ไนจีเรียยินดีรับความช่วยเหลือสหรัฐฯ หากไม่ละเมิดอธิปไตย
"โดนัลด์ ทรัมป์" ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สร้างความตึงเครียดครั้งใหม่ในเวทีโลก โดยออกปากขู่ว่าจะส่งกำลังทหารเข้าไปปฏิบัติการในไนจีเรีย เพื่อปราบปรามกลุ่มก่อการร้ายอิสลามที่เขากล่าวหาว่ากำลัง "สังหารหมู่ชาวคริสต์" พร้อมขู่ถอนความช่วยเหลือทั้งหมด
คำขู่ดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีไนจีเรียให้อยู่ในกลุ่ม "ประเทศที่น่ากังวลเป็นพิเศษ" ด้านการละเมิดเสรีภาพทางศาสนา เทียบเท่าจีน, เมียนมา และรัสเซีย
◉ ไนจีเรียโต้ "วาทกรรมบิดเบือน" ยัน "โบโกฮาราม" ฆ่าไม่เลือกศาสนา
รัฐบาลไนจีเรียออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาของผู้นำสหรัฐฯ ทันที โดยยืนยันว่าสถานการณ์ในประเทศไม่ได้มีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวคริสต์ตามที่ถูกกล่าวอ้าง แม้จะยอมรับว่ามีความรุนแรงเกิดขึ้นจริง แต่ก็เกิดขึ้นกับคนทุกศาสนา
"สถานการณ์ภายในประเทศขณะนี้ ชาวคริสต์ไม่ได้ตกเป็นเป้าหมายแค่เพียงกลุ่มเดียว และไม่ได้กำลังเกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวคริสต์แต่อย่างใด"
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศไนจีเรียย้ำว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังการสังหาร คือ กลุ่มก่อการร้าย "โบโกฮาราม" (Boko Haram) และเครือข่ายของ IS ซึ่งก่อความไม่สงบมานาน 15 ปี และสังหารผู้คนไปแล้วหลายหมื่นคน
◉ นักวิชาการชี้ "ข้ออ้างเท็จ" - เหยื่อ "โบโกฮาราม" ส่วนใหญ่คือ "ชาวมุสลิม"
นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนจำนวนมากออกมาคัดค้านข้ออ้างของ "ทรัมป์" โดยระบุว่าไม่เป็นความจริง และชี้ว่า เหยื่อส่วนใหญ่ของกลุ่มโบโกฮารามกลับเป็น "ชาวมุสลิม"
"ข้ออ้างที่ระบุว่า เกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวคริสต์ขึ้นที่ไนจีเรีย ไม่เป็นความจริง และเป็นวาทกรรมของกลุ่มขวาจัด ที่มีแต่จะส่งผลให้ไนจีเรียไร้เสถียรภาพมากยิ่งขึ้น"
◉ ท่าทีไนจีเรีย : ยินดีรับความช่วยเหลือ แต่ต้อง "ไม่ละเมิดอธิปไตย"
แม้จะปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่รัฐบาลไนจีเรียยังคงเปิดช่องทางการทูต โดยที่ปรึกษาประธานาธิบดีไนจีเรียระบุว่า
"ยินดีที่จะรับความช่วยเหลือของสหรัฐฯ ตราบเท่าที่สหรัฐฯ ยังเคารพอธิปไตยของไนจีเรีย"
ขณะที่ผู้นำศาสนาคริสต์ในไนจีเรีย แม้จะยินดีที่ทรัมป์ให้ความสนใจ แต่ก็ออกมาเตือนสหรัฐฯ ว่าไม่สนับสนุนให้คนนอกเข้ามาแทรกแซงและตัดสินใจเรื่องการเมืองภายในของประเทศ


























































