
วีรพร นิติประภา
เหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ไม่ได้แค่สร้างความโศกสลดให้กับคนทั้งประเทศ มันยังน่าตระหนก ทั้งจากขนาดของความเสียหาย จำนวนผู้เสียชีวิตกับได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งข้อเท็จจริงที่ว่าผู้ก่อเหตุมีอายุเพียงสิบสี่ แต่ที่น่ากลัวกว่าอะไรทั้งหมดคือความที่เราแทบไม่รู้เลย ว่าอะไรทำให้เด็กชายอายุน้อยเท่านั้นถึงก่อเหตุร้ายแรงได้ถึงขนาดนี้
มันง่ายมากที่เราจะสรุปรวดเร็วและผิวเผิน ว่านี่เป็นแค่พฤติกรรมเลียนแบบข่าวหรือคอมพิวเตอร์เกม เป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบแบบวัยรุ่นทั่วไป น้องผู้ก่อเหตุเสียสติ หรือไม่ก็อยากดัง ซึ่งไม่ช่วยให้เรามองเห็นหรือเข้าใจเรื่องได้มากพอจะหาหนทางป้องกันโศกนาฏกรรมแบบเดียวกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก ในที่นี้ ขอเสนอสองสามเรื่องที่ยังไม่ได้พูดคุยกันในสื่อมากพอ
เรื่องแรกที่จำเป็นต้องพูดคุยกันก่อนเรื่องอื่น คือการสามารถเข้าถึงอาวุธสังหารร้ายแรงของน้องผู้ก่อเหตุ คิดง่าย ๆ ว่าหากน้องไม่มีปืน เหตุร้ายก็อาจไม่เกิด หรือหากเกิด… ความสูญเสียก็จะเบาบางกว่านี้มาก ที่ผ่านมาก็มีเหตุที่คนอายุน้อย ๆ ใช้อาวุธปืนของคนในบ้านปลิดชีพตัวเองเป็นข่าวให้เห็นอยู่เนือง ๆ แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจจากประชาชนเท่าที่ควร จนกระทั่งมาครั้งนี้ ที่ก่อนจะปลิดชีพตัวเองน้องผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนทำร้ายและสังหารคนจำนวนมาก
การเก็บอาวุธร้ายแรงให้พ้นจากมือคนอายุน้อยหรือใครก็ตามที่ไม่ได้รับอนุญาตพก เป็นเรื่องที่สังคมต้องตระหนักและถกเถียงกว้างขวางหามาตรการมากกว่านี้

เรื่องที่น่ากังวลไม่แพ้กันก็คือ การที่เด็กคนหนึ่งหรือตามจริงใครก็แล้ว สามารถนำอาวุธร้ายแรงเข้าไปในโรงเรียนได้โดยไม่ถูกตรวจสกัด ความปลอดภัยในโรงเรียนก็เป็นเรื่องที่เราต้องพูดคุยกันจริงจังเสียที เราจำเป็นต้องมีมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวดออกมานานแล้ว ไม่แต่แค่เรื่องอาวุธปืนหรืออาวุธอื่น ๆ แต่ยังรวมถึงเรื่องการข่มเหงรังแกทำร้ายร่างกายระหว่างเด็ก ๆ กันเอง ซึ่งแม้จะยังไม่ได้สรุปว่ามีการบุลลี่ทำร้ายเป็นหนึ่งในปฐมเหตุของคดีนี้ แต่ยอมรับเถิดว่าเรื่องแบบนี้มีเกิดขึ้นในแทบทุกโรงเรียน รวมทั้งหลายคดีที่ครูเป็นผู้ก่อเหตุทั้งทำร้ายหรือข่มขืนเด็ก ๆ ก็เกิดขึ้นในโรงเรียน
…โรงเรียนต้องเป็นสถานที่ปลอดภัย
การพยายามเข้าใจฆาตกรไม่ใช่การเห็นใจ ฟอกขาว หรือเข้าข้าง แต่เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถป้องปรามไม่ให้มีเหตุร้ายเช่นนี้เกิดขึ้นอีก โปรดตระหนักว่าการก่อเหตุอุกอาจใหญ่โตครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องทำกันได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโดยเด็กที่ไม่มีประวัติมีปัญหาการเรียนและความประพฤติมาก่อน มิหนำซ้ำยังมาจากครอบครัวมีความรู้และมีฐานะค่อนข้างดี มันต้องมีอะไรสักอย่างที่ผลักดันเขาให้กระทำการเลวร้ายระดับก่อการร้ายเช่นนี้ อะไรที่ใหญ่ เจ็บปวดสาหัส หนักหนา รุมเร้า ทับถมเรื้อรัง อะไรที่ทำให้เขาโกรธมากและนานจนสิ้นหวังมากพอจะทำอย่างที่ทำ … กับปู่และย่าที่เขารักและรักเขามาก กับครูและเด็กอื่น ๆ ที่เป็นเพื่อนและไม่ใช่เพื่อน และตัวเอง
ท่าทางค่อนข้างนิ่งและมีความมุ่งมั่นของผู้ก่อเหตุ ทำให้เดาได้ว่าเขาจะต้องวางแผนและครุ่นคิดถึงเรื่องนี้มานานประมาณหนึ่ง อาจถึงขั้นหมกมุ่นซักซ้อมในหัวล่วงหน้ามาก่อนจะลงมือด้วยซ้ำ มันต้องมีบางอย่าง …ไม่ก็ทุกอย่าง ที่ทำให้เขาทำได้ขนาดนั้น ที่สำคัญมันต้องมีสัญญานเตือนล่วงหน้า หรือถึงขั้นเขาอาจเคยร้องขอความช่วยเหลือมาก่อนแล้วด้วย แต่จนหลังเกิดเหตุก็ไม่มีใครรู้อะไรทั้งสิ้น ไม่มีใครรู้ว่าเขามีปัญหาอะไร ขุ่นข้องหมองใจเรื่องอะไร ปัญหาของเขาไม่ถูกเห็น ไม่ถูกรับฟัง … ไม่ก็ถูกมองเป็นแค่เรื่องขี้ปะติ๋ว

ตามจริงก็เคยเขียนเสนอไว้ในหนังสือ ‘โปรดโอบกอดมนุษย์ลูก’ ด้วย ว่าผู้ใหญ่จำเป็นต้องเข้าใจว่าปัญหาของเด็ก ๆ อาจดูเล็กน้อย หรือกระจอกจนแทบไม่อาจเรียกว่าเป็นปัญหาในสายตาผู้ใหญ่ แต่สำหรับคนอายุน้อย ยังไม่รู้จักชีวิต … มันใหญ่มาก ใหญ่ขนาดที่แค่มองหาพ่อแม่ไม่เห็น คนตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งก็ร้องไห้น้ำตามหาสมุทรราวโลกถล่ม แผดตะเบ็งอ้าปากเป็นวงกลมราวหัวใจสลายได้ และเราผู้ใหญ่มักไม่สนใจเพียงเพราะเขาเป็นเด็ก
สำหรับเด็กโตขึ้นมาอีกนิด การที่เพื่อนสนิทไม่พูดด้วยนั่นก็สามารถเป็นเรื่องร้ายแรงเท่าอกหัก ถูกคนรักทิ้ง ผัวมีเมียน้อย การถูกบุลลีร้ายแรงเท่าถูกใส่ร้ายว่ายักยอกบริษัทหรือมีสัมพันธ์ลับกับเจ้านาย และการเข้ากับเพื่อนที่ห้องไม่ได้ก็ร้ายแรงเท่า ๆ ทำงานควบรวมบริษัทตามมอบหมายไม่สำเร็จ หรือไม่สามารถนำประเทศเข้าองค์กรประชาคมโลกได้ ปัญหาของเด็กสำหรับเด็กเป็นเรื่องใหญ่และร้ายแรงเท่าปัญหาของผู้ใหญ่สำหรับผู้ใหญ่ และบ่อยครั้งก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือเกื้อกูลทางความรู้สึก ไม่กระทั่งได้รับการช่วยคิด มองเห็น … รับฟัง
เรื่องที่คนไม่พูดถึงคือการก่อเหตุครั้งนี้ยังเป็นการตอบโต้และประท้วงด้วย ผู้ก่อเหตุจะต้องถูกปล่อยให้จมกับความโกรธหรือความเจ็บปวด ถูกกัดกินด้วยเรื่องที่เขาไม่อาจทำความเข้าใจได้ ต้องต่อสู้กับปัญหาและความคิดบิดเบี้ยวในหัวตัวเองมาคนเดียวยาวนาน ที่เลวร้ายเหนืออื่นใด เขาจะต้องถูกทำให้รู้สึกเล็กจ้อย ไม่มีความสำคัญและไร้ค่ามาก ๆ … มากขนาดกระทำสิ่งที่เลวร้ายใหญ่โตให้โลกทั้งโลกหันมามอง และเห็นเขา

อีกเรื่องที่เราต้องยอมรับ … เราเป็นประเทศอำนาจนิยม เรามีการบริหารอำนาจสิงสู่อยู่ในทุกที่และมีทุกรูปแบบ ตั้งแต่การตัดสิน วิจารณ์ ล้อเลียน เหยียดหยาม บุลลี นินทา ใส่ร้ายป้ายสี ห้ามอธิบายหรือไม่ฟังอธิบาย กักกั้น กีดกันจากพื้นที่ทางสังคมหรือความคิด ไม่ให้ได้รับความยุติธรรม ถูกบังคับผ่านธรรมเนียมปฏิบัติ ถูกกดดันผ่านระเบียบวินัย ไปจนถึงลงโทษ ซ้อม ทรมาณ ทำร้าย ข่มขืนร่างกายและจิตใจ และสังหาร เราชื่นชอบทหารและการใช้อำนาจ ขณะเดียวก็ชื่นชมเด็กที่นอนสอนง่ายและยอมตาม แล้วลองนึกถึงเด็ก ๆ ที่อยู่ลำดับล่างสุดของห่วงโซ่อำนาจที่ต้องเติบโตในประเทศอำนาจนิยมเต็มขั้นแบบนี้ดู
ต่อให้เด็ก ๆ ไม่มีปัญหาชีวิตอะไรเลยก็ยากจะเติบโตผ่อนคลาย มีทัศนะและสุขภาพจิตดีอย่างที่ควร
อีกเรื่องที่อาจเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับการก่อเหตุ แต่ก็เป็นประเด็นที่อยากขอพูดสักนิด ค่าที่เป็นข่าวใหญ่ปรากฏในสื่อแทบจะซ้อนทับไทม์ไลน์กับเหตุการณ์นี้ นั่นก็คือข่าวเยาวชนต่างชาติสองคนถูกปล้นสังหาร ตามหน้าฟีดโซเชียลต่าง ๆ จะเห็นปฏิกิริยากระหายเลือดและสนับสนุนความรุนแรงของผู้คนจำนวนมากต่อคุณป๋องฆาตกร … ฆ่ามัน ประหารมัน ผู้คนแสดงทัศนะตาต่อตาฟันต่อฟันกับสนับสนุนความรุนแรงเต็มขั้นอย่างเอิกเกริกไปหมด ซึ่งก็อาจกระตุ้นการลงมือได้ทั้งทางตรงทางอ้อม เช่นเดียวกับได้เห็นความสนใจที่มหาชนมีต่อคุณป๋องฆาตกร ผู้ซึ่งไร้ตัวตน มาจนกระทั่งถูกจับได้ก็กลายเป็นคนได้รับความสนใจ ถูกพูดถึงประหนึ่งเป็นดาราหรือคนสำคัญขึ้นมา
รวมทั้งอีกข่าวก่อนหน้าที่แม้จะค่อนข้างเงียบ คือการออกมาเรียกร้องให้สืบสวนหาความเป็นธรรมต่อการเสียชีวิตในค่ายทหารของน้องเมย ซึ่งก็แสดงให้เห็นความคับแค้นของผู้เป็นแม่ต่อการไม่ได้รับความยุติธรรม การไม่อาจแตะต้องผู้อยู่ในอำนาจ กระทั่งการสามารถจะเรียกร้องความจริงเกี่ยวกับความตายของผู้เป็นที่รัก … นี่ก็เป็นอีกข่าวที่อาจกระตุ้นได้อีกเหมือนกัน
แม้เราจะแทบไม่รู้เรื่องอะไรเลยเกี่ยวกับมูลเหตุจูงใจและอาจไม่มีวันได้รู้ เพราะผู้ก่อเหตุเสียชีวิตไปแล้ว แต่โปรดใช้โอกาสนี้หันมองการดูแล รวมทั้งสังคมบิดเบี้ยวและนิเวศน์กะพร่องกะแพร่งที่เรามีให้กับเด็ก ๆ ของเราสักนิด ทบทวนสักนิดว่ามีอะไรบ้าง ไม่ว่าจะการบุลลี ปัญหาที่ไม่ถูกรับฟัง ความเครียด สิ่งต่าง ๆ เป็นร้อยพัน ที่อาจผลักดันคนยังไม่เป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งให้ทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้อีกได้บ้าง นอกเหนือจากประนามผู้ก่อการว่าเป็นเด็กนรก เด็กชั่ว
หาไม่เรื่องเลวร้ายแบบนี้ก็จะเกิดอีก … ถี่บ่อย และทวีความรุนแรงกับสร้างความสูญเสียมากขึ้นกว่านี้
หนังสือ : โปรดโอบกอดมนุษย์ลูก
นักเขียน : วีรพร นิติประภา
สำนักพิมพ์ : Sandclock Books
PlayRead : คอลัมน์รีวิวหนังสือประจำ Decode.plus เมื่อกองบรรณาธิการขอ add หนังสือ (ที่อยากอ่าน) ไว้ในเพลย์ลิสต์ พบกับหนังสือหลากหลายสไตล์ หลากหลายวิธีการเล่าเรื่องที่เชื่อมร้อยกับชีวิตและสังคม แวะมาหาอ่านกันได้ทุกเย็นวันพฤหัสบดี

อาชีพนักเขียน แต่ชอบสมมติตัวเองเป็นคนอื่น...ตัวละครบางตัว สัตว์บางชนิด ต้นไม้บางต้นไม้ ชอบเดินทางในหัวโดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายตัวไปไหน ไม่ชอบเวลาต้องตอบคำถามประเภทที่ไม่รู้ว่าคนถามจะรู้ไปทำไม กับถูกให้อธิบายตัวเอง