decode Thai PBS
Futurism
  • Journalism
  • Education
  • Sustainability
  • Workers/Economy
  • Human Rights
Democracy
  • Crack Politics
  • Peaceful
Conflict Resolution
  • Justice
  • Environment
  • Inequality
  • Welfare state
  • New World Order
Life Matters
  • Gender & Sexuality
  • Human & Society
  • Play Read
  • Young Spirit
Media
  • Documentary
เข้าสู่ระบบ
decode Thai PBS
    • ดูทั้งหมด
    • Journalism
    • Education
    • Sustainability
    • Workers/Economy
    • Human Rights
    • ดูทั้งหมด
    • Crack Politics
    • Peaceful
    • ดูทั้งหมด
    • Justice
    • Environment
    • Inequality
    • Welfare state
    • New World Order
    • ดูทั้งหมด
    • Gender & Sexuality
    • Human & Society
    • Play Read
    • Young Spirit
    • ดูทั้งหมด
    • Documentary

ขนาดตัวอักษร

decode Thai PBS

สำนักเครือข่ายสื่อสาธารณะ

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS)

PRIVACY POLICY / TERM OF USE

รู้จัก DE/CODE

De/Code คือใครติดต่อเรา

Follow DE/CODE

Copyright © 2026 Decode Thai PBS. All rights reserved.

accessibility

ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างข้อความ
ปรับสีสำหรับตาบอดสี
บันไดเลื่อนชั้นทางสังคมที่พังทลาย
Conflict Resolution

บันไดเลื่อนชั้นทางสังคมที่พังทลาย

รศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติรศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ26 ต.ค. 2569 19:45
Share on

ในความเคลื่อนไหว

ประจักษ์ ก้องกีรติ

เมื่อการศึกษาไม่อาจรับประกันอนาคต

การประท้วงในฝรั่งเศสที่ริเริ่ม และนำโดยเยาวชนคนหนุ่มสาวในช่วงเดือนตุลาคม 2026 ซึ่งได้รับความสนใจจากทั่วโลก มีทั้งข้อร้องเรียนเกี่ยวกับสภาพโรงเรียนและคุณภาพของการศึกษาโดยทั่วไป การเคลื่อนไหวนี้มีคนเข้าร่วมจำนวนหลายแสนคน และขยายตัวไปสู่ข้อเรียกร้องอื่น ๆ ที่กว้างออกไปทั้งเรื่องคุณภาพของบริการสาธารณะ ค่าครองชีพ การว่างงาน และความเหลื่อมล้ำ น่าเสียดายว่าข่าวในไทยจำนวนมากพุ่งความสนใจไปที่การปะทะระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ และภาพเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในห้วงของการประท้วง จนทำให้ประเด็นเรื่องความรุนแรงกลายเป็นหัวข้อของการถกเถียงมากกว่าประเด็นปัญหาเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจสังคม และการเมืองที่ขับดันให้ผู้คนเกิดความรู้สึกไม่พอใจ

ประเด็นที่น่าสนใจและสำคัญในการขบคิดสืบเนื่องจากคลื่นการประท้วงที่เกิดขึ้นที่ฝรั่งเศส คือ ความสัมพันธ์ระหว่างการศึกษา ความเหลื่อมล้ำ โอกาสเลื่อนชั้นทางสังคม และความรู้สึกเป็นธรรมและความไม่พอใจทางการเมือง

สังคมสมัยใหม่ไม่ว่าประเทศใดในโลก ให้ความสำคัญกับการศึกษาในฐานะเส้นทางสำคัญสู่ความก้าวหน้าในชีวิตและการเลื่อนชั้นทางสังคม โรงเรียนและมหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันทางสังคมไม่ได้ทำหน้าที่เพียงถ่ายทอดความรู้ แต่ยังถูกคาดหวังให้เปิดโอกาสให้คนจากครอบครัวที่มีฐานะและต้นทุนชีวิตแตกต่างกันสามารถแข่งขันกันได้อย่างเป็นธรรม ความสำเร็จในห้องเรียน (ซึ่งมักจะวัดจากผลการเรียน) มักถูกนำมาอธิบายว่าเป็นตัวสะท้อนจากความสามารถ ความพยายาม และวินัยของแต่ละบุคคล ขณะที่ความล้มเหลวก็ถูกมองว่าเป็นความรับผิดชอบของนักเรียนที่พยายามไม่มากพอ

แต่คำอธิบายเช่นนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานสำคัญข้อหนึ่ง นั่นคือ ทุกคนเริ่มต้นจากจุดที่ใกล้เคียงกันหรือเท่า ๆ กัน และมีโอกาสเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็นต่อความสำเร็จอย่างเสมอหน้ากัน ทว่าในความเป็นจริง เด็กแต่ละคนเติบโตขึ้นภายใต้เงื่อนไขที่แตกต่างกันอย่างมาก บางคนมีครอบครัวที่พร้อมสนับสนุนค่าเล่าเรียนพิเศษ มีพื้นที่สำหรับอ่านหนังสือ มีผู้ปกครองที่ช่วยวางแผนการศึกษา และสามารถเลือกโรงเรียนที่มีคุณภาพได้ ขณะที่เด็กอีกจำนวนมากต้องเผชิญกับข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ โรงเรียนที่ขาดแคลนครู หรือสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการเรียนรู้ ความแตกต่างเหล่านี้เกิดขึ้นก่อนที่เด็กจะได้แสดงความสามารถของตนเองเสียด้วยซ้ำ

คำถามที่เราควรสนใจจึงไม่ควรอยู่ที่ว่าเด็กคนใดเรียนเก่งกว่าเพื่อนร่วมชั้นคนอื่น ๆ แต่คือสังคมนั้น (ซึ่งแน่นอนรัฐคือผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่สุด) จัดสรรโอกาสให้เด็กแต่ละคนแตกต่างกันเพียงใด และระบบการศึกษาช่วยลดความแตกต่างดังกล่าว หรือกลับทำให้ความได้เปรียบที่ติดตัวมาจากครอบครัวมีผลต่อชีวิตมากยิ่งขึ้น

ประเด็นนี้มีความสำคัญในฝรั่งเศส ซึ่งการศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของอุดมคติแบบสาธารณรัฐที่ให้ความสำคัญกับความเสมอภาคของพลเมือง โรงเรียนของรัฐถูกคาดหวังให้เป็นพื้นที่ที่ความแตกต่างทางชนชั้นไม่ควรกำหนดอนาคตของเด็ก อย่างไรก็ตาม การมีระบบการศึกษาสาธารณะไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพเท่ากันโดยอัตโนมัติ ความแตกต่างด้านฐานะครอบครัว พื้นที่อยู่อาศัย และความสามารถในการเข้าถึงสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงส่งผลต่อเส้นทางชีวิตของนักเรียนอย่างมหาศาล และความเหลื่อมล้ำดังกล่าวกลายเป็นประเด็นที่นักเรียนที่ออกมาประท้วงจำนวนมากต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ ถึงคุณภาพในการศึกษาที่ลดลง สภาพทางกายภาพของโรงเรียนที่เสื่อมทรุดผุพัง และความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงเรียนในใจกลางเมืองหลวงกับโรงเรียนย่านชานเมืองและเขตที่อยู่ห่างไกล

ในประเทศไทย คำถามเดียวกันปรากฏขึ้นภายใต้เงื่อนไขที่แตกต่างออกไป สำหรับพ่อแม่และเด็กจำนวนมากที่มาจากครอบครัวที่มีฐานะยากจนไปถึงปานกลาง ระบบการศึกษายังคงถูกมองว่าเป็นช่องทางสำคัญในการเลื่อนสถานะทางสังคม แต่ความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงเรียนและพื้นที่ ตลอดจนความแตกต่างด้านทรัพยากรของครอบครัว ทำให้โอกาสของเด็กไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถและความพยายามเพียงอย่างเดียว

ต้นทุนชีวิตที่แตกต่างกันยังมีอิทธิพลอย่างมากต่ออนาคตของคนรุ่นใหม่ในสังคมไทย ดังที่รายงานศึกษาวิจัยจำนวนมากชี้ให้เห็น และเมื่อการศึกษาไม่สามารถทำหน้าที่เป็นบันไดที่จะนำไปสู่การเลื่อนชั้นทางสังคมได้อย่างที่ผู้คนคาดหวัง ความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจและระเบียบทางสังคมย่อมลดน้อยถอยลงเป็นเรื่องธรรมดา กระทั่งระเบิดออกมาเป็นการประท้วงบนท้องถนนได้ หากปัญหาถูกสั่งสมนานวันโดยไม่ได้รับการแก้ไข

การศึกษาลดความเหลื่อมล้ำ หรือผลิตซ้ำความได้เปรียบทางชนชั้น?

นักสังคมวิทยาหลายท่านเสนอไว้นานแล้วว่า ความเชื่อที่ว่าระบบการศึกษาทำงานอย่างเป็นกลางนั้นเป็นความคิดที่ควรถูกวิพากษ์วิจารณ์ เราไม่อาจมองโรงเรียนและนักเรียนแยกขาดจากสภาพแวดล้อมทางสังคม และโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ไม่ได้หมายความว่าความพยายามส่วนบุคคลของนักเรียนแต่ละคนไม่มีความสำคัญ หรือเด็กจากครอบครัวที่เสียเปรียบไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ แต่ในสังคมที่เหลื่อมล้ำ ความพยายามของแต่ละคนเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขที่ไม่เท่ากัน และระบบการศึกษาอาจทำให้ความแตกต่างเหล่านั้นมีผลต่อชีวิตมากขึ้น แทนที่จะช่วยชดเชยความเสียเปรียบตั้งแต่ต้น

ข้อวิจารณ์นี้สัมพันธ์กับงานของนักเศรษฐศาสตร์อย่างโทมัส พิเก็ตตี (Thomas Piketty) ซึ่งออกมาแสดงข้อคิดเห็นที่น่าสนใจโดยเชื่อมโยงการประท้วงของนักเรียนในฝรั่งเศสกับปัญหาความเหลื่อมล้ำและการวางนโยบายของรัฐในช่วงหลายปีที่ผ่านมาที่ลดการลงทุนในด้านการศึกษาและบริการสาธารณะ ในงานหลายชิ้นของเขาก่อนหน้านั้น เขาได้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจกับการจัดสรรทรัพยากรของรัฐ แม้รายละเอียดของข้อเสนอในงานแต่ละชิ้นของเขาจะแตกต่างกัน แต่ประเด็นสำคัญคือ การกระจายทรัพยากรสาธารณะมีส่วนกำหนดว่าคนกลุ่มใดจะได้รับโอกาสในการพัฒนาความสามารถ หากเด็กจากครอบครัวที่มีฐานะสามารถเข้าถึงการศึกษาคุณภาพสูงได้มากกว่า ทั้งจากทรัพยากรของครอบครัวและจากระบบการศึกษาที่มีความแตกต่างระหว่างสถาบัน การแข่งขันที่ดูเหมือนเปิดกว้างก็อาจยังคงให้ผลลัพธ์ที่เอนเอียงไปในทางเอื้อประโยชน์แก่คนบางกลุ่ม

ไมเคิล แซนเดล (Michael Sandel) เสนอข้อวิจารณ์อีกด้านหนึ่งในหนังสือ The Tyranny of Merit (2020) เขาชี้ให้เห็นว่า สังคมที่เชื่อมั่นในระบบคุณธรรมอย่างเข้มข้นอาจทำให้ผู้ประสบความสำเร็จมองว่าตนเองสมควรได้รับผลตอบแทนทั้งหมดจากความสามารถและความพยายาม ขณะเดียวกัน ผู้ที่ไม่ประสบความสำเร็จก็อาจถูกทำให้รู้สึกว่าตนเองเป็นผู้รับผิดชอบต่อความล้มเหลวนั้นแต่เพียงผู้เดียว

เมื่อความสำเร็จทางการศึกษาถูกใช้เป็นเกณฑ์สำคัญในการจัดลำดับคนในสังคม ปัญหาจึงไม่ได้อยู่แค่ความแตกต่างของรายได้หรือคุณภาพโรงเรียน แต่ยังอยู่ที่วิธีที่สังคมอธิบายความแตกต่างเหล่านั้นด้วย หากคนที่ประสบความสำเร็จเชื่อว่าตนเองได้ทุกอย่างมาเพราะความสามารถ ขณะที่คนที่เสียเปรียบถูกมองว่าไม่พยายามมากพอ ความเหลื่อมล้ำก็อาจได้รับความชอบธรรมทางศีลธรรมไปพร้อมกัน

ในแง่นี้ การศึกษามีความสำคัญทางการเมืองไม่น้อยไปกว่าความสำคัญทางเศรษฐกิจ เพราะระบบการศึกษาไม่ได้เพียงจัดสรรโอกาสในการทำงานและรายได้ แต่ยังมีส่วนกำหนดว่าใครจะได้รับการยอมรับว่าเป็นคนเก่ง คนมีความสามารถ หรือคนที่สมควรมีสถานะสูงในสังคมด้วย

แน่นอนว่า ผู้เขียนไม่ได้กำลังเสนอว่าความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาทำให้เกิดการประท้วงหรือความขัดแย้งทางการเมืองโดยอัตโนมัติ การอธิบายว่าคนรุ่นใหม่ออกมาเคลื่อนไหวเพราะไม่ได้รับโอกาสทางการศึกษาเพียงอย่างเดียว ย่อมลดทอนความซับซ้อนของปัญหา เพราะการตัดสินใจเข้าร่วมการเคลื่อนไหวยังเกี่ยวข้องกับสภาพเศรษฐกิจ ความคาดหวังต่ออนาคต ความรู้สึกต่อการทำหน้าที่ของสถาบันทางการเมืองต่าง ๆ และโอกาสในการรวมตัวเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง

อย่างไรก็ตาม ในกรณีของฝรั่งเศส ค่อนข้างชัดเจนว่าความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและคุณภาพที่ตกต่ำลงของการจัดการศึกษา กลายเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนรุ่นใหม่ตั้งคำถามต่อระเบียบทางสังคม โดยเฉพาะเมื่อสังคมให้คำมั่นว่าความพยายามและความสามารถในการศึกษาเล่าเรียนจะนำไปสู่ความก้าวหน้าในชีวิต แต่ประสบการณ์จริงที่เกิดขึ้นกลับทำให้บรรดาเยาวชนเห็นว่าความก้าวหน้าในชีวิตขึ้นอยู่กับทรัพยากรของครอบครัว เครือข่ายทางสังคม โครงสร้างเศรษฐกิจ หรือโอกาสที่กระจายอย่างไม่เท่าเทียมผ่านการบริหารจัดการของรัฐด้วย

เมื่อช่องว่างระหว่างสิ่งที่ผู้คนคาดหวังกับสิ่งที่พวกเขาเชื่อว่าตนสามารถได้รับจริงถ่างกว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ นั่นย่อมนำมาสู่ความอึดอัดคับข้องใจทางสังคม และกลายเป็นเชื้อมูลของการเคลื่อนไหวเรียกร้อง ทำไมการศึกษาจึงเป็นประเด็นใจกลางสำคัญ เพราะการศึกษาคือ จุดเชื่อมโยงระหว่างปัจจุบันกับอนาคต ระหว่างช่วงชีวิตในวัยเยาว์กับวัยทำงาน การประท้วงของเยาวชนคนหนุ่มสาวฝรั่งเศสสะท้อนว่าพวกเขา / เธอมองเห็นอนาคตของตนเองไม่สดใสนัก กระทั่งไม่เชื่อว่าการเรียนหนักจะทำให้ชีวิตดีขึ้นได้ และตั้งคำถามกับกติกาและนโยบายของรัฐที่ใช้จัดสรรโอกาสนั้นว่าไม่เป็นธรรม

ในแง่นี้ ความไม่พอใจของนักเรียนนักศึกษาจึงไม่ใช่เรื่องของคนหนุ่มสาวเลือดร้อน ขาดประสบการณ์ หรือถูกชักจูงโดยผู้ใหญ่ หากเป็นการแสดงออกด้วยเจตจำนงอันแรงกล้าเพื่อส่งเสียงให้ผู้มีอำนาจลงมือแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังเสียที 

ซ่อมบันไดทางสังคม

หากพิจารณาข้อเรียกร้องของเยาวชนคนหนุ่มสาวและผู้ประท้วงที่ออกมาเคลื่อนไหวบนท้องถนนในฝรั่งเศส ย่อมเห็นได้ไม่ยากว่าล้วนเกี่ยวข้องกับการปรังปรุงคุณภาพการศึกษา ลดความเลื่อมล้ำ และเพิ่มโอกาสในการเลื่อนชั้นทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มงบประมาณด้านการศึกษาและยกเลิกแผนการตัดงบภาครัฐ แก้ปัญหาขาดแคลนครูและการยุบห้องเรียน ปรังปรุงสภาพโรงเรียนที่ทรุดโทรมและห้องเรียนที่แออัด ลดช่องว่างระหว่างโรงเรียนในเมืองใหญ่กับโรงเรียนในย่านชานเมืองหรือต่างจังหวัด ปรังปรุงระบบการเข้าเรียนต่อระดับอุดมศึกษาให้เป็นธรรมขึ้น แก้ไขราคาสินค้าและพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น คัดค้านแผนการลดรายจ่ายภาครัฐ เพิ่มโอกาสในการทำงานของคนรุ่นใหม่ซึ่งสืบเนื่องกับความกังวลเรื่องการว่างงานและเด็กจบใหม่หางานทำได้ยาก และเรียกร้องให้รัฐจัดเก็บภาษีคนรวยเพิ่มขึ้นเพื่อรักษาคุณภาพสวัสดิการทางสังคมที่สำคัญทั้งด้านสาธารณสุขและการศึกษา

ข้อเสนอของกลุ่มนักเรียนนักศึกษาสะท้อนถึงการตระหนักอย่างชัดเจนว่า การปฏิรูปการศึกษาเพียงลำพังไม่อาจแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทั้งหมดได้ หากตลาดแรงงานยังให้ผลตอบแทนอย่างไม่เป็นธรรม หากงานที่มีคุณภาพกระจุกตัวอยู่ในบางพื้นที่ หากต้นทุนในการดำรงชีวิตทำให้คนรุ่นใหม่ไม่สามารถวางแผนอนาคตได้อย่างมั่นคง หรือระบบภาษีขาดความเป็นธรรม โอกาสที่เพิ่มขึ้นในห้องเรียนก็อาจไม่แปรเปลี่ยนเป็นความก้าวหน้าในชีวิตจริงอย่างเต็มที่ นโยบายการศึกษาจึงต้องเชื่อมโยงกับนโยบายเศรษฐกิจ สวัสดิการ และการพัฒนาพื้นที่ด้วย

จากการประท้วงที่ฝรั่งเศสซึ่งลุกลามขยายตัวไปยังประเทศอื่น ๆ ทั้งในยุโรปและนอกยุโรป (อันที่จริงเยาวชนในหลายประเทศได้เคลื่อนไหวแสดงออกมาอย่างต่อเนื่องในห้วง 4-5 ปีมานี้นับตั้งแต่การระบาดของโควิด-19) แน่นอนว่าแต่ละประเทศอาจจะมีชนวนเหตุเฉพาะหน้าที่แตกต่างกันออกไป (เช่น การโกงข้อสอบ การเลือกตั้งที่มีข้อกังขา คอร์รัปชัน ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือค่าครองชีพ) แต่คลื่นของการประท้วงของคนหนุ่มสาวในหลายประเทศสะท้อนความอึดอัดคับข้องใจต่อปัญหาเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจและการเมือง ที่การเมืองไม่สนองตอบต่อประชาชน และเศรษฐกิจเหลื่อมล้ำสูง ทำให้คนส่วนใหญ่ของสังคมขาดความมั่นคงในชีวิต และไร้ซึ่งความหวังในการเลื่อนชั้นทางสังคมไปสู่สถานะที่ดีกว่าเดิม น่าเสียดายหากเรามองเห็น แต่ควันไฟแต่ไม่พยายามทำความเข้าใจความทุกข์ร้อนของผู้คน

รศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ
Authorรศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ

สอนหนังสือที่คณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ รักการสอนและเขียนหนังสือ ติดตามความเป็นไปของโลกและสังคมไทย เวลาว่างอ่านนิยาย ดูหนังสืบสวนสอบสวน และเชียร์ลิเวอร์พูล เชื่อมั่นในพลังของการเปลี่ยนแปลงโลกด้วยสติปัญญาและพลังของคนหนุ่มสาว

TAGS
Columnistความเหลื่อมล้ำบันไดทางสังคมประท้วงในฝรั่งเศสผลิตซ้ำความต่างทางชนชั้นรศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ

table of contents

  1. 01ในความเคลื่อนไหว
  2. 02เมื่อการศึกษาไม่อาจรับประกันอนาคต
  3. 03การศึกษาลดความเหลื่อมล้ำ หรือผลิตซ้ำความได้เปรียบทางชนชั้น?
  4. 04ซ่อมบันไดทางสังคม

recommended for you

ไทยพีบีเอส สสส.ต้องเป็น ‘สาธารณะ’ เพื่อสิทธิและความเป็นธรรมของ ‘ประชาชน’
ไทยพีบีเอส สสส.ต้องเป็น ‘สาธารณะ’ เพื่อสิทธิและความเป็นธรรมของ ‘ประชาชน’
สะสมทุนบนหลังคน
สะสมทุนบนหลังคน
น้ำหลาก กากโผล่! สุสานมลพิษที่รัฐมองการลงทุนคุ้มกว่าชีวิตประชาชน
น้ำหลาก กากโผล่! สุสานมลพิษที่รัฐมองการลงทุนคุ้มกว่าชีวิตประชาชน
(ปฏิรูป)สื่อสาธารณะ ในเครื่องหมายวงเล็บที่ ‘วันชัย’ ตอบ ‘อธึกกิต-สฤณี’ ถาม ‘ความโปร่งใส-ระบบอุปถัมภ์’
(ปฏิรูป)สื่อสาธารณะ ในเครื่องหมายวงเล็บที่ ‘วันชัย’ ตอบ ‘อธึกกิต-สฤณี’ ถาม ‘ความโปร่งใส-ระบบอุปถัมภ์’
ชะลอแลนด์บริดจ์ ปลุกผี ‘ทวาย’ ฝันร้ายในภูมิรัฐศาสตร์ใหม่
ชะลอแลนด์บริดจ์ ปลุกผี ‘ทวาย’ ฝันร้ายในภูมิรัฐศาสตร์ใหม่

Related Story

รัฐบาลติดเกาะ Human & Society

รัฐบาลติดเกาะ 

ในยามน้ำหลากแทนที่รัฐบาลจะช่วยเหลือประชนชนที่ติดเกาะ กลับเป็นรัฐบาลเองที่ไม่ขยับเขยื้อนเหมือน 'ติดเกาะ' เสียเอง
วีรพร นิติประภาREAD MORE
50 ปี 6 ตุลาฯ 2519 ไม่ได้จบลงในเช้าวันพุธ  Conflict Resolution

50 ปี 6 ตุลาฯ 2519 ไม่ได้จบลงในเช้าวันพุธ  

50 ปี 6 ตุลาฯ 2519 ชาตินิยม-ความเป็นอื่นคือเครื่องมืออันชอบธรรมของความรุนแรงโดยรัฐ และการลอยนวลพ้นผิดยังคงอยู่
วิภาพร วัฒนวิทย์READ MORE
วัฒนธรรมตัดหัวเสียบประจาน Columnist

วัฒนธรรมตัดหัวเสียบประจาน 

การเลี้ยงดูเชิงอำนาจซึ่งเป็นที่มาของบุคลิกภาพเหยื่อเมื่อถูกซ้ำเติมด้วยวัฒนธรรมเสียบประจาน เขาจะกลัวการถูกแบล็คเมล์ กลัวที่จะขอความช่วยเหลือ ติดกับปัญหาโดยไม่สามารถหลุดพ้นจากวงจรชั่วร้ายได้
วีรพร นิติประภาREAD MORE