"บิ๊กโจ๊ก" ร้องศาลไต่สวนทีมตรวจค้นบ้าน ละเมิดอำนาจศาลฯ

อาชญากรรม
26 ก.ย. 66
14:31
1,507
Logo Thai PBS
"บิ๊กโจ๊ก" ร้องศาลไต่สวนทีมตรวจค้นบ้าน ละเมิดอำนาจศาลฯ
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
"บิ๊กโจ๊ก" ร้องศาลอาญาไต่สวนปมตรวจค้นบ้านพักโดยมิชอบ ชี้ขอออกหมายค้นโดยไม่บอกว่าตนเองพักอาศัยอยู่ ยืนยันดำเนินคดีทุกคนที่เกี่ยวข้อง ทำให้เสียชื่อเสียง

วันนี้ (26 ก.ย.2566) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เดินทางมาเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาไต่สวนเรื่องการละเมิดอำนาจศาล กรณีการขอให้ศาลออกหมายค้นบ้านพัก

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การออกหมายค้นที่ไปค้นบ้านพักเมื่อวานนี้ (25 ก.ย.) นั้น เป็นการปกปิดข้อเท็จจริงต่อศาล เพราะรู้อยู่แล้วว่าเป็นบ้านที่ตนเองพักอาศัยอยู่ แต่ผู้ที่ไปขอหมายไม่ได้บอกศาล และแม้ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ของบ้านจะเป็นคนอื่น แต่ก็เป็นญาติตัวเอง ส่วนเหตุผลที่บอกว่าเป็นการขอหมายค้นบ้านเพื่อเข้าจับกุมสารวัตรชานนท์ตามหมายจับ ซึ่งสารวัตรชานนท์ เป็นนายตำรวจติดตาม และอาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว ก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าตนเองอาศัยอยู่บ้านนี้

หากศาลรู้ ศาลก็จะให้ความเป็นธรรม เพราะยังไม่มีคดีความ การที่ตัวเองถูกออกหมายค้น และยกกำลังมาเข้าค้นเป็นโขยง ทำให้เสียชื่อเสียง

บิ๊กโจ๊ก ชี้พิรุธหมายค้นไม่ระบุ ยศ ตร. 

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ลูกน้องของตัวเองที่ถูกออกหมายจับ ก็เตรียมที่จะไปยื่นขอความเป็นธรรมต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ด้วยว่า “การขอให้ศาลออกหมายจับนั้นเป็นการละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ เพราะในการไปขอหมายจับไม่ได้ระบุยศตำรวจ ใส่เพียงคำนำหน้าชื่อเป็นนายทั้งหมด ทำให้ศาลไม่ทราบ ซึ่งที่ผ่านมาเวลาที่ตัวเองทำงาน หากต้องไปขอหมายจับตำรวจ ก็ต้องระบุยศไป เพราะศาลจะสั่งให้ออกหมายเรียกก่อน หากไม่มาค่อยให้ออกหมายจับ เพราะตำรวจถือว่ามีถิ่นที่อยู่ที่ชัดเจน ไม่หลบหนี เป็นข้าราชการ แต่ในกรณีนี้ที่มีการปกปิดซ่อนเร้น จึงถือเป็นการส่อพิรุธ”

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ส่วนประเด็นที่จะไปร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางนั้น เป็นเรื่องของการแจ้งความเท็จ ซึ่งขอตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน ยืนยันว่า ตนเองพร้อมรับการตรวจสอบ แต่การตรวจสอบนั้นต้องเป็นธรรม ไม่มีวาระซ่อนเร้น ไม่เช่นนั้นก็ต้องใช้สิทธิทางกฎหมาย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม หากรอง ผบ.ตร.ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม แล้วประชาชนจะไปหาความเป็นธรรมจากที่ไหน

ส่วนประเด็นเรื่องเส้นทางการเงิน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยืนยันว่า ไม่ได้มีเส้นทางการเงินตรงเข้ามาที่ตัวเองเลย ทั้งหมดเป็นเรื่องของลูกน้อง ซึ่งเป็นหน้าที่ของลูกน้องที่ต้องตอบว่า นำเงินไปทำอะไร ได้นำเงินไปเล่นพนัน หรือไปยุ่งเกี่ยวกับเว็บอะไรหรือไม่ หรือจะไปใช้บัญชีม้า ไปมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับ "มินนี่" ถือเป็นเรื่องเฉพาะตัว ไม่ได้หมายความว่า พอมีเรื่องนี้เกิดขึ้นแล้วจะจับเชื่อมโยงมาที่ตนเองได้ ต้องมาถามให้ไปอธิบาย

ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านบิ๊กโจ๊ก

ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านบิ๊กโจ๊ก

ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านบิ๊กโจ๊ก

ยันไม่มีเส้นเงินตรงมาที่ตนเอง

รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า เวลาที่ให้เงินลูกน้องไปทำงาน ที่เป็นส่วนเกินจากงบราชการลับที่มีไม่พอ ก็พร้อมนำเงินส่วนตัวมาทำงาน ซึ่งลูกน้องจะเอาไปหมุนยังไงก็ไม่ทราบทั้งหมด แต่ให้คิดง่าย ๆ ว่า "ถ้าตนเองรับเงินจากเว็บพนัน คงไม่ใช่เงินแค่หลัก 2-3 ล้าน"

ที่ผ่านมาเคยมีคำพิพากษาศาลฎีกา ตัดสินโทษจำคุกกรณีทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงแล้ว จึงต้องไปดูที่เจตนาว่า ต้องการให้เสียชื่อเสียงหรือไม่

สำหรับรองผู้กำกับคริษฐ์ สภ.สำโรงเหนือ ก็ทำงานอยู่ด้วยกันมานานเหมือนเป็นเลขา ในแต่ละเดือนก็จะให้เงินไปจ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้ รวมถึงค่ารักษาพยาบาลแม่ ซึ่งเป็นเงินจำนวน 2.8 ล้านบาท คือค่าใช้จ่ายสำหรับทั้งปี ไม่ใช่แค่ 1 เดือน แต่จะมีการนำเงินต้นไปหมุนจ่ายเอาไปเข้าเส้นเงินที่เชื่อมโยงกับมินนี่ได้อย่างไร ในส่วนนี้ตนเองไม่ทราบ

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังบอกอีกว่า ถ้ารับเงินจากเว็บพนันออนไลน์ ก็ต้องมีเส้นเงินตรงเข้ามาที่ตัวเองเลย ซึ่งเรื่องนี้ก็รอที่จะสอบถามกับรองผู้กำกับคริษฐ์เช่นกัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการยื่นขอประกันตัว

เปิดชื่อคนซื้อบ้าน 5 หลังให้ “บิ๊กโจ๊ก”

"เฮียแต๋ม" เจ้าของบ้าน

ส่วนประเด็นที่ปรากฏชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์บ้านทั้ง 5 หลัง คือ เฮียแต๋ม ซึ่งเป็นนักธุรกิจรายใหญ่ จ.อุดรธานี และพบว่ามีการโอนเงินมาจ่ายค่าส่วนกลางบ้านปีละ 142,000 บาทนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า "เฮียแต๋ม เป็นญาติของตน ซึ่งเป็นญาติสนิทกัน และเป็นเจ้าของบ้านทั้งหมด" โดยเฮียแต๋มให้ตนเองเช่าบ้านอยู่ มีสัญญาเช่าชัดเจนในราคา 50,000 บาท อาศัยอยู่ 2 หลัง

ส่วนหลังที่เหลือใช้เก็บของ ซึ่งด้วยความที่เป็นญาติกันจะจ่ายแพงกว่านี้ แต่เฮียแต๋มก็ไม่เอา ซึ่งบ้านที่ตัวเองอาศัยอยู่นี้ ได้เคยให้การกับ ป.ป.ช.ไว้นานแล้ว และบริสุทธิ์ใจ

เฮียแต๋มก็ไม่ใช่คนที่ทำผิดกฎหมาย ตนเองเป็นคนสงขลา จึงมาหาเช่าบ้านอยู่เพื่อความสะดวก

ส่วนกรณีที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ระบุจะมีการออกมาแฉว่ามีทนายความชื่อดัง และนักข่าว เชื่อมโยงกับเครือข่ายพนันออนไลน์นี้ด้วยนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของทนายดัง และนักข่าว ไม่ได้เกี่ยวกับตัวเอง เพราะอย่างที่บอกว่าไม่มีเส้นทางการเงินไหนโยงมาถึงตัว และไม่ได้มีความกังวลใจในการออกหมายเรียกตัวเองและครอบครัว เพราะสามารถชี้แจงได้หมด โดยเฉพาะแม่ที่อายุมากแล้ว ไม่รู้จักเรื่องการพนันออนไลน์อย่างแน่นอน

คำสั่งขอค้นบ้าน ไม่ได้มาจาก ผบ.ตร.

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บอกอีกว่า หลังจากถูกค้นบ้านเมื่อวานนี้ ก็ได้มีการพูดคุยเเบบส่วนตัวกับ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.แล้ว โดย ผบ.ตร.บอกว่า ก่อนหน้านี้เพียงได้รับรายงานว่า จะมีการตรวจค้น ซึ่งได้บอกกับผู้ที่รายงานว่า หากจะค้นก็ขอให้แจ้งก่อน แต่ตำรวจที่เข้าไปค้นนั้นกลับรายงานภายหลังจากตรวจค้นแล้ว หมายความว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ได้มาจาก ผบ.ตร.

ส่วนจะเกี่ยวข้องกับการเลือก ผบ.ตร.คนใหม่หรือไม่นั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ไม่ขอออกความคิดเห็น ให้สื่อมวลชนไปคิดกันเอาเอง แต่ยืนยันว่าจะดำเนินคดีทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ เพราะมั่นใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นต้องมีคนสั่งการอย่างแน่นอน แต่จะเป็นคนภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือไม่นั้น ขอตอบสั้น ๆ เพียงว่า “เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการเมืองภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ค้นบ้านพัก “บิ๊กโจ๊ก” ส่อสะเทือน “เฮียแต๋ม” เศรษฐีขนส่ง เมืองอุดรฯ 

ชิง ผบ.ตร.คนใหม่ระอุ ค้นบ้าน “บิ๊กโจ๊ก” มีปมเงื่อน 

เปิดชื่อ คกก.สอบปม "ค้นบ้านบิ๊กโจ๊ก" รายงานนายกฯ ใน 30 วัน 

"บิ๊กก้อง" ปัดขัดแย้ง "บิ๊กโจ๊ก" ยันไม่เกี่ยวข้องปมค้นบ้าน 

ศาลให้ประกันลูกน้องคนสนิท “บิ๊กโจ๊ก” แล้ว 2 คน ที่เหลือฝากขังวันนี้ 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง