ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

หนาวช่วงปีใหม่หมดโปรแล้ว! “ความร้อน” เข้ามาเร็ว เพราะลานีญาจบแบบฉับพลัน


วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

จิราภพ ทวีสูงส่ง

แชร์

หนาวช่วงปีใหม่หมดโปรแล้ว! “ความร้อน” เข้ามาเร็ว เพราะลานีญาจบแบบฉับพลัน

https://www.thaipbs.or.th/now/content/3673

หนาวช่วงปีใหม่หมดโปรแล้ว! “ความร้อน” เข้ามาเร็ว เพราะลานีญาจบแบบฉับพลัน

สังเกตกันไหมว่า แม้จะอยู่ในช่วงปลายฤดูหนาว แต่อากาศเย็นกลับเริ่มหายไปแล้ว ถูกทดแทนโดยอากาศร้อนและแดดแรง ทำไม? จึงเป็นเช่นนั้น แล้วสภาพอากาศต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร ตามมาอ่านกันได้เลย

ประเด็นน่าสนใจดังกล่าว ผศ. ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดี คณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ ให้ความรู้ในเฟซบุ๊ก “Thon Thamrongnawasawat” ไว้ว่า

ภาพจาก NOAA, ผศ. ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์

ความหนาวช่วงปีใหม่หายไปหมดแล้ว ความร้อนเข้ามาเร็วเพราะลานีญาจบแบบฉับพลัน หากลองดูกราฟจะเห็นว่าแท่งสีฟ้าตกฮวบจนเกือบหมด จากนั้นโลกจะอยู่สภาวะเป็นกลาง 3-4 เดือน

หน้าร้อนปีนี้น่าจะร้อนใกล้เคียงปีที่แล้ว ซึ่งนั่นก็ร้อนมากแม้อาจไม่เท่าปี 67

พอเข้าหน้าฝน (สิงหาคม) เอลนีโญอาจเริ่มมา และจะแรงขึ้นเรื่อย ๆ ไปจนถึงสิ้นปี/ต้นปีหน้า หมายความว่าหน้าหนาวปีนี้จะไม่หนาวเท่าที่เราเคยเจอในปี 68

เอลนีโญหมายถึงแห้งแล้ง ช่วงต้นฤดูฝนอาจเห็นไม่มาก แต่เข้าปลายฤดูฝนจะเจอเยอะขึ้น โดยเฉพาะภาคใต้ที่ฝนเริ่มพฤศจิกายนเป็นต้นไป จะเจอเอลนีโญแรง ๆ ตอนนั้นพอดี

เพราะฉะนั้น เก็บน้ำไว้ ดูแลน้ำให้ดี โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวชายทะเล/เกาะที่มีน้ำน้อยอยู่แล้ว ระวัง! เตรียมตังค์จ่ายค่าน้ำ

เอลนีโญมีโอกาสสูงที่จะข้ามไปปี 2570 หน้าแล้งปีหน้าจึงเสี่ยงสูง เตรียมรับสภาพขาดแคลนน้ำ โลกในปี 2569 ดูแล้วแปรปรวนมากขึ้น ภัยพิบัติทั่วทุกมุมโลก เจออะไรแปลกๆ ตลอด โชคดีที่บ้านเรายังไม่เป็นอะไรมาก แต่หากจะหวังแค่โชคไม่พอ เราต้องเตรียมการรับมือเอาไว้ด้วย

เข้าใจการเกิด “เอลนีโญ” เพื่อร่วมลดความรุนแรงปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่ทุกคนช่วยได้

ด้วยปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” ที่กำลังทวีความรุนแรง ทำให้ขณะนี้เมืองไทยเผชิญทั้งความร้อนและภัยแล้งจัด ไทยพีบีเอสขอนำข้อมูลมาให้ได้ทราบว่า อะไร ? คือสาเหตุปรากฏการณ์นี้ เพื่อร่วมลดความรุนแรงของการเกิด “เอลนีโญ” ที่ทุกคนช่วยได้

อะไร ? ทำให้เกิด “เอลนีโญ”

    เอลนีโญ (El Niño) เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ปฏิสัมพันธ์ระหว่างการหมุนเวียนของกระแสอากาศกับกระแสน้ำในมหาสมุทร ซึ่งปกติแล้วในมหาสมุทรแปซิฟิกซึ่งกั้นระหว่างทวีปเอเชียและทวีปอเมริกา จะมีกระแสลมหรือเรียกว่าลมค้า (Trade winds) ซึ่งพัดจากด้านตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกไปยังด้านตะวันตก ซึ่งจะทำให้กระแสน้ำอุ่นไหลจากอเมริกาใต้มายังประเทศอินโดนีเซีย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดฝนตกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    แต่หากกระแสลมมีกำลังอ่อนและเปลี่ยนทิศทางพัด จะทำให้กระแสน้ำอุ่นไหลไปยังทวีปอเมริกาใต้แทน ด้วยเหตุนี้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสเตรเลียจึงขาดฝนและเกิดความแห้งแล้ง รวมถึงไฟป่าอย่างรุนแรง กลายเป็นที่มาของปรากฏการณ์ “เอลนีโญ”

รู้ได้ว่า “เอลนีโญ” จะเกิดขึ้นตอนไหน ? ด้วย “ดาวเทียม”

    ในปี 66 นับตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ด้วยหลักฐานจากข้อมูลจากดาวเทียม แสดงให้เห็นถึงปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” กำลังจะหวนกลับมาอีกครั้ง ซึ่งสามารถทราบได้โดยการวัดอุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลด้วยการใช้เซนเซอร์ที่ติดตั้งบนดาวเทียม ควบคู่กับเซนเซอร์ที่ติดตั้งบนทุ่นลอยน้ำในมหาสมุทร เป็นหนึ่งในวิธีการที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ตรวจจับการมาของปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” ได้อย่างแม่นยำ

    โดยดาวเทียมสามารถตรวจวัดความสูงของระดับของผิวน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นจากน้ำทะเลโดยเฉลี่ยได้ เนื่องจากอุณหภูมิของน้ำในมหาสมุทรที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้โมเลกุลของน้ำเกิดการขยายตัวทำให้ปริมาณของน้ำเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ประกอบกับกระแสลมที่พัดอย่างต่อเนื่องซึ่งมีผลต่อระดับผิวน้ำทะเลเช่นกัน

    สำหรับสภาพระดับน้ำทะเลปกติ ข้อมูลภาพจะแสดงด้วยโทนสีขาว ส่วนโทนสีแดงหมายถึงบริเวณที่ระดับน้ำทะเลมีค่าสูงกว่าปกติ จะมาจากข้อมูลของดาวเทียม Sentinel-6 และ Sentinel-3B ซึ่งวิเคราะห์โดยนักวิทยาศาสตร์ที่ Jet Propulsion Laboratory (JPL) ของ NASA

    จากรายงานที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 66 โดยศูนย์พยากรณ์อากาศขององค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (NOAA) ประกาศว่า ได้เกิดปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” รายงานได้ชี้ไปที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในบริเวณ Niño 3.4 ของแปซิฟิกเขตร้อน (จากลองจิจูด 170° องศาตะวันตก ถึง 120° องศาตะวันตก) ในเดือน พ.ค. 66 แสดงให้เห็นว่าอุณหภูมิอยู่ที่ 0.8°C (1.4°F) ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย

    โดยนักพยากรณ์คาดการณ์ว่าสภาวะ “เอลนีโญ” จะค่อย ๆ รุนแรงขึ้นช่วงฤดูหนาวแถบซีกโลกเหนือในปี 66-67 ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น มีการคาดการณ์ว่ามีโอกาสถึง 60% ที่จะเกิดปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” แรงระดับปานกลาง และมีโอกาส 56% ที่จะเกิดอย่างรุนแรง

    อย่างไรก็ตาม จากสถิติ ณ เดือน มิ.ย. 66 แสดงให้เห็นว่าปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” ยังไม่ส่งผลกระทบรุนแรงเท่ากับปีที่เคยเกิดเอลนีโญมาแล้ว เมื่อเทียบในช่วงเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีนักวิทยาศาสตร์ได้ให้ความเห็นไว้ว่า ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังเกิดขึ้นในรอบปีนี้จะส่งผลกระทบรุนแรงกว่าครั้งที่ผ่าน ๆ มา

ทำไม? “อุณหภูมิน้ำทะเลมหาสมุทรแปซิฟิก” ส่งผลกับสภาพอากาศทั่วโลก

📌อ่านต่อ : www.thaipbs.or.th/now/content/199


คอนเทนต์อื่นที่น่าสนใจ

📌อ่าน : สภาพภูมิอากาศสุดขั้ว! มี “หิมะตกหนัก” ในทะเลทรายสะฮารา

📌อ่าน : โลกร้อน! อาจเกิด “แผ่นดินไหว” บ่อยขึ้น เหตุระดับน้ำทะเลเปลี่ยนแปลง-ธารน้ำแข็งละลาย

📌อ่าน : “โลกร้อนขึ้น” เกิดพายุหมุนจำนวนมาก-รุนแรงขึ้น ไม่ปรับตัวอยู่ยากขึ้น

📌อ่าน : ไขคำตอบ เอลนีโญ-ลานีญา ความต่างที่สุดขั้ว

📌อ่าน : 4 ปัจจัยหลัก ทำค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูง

📌อ่าน : “ภาวะฝาชีครอบ” เกิดจากอุณหภูมิผกผัน ทำสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 รุนแรงขึ้น

📌อ่าน : อันตรายต้องระวัง! อากาศเย็นแต่แดดเปรี้ยงตอนกลางวัน แบคทีเรีย-ไวรัสเติบโตได้ดี

📌ฟัง : โรคสุดฮิตที่มาพร้อมกับฤดูหนาว

 

อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS  

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ความร้อนลานีญาปรากฏการณ์ลานีญาเอลนีโญสภาพอากาศสภาพภูมิอากาศสิ่งแวดล้อมวิทย์น่ารู้วิทยาศาสตร์วิทยาศาสตร์น่ารู้Thai PBS Sci And Tech Thai PBS Sci & Tech EnvironmentScience
จิราภพ ทวีสูงส่ง

ผู้เขียน: จิราภพ ทวีสูงส่ง

"เซบา บาสตี้" เจ้าหน้าที่เนื้อหาดิจิทัล สำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส คนทำงานด้านการเขียน : Specialist Contents / Journalist / Writer / Creative Copywriter / Proofreader Lover (ติดต่อ jiraphobT@thaipbs.or.th)

บทความ NOW แนะนำ