สับปะรดช้างช่วยกิน


Environment

ศศิกานต์ เอื้อวิทยาวุฒิกุล

Thai PBS
แชร์

สับปะรดช้างช่วยกิน

https://www.thaipbs.or.th/now/content/4113

สับปะรดช้างช่วยกิน

ทุก ๆ ครั้งที่ใครสักคนบนโลกกำลังเปิดสับปะรดกระป๋องกินอยู่ มีโอกาสสูงมากที่สิ่งนั้นจะส่งตรงไปจากไทย

เพราะบ้านเราคือ No.1 ของจริงในการส่งออกความฉ่ำไปทั่วทุกทวีป ด้วยมูลค่าสูงถึงปีละกว่า 20,000 ล้านบาท โดยเฉพาะ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่รวมตัวทั้งไร่และโรงงานแปรรูปไว้แน่นที่สุดในโลก

แต่เบื้องหลังความหวานฉ่ำ กลับเชื่อมโยงไปถึงเรื่อง "พื้นที่ทับซ้อน" ระหว่างที่ดินทำกินกับบ้านของสัตว์ป่า โดยข้อมูลจากกรมอุทยานแห่งชาติฯ บอกไว้ว่าช้างป่าในไทยมีราว 4,013 - 4,422 ตัว และจำนวนนี้ยังเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละประมาณ 8% 

แต่ในอีกด้าน ไร่สับปะรดส่วนใหญ่ในประจวบฯ อย่างแถบกุยบุรี มักอยู่ติดกับเขตอุทยานแห่งชาติ  ซึ่งเมื่อป่าลดลง อาหารตามธรรมชาติก็น้อยลง แถมในโลกของช้าง สับปะรดคืออาหารสุดแสนอร่อยที่ทั้งหวาน ฉ่ำน้ำ ส่วนในสายตาเกษตรกร ภาพเดียวกันนั้นกลับหมายถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นข้ามคืน จนนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่ามาเนิ่นนาน

ความซับซ้อนนี้ยังถูกซ้ำเติมด้วยความผันผวนของสภาวะโลกร้อน ทั้งสภาพอากาศแปรปรวน จนอาหารในป่าลดลง บีบให้ช้างต้องออกมาเสี่ยงดวงในไร่มากขึ้น ขณะที่ฝั่งเกษตรกรเองก็ต้องรับศึกสองด้าน ทั้งสภาพอากาศและกลไกตลาดโลกที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ ผลไม้ลูกเล็ก ๆ นี้จึงโยงใยไปถึงทั้งระบบนิเวศและเศรษฐกิจโลกอย่างแยกไม่ออก

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่จะกันใครออกไปจากพื้นที่นี้ แต่คือจะออกแบบการอยู่ร่วมกันอย่างไรให้ความเสียหายลดลง ซึ่งวันนี้เริ่มมีคำตอบที่จับต้องได้จริง เช่น กุยบุรีโมเดล ที่เน้นการฟื้นฟูระบบนิเวศ สร้างแหล่งน้ำและอาหารในป่า ด้วยการทำโป่งเทียมถึง 103 แห่ง เพื่อให้พี่ช้างมีบุฟเฟต์ในบ้านแบบไม่ต้องออกมาทำลายไร่ของชาวบ้าน รวมถึงเปลี่ยนจากการ "ไล่ล่า" เป็นการ "แจ้งเตือน" ผ่านเครือข่ายราษฎรเฝ้าระวังช้างป่า ที่ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ยังมีการใช้ระบบเฝ้าระวังเตือนภัยล่วงหน้า (SMART Early Warning System) ที่เริ่มใช้ในปี 2566 และสามารถลดความเสียหายได้เป็นอย่างมาก เพราะแม้จะมีเหตุการณ์ช้างป่าบุกรุกถึง 1,104 ครั้ง แต่ความเสียหายต่อพืชผลกลับเหลือเพียง 0.36% (แค่ 4 ครั้ง) เท่านั้น เมื่อเทียบกับปี 2560 ที่ความเสียหายสูงถึง 74.5%

ลองนึกถึง “ข้าวผัดสับปะรด” หรือ “แกงคั่วสับปะรด” ดูสิ…รสเปรี้ยวหวานที่ช่วยตัดเลี่ยนในจานนั้น จริง ๆ แล้วมันคือรสชาติของการประนีประนอมของทุกภาคส่วนที่ค่อย ๆ เปลี่ยนพื้นที่ความขัดแย้งเป็นพื้นที่ของการอยู่ร่วมกัน

และเมื่อเรื่องราวทั้งหมดมารวมอยู่ในจานเรา อาหารหนึ่งจานจึงคือเรื่องเล่าของโลกทั้งใบ ร่วมติดตามรายการ “จานนี้มีเรื่องโลก” ตอน สับปะรด คนปลูก VS ช้างป่า และติดตามรายการ “จานนี้มีเรื่องโลก” ทุกวันอาทิตย์ 10:00 น. ทางช่อง ไทยพีบีเอส หรือชมสดทาง https://www.thaipbs.or.th/live

ดูเนื้อหาอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สับปะรดช้างช้างป่า
ศศิกานต์ เอื้อวิทยาวุฒิกุล

ผู้เขียน: ศศิกานต์ เอื้อวิทยาวุฒิกุล

คนธรรมดาที่สนใจประเด็นความยั่งยืนและเรื่องเล่าของผู้คน พอ ๆ กับที่หลงรักกลิ่นดินหลังฝนตก

บทความ NOW แนะนำ