เอี๋ย พร้อมลั่นกลองประจำศาลเจ้า และภาพที่มีการแชร์ในโซเชียลมีเดีย จากการสังเกตจะพบว่า จังหวะที่ไม้กลองโดนบริเวณตาจะเป็นตาด้านซ้ายไม่ใช่ด้านขวาดังรูปที่ปรากฎ 

ภาพเปรียบเทียบด้านซ้ายเป็นภาพ AI ภาพด้านขวาคือภาพตอนแวะสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลเจ้าต่ายเต๊เอี๋ย จังหวัดระนอง

ภาพเปรียบเทียบด้านซ้ายเป็นภาพ AI ภาพด้านขวาคือภาพตอนแวะสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลเจ้าต่ายเต๊เอี๋ย จังหวัดระนอง

เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?

Thai PBS Verify ตรวจสอบแล้วพบว่า  เหตุการณ์ที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลเจ้าต่ายเต๊เอี๋ย พร้อมลั่นกลองประจำศาลเจ้าและโดนไม้กลองฟาดหน้าเป็นเรื่องจริง แต่ภาพที่ปรากฏในโซเชียลมีเดียเป็นภาพที่สร้างจาก AI 

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

  1. ตรวจสอบผ่าน Google : เมื่อนำภาพไปตรวจสอบย้อนหลังด้วยเครื่องมือค้นหาของ Google ไม่พบหลักฐานว่าเป็นภาพเหตุการณ์จริง แต่พบว่าเป็นภาพที่สร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยี AI และและภาพดังกล่าวเหมือนหรือใกล้เคียงกับภาพที่ปรากฎในข่าวเมื่อปี 2564 นอกจากนี้ได้ตรวจสอบภาพด้วย Wasit AI ก็พบว่ามีโอกาสที่สร้างจาก AI
  2. ตรวจสอบด้วยคำสำคัญ : ค้นหาคำว่า “อนุทินตีกลอง” พบว่าเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 69 อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดระนอง ขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชน และแวะลั่นกลองที่ศาลเจ้าต่ายเต๊เอี๋ยระหว่างโชว์ตีกลอง เมื่อเทียบภาพจากคลิปวิดีโอ ไม้กลองพลาดฟาดเข้าที่ใบหน้า โดยจุดที่โดนเป็นบริเวณตาซ้าย ไม่ใช่ตาขวาตามภาพที่ถูกเผยแพร่

ผลกระทบของข้อมูลเท็จ

  1. ผลกระทบต่อสังคมและสาธารณชน: เนื่องจากเหตุการณ์ “ไม้กลองฟาด” เคยเกิดขึ้นจริง (แต่แผลอาจไม่รุนแรงเท่าใน AI) การที่ AI สร้างภาพให้ดูหนักกว่าเดิมทำให้ประชาชนแยกแยะไม่ออกว่าส่วนไหนคือเรื่องจริง และส่วนไหนคือเรื่องแต่ง
  2. ผลกระทบต่อระบบสารสนเทศ: เมื่อภาพ AI ดูเนียนจนแยกไม่ออก ประชาชนจะเริ่ม “ไม่เชื่ออะไรเลย” แม้แต่ภาพข่าวจริงในอนาคต ทำให้การสื่อสารภาครัฐทำได้ยากขึ้น
  3. 3. การตกเป็นเครื่องมือของการสร้าง IO: ข้อมูลเท็จเหล่านี้อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการทดสอบกระแสตอบรับ (Social Testing) เพื่อเตรียมการสร้างเฟคนิวส์ที่ใหญ่กว่าในอนาคต

Guidelinesข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?

  1. หยุด คิด: อย่าเพิ่งกด “แชร์” หรือ “ส่งต่อ” ทันทีแม้ว่าข่าวนั้นจะดูน่าตกใจหรือน่าสนใจแค่ไหน และพิจารณาความสมเหตุสมผล เช่น บาดแผลดูรุนแรงเกินจริงไหม ? ทำไมมีแค่คลิปเดียวแต่สื่อหลักสำนักอื่นไม่มีภาพมุมอื่นเลย 
  2. สังเกตความผิดปกติของ AI: รายละเอียดใบหน้าบาดแผลหรือรอยช้ำดู “ลอย” หรือ “เบลอ” ผิดปกติไหม
  3. ตรวจสอบ “แหล่งที่มา” และ “วันที่”: หลายครั้งที่เป็นการนำ “ข่าวเก่า” มาเล่าใหม่ หรือนำเหตุการณ์จริง (เช่น อุบัติเหตุไม้กลองฟาดที่เกิดขึ้นจริง) มา “แต่งเติมภาพด้วย AI” ให้ดูรุนแรงขึ้นเพื่อเรียกยอดไลก์ และตรวจสอบว่าบัญชีผู้ใช้ที่โพสต์มีตัวตนจริงหรือไม่ หรือเป็นบัญชีหลุมที่สร้างมาเพื่อปั่นกระแส
Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน