decode Thai PBS
Futurism
  • Journalism
  • Education
  • Sustainability
  • Workers/Economy
  • Human Rights
Democracy
  • Crack Politics
  • Peaceful
Conflict Resolution
  • Justice
  • Environment
  • Inequality
  • Welfare state
  • New World Order
Life Matters
  • Gender & Sexuality
  • Human & Society
  • Play Read
  • Young Spirit
Media
  • Documentary
เข้าสู่ระบบ
decode Thai PBS
    • ดูทั้งหมด
    • Journalism
    • Education
    • Sustainability
    • Workers/Economy
    • Human Rights
    • ดูทั้งหมด
    • Crack Politics
    • Peaceful
    • ดูทั้งหมด
    • Justice
    • Environment
    • Inequality
    • Welfare state
    • New World Order
    • ดูทั้งหมด
    • Gender & Sexuality
    • Human & Society
    • Play Read
    • Young Spirit
    • ดูทั้งหมด
    • Documentary

ขนาดตัวอักษร

decode Thai PBS

สำนักเครือข่ายสื่อสาธารณะ

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS)

PRIVACY POLICY / TERM OF USE

รู้จัก DE/CODE

De/Code คือใครติดต่อเรา

Follow DE/CODE

Copyright © 2026 Decode Thai PBS. All rights reserved.

accessibility

ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างข้อความ
ปรับสีสำหรับตาบอดสี
สืบจากกากพิษ ปราจีนฯ โยงสระแก้ว ‘หลักฐาน’ สำคัญที่ถูกปล่อยให้ลอยนวล
Environment

สืบจากกากพิษ ปราจีนฯ โยงสระแก้ว ‘หลักฐาน’ สำคัญที่ถูกปล่อยให้ลอยนวล

นราธิป ทองถนอมนราธิป ทองถนอม03 ส.ค. 2569 18:00
Share on

กลายเป็นปริศนาที่ชวนตั้งคำถาม หลังพบการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม ทั้งผงสีดำ–สีเทา เศษเปลือกสายไฟที่ผ่านการแยกทองแดงออกแล้ว และซากถุงบิ๊กแบ็ก กระจัดกระจายอยู่ในพื้นที่บ้านโคกไม้แดง ตำบลวังท่าช้าง อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ที่ปรากฏเป็นข่าวในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

หลังจากติดตามสืบค้นข้อมูลจากคำบอกเล่าของชาวบ้านและข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม เราพบว่ากากอุตสาหกรรมที่ถูกนำมาทิ้งในพื้นที่ ‘บ้านโคกไม้แดง’ จังหวัดปราจีนบุรี อาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของขบวนการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมเท่านั้น เพราะจุดที่พบการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมในลักษณะเดียวกันแต่มีปริมาณมากกว่า กลับอยู่ในพื้นที่ตำบลห้วยโจด อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว

เพียงแต่ร่องรอยของกากอุตสาหกรรมที่มีลักษณะคล้ายกันในหลายพื้นที่ นำไปสู่ข้อสงสัยว่า การลักลอบทิ้งในจังหวัดปราจีนบุรี และสระแก้วอาจมีความเชื่อมโยงกัน และอาจมีต้นตอมาจากแหล่งกำเนิดเดียวกัน 

18 กรกฎาคม 2569 เครือข่ายปราจีนเข้มแข็งเข้าตรวจสอบ หลังพบเบาะแสลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม

สุนทร คมคาย เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง เผยแพร่คลิปลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ เขาเปิดเผยว่า หลังเห็นโพสต์จากเพจ “ที่นี่เขื่อนระบม” แจ้งเบาะแสการลักลอบทิ้งขยะในพื้นที่ตำบลวังท่าช้าง จึงลงพื้นที่ตรวจสอบตามพิกัด พร้อมประสานผู้นำชุมชนให้ร่วมตรวจสอบ ก่อนจะพบของเสียจำนวนมากตรงตามที่มีการร้องเรียน โดยพบกองผงสีดำลักษณะคล้ายขี้เถ้าจากการเผาไหม้หรือจากกระบวนการหล่อหลอม ซากถุงบิ๊กแบ็ก และสายไฟบดย่อย ถูกนำมาทิ้งกระจายอยู่ประมาณ 4 จุด นอกจากนี้ยังพบบ่อน้ำ 1 แห่งที่มีคราบและสีของน้ำผิดปกติ ส่งกลิ่นเหม็นคล้ายน้ำมัน

ตรงนี้มีช้างป่าชุกชุมมาก อยากให้มีการฟื้นฟูโดยเร่งด่วน เพราะถ้าถึงฤดูช้างมาจะอันตรายมาก

ท่ามกลางกลิ่นเหม็นฉุนคล้ายน้ำมันและสารเคมีที่ลอยเตะจมูก สุนทรในฐานะประชาชนที่เฝ้าระวังปัญหามลพิษอุตสาหกรรม เล่าว่า พื้นที่บ้านโคกไม้แดง ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี มีรายงานพบช้างป่าเข้ามาในพื้นที่จำนวนมาก เมื่อพบการลักลอบทิ้งสารเคมี หรือกากอุตสาหกรรมในบ่อน้ำกลางไร่มันสำปะหลัง จึงเป็นอันตรายต่อทั้งคนและช้างป่า

เวลานี้ต้นตอของกลิ่นเหม็นผิดธรรมชาติอยู่ที่บ่อน้ำสีเทาขุ่นสลับกับดำคล้ำเป็นบางจุด และมีคราบสีรุ้งลอยปกคลุมผิวน้ำ บ่งชี้ถึงการปนเปื้อนของสารประเภทน้ำมัน

20 กรกฎาคม 2569 สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรีเปิดเผยผลตรวจสอบเบื้องต้น กรณีลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมใน ต.วังท่าช้าง เป็นการรายงานผลการตรวจสอบเบื้องต้นในจุดดังกล่าวผ่านเพจ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ระบุว่า พบการลักลอบทิ้งน้ำเสียลงในบ่อน้ำในพื้นที่การเกษตร จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นกลิ่นคล้ายน้ำมันเครื่องใช้แล้ว อีกทั้ง พบคราบน้ำมันลอยเต็มผิวหน้าบริเวณบ่อน้ำดังกล่าว อีกทั้งสีของน้ำเป็นสีเทา คาดว่าจะมีการปนเปื้อนเต็มพื้นที่ของบ่อน้ำแห่งนี้

นอกจากนั้นยังพบสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ใช้แล้วในจุดอื่น ๆ อีก 3 จุด โดยมีการบรรยายลักษณะไว้ว่า มีลักษณะสีดำเป็นผงละเอียดปะปนกับผงสีน้ำตาล และผงสีเทา ขณะเก็บตัวอย่างพบว่าวัสดุดังกล่าวมีการคายความร้อนออกมาเป็นระยะ และพบร่องรอยว่ามีเศษของเปลือกสายไฟที่ผ่านการคัดแยกนำทองแดงออกมาแล้ว ปะปนกันอยู่จำนวนหนึ่ง ในการตรวจสอบพื้นที่จุดนี้พบว่าการทิ้งลักษณะดังกล่าว เป็นการทิ้งเพื่อถมที่ ในบริเวณนั้น

ต่อมาองค์การบริหารส่วนตำบลวังท่าช้าง สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปราจีนบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบมีการส่งตัวอย่างสิ่งแวดล้อมเข้าตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ และอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมกับรอผลการวิเคราะห์เพื่อระบุชนิดของสารปนเปื้อนและแหล่งที่มา

เบื้องต้นสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี จะดำเนินการเก็บตัวอย่างสิ่งปฏิกูลและวัสดุที่ใช้แล้วจากจุดที่พบทั้งหมด เพื่อส่งให้ศูนย์วิจัยและเตือนภัยมลพิษโรงงานภาคตะวันออก จังหวัดชลบุรี ตรวจวิเคราะห์ความเป็นอันตรายของตัวอย่างดังกล่าว และจะดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษ เพื่อสืบหาผู้กระทำความผิดต่อสถานีตำรวจภูธรวังตะเคียนต่อไป


‘รถบรรทุกลักลอบทิ้ง’ เบาะแสที่ยังรอการพิสูจน์ 

12 วัน ก่อนหลายหน่วยงานลงพื้นที่ตรวจสอบจุดลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมในพื้นที่บ้านโคกไม้แดง ตำบลวังท่าช้าง อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ชาวบ้านในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. วังตะเคียน ได้จับกุมและตรวจยึดรถบรรทุกที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าวไว้แล้ว

เพื่อยืนยันข้อเท็จจริง เราติดต่อสอบถามพันตำรวจเอกพงศ์อนันต์ รักษาชาติ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรวังตะเคียน มีคำยืนยันว่าเจ้าหน้าตำรวจที่ได้ตรวจยึดรถบรรทุกพ่วงคันดังกล่าวไว้จริง ตามข้อมูลที่ชาวบ้านแจ้งจริง 

ข้อมูลจากสถานีตำรวจภูธรวังตะเคียนระบุว่า เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 เวลา 00.24 น. ได้ทำการตรวจยึดรถบรรทุกพ่วง 3 คัน พร้อมลูกพ่วง พบคนขับ 2 ราย หลังพบเหตุลักลอบเทเศษขยะ ซึ่งได้มีการลงบันทึกประจำวันไว้ แต่อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรวังตะเคียนให้ข้อมูลว่า “ต้องให้อุตสาหกรรมเข้ามาตรวจ เราลงไว้คร่าว ๆ ไม่ได้ลงให้ดำเนินคดี ลงคร่าว ๆ ไว้ว่ามีการนำมาทิ้งไว้แค่นั้นเอง”

สุเมธ เหรียญพงษ์นาม เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง เปิดเผยว่าจุดลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมแห่งนี้อยู่ห่างจากชุมชนเพียงประมาณ 200 เมตร ทำให้ชาวบ้านมีความกังวลต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ด้วยสภาพของกองเศษพลาสติกที่คาดว่า เป็นเปลือกสายไฟซึ่งผ่านการบดจนละเอียด รวมถึงกองผงและเถ้าสีดำอมเทาที่พบในพื้นที่ ล้วนมีลักษณะเป็นวัสดุน้ำหนักเบาที่สามารถปลิวฟุ้งกระจายไปตามแรงลมได้ง่าย จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าตรวจสอบ และขนย้ายของเสียออกจากพื้นที่โดยเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่กระจายของฝุ่นปนเปื้อน

ก็ไม่อยากเชื่อว่ามันจะอุกอาจ ทิ้งเทกองข้างทางหลวงชนบท เพราะเทกองอยู่ข้างถนนเลย ซึ่งปกติคนก็ใช้สัญจร ผ่านไปมาอยู่แล้ว สุเมธกล่าว

สุเมธยังให้ข้อมูลอีกว่า ในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ในจังหวัดปราจีนบุรีพบการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมถี่มาก มีข่าวปรากฏเป็นรายสัปดาห์ “ผมว่ามีการทิ้งทุกวัน แค่เราไม่เจอ หนึ่งอาทิตย์จะพบหนึ่งเหตุการณ์ในจังหวัดปราจีนบุรี ดูลักษณะมีปริมาณมากขึ้นไม่ลดลง ทิ้งบ่อยขึ้น เพิ่มมากขึ้น”

จากการตรวจสอบรายงานข่าวและข้อมูลในพื้นที่ พบว่าเฉพาะในเดือนกรกฎาคม อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี เกิดเหตุลักลอบทิ้งของเสียอุตสาหกรรมอย่างน้อย 3 กรณี กระจายอยู่ใน 3 ตำบล ได้แก่ ต.หาดนางแก้ว ต.วังท่าช้าง และ ต.วังตะเคียน

ผ่านมาเกือบครึ่งเดือนยังไม่มีความคืบหน้าการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีเพียงข้อมูลจากชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งระบุว่าคนขับรถบรรทุกได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับพิกัดโรงงานต้นทางเอาไว้ เรานำพิกัดดังกล่าวมาตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีความเกี่ยวข้องกับโรงงานประเภท 106 แห่งหนึ่งในพื้นที่ ม.9 ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา (ประกอบกิจการเกี่ยวกับการนำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียจากโรงงานกลับมาใช้ใหม่)

ผลการสืบค้นจากพิกัดโรงงานที่ได้มาผ่านเว็บไซต์ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม พบว่าโรงงานแห่งนี้ประกอบกิจการครอบคลุมกิจกรรมหลายประเภทตั้งแต่ทำเชื้อเพลิงทดแทนจากน้ำมันที่ใช้แล้ว ตัวทำละลายที่ใช้แล้ว และน้ำมันปนเปื้อนน้ำ สกัดโลหะมีค่าจากน้ำยาชุบโลหะ อบกากตะกอนที่มีโลหะมีค่าจากอุตสาหกรรมชุบโลหะและอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ บดย่อยชิ้นส่วนอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

และยังประกอบกิจการเพื่อทำสารปรับปรุงดินจากวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นของเสียอันตราย ทำวัสดุภัณฑ์ในการก่อสร้าง เช่น อิฐบล็อก อิฐประสานจากวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นของเสียอันตราย เช่น ทรายหล่อแบบ ผงเหล็กยิงทราย / ขัดผิวเหล็ก ฝุ่นทรายดำ ผลิตเชื้อเพลิงแข็งอัดก้อนจากเศษผ้า เศษยาง เศษพลาสติก เศษกระดาษ เศษไม้ และบดย่อยตะกรันเหล็กที่ไม่เป็นของเสียอันตราย 

หากพิจารณาข้อมูลการประกอบกิจการของโรงงาน เทียบกับลักษณะกากอุตสาหกรรมที่พบในพื้นที่บ้านโคกไม้แดง จะพบข้อสังเกตที่น่าสนใจหลายประการ โดยเฉพาะ เศษเปลือกสายไฟที่ผ่านการแยกทองแดงออกแล้ว ซึ่งพบกระจายเป็นกองขนาดใหญ่ มีลักษณะใกล้เคียงกับวัสดุเหลือทิ้งที่อาจเกิดจากกระบวนการ บดย่อยชิ้นส่วนอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 

โดยความเชื่อมโยงดังกล่าวยังจำเป็นต้องอาศัยการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์และเอกสารการรับ-ส่งกากอุตสาหกรรมของรถบรรทุกเพื่อยืนยันแหล่งกำเนิดที่แท้จริง ผู้ที่จะให้คำตอบอย่างชัดเจนได้ต้องเป็นเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัด และการตรวจสอบเส้นทางการขนส่งโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่

แกะรอยจุดลอบทิ้งเกลื่อนปราจีนบุรีโยงถึงสระแก้ว

จากการติดตามข้อมูลเพิ่มเติม ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม เราได้รับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเส้นทางการเดินรถจากระบบติดตามตำแหน่ง (GPS) ของรถบรรทุกพ่วงที่ถูกตรวจยึดในกรณีลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี พบว่า ในช่วงประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา รถบรรทุกกลุ่มดังกล่าวเดินทางเข้า-ออกพื้นที่เอกชนแห่งหนึ่งใน ต.ห้วยโจด อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว หลายครั้ง

เครือข่ายปราจีนเข้มแข็งจึงลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณดังกล่าว พบร่องรอยการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมที่มีลักษณะใกล้เคียงกับที่พบในพื้นที่บ้านโคกไม้แดง ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี

นอกจากนี้ ข้อมูล GPS ยังบ่งชี้อีกว่า รถบรรทุกพ่วงกลุ่มเดียวกันได้เดินทางเข้า-ออกโรงงานประเภท 106 (โรงงานรีไซเคิล) แห่งหนึ่งใน ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา หลายครั้ง ในช่วงเวลาเดียวกัน ทำให้เกิดข้อสงสัยถึงความเชื่อมโยงของเส้นทางการขนส่ง

จากการสำรวจของเครือข่ายปราจีนเข้มแข็งพบอีกว่า ในพื้นที่ ต.ห้วยโจดมีจุดที่พบการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมอย่างน้อย 4 จุดหลัก โดยพบกองเศษสายไฟบดย่อยจำนวนมากกระจายอยู่หลายพื้นที่ รวมถึงจุดที่พบการลักลอบทิ้งน้ำเสียลงในบ่อน้ำ ซึ่งมีกลิ่นฉุนผิดปกติ

สุนทร คมคาย เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หากพิจารณาความเชื่อมโยงระหว่างจุดลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมในพื้นที่บ้านโคกไม้แดง ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี กับพื้นที่ต.ห้วยโจด อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว พบว่า ลักษณะของกากอุตสาหกรรมที่ตรวจพบมีความใกล้เคียงกันอย่างมาก ทั้งประเภทของวัสดุและรูปแบบการทิ้ง

แต่จุดที่น่ากังวลคือ ในพื้นที่ ต.ห้วยโจด พบปริมาณกากอุตสาหกรรมจำนวนมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด “ของที่เห็นก็เป็นขยะประเภทเดียวกัน ก็คือ Solvent (ตัวทำละลาย) สายไฟ เขม่าดินสีดำที่อยู่ในบิ๊กแบ็ก เหมือนกันหมดเลย” สุนทรบอกเล่า

เครือข่ายปราจีนเข้มแข็งชี้ว่า ความจริงแล้วการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมประเภทนี้พบเจอต่อเนื่องมาหลายปี น่าสังเกตว่าส่วนใหญ่มักจะจับผู้กระทำผิดลำดับท้ายอย่างคนขับรถบรรทุกได้ แต่ไม่เคยสาวไปถึงต้นตอที่กลุ่มโรงงานที่เป็นต้นทางได้เลยซักครั้ง สุนทรตั้งข้อสังเกตว่าเครือข่ายผู้กระทำผิดดูไม่เกรงกลัวกฎหมาย ส่วนหน่วยงานกำกับดูแลก็ยังไม่มีมาตรการป้องกันการเกิดเหตุลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมซ้ำในพื้นที่ แถมจุดลักลอบทิ้งส่วนใหญ่ที่พบเจอปัญหามักถูกทิ้งไว้เช่นนั้น โดยไม่มีกระบวนการฟื้นฟูพื้นที่

จากวัฏจักรลอยนวลพ้นผิดที่เล่านี้มาทำให้สุนทรปักใจเชื่อว่า เป็นต้นเหตุให้ผู้กระทำผิดย่ามใจ ย้ายที่ทิ้งใหม่ไปเรื่อย ๆ โดยถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปก็จะมีพื้นที่ลักลอบทิ้งเพิ่มใหม่เพิ่มอีกมาก

หลักฐานมี ความเชื่อมโยงได้ เร่งตรวจสอบกี่โมง?

น่าสนใจว่าข่าวการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมที่ปรากฏในพื้นที่ปราจีนบุรีและสระแก้วช่วงที่ผ่านมา หลายกรณีพบการจับกุมและตรวจยึดรถบรรทุกพ่วงได้ สิ่งหนึ่งที่สามารถใช้เป็นเบาะแสสำคัญในการสืบสวนคือ เลขทะเบียนรถ

สำหรับการเคลื่อนย้ายกากอุตสาหกรรมที่อยู่ภายใต้ระบบควบคุมของกรมโรงงานอุตสาหกรรม โดยปกติจะต้องมีเอกสารกำกับการขนส่งของเสีย (Waste Manifest) เพื่อระบุแหล่งกำเนิด ผู้ขนส่ง ปลายทาง และประเภทของเสีย

ขณะที่รถที่ไม่ปรากฏอยู่ในระบบดังกล่าว อาจต้องตรวจสอบเพิ่มเติมว่าได้รับอนุญาตหรือเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนส่งหรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่สามารถใช้ข้อมูลจากหน่วยงานอื่น เช่น กรมการขนส่งทางบก และข้อมูล GPS เพื่อขยายผล

แม้กรณีนี้เป็นการลักลอบทิ้งกากแบบเถื่อน ๆ ย่อมไม่มีข้อมูลนี้ในระบบ แต่การมีเลขทะเบียนจะทำให้สามารถตรวจสอบข้อมูลผู้ครอบครองและผู้เกี่ยวข้องกับรถได้จากกรมการขนส่งทางบก ว่ารถบรรทุกพ่วงจดทะเบียนในชื่อบุคคลหรือบริษัทใด มีผู้ครอบครองรถเป็นใคร ผู้ประกอบการขนส่งมีความเกี่ยวข้องกับกิจการขนส่งของเสียหรือไม่ และความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับโรงงานรีไซเคิลหรือโรงงานกำจัดของเสียใด

ชำนัญ ศิริรักษ์ ทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อม ที่ติดตามปัญหาการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม ชี้ว่าโดยทั่วไปการขนส่งกากอุตสาหกรรมจะมีทั้งรถที่อยู่ภายใต้ระบบกำกับของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถตรวจสอบเส้นทางและข้อมูลการขนส่งผ่านระบบที่เกี่ยวข้องได้ โดยการตรวจสอบจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลจากหน่วยงานอื่น เช่น กรมการขนส่งทางบก เพื่อขยายผลหาผู้เกี่ยวข้อง

ในกรณีการลักลอบทิ้งหลายจุดที่พบครั้งนี้หากมีข้อมูล GPS เราสามารถตรวจสอบเส้นทางเดินรถย้อนหลังได้ทันที จะทำให้เจ้าหน้าที่สามารถขอตรวจสอบได้ว่า รถเดินทางวันไหน ออกจากพื้นที่ใด ผ่านเส้นทางใด หยุดบริเวณไหน และอยู่ใกล้พื้นที่ลักลอบทิ้งหรือไม่

ดังนั้นกรณีตรวจยึดรถบรรทุกลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม เลขทะเบียนรถ คือหลักฐานตั้งต้นที่สามารถใช้สาวย้อนกลับไปหาคน รถ บริษัท และต้นทางของกากได้เพื่อขยายผลถึงโรงงานต้นตอและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

รถบรรทุกพ่วง ‘หลักฐาน’ ที่ถูกปล่อยหลุด

เมื่อมองย้อนกลับมาที่กรณีการลักลอบทิ้งกากในพื้นที่บ้านโคกไม้แดง ต.วังท่าช้าง จ.ปราจีนบุรี เราพบข้อมูลการจับกุมตรวจยึดรถบรรทุกพ่วงตามที่ตำรวจในพื้นที่รายงาน แต่ปัจจุบันพบรายงานว่ามีการ ‘ปล่อยรถ’ คันดังกล่าวออกไปแล้ว ชำนัญตั้งข้อสังเกตว่า

ในทางปฏิบัติในการดำเนินคดี เจ้าของรถเขาสามารถวางหลักประกันเพื่อขอนำรถออกไปใช้งาน หรือวางเงินประกันเอาไว้ได้ แต่ในกรณีดังกล่าวได้มีการวางเงินประกันรถหรือไม่ อย่างไร ถึงมีการปล่อยรถที่เป็นของกลางออกไปได้ ซึ่งก็ต้องตั้งคำถามไปที่พนักงานสอบสวนว่าเกิดอะไรขึ้นกับกรณีดังกล่าวของวังท่าช้าง (ปราจีนบุรี)

ทนายความด้านคดีสิ่งแวดล้อมมองว่า ปัญหาสำคัญของการบังคับใช้กฎหมายไทย คือการดำเนินคดียังมุ่งไปที่ปลายทางหรือผู้ขนส่ง มากกว่าการจัดการที่ ‘ต้นตอ’ ทั้งที่กฎหมายของกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้กำหนดหลักการความรับผิดชอบของผู้ก่อกำเนิดกาก ให้โรงงานต้นทางต้องรับผิดชอบต่อกากอุตสาหกรรม ตั้งแต่ต้นทางจนถึงการกำจัดแล้วเสร็จ

แต่ในทางปฏิบัติหลักการดังกล่าวกลับไม่ถูกนำมาใช้ในการขยายผลและเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง ทำให้ตามกฎหมาย พ.ร.บ. วัตถุอันตราย ก็จะจับเจ้าของที่ดิน จับรถที่มาทิ้ง โดยที่ไม่มีการขยายผลต่อว่ารถเหล่านี้รับงานมาจากที่ใด เพื่อเชื่อมโยงหาต้นทางและเจ้าของกากตัวจริง

ปัญหาที่มันเกิด คือไม่ค่อยมีการขยายผลอย่างจริงจัง ทำให้แหล่งกำเนิด และต้นทางไม่ค่อยได้รับผิดชอบ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุอะไรถึงไม่มีการขยายผล ทำให้การสอบสวนมันยุติแต่เพียงแค่พบ และก็จับแค่รถซึ่งมันเป็นปลายทาง

-ชำนัญ ศิริรักษ์ ทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อม-

ภาพเหล่านี้คงท้าทายความรู้สึกของผู้อ่าน และคนที่รอคำตอบต้นตอที่มาของกากพิษไม่น้อย

ภาพความย่อยยับทางสิ่งแวดล้อมยากที่จะบรรยายความเสียหายเป็นตัวอักษร

ภาพความเน่าเหม็นของกากอุตสาหกรรมตรงหน้า กำลังตั้งคำถามกับผู้รับผิดชอบทั้งหมดในสมการนี้

ระหว่างที่รอผลตรวจสอบจากหลากหลายหน่วยงาน ภาพถ่ายจากเครือข่ายปราจีนเข้มแข็งชุดนี้คือความจริงภายใต้ความสูญเสียที่เกิดขึ้นแล้วและยากจะเยียวยาหรือฟื้นคืน อนาคตของคนในพื้นที่และประเทศนี้จะเป็นอย่างไรหากสิ่งแวดล้อมพังลง ดูเหมือนว่าความล่าช้าของการตรวจสอบกำลังทำให้ความเสียหายขยายวงไปเรื่อย ๆ กากอุตสาหกรรมจำนวนมหาศาลเหล่านี้หลุดรอดสายตาหน่วยงานที่รับผิดชอบไปได้อย่างไร?

ขอบคุณภาพ : มูลนิธิบูรณะนิเวศ

นราธิป ทองถนอม
Authorนราธิป ทองถนอม

เกิดสุพรรณ ทำงานรับจ้างด้านสื่อ เชื่อว่าคนเท่ากัน

TAGS
EECกากพิษกากอุตสาหกรรมมลพิษตะวันออกลับลอบทิ้งหายนะทางสิ่งแวดล้อมอาชญากรรมสิ่งแวดล้อม

table of contents

  1. 01‘รถบรรทุกลักลอบทิ้ง’ เบาะแสที่ยังรอการพิสูจน์
  2. 02แกะรอยจุดลอบทิ้งเกลื่อนปราจีนบุรีโยงถึงสระแก้ว
  3. 03หลักฐานมี ความเชื่อมโยงได้ เร่งตรวจสอบกี่โมง?
  4. 04รถบรรทุกพ่วง ‘หลักฐาน’ ที่ถูกปล่อยหลุด

recommended for you

เศรษฐกิจชนบทไทยไม่เคยเป็น ‘อิสระ’ จาก ‘ความเป็นอื่น’
เศรษฐกิจชนบทไทยไม่เคยเป็น ‘อิสระ’ จาก ‘ความเป็นอื่น’
กบในหนองน้ำไม่เคยรู้จักความกว้างของมหาสมุทร
กบในหนองน้ำไม่เคยรู้จักความกว้างของมหาสมุทร
ปัญหาโลกแตกหรือปัญหารัฐไร้ความสามารถ 
ปัญหาโลกแตกหรือปัญหารัฐไร้ความสามารถ 
มลพิษจะท่วมฟ้า ปลาจะกินดาว
มลพิษจะท่วมฟ้า ปลาจะกินดาว
ปริศนาน้ำดำสระบุรีใกล้กระจ่าง จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายอยู่ที่ความกล้าหาญของหน่วยงานรัฐ ชี้ตัวการผู้ก่อมลพิษ
ปริศนาน้ำดำสระบุรีใกล้กระจ่าง จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายอยู่ที่ความกล้าหาญของหน่วยงานรัฐ ชี้ตัวการผู้ก่อมลพิษ

Related Story

มลพิษจะท่วมฟ้า ปลาจะกินดาวEnvironment

มลพิษจะท่วมฟ้า ปลาจะกินดาว

หรือคำพยากรณ์จะเป็นจริง! 'ปลาจะกินดาว' เป็นคำเปรียบเปรยถึงกลียุคในสังคมไทย ซึ่งถูกใช้มาหลายช่วงเวลาทั้งตอนเผชิญความรุนแรงทางการเมือง การทุจริตฉาวโฉ่ กระทั่งตอนนี้ที่เรากำลังเผชิญกับหายนะทางสิ่งแวดล้อม
นทธร เกตุชูREAD MORE
เซ่น ‘เวสท์ รีโคเวอรี่’ แต่ปริศนาน้ำดำสระบุรียังไม่คลี่คลาย  Environment

เซ่น ‘เวสท์ รีโคเวอรี่’ แต่ปริศนาน้ำดำสระบุรียังไม่คลี่คลาย  

คำสารภาพและการซัดทอด น้ำดำสระบุรียังไม่จบ! หากปิดโรงงาน ‘เล็ก’ ครั้งนี้ ยังไม่สามารถหยุดยั้งมลพิษได้
นทธร เกตุชูREAD MORE
จริงใจแค่ไหน? รัฐสภาผู้ทรงเกียรติ PRTR จะไม่ถูกเตะถ่วง (อีกครั้ง)Environment

จริงใจแค่ไหน? รัฐสภาผู้ทรงเกียรติ PRTR จะไม่ถูกเตะถ่วง (อีกครั้ง)

ภาคประชาชนเสนอร่างกฎหมาย PRTR กลับเข้าสภาฯ อีกครั้ง หลังครม. ไม่ได้ยืนยันร่างดังกล่าวกลับไปให้รัฐสภาลงมติยืนยันจำเป็นต้องมีร่างแยกเฉพาะ เพื่อให้หลักการสำคัญไม่หล่นหาย
นทธร เกตุชูREAD MORE