Profile icon

“หญิง 21-30 ปี” ยังครองแชมป์ถูกมิจฯ หลอก สถิติพบคดียังสูง แต่ความเสียหายลดลง

DateClock icon14:01|ข่าวสารViews0

Thai PBS Verify เกาะติดสถานการณ์ภัยไซเบอร์ หลังศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดสถิติช่วงวันที่ 26 เม.ย. - 2 พ.ค. 69 พบว่าจำนวนคดียังสูงต่อเนื่อง สวนทางกับมูลค่าความเสียหายที่ลดลงกว่า 100 ล้านบาท สะท้อนการเร่งปราบปรามและช่วยเหลือเหยื่อของเจ้าหน้าที่ ขณะเดียวกันยังเตือนประชาชน โดยเฉพาะวัย 21-30 ปี ที่ยังคงตกเป็นเป้าหมายหลักของมิจฉาชีพ

เจาะสถิติ “โกงออนไลน์” มิจ ฯ ยังเล็งกลุ่มเป้าหมายเดิม

มูลค่าความเสียหายเริ่มชะลอ แต่จำนวนคดียังต้องจับตา

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์​ (ACSC) เปิดภาพรวมสถิติการรับแจ้งความออนไลน์สัปดาห์ล่าสุด ช่วงวันที่ 26 เม.ย. – 2 พ.ค. 69 พบว่า แม้มูลค่าความเสียหายจากคดีออนไลน์จะลดลงกว่า 100 ล้านบาท แต่จำนวนคดีที่เกิดขึ้นยังอยู่ในระดับสูง สะท้อนว่า “ภัยออนไลน์ยังคงระบาดต่อเนื่อง” และประชาชนยังคงตกเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายละเอียดดังนี้

ยอดรวมจำนวน 6,455 คดี (เพิ่มขึ้นจำนวน 7 คดี)
มูลค่าความเสียหาย 276,991,425 บาท
มูลค่าความเสียหายลดลง 104,315,574 บาท

ข้อมูลจากทีมวิเคราะห์พบว่า ภาพรวมจำนวนคดีในสัปดาห์ล่าสุด มูลค่าความเสียหายมีทิศทางลดลงอย่างต่อเนื่องจากค่าเฉลี่ย 450-500 ล้านบาท ในช่วงแรก จนลดเหลือประมาณ 276.99 ล้านบาท แม้จำนวนคดีในสัปดาห์ล่าสุดจะขยับตัวสูงขึ้น แต่มูลค่าความเสียหายกลับลดลงต่ำสุดในรอบหลายเดือน

3 อันดับ คดีหลอกลวงที่มิจฉาชีพพุ่งเป้า

เปิดสถิติ 3 อันดับ รูปแบบการหลอกลวง ช่วงวันที่ 26 เม.ย. – 2 พ.ค. 69 ดังนี้

อันดับ 1 : หลอกซื้อขายสินค้าและบริการ
คิดเป็น 82.3% ของคดีทั้งหมด
พบมากบนโซเชียลมีเดียและเพจปลอม
กลุ่มอายุ 21-30 ปี

อันดับ 2 : หลอกจ้างงาน-หารายได้พิเศษ
จำนวนคดีลดลงเล็กน้อย
แต่ความเสียหายต่อคดียังสูง
มักหลอกรีวิวสินค้า หรือให้โอนเงินสำรองก่อนทำงาน
กลุ่มอายุ 31-40 ปี

อันดับ 3 : แอบอ้างเป็นบุคคลอื่น
โทรอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือบริษัทต่าง ๆ
หลอกโอนเงิน หรือกดลิงก์ดูดข้อมูล
กลุ่มอายุ 21-30 ปี ยังตกเป็นเหยื่อมากที่สุด

ทำไม “ผู้หญิงวัย 21-30 ปี” ยังเป็นเป้าหมายหลัก ?

จากการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังพบว่า

  • ผู้หญิงตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชาย
  • กลุ่มอายุ 21-30 ปี ที่มักตกเป็นเหยื่อมากที่สุด

โดยมิจฉาชีพมักใช้กลโกงที่เข้าถึงง่ายผ่านโซเชียลมีเดีย ทั้งการขายสินค้าออนไลน์ งานเสริม รายได้พิเศษ หรือการแอบอ้างเป็นหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและเร่งให้เหยื่อตัดสินใจโอนเงินเร็วขึ้น รวมถึงการหลอกให้รักผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ ก็เป็นรูปแบบที่ทำให้เหยื่อหลงเชื่อได้เช่นเดียวกัน

วิธีป้องกันจากการถูกหลอกลวงซื้อสินค้าออนไลน์

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ขอแนะนำวิธีป้องกันตนเองจากการถูกหลอกลวงด้านการซื้อสินค้าทางออนไลน์อีกครั้ง ดังนี้

  • ซื้อผ่านระบบ “กระเป๋าเงินกลาง”: ระบบที่แพลตฟอร์มจะพักเงินไว้ชั่วคราว และโอนให้ผู้ขายเมื่อผู้ซื้อได้รับสินค้าและยืนยันว่าตรงตามที่สั่ง หากเกิดปัญหา เช่น ไม่ได้รับสินค้า สินค้าปลอม หรือไม่ตรงปก ผู้ซื้อสามารถร้องเรียนผ่านแพลตฟอร์มได้
  • หลีกเลี่ยงการตกลงซื้อขายนอกระบบ: เนื่องจากมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะ Facebook, Instagram (IG) และ X (Twitter) ที่มิจฉาชีพนิยมใช้หลอกลวง เพราะไม่มีระบบกระเป๋าเงินกลางคุ้มครองผู้ซื้อโดยตรง

ระวัง “ของถูก-ของฟรี” จุดเริ่มต้นกลโกงทำภารกิจ

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เตือนหลีกเลี่ยงการซื้อขายที่ไม่มีหลักฐาน โดยเฉพาะการซื้อขายนอกแพลตฟอร์ม

ขณะเดียวกัน ยังพบกลโกงรูปแบบใหม่ที่กำลังระบาด คือ “ซื้อของพ่วงทำภารกิจ” ใช้ของราคาถูกหรือแจกฟรีเป็นเหยื่อล่อ ก่อนดึงเหยื่อเข้ากลุ่มไลน์เพื่อหลอกโอนเงินเพิ่ม

หากถูกดึงเข้ากลุ่มเพื่อ “ทำภารกิจเสริม” หลังซื้อสินค้า ขอให้หยุดการสนทนาและออกจากกลุ่มทันที เพราะเข้าข่ายพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่ใช้ “ของถูก” เป็นเหยื่อล่อเพื่อหลอกโอนเงินซ้ำต่อเนื่อง

จากสถิติในช่วงสัปดาห์นี้ แม้มูลค่าความเสียหายจะเริ่มลดลง แต่จำนวนคดีที่ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนว่า “ภัยออนไลน์ยังไม่หายไปไหน” ดังนั้นก่อนโอนเงิน กดลิงก์ หรือเชื่อข้อเสนอใดบนออนไลน์ ควรตรวจสอบให้รอบคอบ เพราะบางครั้ง “ของถูก” หรือ “งานง่ายรายได้ดี” อาจเป็นกับดักของมิจฉาชีพ

ข้อมูลจาก: ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC)

Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน