
Event

บางคนเลือกจะเงียบ
บางคนยังคงเชื่อ แต่ไม่พูดออกมาดัง ๆ
วิภา ดาวมณี ค่อย ๆ ปรับวอลลุ่ม ‘คำถาม’ ของการรำลึก 50 ปี 6 ตุลาให้ดังขึ้นอีกครั้ง
เราจะสร้างสังคมที่เป็นธรรมกว่านี้ได้หรือไม่ จินตนาการเพื่อสังคมใหม่ที่ดีกว่าอยู่ที่ไหน ทำไมเกษตรกรจึงยากจน ทั้งที่เป็นผู้ผลิตอาหาร ทำไมคนทำงานกรรมกรจึงทำงานวันละหลายชั่วโมง ทำไมความมั่งคั่งจึงกระจุกตัวอยู่กับคนเพียงไม่กี่กลุ่ม ทำไมรัฐจึงต้องหวาดกลัวเมื่อประชาชนรวมตัวกันเรียกร้องสิทธิของตัวเอง ทำไมเยาวชนถูกจับกุมคุมขังอย่างไม่เป็นธรรมมากมาย และคำถามอีกมากมายที่มีความหมายมากกว่าการเลือกตั้ง จากเรื่องปากท้อง เรียกร้องเสรีภาพประชาธิปไตยสู่คำถามเรื่องชนชั้น เมื่อใครพูดถึงการปฏิรูปที่ดิน การเก็บอัตราภาษีก้าวหน้า รัฐสวัสดิการ สิทธิแรงงาน ความเหลื่อมล้ำ ระบบอุปถัมภ์ พูดถึงอำนาจเหลือล้นของชนชั้นนำ หรือแม้แต่การวิพากษ์บทบาทของกองทัพ นี่คือกลไกสำคัญของการเมืองแห่งความกลัว การต่อสู้ทางชนชั้นและความขัดแย้งทางอุดมการณ์ก็จะรุนแรงขึ้นตามไปด้วย เมื่อฝ่ายหนึ่งมองว่าประชาธิปไตยกำลังเปิดประตูให้ประชาชนมีอำนาจมากขึ้น แต่อีกฝ่ายมองว่ารัฐกำลังคุกคาม
การย้อนกลับไปพูดถึงความคิดสังคมนิยมในยุคก่อน 6 ตุลา ไม่ได้หมายความว่าเราโรแมนติไซส์อยู่กับอดีต
“การรำลึกไม่ใช่การมองย้อนกลับไปหาอดีตเพียงอย่างเดียว หากคือการเปิดประตูให้ความคิดที่เคยถูกปิดกั้นกลับเข้ามาในปัจจุบัน ให้ผู้ถูกกระทำได้พูดผ่านประวัติศาสตร์ ให้ผู้ตายได้พูดผ่านความทรงจำของเพื่อนมิตร และให้ความคิดที่เคยถูกกวาดล้างได้กลับมาถกเถียงกันอย่างเปิดเผยอีกครั้ง ไม่ปล่อยให้สิ่งที่พวกเขาเคยฝันถูกฆ่าตายไปพร้อมกับพวกเขา” วิภา ดาวมณี ทิ้งท้ายใน “50 ปีแห่งความเงียบ…”

ประชาธิปไตย เสรีภาพของประชาชน
ความสันติสุขและผาสุกของประชาชนเป็นสิ่งที่ผมปรารถนา
รักและคิดถึง
-ป๋วย
จดหมายลายมือของอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ในฐานะคน 6 ตุลาได้เขียนถึง ‘ธงชัย วินิจจะกูล’ อดีตแกนนำนักศึกษา แม้ในขณะที่ป่วยเป็นอัมพาต อาจเป็นคำตอบหนึ่งของอุดมการณ์ 6 ตุลา กระทั่ง 50 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาได้เคลื่อนเข้าสู่ม่านประวัติศาสตร์โดยสมบูรณ์ แต่สิ่งที่ทุกประวัติศาสตร์ทิ้งไว้แก่เราก็คือ “บทเรียน” และบทเรียนที่ประวัติศาสตร์ 6 ตุลาทิ้งไว้ให้คนไทยได้เรียนรู้ร่วมกันก็คือ จงเชื่อว่าเหล่าเสรีชนคนรุ่นใหม่นั้น ไม่ใช่วัชพืชที่รกหูรกตา แต่เป็นมวลดอกไม้หลากสีสันจรรโลงโลกให้งดงาม ซึ่งไม่มีอำนาจใดจักทำลายได้” ประวัติศาสตร์บาดแผลที่รอวันดอกไม้ผลิบาน โดย สันติสุข โสภณสิริ
ในขณะที่คนจำนวนหนึ่งเคยถากถางว่า งานรำลึก 6 ตุลาฯเปรียบเสมือน “เช็งเม้ง” ศ.ดร. ธงชัย วินิจจะกูล ยิ้มรับเพราะเขามองว่าการรำลึกอดีตที่เจ็บปวดย่อมมีความสำคัญหลายอย่าง นอกจากสืบต่อความทรงจำเกี่ยวกับ 6 ตุลาให้สังคมรับรู้แล้ว การที่สหายเดนตายได้มาพบกันอีกครั้งก็มีความหมายเหลือเกิน คนจำนวนมากอาจไม่รู้สึกร่วมกับกิจกรรมนี้ แต่ผมมั่นใจว่า เขาเข้าใจ และคงจะยินดีร่วมกับสหายเดนตายอย่างเราไปด้วยสามารถฟันฝ่าความเฉยเมยและการปฏิเสธจากรัฐ เพื่อให้ 6 ตุลาอยู่ในความทรงจำของสังคมไทยไปนานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
“ทำให้ 6 ตุลาเป็นหนามยอกอกของรัฐพันลึกซึ่งไม่ต้องการให้สังคมจดจำและคงปรารถนาให้ผู้คนลืมด้วยซ้ำไป”
“สหายเดนตาย” ผู้ดื้อรั้นทั้งหลายร่วมกับมิตรสหายนักศึกษารุ่นแล้วรุ่นเล่า ช่วยกันทำให้ “6 ตุลา” ไม่ใช่แค่ความหฤโหดที่สุดครั้งหนึ่งของการเมืองไทย แต่กลับกลายเป็นหนามแหลมที่กลับไปสร้างความเจ็บปวดต่อรัฐพันลึกอย่างสะใจ
การรำลึก 50 ปี 6 ตุลาในปีนี้สำหรับ ศ.ดร. ธงชัย แล้วคือหมุดหมายสำคัญสำหรับชีวิตของสหายเดนตายหลายคน เพราะไม่รู้ว่าพวกเราจะมาร่วมรำลึกเช่นนี้ต่อไปได้อีกสักกี่ครั้ง
ในวาระครบรอบ 50 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 Decode ชวนอ่าน “มรดกของ 6 ตุลา” เพื่อคนรุ่นต่อไปจะเดินทางสู่อนาคตที่ดีกว่าที่เป็นมา
——————–
บทนำ : รำลึกถึง 50 ปี 6 ตุลา
: ชาญวิทย์ เกษตรศิริ
ทำผิดเพราะยึดติดความดี
: พระไพศาล วิสาโล
6 ตุลา คืออะไร
: สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519
ในสายตาของประจักษ์พยาน
: กฤษฎางค์ นุตจรัส
6 ตุลา กึ่งศตวรรษ ยังหาทางกลับไม่ถึงบ้าน
: ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ
50 ปี 6 ตุลา : 50 ปีแห่งการเคลื่อนไหว
สังคมนิยมอันเงียบงัน
: วิภา ดาวมณี
50 ปี 6 ตุลา : ประวัติศาสตร์บาดแผล
ที่รอวันดอกไม้ผลิบาน
: สันติสุข โสภณสิริ
ปีที่ 50 กับคำถามเพื่อวันข้างหน้า
: ธงชัย วินิจจะกูล
มรดกบาปของ 6 ตุลา และ
ภารกิจของคณะราษฎรที่ยังไม่เสร็จสิ้น :
อานุภาพของมาตรา 112 และคำสั่ง
คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41
: คงสัจจา สุวรรณเพ็ชร
สายธารเพลงเพื่อชีวิต : ต้องห้าม สู่สาธารณะ
: อรรถการ อุปถัมภากุล
——————–
จัดพิมพ์เผยแพร่โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อ่านฉบับ E-Book มรดกของ 6 ตุลา ได้ที่นี่

กองบรรณาธิการที่มีคนหลากหลายรุ่น หลากหลายความสนใจ แต่มีเป้าหมายเดียวกันที่อยากเห็นสังคมดีขึ้น