แชมป์ไม่เปลี่ยน “หญิง 21-30 ปี” ยังเป็นเหยื่ออันดับ 1 จับตาสถิติล่าสุด คดีลด-แต่ความเสียหายเพิ่ม

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดสถิติอาชญากรรมออนไลน์รอบล่าสุด พบว่า แม้จำนวนคดีจะลดลงต่อเนื่อง แต่ “มูลค่าความเสียหาย” กลับเพิ่มสูงขึ้นสวนทาง โดยเฉพาะแก๊งแอบอ้างเป็นตำรวจ-หน่วยงานรัฐ ที่กลับมาสร้างความเสียหายสูงสุดอีกครั้ง ขณะที่กลุ่มวัยทำงานอายุ 21-30 ปี ยังตกเป็นเหยื่อมากที่สุด Thai PBS Verify รวบรวมข้อมูลสำคัญ พร้อมข้อสังเกตที่ประชาชนต้องระวัง
สถิติล่าสุด “คดีลด แต่เสียหายเพิ่ม”
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดเผยสถิติอาชญากรรมออนไลน์ช่วงวันที่ 10-16 พ.ค. 69 พบว่า ภาพรวมจำนวนคดีมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม “มูลค่าความเสียหาย” กลับปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนให้เห็นว่า แม้จำนวนเหตุหลอกลวงจะลดลงในเชิงปริมาณ แต่มิจฉาชีพยังคงมุ่งก่อเหตุในลักษณะที่สร้างความเสียหายต่อผู้เสียหายในมูลค่าสูงมากขึ้น โดยมีรายละเอียดการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ ดังนี้
- รับแจ้งคดีผ่านระบบ Thaipoliceonline จำนวน 5,632 คดี (จำนวนคดีลดลง 512 คดี)
- มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 197.5 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นกว่า 7.9 ล้านบาท)
ซึ่งสะท้อนให้เห็นแนวโน้มที่น่ากังวลว่า แม้จำนวนคดีจะลดลง แต่ “มูลค่าความเสียหายต่อเคส” กลับเพิ่มสูงขึ้น อาจบ่งชี้ว่ามิจฉาชีพเริ่มมุ่งเป้าหลอกลวงเหยื่อที่มีโอกาสสร้างความเสียหายในมูลค่าสูงมากขึ้น
TOP 3 กลโกงออนไลน์ที่ต้องระวัง
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) วิเคราะห์รูปแบบการหลอกลวงทางออนไลน์ที่มีการแจ้งความมากที่สุด แบ่งออกเป็น 3 ประเภทคดี ได้แก่
อันดับ 1 : หลอกซื้อขายสินค้าและบริการ
- ปริมาณคดีมากที่สุด คิดเป็นประมาณ 84% ของคดีทั้งหมด
- แม้จำนวนคดีลดลง แต่ความเสียหายเพิ่ม 5.8 ล้านบาท
- มักเจอในรูปแบบ ซื้อของออนไลน์แล้วไม่ได้สินค้า, หลอกโอนมัดจำ หรือ สินค้าไม่ตรงปก เป็นต้น
อันดับ 2 : แอบอ้างเป็นบุคคลอื่น
- “แชมป์ความเสียหาย” ประจำสัปดาห์
- พบ 261 คดี
- มูลค่าความเสียหายสูงถึง 67.7 ล้านบาท
ซึ่งมักมาในรูปแบบแอบอ้างเป็นตำรวจ ข่มขู่เรื่องคดี ก่อนหลอกให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน ทั้งที่เจ้าหน้าที่จริงไม่สามารถทำได้ หากพบพฤติกรรมลักษณะนี้ ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นมิจฉาชีพ
อันดับ 3 : หลอกลงทุนออนไลน์
- คดีน้อย แต่เสียหายหนัก
- พบจำนวนคดี 148 คดี
- แต่สร้างความเสียหายกว่า 55.4 ล้านบาท
แนวโน้มภาพรวมสัปดาห์นี้ เป็นอย่างไร ?
ซึ่งจากการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า
- ผู้หญิงเสี่ยงตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชาย
- กลุ่มอายุ 21-30 ปี มากที่สุดตกเป็นเหยื่อมากที่สุด
เปิด 3 อันดับคดีออนไลน์ ที่พบผู้เสียหายมากที่สุด
จากการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พบว่า กลุ่มวัยทำงานยังคงตกเป็นเป้าหมายหลักของมิจฉาชีพ โดยคดีที่มีจำนวนผู้เสียหายสูงสุด มีดังนี้
- อันดับ 1 : คดีหลอกซื้อขายสินค้าหรือบริการ พบผู้เสียหายมากที่สุดในกลุ่มอายุ 31-40 ปี
- อันดับ 2 : คดีแอบอ้างเป็นบุคคลอื่น พบผู้เสียหายมากที่สุดในกลุ่มอายุ 21-30 ปี
- อันดับ 3 : คดีหลอกเสนอผลประโยชน์ พบผู้เสียหายมากที่สุดในกลุ่มอายุ 21-30 ปี

เตือนภัยกลลวงใหม่ล่าสุด
ขอเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะตำรวจ ปปง. หรือ DSI ซึ่งมักใช้วิธีโทรศัพท์ข่มขู่ อ้างว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี ก่อนหลอกให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนสังเกตพฤติกรรมต้องสงสัย ดังนี้
- เจ้าหน้าที่จริง จะไม่โทรศัพท์มาสอบสวนคดี
- จะไม่มีการส่งหมายจับ หรือเอกสารราชการผ่านทาง LINE
- ไม่มีการวิดีโอคอลเพื่อสอบสวนหรือควบคุมตัว
- ไม่มีการบังคับให้โอนเงิน หรือส่งมอบทรัพย์สินเพื่อตรวจสอบ
หากพบพฤติกรรมลักษณะดังกล่าว ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็น “มิจฉาชีพ” และควรรีบติดต่อหน่วยงานต้นสังกัดเพื่อยืนยันข้อมูลทันที
ทั้งนี้ขอเตือนภัยประชาชนอีกครั้ง โดยเฉพาะการลงทุน โดยสามารถป้องกันความเสี่ยงในการลงทุนทุกชนิดได้ ด้วยการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบ ดังนี้
วิธีเช็กก่อนโอนเงินลงทุนเบื้องต้น ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฯ
การตรวจสอบก่อนตัดสินใจลงทุนเพียงไม่กี่นาที ช่วยป้องกันความเสียหายทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นได้
- เช็กบริษัทผ่านแอปฯ SEC Check First: ตรวจสอบความน่าเชื่อถือก่อนลงทุน โดยต้องพบชื่อบริษัทในระบบ อยู่ในสถานะ “ได้รับอนุญาต” พร้อมมีเลขใบอนุญาตและข้อมูลติดต่อชัดเจน
- เช็กบัญชีก่อนโอนทุกครั้ง: ชื่อบัญชีปลายทางควรตรงกับชื่อบริษัทเท่านั้น หากเป็นบัญชีบุคคล (ใช้นาย/นาง/นางสาว) มีความเสี่ยงสูงว่าอาจเป็นบัญชีม้าหรือเกี่ยวข้องกับมิจฉาชีพ
ระวังแอปพลิเคชันปลอม ที่เลียนแบบชื่อและโลโก้ และถึงแม้โหลดแอปฯ เหล่านี้จาก Store ก็ไม่ปลอดภัยเสมอไป
ภาพจาก เพจสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์












