Profile icon

“หญิงวัย 21-30 ปี” ยังเป็นเหยื่ออันดับ 1 มิจฯ ลวงด้วยของถูก-ของฟรี หลอกทำภารกิจ สูญเงินหมดตัว

DateClock icon11:41|ข่าวสารViews0

Thai PBS Verify เกาะติดสถานการณ์ภัยไซเบอร์ หลังศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดสถิติช่วงวันที่ 3-9 พ.ค. 69 พบว่า แม้คดีหลอกลวงด้านการจ้างงานจะลดลงอย่างชัดเจน แต่มิจฉาชีพ “หลอกลงทุน” ยังสร้างความเสียหายสูงสุด สัปดาห์เดียวเฉียด 54 ล้านบาท ขณะที่เหยื่อส่วนใหญ่ยังคงเป็นผู้หญิงอายุ 21-30 ปี เตือนระวังกลโกงลงทุน-ซื้อขายออนไลน์ ที่ยังระบาดหนักและซับซ้อนมากขึ้น

หลอกลงทุนครองแชมป์ สัปดาห์เดียวเสียหาย 54 ล้าน

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดสถิติคดีภัยไซเบอร์ ช่วงวันที่ 3-9 พ.ค.69 พบว่า แม้คดีหลอกลวงด้านการจ้างงานจะลดลงอย่างชัดเจน แต่ “หลอกลงทุน” ยังครองอันดับ 1 ความเสียหายสูงสุดต่อเนื่อง สัปดาห์เดียวสูญเงินเฉียด 54 ล้านบาท ขณะที่ผู้หญิงอายุ 21-30 ปี ยังคงเป็นกลุ่มเสี่ยงถูกมิจฉาชีพหลอกมากที่สุด ช่วงวันที่ 3-9 พ.ค. 69 วิเคราะห์ข้อมูลสถิติได้ ดังนี้

  • พบคดีจำนวน 6,138 คดี (ลดลง 316 คดี จากสัปดาห์ก่อน)
  • มูลค่าความเสียหาย 178,438,675 บาท (ลดลง 103,863,255 บาท จากสัปดาห์ก่อน)

“เจาะสถิติ” 3 อันดับ มิจฉาชีพออนไลน์ 

แม้ภาพรวมคดีจะลดลงจากช่วงก่อนหน้า แต่กลโกงออนไลน์ยังคงระบาดต่อเนื่อง และยังพบผู้เสียหายจำนวนมากในแต่ละวันตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสามารถจัดอันดับคดีที่พบมากที่สุด ดังนี้

  • อันดับที่ 1 การหลอกลวงด้านสินค้าและบริการ: มีปริมาณคดีสูงที่สุด แต่มูลค่าความเสียหายรวมลดลงเกือบครึ่ง ชี้ชัดเน้นลวงรายย่อยมากขึ้น 
  • อันดับที่ 2 หลอกลวงด้านการจ้างงาน: จำนวนคดีลดลงเกือบ 50% และมูลค่าความเสียหายลดกว่า 40 ล้านบาท
  • อันดับที่ 3 หลอกลงทุน: แม้ว่าจำนวนคดีจะน้อย แต่สร้างความเสียหายสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ในสัปดาห์ล่าสุด (53.9 ล้านบาท)

แนวโน้มการพุ่งเป้าของมิจฉาชีพ เป็นอย่างไร ?

จากการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า

  • ผู้หญิงตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชาย 
  • อันดับ 1 คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 
  • อันดับ 2 คดีหลอกลวงด้านการจ้างงาน 
  • อันดับ 3 คดีหลอกลวงโดยแอบอ้างเป็นบุคคลอื่น

จากข้อมูลข้างต้น พบว่ากลุ่มอายุ 21-30 ปี ตกเป็นเหยื่อสูงสุดในทั้ง 3 ประเภทคดี และการหลอกลวงด้านสินค้าและบริการยังคงครองแชมป์ จึงควรเพิ่มความระมัดระวังและตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบ เพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ 

ซื้อของออนไลน์ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ ได้อย่างไร ?

การซื้อสินค้าออนไลน์ในปัจจุบันมีความเสี่ยงมากขึ้น จึงควรเพิ่มความระมัดระวัง ดังนี้ 

  • เลือกซื้อสินค้าผ่านระบบ “กระเป๋าเงินกลาง”: ระบบจะยังไม่โอนเงินให้ผู้ขาย จนกว่าผู้ซื้อจะได้รับสินค้าและยืนยันความถูกต้อง ช่วยลดความเสี่ยงถูกโกง และควรสั่งซื้อผ่านตะกร้าสินค้าเท่านั้น
  • หลีกเลี่ยงการซื้อขายนอกระบบหรือโอนเงินตรงให้ผู้ขาย: หากเกิดปัญหา ผู้ซื้อจะติดตามเงินคืนได้ยาก โดยเฉพาะบน Facebook, Instagram และ X (Twitter) ที่มักถูกมิจฉาชีพใช้หลอกลวง เนื่องจากไม่มีระบบคุ้มครองผู้ซื้อโดยตรง
  • หลอกซื้อของพวกทำภารกิจ: ใช้กลโกง “ของถูก-ของฟรี” เป็นเหยื่อล่อ ก่อนจะชักชวนเข้ากลุ่มไลน์เพื่อทำภารกิจ จนนำไปสู่การหลอกลงทุน 

3 วิธีเช็กก่อน ลดเสี่ยงถูกหลอก

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ขอเตือนภัย เพียงใช้เวลาตรวจสอบไม่กี่นาที อาจช่วยป้องกันการสูญเงินก้อนใหญ่ได้ สามารถเช็กได้ ดังนี้

  • เช็กบริษัทให้ชัวร์ ผ่านแอปฯ SEC Check First: ก่อนลงทุนควรตรวจสอบว่าบริษัทมีชื่ออยู่ในระบบของ ก.ล.ต. อยู่ในสถานะ “ได้รับอนุญาต” พร้อมมีเลขใบอนุญาตและข้อมูลติดต่อที่ตรวจสอบได้ชัดเจน
  • ตรวจสอบชื่อบัญชีก่อนโอนทุกครั้ง: บัญชีรับโอนต้องเป็นชื่อบริษัทที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น หากให้โอนเข้าบัญชีบุคคลธรรมดา หรือชื่อบัญชีไม่ตรงกับบริษัท ควรระวัง เพราะอาจเป็นบัญชีม้าหรือบัญชีของมิจฉาชีพ
  • ระวังแอปพลิเคชันปลอม ที่เลียนแบบชื่อและโลโก้ และถึงแม้โหลดแอปพลิเคชัน เหล่านี้จาก Store ก็ไม่ปลอดภัยเสมอไป

ภาพจาก เพจสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ข้อมูลจาก: ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์​ (ACSC) 

Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน