Profile icon

คลิปเสียงอ้าง “อนุทิน” สั่งเปิดด่านไทย – กัมพูชา พบสร้างจาก AI

ข่าวปลอมDateClock icon20:14|การเมืองViews0
Thai PBS Verify ตรวจสอบพบคลิปเสียงอ้าง นายกฯ อนุทิน สั่งเปิดด่าน ไทย - กัมพูชา แท้จริงเป็นเสียงจาก AI

Thai PBS Verify พบที่มาข่าวปลอมจาก: TIKTOK

 

ภาพบัญชี Tikltok แชรืวิดีโออ่างว่าเป็นเสียง นายอนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมข้อความระบุว่า “#บ่าวกบสระแก้ว #ตะเข็บชายแดนไทย🇹🇭🇹🇭 #ตะเข็บชายแดนไทย🇹🇭🇹🇭 #ตะเข็บชายแดนไทย#บ่าวกบสระแก้ว”

ภาพบัญชี Tikltok แชรืวิดีโออ่างว่าเป็นเสียง นายอนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมข้อความระบุว่า “#บ่าวกบสระแก้ว #ตะเข็บชายแดนไทย🇹🇭🇹🇭 #ตะเข็บชายแดนไทย🇹🇭🇹🇭 #ตะเข็บชายแดนไทย#บ่าวกบสระแก้ว”

 

Thai PBS Verify พบบัญชี TikTok แชร์วิดีโออ้างว่าเป็นเสียง นายอนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมข้อความระบุว่า 

#บ่าวกบสระแก้ว #ตะเข็บชายแดนไทย🇹🇭🇹🇭 #ตะเข็บชายแดนไทย🇹🇭🇹🇭 #ตะเข็บชายแดนไทย#บ่าวกบสระแก้ว

โดยภายในภาพยังมีข้อความระบุว่า “ล่าสุดบิดหมด ไม่สนลุกใคร ก้าวข้ามข้อจำกัด เปิดโลกกว้าง” และข้อความ “จะให้ตอบยังไงก็ถ้าเขาสั่งการมาแบบนั้นก็ต้องทำตามด่านเปิดก็ต้อง รอให้เรื่องนี้มันเงียบเงียบเพราะประชาชนกำลังจับตาแต่ถ้าตอบว่าเ ปิดโอเคผมเปิดแต่ใช่ว่าจะเปิดทุกจุดขอให้ตามกติกาที่เอ่อวางเอาไ”

ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีการแสดงความรู้สึก 1,509 ครั้ง และการแสดงความคิดเห็น 341 ครั้ง  รวมทั้งมีการแชร์ไปกว่า  920 ครั้ง

เสียงอนุทิน  สั่งการให้เปิดด่านไทย – กัมพูชาจริงหรือไม่ ? 

Thai PBS Verify นำเสียงดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบเสียง AI  เช่น Hiya deepfake  voice detector และ Hive moderation พบว่าเสียงในคลิปมีโอกาสที่สร้างจาก AI 

ภาพการตรวจสอบด้วยเครื่องมือ Hiya deepfake voice detector

ภาพการตรวจสอบด้วยเครื่องมือ Hiya deepfake voice detector

ภาพตรวจสอบด้วยเครื่องมือ  Hive moderation ระบุว่า เสียงในคลิปถูกสร้างจาก AI

ภาพตรวจสอบด้วยเครื่องมือ  Hive moderation ระบุว่า เสียงในคลิปถูกสร้างจาก AI

ต่อมา Thai PBS Veriy ได้ถอดเสียงวิดีโอดังกล่าว ระบุว่า “จะให้ตอบยังไงก็ถ้าเขาสั่งการมาแบบนั้นก็ต้องทำตามด่านเปิดก็ต้อง รอให้เรื่องนี้มันเงียบเงียบเพราะประชาชนกำลังจับตาแต่ถ้าตอบว่าเ ปิดโอเคผมเปิดแต่ใช่ว่าจะเปิดทุกจุดขอให้ตามกติกาที่เอ่อวางเอาไว้”

 

คาดว่าด่านต้องเปิด ภายในต้นเดือนมิถุนายน ให้ได้ ไม่งั้นเศรษฐกิจเราอาจจะแย่นี่แหละ  รอสัญญาณเงียบก่อน “   จึงนำคำว่า “เปิดด่านชายแดนเดือนมิถุนายน” ค้นหาคำสำคัญ  ไม่พบว่ามีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับการเกิดด่านชายแดน เดือนมิ.ย. 69    

 

ความเคลื่อนไหวไทย-กัมพูชา เป็นอย่างไร ?

เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ว่า ไทยยืนยันบทบาทในการผลักดันสันติภาพและความร่วมมือในภูมิภาค โดยเน้นเสริมความเข้มแข็งและเอกภาพของอาเซียน ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวน พร้อมชูศักยภาพไทยในฐานะ “ครัวของโลก” เพื่อสนับสนุนความมั่นคงด้านอาหารแก่ประเทศสมาชิก โดยชี้ว่าอาหารมีความสำคัญมากกว่าพลังงานในภาวะวิกฤต นอกจากนี้ ไทยยังได้รับความเชื่อมั่นจากภาคีสมาชิกมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อการค้าและการลงทุน ขณะเดียวกัน การหารือกับผู้นำกัมพูชายังคงยึดตามข้อตกลงหยุดยิงปี 2568 โดยไม่มีการพูดถึงการเปิดด่านหรือปักปันเขตแดน และยังคงดำเนินการผ่านกลไกคณะกรรมการร่วมต่อไป รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ต่อโครงการพัฒนาของไทยในอนาคต 

เรื่องจริงเป็นอย่างไร ? 

Thai PBS Verify ตรวจสอบคลิปเสียงใน TikTok ที่อ้างว่าเป็นเสียงของนายอนุทิน ชาญวีรกูล สั่งการเปิดด่านไทย–กัมพูชา พบว่ามีแนวโน้มถูกสร้างด้วย AI โดยเครื่องมือ Hiya Deepfake Voice Detector และ Hive Moderation ชี้ว่าเสียงมีความเป็นไปได้สูง ขณะเดียวกัน เมื่อนำประเด็น “เปิดด่านเดือนมิถุนายน” ไปตรวจสอบเพิ่มเติมก็ไม่พบข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ สอดคล้องกับคำยืนยันของนายอนุทินภายหลังการประชุมอาเซียนเมื่อ 9 พ.ค. 2569 ที่ระบุว่ายังไม่มีการหารือเรื่องเปิดด่านชายแดนแต่อย่างใด จึงสรุปได้ว่าคลิปดังกล่าวเข้าข่ายข้อมูลเท็จและอาจสร้างความเข้าใจผิดต่อสถานการณ์ชายแดนในปัจจุบัน

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

  1. ตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบเสียง AI: เมื่อใช้เครื่องมือตรวจสอบเสียง AI  เช่น Hiya deepfake voice detector และ Hive moderation พบว่าเสียงในคลิปมีโอกาสที่สร้างจาก AI ประมาณ 39.3% 
  2. ตรวจสอบด้วยคำสำคัญ:ใช้การค้นหาคำสำคัญ “เปิดด่านชายแดนเดือนมิถุนายน” ไม่พบว่ามีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับการเกิดด่านชายแดน เดือนมิ.ย. 69   

ผลกระทบข้อมูลเท็จ

  1. สร้างความสับสนในสังคม: ประชาชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดน อาจคิดว่ามีการเปิดด่านแล้ว ทั้งที่ข้อเท็จจริงยังปิดอยู่ ส่งผลให้ข้อมูลทางการถูกลดความน่าเชื่อถือ
  2. กระทบต่อการเดินทางและเศรษฐกิจท้องถิ่น: ผู้ประกอบการ รถขนส่ง หรือแรงงานข้ามแดนอาจวางแผนผิดพลาด เช่น เตรียมข้ามแดนล่วงหน้า เสียเวลา ค่าใช้จ่าย และกระทบต่อการค้าชายแดน
  3. บั่นทอนความเชื่อมั่นต่อบุคคลสาธารณะ: การนำเสียง AI ไปแอบอ้างชื่อบุคคลทางการเมือง ทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่อบทบาทและคำสั่งของผู้มีอำนาจ กระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ
  4. เพิ่มความเสี่ยงด้านความมั่นคง: ประเด็นชายแดนเป็นเรื่องอ่อนไหว หากมีข้อมูลคลาดเคลื่อน อาจกระตุ้นความตึงเครียดหรือความเข้าใจผิดระหว่างประชาชนในพื้นที่
  5. ตอกย้ำปัญหา “AI ปลอมเสียง” (Deepfake): กรณีนี้สะท้อนว่าเทคโนโลยี AI ถูกใช้สร้างข้อมูลเท็จได้แนบเนียนมากขึ้น ทำให้ประชาชนตรวจสอบได้ยาก และอาจตกเป็นเหยื่อได้ง่าย
  6. กระทบความเชื่อถือสื่อและข้อมูลออนไลน์โดยรวม: เมื่อมีข่าวปลอมแพร่ซ้ำ ๆ ผู้คนอาจเริ่มไม่เชื่อถือข้อมูลใด ๆ แม้เป็นข่าวจริง ส่งผลต่อระบบนิเวศข้อมูลข่าวสารในระยะยาว

Guidelinesข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?

  1. อย่าเพิ่งเชื่อหรือแชร์ทันที: ตั้งสติและหยุดก่อนแชร์ โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวกับนโยบายรัฐหรือความมั่นคง เพราะมักถูกนำมาบิดเบือนได้ง่าย
  2. ตรวจสอบแหล่งที่มา: ดูว่าเป็นข้อมูลจากหน่วยงานทางการ สื่อหลัก หรือเพจที่น่าเชื่อถือหรือไม่ หากเป็นคลิปตัดต่อ ไม่มีที่มาแน่ชัด ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน
  3. เช็กกับหลายแหล่งข่าว: ลองค้นหาข่าวเดียวกันจากหลายสำนัก หากเป็นเรื่องจริง มักมีรายงานตรงกัน ไม่ใช่มีแค่คลิปเดียวในโซเชียล
  4. สังเกตความผิดปกติของเสียง/เนื้อหา: เสียง AI มักมีจังหวะแปลก โทนเสียงสม่ำเสมอเกินจริง หรือเนื้อหาพูดคลุมเครือ ไม่ระบุรายละเอียดสำคัญ
  5. อ้างอิงข้อมูลจากพื้นที่จริง: กรณีข่าวชายแดน ควรดูข้อมูลจากผู้สื่อข่าวในพื้นที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสะท้อนสถานการณ์จริงมากกว่า
  6. หลีกเลี่ยงการส่งต่อแม้ไม่แน่ใจ: แม้จะส่งต่อพร้อมคำว่า “จริงไหม?” ก็ยิ่งช่วยกระจายข่าวปลอมโดยไม่ตั้งใจ
  7. ติดตามข่าวจากหน่วยงานทางการเป็นหลัก: เช่น หน่วยงานรัฐ หรือศูนย์ข้อมูลข่าวสาร จะช่วยยืนยันข้อเท็จจริงได้ชัดเจนที่สุด
  1. อย่าเพิ่งเชื่อหรือแชร์ทันที: ตั้งสติและหยุดก่อนแชร์ โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวกับนโยบายรัฐหรือความมั่นคง เพราะมักถูกนำมาบิดเบือนได้ง่าย
  2. ตรวจสอบแหล่งที่มา: ดูว่าเป็นข้อมูลจากหน่วยงานทางการ สื่อหลัก หรือเพจที่น่าเชื่อถือหรือไม่ หากเป็นคลิปตัดต่อ ไม่มีที่มาแน่ชัด ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน
  3. เช็กกับหลายแหล่งข่าว: ลองค้นหาข่าวเดียวกันจากหลายสำนัก หากเป็นเรื่องจริง มักมีรายงานตรงกัน ไม่ใช่มีแค่คลิปเดียวในโซเชียล
  4. สังเกตความผิดปกติของเสียง/เนื้อหา:เสียง AI มักมีจังหวะแปลก โทนเสียงสม่ำเสมอเกินจริง หรือเนื้อหาพูดคลุมเครือ ไม่ระบุรายละเอียดสำคัญ
  5. อ้างอิงข้อมูลจากพื้นที่จริง: กรณีข่าวชายแดน ควรดูข้อมูลจากผู้สื่อข่าวในพื้นที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสะท้อนสถานการณ์จริงมากกว่า
  6. หลีกเลี่ยงการส่งต่อแม้ไม่แน่ใจ: แม้จะส่งต่อพร้อมคำว่า “จริงไหม?” ก็ยิ่งช่วยกระจายข่าวปลอมโดยไม่ตั้งใจ
  7. ติดตามข่าวจากหน่วยงานทางการเป็นหลัก: เช่น หน่วยงานรัฐ หรือศูนย์ข้อมูลข่าวสาร จะช่วยยืนยันข้อเท็จจริงได้ชัดเจนที่สุด
Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน