คลิปไวรัล “อนุทิน” ขอบตาช้ำ หลังลงพื้นที่ระนอง แท้จริงคือภาพ AI

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของข่าวปลอมจาก: TIKTOK
ภาพคลิปวิดีโอ TIKTOK แชร์ภาพ นายอนุทิน ชาญวีรกุล มีอาการตาช้ำบริเวณตาขวา
Thai PBS Verify พบคลิปวิดีโอแชร์ภาพ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีอาการตาช้ำบริเวณตาขวา พร้อมระบุว่า
“สภาพ นี้ขนาดไม่มีใครทำอะไรนะ ฟ้าดินยังช่วยส่งเสริมขนาดนี้สภาพ นี้ขนาดไม่มีใครทำอะไรนะ ฟ้าดินยังช่วยส่งเสริมขนาดนี้”
ซึ่งโพสต์ดังกล่าว มีการแสดงความรู้สึก 203 ครั้ง มีการบันทึก และแชร์ 7 ครั้ง ขณะที่การแสดงความคิดเห็นอยู่ที่ 14 ข้อความ
ภาพอาการตาช้ำดังกล่าวเป็นภาพจริงหรือไม่ ?
เมื่อนำภาพนายอนุทิน ไปตรวจสอบกับ Google Lens พบว่าเป็นภาพที่ถูกสร้างด้วย AI ของ Google และภาพดังกล่าวเหมือนหรือใกล้เคียงกับภาพที่ปรากฎในข่าวเมื่อปี 2564
นอกจากนี้เมื่อนำภาพไปตรวจสอบภาพด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ AI ชื่อ Wasit AI พบว่ามีโอกาสที่ภาพนี้จะสร้างจาก AI
ภาพการตรวจสอบว่าภาพเป็นภาพที่สร้างจาก AI
ภาพจาก Wasit AI ที่แสดงผลมีโอกาสที่ภาพสร้างจาก AI
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ?
Thai PBS Verify ค้นหาด้วยคำสำคัญ “อนุทินตีกลอง” พบว่า วันที่ 15 ก.พ. 69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชนในจังหวัดระนอง ที่ลงคะแนนเลือกผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อของพรรค
ระหว่างทางได้แวะสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลเจ้าต่ายเต๊เอี๋ย พร้อมลั่นกลองประจำศาลเจ้า ซึ่งก่อนหน้านี้นายอนุทินและภริยาเคยเดินทางมาสักการะแล้วในช่วงหาเสียง โดยในระหว่างที่ตีกลองอยู่นั้น จังหวะไม้กลองกระแทกเข้าตาด้านซ้ายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมกล่าวว่า เต็มๆ เบ้าตาเลย ท่ามกลางเสียงเชียร์จากประชาชนที่เรียกว่า “นายก”
หลังจากนั้นนายอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะได้เดินทางไปกราบขอพรที่สุสานเจ้าเมืองพระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี (คอซูเจียง) ก่อนขึ้นรถแห่สองแถวไม้แดงตระเวนขอบคุณประชาชนรอบตัวเมืองระนองเป็นเวลาหลายชั่วโมง โดยระหว่างทางยังแวะที่ร้าน “จ่าจ้า คอฟฟี่” ของภริยาเพื่อพบปะครอบครัวและถ่ายภาพร่วมกับประชาชน และเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจก็ได้เดินทางกลับกรุงเทพมหานครทันที
เทียบภาพจริงและภาพ AI ด้วยตา
Thai PBS Verify ภาพเหตุการณ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลเจ้าต่ายเต๊เอี๋ย พร้อมลั่นกลองประจำศาลเจ้า และภาพที่มีการแชร์ในโซเชียลมีเดีย จากการสังเกตจะพบว่า จังหวะที่ไม้กลองโดนบริเวณตาจะเป็นตาด้านซ้ายไม่ใช่ด้านขวาดังรูปที่ปรากฎ
ภาพเปรียบเทียบด้านซ้ายเป็นภาพ AI ภาพด้านขวาคือภาพตอนแวะสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลเจ้าต่ายเต๊เอี๋ย จังหวัดระนอง
เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?
Thai PBS Verify ตรวจสอบแล้วพบว่า เหตุการณ์ที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลเจ้าต่ายเต๊เอี๋ย พร้อมลั่นกลองประจำศาลเจ้าและโดนไม้กลองฟาดหน้าเป็นเรื่องจริง แต่ภาพที่ปรากฏในโซเชียลมีเดียเป็นภาพที่สร้างจาก AI
กระบวนการตรวจสอบ
- ตรวจสอบผ่าน Google : เมื่อนำภาพไปตรวจสอบย้อนหลังด้วยเครื่องมือค้นหาของ Google ไม่พบหลักฐานว่าเป็นภาพเหตุการณ์จริง แต่พบว่าเป็นภาพที่สร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยี AI และและภาพดังกล่าวเหมือนหรือใกล้เคียงกับภาพที่ปรากฎในข่าวเมื่อปี 2564 นอกจากนี้ได้ตรวจสอบภาพด้วย Wasit AI ก็พบว่ามีโอกาสที่สร้างจาก AI
- ตรวจสอบด้วยคำสำคัญ : ค้นหาคำว่า “อนุทินตีกลอง” พบว่าเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 69 อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดระนอง ขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชน และแวะลั่นกลองที่ศาลเจ้าต่ายเต๊เอี๋ยระหว่างโชว์ตีกลอง เมื่อเทียบภาพจากคลิปวิดีโอ ไม้กลองพลาดฟาดเข้าที่ใบหน้า โดยจุดที่โดนเป็นบริเวณตาซ้าย ไม่ใช่ตาขวาตามภาพที่ถูกเผยแพร่
ผลกระทบของข้อมูลเท็จ
- ผลกระทบต่อสังคมและสาธารณชน: เนื่องจากเหตุการณ์ “ไม้กลองฟาด” เคยเกิดขึ้นจริง (แต่แผลอาจไม่รุนแรงเท่าใน AI) การที่ AI สร้างภาพให้ดูหนักกว่าเดิมทำให้ประชาชนแยกแยะไม่ออกว่าส่วนไหนคือเรื่องจริง และส่วนไหนคือเรื่องแต่ง
- ผลกระทบต่อระบบสารสนเทศ: เมื่อภาพ AI ดูเนียนจนแยกไม่ออก ประชาชนจะเริ่ม “ไม่เชื่ออะไรเลย” แม้แต่ภาพข่าวจริงในอนาคต ทำให้การสื่อสารภาครัฐทำได้ยากขึ้น
- 3. การตกเป็นเครื่องมือของการสร้าง IO: ข้อมูลเท็จเหล่านี้อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการทดสอบกระแสตอบรับ (Social Testing) เพื่อเตรียมการสร้างเฟคนิวส์ที่ใหญ่กว่าในอนาคต
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
- หยุด คิด: อย่าเพิ่งกด “แชร์” หรือ “ส่งต่อ” ทันทีแม้ว่าข่าวนั้นจะดูน่าตกใจหรือน่าสนใจแค่ไหน และพิจารณาความสมเหตุสมผล เช่น บาดแผลดูรุนแรงเกินจริงไหม ? ทำไมมีแค่คลิปเดียวแต่สื่อหลักสำนักอื่นไม่มีภาพมุมอื่นเลย
- สังเกตความผิดปกติของ AI: รายละเอียดใบหน้าบาดแผลหรือรอยช้ำดู “ลอย” หรือ “เบลอ” ผิดปกติไหม
- ตรวจสอบ “แหล่งที่มา” และ “วันที่”: หลายครั้งที่เป็นการนำ “ข่าวเก่า” มาเล่าใหม่ หรือนำเหตุการณ์จริง (เช่น อุบัติเหตุไม้กลองฟาดที่เกิดขึ้นจริง) มา “แต่งเติมภาพด้วย AI” ให้ดูรุนแรงขึ้นเพื่อเรียกยอดไลก์ และตรวจสอบว่าบัญชีผู้ใช้ที่โพสต์มีตัวตนจริงหรือไม่ หรือเป็นบัญชีหลุมที่สร้างมาเพื่อปั่นกระแส









