Profile icon

โพสต์อ้าง “เรือพิฆาตสหรัฐฯ” หนีเรือเล็กอิหร่าน ที่แท้คลิปเก่าปี 2562 แถมไม่ใช่เรือสหรัฐฯ

ข่าวบิดเบือนDateClock icon10:00|รอบโลกViews0
Thai PBS Verify ตรวจสอบวิดีโออ้างเรือพิฆาตสหรัฐฯ หนีเรือปืนอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ พบเป็นคลิปเก่าปี 2562 ช่วงความตึงเครียดอิหร่าน-อังกฤษ ส่วนกรณีระบุว่า เครื่องบิน F-35 ของสหรัฐฯ ส่งสัญญาณฉุกเฉิน เหนืออ่าวโอมานและ UAE จากการตรวจสอบพบรายงานการลงจอดฉุกเฉินในสื่อของจีน

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของข่าวปลอมจาก: Facebook

โพสต์วิดีโออ้างเรือพิฆาตสหรัฐฯ หนีเรือปืนอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ

Thai PBS Verify พบโพสต์คลิปวิดีโอพร้อมข้อความบนแพลตฟอร์ม Facebook ที่ถูกเผยแพร่โดยเพจที่ชื่อ ความจริงในซีเรีย The truth in Syria And world news โพสต์ดังกล่าวเผยให้เห็นเรือรบแล่นอยู่ไกล ๆ ขณะที่กลุ่มเรือขนาดเล็กติดอาวุธปืนกลแล่นตามหลัง พร้อมข้อความระบุว่า

🔥🔥🔥 24ชั่วโมงที่ผ่านมา เครื่องบินรบ F35 อันไร้เทียมทานไร้ผู้ใดหรือเทคโนโลยีใดมาต่อกรได้มีเหตุต้องลงฉุกเฉินในเอมิเรสท์ทั้ง 2 ลำ!!! ส่วนในคลิปเรือพิฆาตอันเกรียงไกรของอเมริกากำลังวิ่งหนีทิ้งรองเท้าจากเรือเล็กของอิหร่านที่ไล่กวดหลังมา 😂 มีเสียงตะโกนจากทหารอิหร่านว่า จงอับอายแล้วหนีไปเสีย ที่นี่ดินแดนต้นกำเนิดของเรา (ไม่ใช่ที่ของผู้รุกราน)จำเอาไว้….
♨️ล่าสุด ท่านขุนหลวงวิกล จริตศักดิ์ หรือบักทรั้มป์ก็ออกมาเถียงกับหลักฐานเหมือนเดิมว่าไม่มีอะไรเสียหาย เราตอบโต้ได้อย่างเด็ดขาดแม่นยำตำบอน🤣
#ช่องแคบฮอรมุซ
#สงครามอิหร่านอเมริกา
#สงครามอิหร่านอิสราเอล

ทั้งนี้มีผู้เข้าชมไปกว่า 37,000 ครั้ง รวมถึงมีผู้เข้ามาแสดงความรู้สึกกว่า 1,100 ครั้ง โดยผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่เชื่อว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง

เครื่องบิน F-35 ของสหรัฐฯ ลงจอดฉุกเฉินใน UAE จริงหรือไม่ ?

จากการตรวจสอบด้วยคำสำคัญ ข้อมูล ณ วันที่ 12 พ.ค. 69 เราพบข่าวจากสำนักข่าวซินหัว ภาคภาษาอังกฤษ รายงานถึงการขอลงจอดฉุกเฉินของเครื่องบิน F-35A Lightning II ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ขอลงจอดฉุกเฉิน 2 ลำในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยรายงานข่าวดังกล่าวระบุว่า

เตหะราน 10 พฤษภาคม (ซินหัว) — สำนักข่าวทัสนิมของอิหร่านรายงานว่า เครื่องบินขับไล่ล็อกฮีดมาร์ติน F-35 ไลท์นิง II ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ส่งสัญญาณฉุกเฉิน 7700 ในเช้าวันอาทิตย์ ขณะบินอยู่เหนืออ่าวโอมาน

รายงานระบุว่า หลังจากส่งรหัสฉุกเฉินแล้ว เครื่องบินได้เปลี่ยนเส้นทางไปยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และเริ่มลดระดับความสูง

ในเหตุการณ์อีกเหตุการณ์หนึ่งเมื่อวันอังคาร เครื่องบินของกองทัพอากาศสหรัฐฯ สองลำ ได้แก่ เครื่องบิน KC-135R Stratotanker และเครื่องบิน Boeing KC-46 Pegasus ซึ่งกำลังปฏิบัติการอยู่เหนืออ่าวเปอร์เซีย ได้ส่งสัญญาณรหัส 7700 ตามรายงานของสำนักข่าวทัสนิม

รายงานดังกล่าวอ้างอิงข้อมูลการติดตามเที่ยวบินและรายงานระดับภูมิภาคที่แสดงให้เห็นว่า เครื่องบินเติมน้ำมัน KC-135 Stratotanker ประสบเหตุฉุกเฉินกลางอากาศเหนืออ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ และได้ส่งรหัสขอความช่วยเหลือ ก่อนที่จะหายไปจากเรดาร์

ตามรายงานของสำนักข่าวทัสนิม เครื่องบินโบอิ้ง KC-46 เพกาซัส ส่งรหัสดังกล่าวขณะบินอยู่ในน่านฟ้าของซาอุดีอาระเบีย ระหว่างเดินทางกลับไปยังเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล

สำนักข่าวซินหัว ภาคภาษาอังกฤษ รายงานถึงการขอลงจอดฉุกเฉินของเครื่องบิน F-35A Lightning II ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ขอลงจอดฉุกเฉิน 2 ลำในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

นอกจากนี้เรายังพบรายงานข่าวจากเว็บไซต์ AIRLIVE.net ซึ่งเป็นเครือข่ายข่าวการบินที่ได้รับการสนับสนุนจากทีมงานนักข่าวและผู้ที่ชื่นชอบการบิน ที่ได้รายงานข่าวที่เกี่ยวข้องกับการขอลงจอดฉุกเฉินของเครื่องบิน F-35A Lightning II ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ เอาไว้ถึงสองเหตุการณ์ โดยเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ได้รายงานว่า เครื่องบินขับไล่ F-35 ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ส่งสัญญาณรหัสฉุกเฉินขณะบินอยู่เหนืออ่าวโอมาน โดยรายงานดังกล่าวสรุปได้ว่า

เครื่องบินขับไล่ล่องหน F-35 หมายเลขทะเบียน 13-5067 ได้ส่งสัญญาณรหัส 7700 เพื่อแจ้งเหตุฉุกเฉินสากลเมื่อเวลา 08:12 UTC ขณะปฏิบัติภารกิจอยู่ที่ระดับความสูง 10,500 ฟุตเหนือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บริเวณน่านฟ้าติดกับอ่าวโอมาน แม้จะยังไม่มีการระบุสาเหตุที่แน่ชัด

แต่การตัดสินใจเบี่ยงเส้นทางบินทันทีบ่งชี้ว่าอาจเกิดความผิดพลาดทางเทคนิคหรือระบบสำคัญล้มเหลว โดยมีรายงานว่านักบินสามารถนำเครื่องลงจอดได้อย่างปลอดภัยที่ฐานทัพอากาศ PSAB ซึ่งเป็นศูนย์กลางหลักของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางที่มีความพร้อมด้านการบำรุงรักษาเครื่องบินรบสมรรถนะสูงรุ่นนี้โดยเฉพาะ

รายงานข่าวเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ระบุว่า เครื่องบินขับไล่ F-35 ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ส่งสัญญาณรหัสฉุกเฉินขณะบินอยู่เหนืออ่าวโอมาน

ขณะที่รายงานข่าววันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ระบุว่า เครื่องบินขับไล่ F-35 ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ลำที่สองประกาศภาวะฉุกเฉินเหนืออ่าวโอมานภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง สรุปได้ว่า

เครื่องบินขับไล่ F-35 Lightning II ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ประสบเหตุประกาศภาวะฉุกเฉินกลางอากาศเหนืออ่าวโอมานเป็นครั้งที่สองในรอบไม่ถึง 24 ชั่วโมง โดยเหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อเช้ามืดวันจันทร์ที่ผ่านมา เครื่องบินหมายเลขทะเบียน 13-5067 ขณะปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนที่ระดับความสูง 15,000 ฟุต ได้ส่งสัญญาณรหัส Squawk 7700 เพื่อแจ้งเหตุฉุกเฉินสากล ก่อนจะเบี่ยงเส้นทางมุ่งหน้าสู่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และลงจอด ณ ฐานทัพอากาศอัลดัฟราได้อย่างปลอดภัยในเวลา 02:55 UTC

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกันนี้เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม ซึ่งมีเครื่องบิน F-35 อีกเครื่องส่งสัญญาณฉุกเฉินในลักษณะเดียวกันก่อนบินกลับฐานทัพ สร้างความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพและสถานะการปฏิบัติงานของฝูงบินรบล้ำสมัยในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดขึ้นในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญอย่างฐานทัพอากาศอัลดัฟรา ซึ่งเป็นศูนย์กลางหลักของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ประจำภูมิภาคกลางในการรักษาความมั่นคงทางทะเลและเสถียรภาพในพื้นที่ตะวันออกกลาง

รายงานข่าววันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ระบุว่า เครื่องบินขับไล่ F-35 ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ลำที่สองประกาศภาวะฉุกเฉินเหนืออ่าวโอมาน

เรือพิฆาตสหรัฐฯ แล่นหนีเรือของอิหร่านจริงหรือไม่ ?

Thai PBS Verify นำคลิปดังกล่าวมาแยกคีย์เฟรมด้วย InVID-WeVerify ก่อนนำภาพที่ได้ไปตรวจสอบผ่าน Google Lens พบว่าคลิปดังกล่าวเคยถูกเผยแพร่ไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2562 โดยเว็บไซต์ Express ที่ได้รายงานข่าว Iran claims gunboats chased down Royal Navy’s HMS Duncan – but here’s what really happened

เว็บไซต์ Express รายงานข่าว อิหร่านอ้างว่าเรือปืนไล่ล่าเรือรบ HMS Duncan ของกองทัพเรืออังกฤษ

โดยวิดีโอดังกล่าว เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับโพสต์ที่เราตรวจสอบ พบว่าเป็นวิดีโอเดียวกัน แต่เป็นวิดีโอเก่าในช่วงความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างอิหร่านและสหราชอาณาจักรในอ่าวอาหรับ และไม่ได้แสดงให้เห็นการถอยทัพของเรือสหรัฐฯ จากเรืออิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อเร็ว ๆ นี้ แต่อย่างใด

เมื่อนำคลิปดังกล่าวมาแยกคีย์เฟรมด้วย InVID-WeVerify เปรียบเทียบกับคลิปที่ถูกเผยแพร่พบว่าเป็นคลิปเดียวกัน

นอกจากนี้เรายังพบรายงานข่าวของ The Sun ที่รายงานข่าวเดียวกันไว้เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2562 ในรายงานข่าว GULF THREAT Iran claims gunboats chased Royal Navy destroyer HMS Duncan in Strait of Hormuz as tensions rise in the Gulf  โดยข่าวดังกล่าวระบุว่า

เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านเผยแพร่คลิปวิดีโอสั้นที่อ้างว่าแสดงให้เห็นเรือพิฆาต Type-45 กำลังถูกเรือโจมตีเร็วของหน่วยดังกล่าวไล่ล่า

ภาพวิดีโอแสดงให้เห็นเรือรบขนาดใหญ่ลำหนึ่งแล่นอยู่ไกล ๆ ขณะที่เรือขนาดเล็กหลายลำแล่นตามหลังมาในระยะห่างออกไป

ดูเหมือนว่าเรือเหล่านั้นจะติดตั้งปืนกล

ยังไม่แน่ชัดว่าเรือรบในคลิปนั้นคือเรือ HMS Duncan หรือไม่

สมาชิสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่งกล่าวว่า “ไม่มีทางเป็นไปได้ในอีกพันปีข้างหน้า” เมื่อถูกถามว่าเรือลำดังกล่าวเป็นเรือพิฆาตของกองทัพเรืออังกฤษ

รายงานข่าวของ The Sun ที่รายงานข่าวเดียวกันไว้เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2562

เรือในคลิปคือเรือของอังกฤษหรือไม่ ?

อย่างไรก็ตามมีการตั้งคำถามถึงข้อกล่าวอ้างในขณะนั้นเช่นกัน โดย The Sun อ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่อิหร่านที่ปฏิเสธเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่ Express ตั้งข้อสังเกตว่าเรือพิฆาต Type 45 ที่ประจำการในอ่าวเปอร์เซียมีลักษณะเด่นคือโดมเรดาร์แซมป์สันขนาดใหญ่ ซึ่งใช้สนับสนุนระบบขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศซีไวเปอร์ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะที่ไม่ได้เห็นในเรือในวิดีโอ

เรื่องจริงเป็นอย่างไร?

ข้อมูลที่เพจเฟซบุ๊กนำเสนอเป็นการ “ผสมผสานข้อเท็จจริงบางส่วนเข้ากับข้อมูลเท็จและคลิปเก่า” เพื่อสร้างความเข้าใจผิด ดังนี้

  • กรณีคลิปเรือรบ (ข้อมูลเท็จ): วิดีโอที่นำมาอ้างไม่ใช่เหตุการณ์ปัจจุบัน และไม่ใช่เรือรบสหรัฐฯ แต่เป็น คลิปเก่าตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2562 ซึ่งในขณะนั้นอิหร่านอ้างว่าเป็นการไล่ล่าเรือ HMS Duncan ของอังกฤษ แต่ทางอังกฤษปฏิเสธและชี้ให้เห็นว่าลักษณะทางกายภาพของเรือในคลิปไม่ตรงกับเรือพิฆาต Type 45 ของตน
  • กรณีเครื่องบิน F-35 (มีส่วนจริงแต่บิดเบือนบริบท): มีรายงานจริงว่าในวันที่ 10-11 พฤษภาคม 2569 เครื่องบิน F-35A ของสหรัฐฯ รวมถึงเครื่องบินเติมน้ำมัน (KC-135R และ KC-46) ได้ ส่งสัญญาณรหัสฉุกเฉิน 7700 ขณะบินเหนืออ่าวโอมานและน่านฟ้าซาอุดีอาระเบีย โดยมีการขอลงจอดฉุกเฉินใน UAE จริงตามรายงานของสำนักข่าวซินหัวและ AIRLIVE.net แต่โพสต์ต้นทางนำไปโยงกับคลิปเรือเก่าเพื่อให้ดูเหมือนสหรัฐฯ กำลังเพลี่ยงพล้ำในสงคราม

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

Thai PBS Verify ใช้เครื่องมือทางดิจิทัลเพื่อยืนยันความถูกต้อง ดังนี้

  1. InVID-WeVerify: นำวิดีโอมาแยกคีย์เฟรมเพื่อหาภาพนิ่งที่เป็นจุดสำคัญของเหตุการณ์

  2. Google Lens: ใช้ภาพจากคีย์เฟรมค้นหาย้อนกลับ (Reverse Image Search) จนพบที่มาดั้งเดิมจากรายงานข่าวของสำนักข่าว Express และ The Sun ในปี 2562

  3. Cross-Check แหล่งข่าวการบิน: ตรวจสอบรหัสสัญญาณฉุกเฉิน 7700 ผ่านสำนักข่าวซินหัว และเว็บไซต์ AIRLIVE.net เพื่อยืนยันสถานะการบินของเครื่อง F-35 ในวันที่เกิดเหตุจริง

ผลกระทบจากข้อมูลเท็จนี้

  • สร้างความปั่นป่วนทางข้อมูล: การผสมข้อมูลจริง (เรื่อง F-35) เข้ากับคลิปเก่า ทำให้ผู้รับสารแยกแยะได้ยากและหลงเชื่อได้ง่าย

  • กระตุ้นความขัดแย้ง: การใช้ภาษาที่รุนแรงและเยาะเย้ยทางการเมืองช่วยโหมกระแสความเกลียดชังระหว่างประเทศให้รุนแรงขึ้น

  • ลดความเชื่อมั่นในสถานการณ์จริง: ทำให้ข่าวเหตุการณ์ทางเทคนิคปกติถูกมองว่าเป็นเหตุการณ์สู้รบใหญ่โต ซึ่งอาจส่งผลต่อความมั่นใจในด้านเศรษฐกิจและการเมืองระดับภูมิภาค

Guidelinesข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?

  • ตรวจสอบวันที่ของคลิป: ข่าวทหารหรือการปะทะมักมี “คลิปวนซ้ำ” ให้สังเกตคุณภาพความชัดของภาพและสภาพอากาศ หากดูเก่ากว่าปกติให้สันนิษฐานว่าเป็นคลิปเก่า

  • พิจารณาภาษาที่ใช้: หากโพสต์มีการใช้อีโมจิจำนวนมาก หรือใช้คำเหน็บแนม ให้ระวังว่าเป็นคอนเทนต์ปั่นกระแส (Propaganda)

  • ยึดถือสำนักข่าวที่น่าเชื่อถือ: ควรตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวทางการหรือหน่วยงาน Fact-Check ก่อนทำการกดแชร์ทุกครั้ง เพื่อหยุดวงจรข่าวปลอม

Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน