ทุก ๆ ครั้งที่ใครสักคนบนโลกกำลังเปิดสับปะรดกระป๋องกินอยู่ มีโอกาสสูงมากที่สิ่งนั้นจะส่งตรงไปจากไทย
เพราะบ้านเราคือ No.1 ของจริงในการส่งออกความฉ่ำไปทั่วทุกทวีป ด้วยมูลค่าสูงถึงปีละกว่า 20,000 ล้านบาท โดยเฉพาะ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่รวมตัวทั้งไร่และโรงงานแปรรูปไว้แน่นที่สุดในโลก
แต่เบื้องหลังความหวานฉ่ำ กลับเชื่อมโยงไปถึงเรื่อง "พื้นที่ทับซ้อน" ระหว่างที่ดินทำกินกับบ้านของสัตว์ป่า โดยข้อมูลจากกรมอุทยานแห่งชาติฯ บอกไว้ว่าช้างป่าในไทยมีราว 4,013 - 4,422 ตัว และจำนวนนี้ยังเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละประมาณ 8%
แต่ในอีกด้าน ไร่สับปะรดส่วนใหญ่ในประจวบฯ อย่างแถบกุยบุรี มักอยู่ติดกับเขตอุทยานแห่งชาติ ซึ่งเมื่อป่าลดลง อาหารตามธรรมชาติก็น้อยลง แถมในโลกของช้าง สับปะรดคืออาหารสุดแสนอร่อยที่ทั้งหวาน ฉ่ำน้ำ ส่วนในสายตาเกษตรกร ภาพเดียวกันนั้นกลับหมายถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นข้ามคืน จนนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่ามาเนิ่นนาน
ความซับซ้อนนี้ยังถูกซ้ำเติมด้วยความผันผวนของสภาวะโลกร้อน ทั้งสภาพอากาศแปรปรวน จนอาหารในป่าลดลง บีบให้ช้างต้องออกมาเสี่ยงดวงในไร่มากขึ้น ขณะที่ฝั่งเกษตรกรเองก็ต้องรับศึกสองด้าน ทั้งสภาพอากาศและกลไกตลาดโลกที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ ผลไม้ลูกเล็ก ๆ นี้จึงโยงใยไปถึงทั้งระบบนิเวศและเศรษฐกิจโลกอย่างแยกไม่ออก
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่จะกันใครออกไปจากพื้นที่นี้ แต่คือจะออกแบบการอยู่ร่วมกันอย่างไรให้ความเสียหายลดลง ซึ่งวันนี้เริ่มมีคำตอบที่จับต้องได้จริง เช่น กุยบุรีโมเดล ที่เน้นการฟื้นฟูระบบนิเวศ สร้างแหล่งน้ำและอาหารในป่า ด้วยการทำโป่งเทียมถึง 103 แห่ง เพื่อให้พี่ช้างมีบุฟเฟต์ในบ้านแบบไม่ต้องออกมาทำลายไร่ของชาวบ้าน รวมถึงเปลี่ยนจากการ "ไล่ล่า" เป็นการ "แจ้งเตือน" ผ่านเครือข่ายราษฎรเฝ้าระวังช้างป่า ที่ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ยังมีการใช้ระบบเฝ้าระวังเตือนภัยล่วงหน้า (SMART Early Warning System) ที่เริ่มใช้ในปี 2566 และสามารถลดความเสียหายได้เป็นอย่างมาก เพราะแม้จะมีเหตุการณ์ช้างป่าบุกรุกถึง 1,104 ครั้ง แต่ความเสียหายต่อพืชผลกลับเหลือเพียง 0.36% (แค่ 4 ครั้ง) เท่านั้น เมื่อเทียบกับปี 2560 ที่ความเสียหายสูงถึง 74.5%
ลองนึกถึง “ข้าวผัดสับปะรด” หรือ “แกงคั่วสับปะรด” ดูสิ…รสเปรี้ยวหวานที่ช่วยตัดเลี่ยนในจานนั้น จริง ๆ แล้วมันคือรสชาติของการประนีประนอมของทุกภาคส่วนที่ค่อย ๆ เปลี่ยนพื้นที่ความขัดแย้งเป็นพื้นที่ของการอยู่ร่วมกัน
และเมื่อเรื่องราวทั้งหมดมารวมอยู่ในจานเรา อาหารหนึ่งจานจึงคือเรื่องเล่าของโลกทั้งใบ ร่วมติดตามรายการ “จานนี้มีเรื่องโลก” ตอน สับปะรด คนปลูก VS ช้างป่า และติดตามรายการ “จานนี้มีเรื่องโลก” ทุกวันอาทิตย์ 10:00 น. ทางช่อง ไทยพีบีเอส หรือชมสดทาง https://www.thaipbs.or.th/live
ดูเนื้อหาอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
- จานนี้มีเรื่องโลก ตอน หอยแครง หอยแพง
- จานนี้มีเรื่องโลก ตอน พริกน้ำปลา กับปลาที่หายไป
- จานนี้มีเรื่องโลก ตอน ข้าวแกง แกล้งโลก









