จับชาวจีน 4 คน รับจ้างตัดต่อภาพเปิดบัญชีธนาคาร
ตำรวจบุกทลายฐานปฏิบัติการใหม่ของแก๊งสแกมเมอร์ รวบตัว 4 ชาวจีน คาคอนโดมิเนียมหรู หลังสืบสวนพบว่าใช้ไทยเป็นฐานในการหลอกลวงเพื่อนร่วมชาติ โดยใช้ AI ตัดต่อและดัดแปลงภาพถ่ายบุคคล เพื่อใช้ในการ "เปิดบัญชี" ธนาคารจีนสำหรับฟอกเงิน
เปิดโปงกลโกง : ใช้ AI ดัดแปลงภาพนิ่งให้เคลื่อนไหว
ผู้ต้องหาชาวจีนได้สาธิตการใช้เทคโนโลยี AI ดัดแปลงภาพถ่ายนิ่งของบุคคลให้กลายเป็นภาพเคลื่อนไหว (Live Photo หรือ Video) เพื่อใช้ในการยืนยันตัวตนผ่านระบบออนไลน์
พล.ต.ท. จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. เปิดเผยถึงกลโกงนี้ว่า "ผู้ต้องหาจะใช้วิธีการตัดต่อและดัดแปลงภาพบุคคลด้วยเอไอ (AI) เพื่อใช้สมัครเปิดบัญชีธนาคาร"
โดยบัญชีเหล่านี้จะถูกนำไปใช้เป็นช่องทางในการฟอกเงินที่ได้มาจากการหลอกลวงชาวจีนด้วยกันเอง ซึ่งจุดที่น่าสนใจ คือ "การใช้เทคโนโลยีมาดัดแปลงภาพบุคคลเปิดบัญชี โดยที่ไม่ต้องใช้บุคคลตัวจริงเลย"
สารภาพรับจ้างแก๊งสแกมเมอร์ - "นายจ้างชาวจีน" สั่งให้ใช้ไทยเป็นฐาน
จากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่า รับงานดัดแปลงภาพนิ่งให้กับกลุ่มสแกมเมอร์ชาวจีน โดยติดต่อกันผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้น ไม่เคยรู้จักตัวตนของผู้ว่าจ้าง และได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน
ส่วนเหตุผลที่เลือกประเทศไทยเป็นฐานในการก่อเหตุ ผู้ต้องหาอ้างว่า "เป็นไปตามความต้องการของนายจ้างชาวจีน"
เครือข่ายข้ามชาติ ? พบประวัติโยง "มาเลเซีย-กัมพูชา" ยึดมือถือ 60 เครื่อง-ยาไอซ์
ตำรวจพบว่าผู้ต้องหาชาวจีนทั้ง 4 คน มีประวัติการเดินทางเข้าออกระหว่างไทย-มาเลเซีย-กัมพูชาอยู่บ่อยครั้ง จึงคาดว่าน่าจะมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน
จากการตรวจค้นคอนโดฯ ที่เกิดเหตุ (9 พ.ย. 68) เจ้าหน้าที่ยึดของกลางได้จำนวนมาก
- โทรศัพท์มือถือ 60 เครื่อง
- คอมพิวเตอร์ (สำหรับตัดต่อ) 4 เครื่อง
- ยาเสพติด (ไอซ์) 2 ถุง พร้อมอุปกรณ์การเสพ
- แจ้งข้อหาหนัก "อั้งยี่-อาชญากรรมข้ามชาติ" และยาเสพติด
เบื้องต้น ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดดำเนินคดีในข้อหาหนัก ฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่, มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครอง ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินและข้อมูลในคอมพิวเตอร์ทั้งหมด


























































