เรือเฟอร์รีปรับขึ้นราคาโดยสาร กระทบรถขนส่งสินค้า
สถานการณ์ "ราคาน้ำมัน" ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเริ่มส่งผลกระทบลูกโซ่ต่อภาคการท่องเที่ยวและการขนส่งทางน้ำ ล่าสุด บริษัทเรือข้ามฟากรายใหญ่อย่าง "ซีทรานต์เฟอร์รี่" ประกาศปรับขึ้นราคาค่าโดยสารเรือเฟอร์รี่ เส้นทางไปกลับ อ.ดอนสัก - อ.เกาะสมุย และเกาะพะงันทุกประเภท
ขณะที่ ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าเริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหว ส่วนทางฝั่ง จ.ตราด ยังคงตรึงราคาแต่เฝ้าระวังภาวะน้ำมันขาดแคลนอย่างใกล้ชิด
ซีทรานต์เฟอร์รี่ปรับราคาใหม่ เริ่มแล้วตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม 2569
บริษัท ซีทรานต์เฟอร์รี่ได้ติดตั้งป้ายแจ้งผู้โดยสารชัดเจนถึงการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าโดยสารใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้
- ผู้โดยสารทั่วไป: ปรับจากเดิมคนละ 170 บาท ปรับเป็นคนละ 180 บาท
- รถยนต์ 4 ล้อ (รถตู้/รถกระบะ): ปรับจากเดิม 550 บาท ปรับเป็น 580 บาท
- ขอบเขตพื้นที่: ครอบคลุมท่าเทียบเรืออำเภอดอนสัก เกาะสมุย และเกาะพะงัน
- วันที่มีผล: ราคานี้มีผลเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา
เสียงสะท้อนจากคนขับรถส่งของ: วิกฤตซ้ำเติมจนอาจต้องหยุดวิ่ง
การปรับขึ้นค่าเรือเฟอร์รี่ครั้งนี้กลายเป็นภาระหนักสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการรถขนส่งสินค้าที่ต้องเดินทางเข้า-ออกเกาะเป็นประจำ
- ผลกระทบสองเด้ง: นอกจากต้องเจอกับราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและสภาวะน้ำมันขาดแคลนแล้ว ยังต้องมาแบกรับค่าธรรมเนียมเรือที่เพิ่มขึ้นอีก
- ทางออกสุดท้าย: เจ้าของรถกระบะตู้ทึบระบุว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อ และยังได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่ ก็อาจจะต้องพิจารณาหยุดวิ่งรถส่งของไปก่อน เพราะไม่คุ้มกับต้นทุนที่ต้องแบกรับ
เช็กบรรยากาศท่าเรือแหลมศอก จ.ตราด: ยังตรึงราคาแต่หวั่นขาดแคลน
ทางใต้เริ่มปรับราคา แต่ทางภาคตะวันออกอย่างจังหวัดตราด บรรยากาศการท่องเที่ยวยังคงคึกคักและผู้ประกอบการยังพยายามประคองราคาเดิมไว้
- มาตรการสำรองน้ำมัน: ผู้ประกอบการเรือเฟอร์รี่ในพื้นที่ทำสัญญากับปั๊มเชลล์เพื่อ จัดส่งน้ำมันวันละเกือบ 2,000 ลิตร เพื่อรองรับการเดินเรือ ไปยังเกาะกูดและเกาะหมาก
- จุดยืนเรื่องค่าโดยสาร: ปัจจุบันยังคงราคาที่ 600 บาทต่อเที่ยว แต่มีเงื่อนไขว่าหากราคาน้ำมันลอยตัวสูงขึ้นอีก อาจจำเป็นต้องปรับราคาในอนาคต
- สัญญาณเตือน: หากเกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันรุนแรง อาจกระทบถึงขั้นต้องหยุดให้บริการชั่วคราว เนื่องจากเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้
"ความผันผวนของราคาน้ำมันไม่ได้ส่งผลแค่ที่หัวจ่าย แต่กำลังลามไปถึงค่าโดยสารข้ามเกาะและการขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนในพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างเลี่ยงไม่ได้"




























































