Profile icon

ภาพอ้าง “กู้ภัยไทยถ่ายภาพร่วมกับผู้ประสบภัยติดถ้ำชาวลาว” แท้จริงสร้างจาก AI

โพสต์อ้างภาพกู้ภัยไทยช่วยชาวลาวติดถ้ำ พร้อมถ่ายภาพร่วมผู้ประสบภัย ถูกแชร์ต่อบนโซเชียลฯ Thai PBS Verify ตรวจสอบพบว่าเป็นภาพปลอมที่สร้างจาก AI ไม่ใช่ภาพจากภารกิจกู้ภัยจริง ขณะที่ภารกิจกู้ภัยล่าสุดสามารถลำเลียงผู้ประสบภัย 5 คนออกจากถ้ำได้แล้ว และยังเร่งค้นหาผู้ประสบภัยอีก 2 คน

Thai PBS Verify ตรวจสอบพบภาพปลอมจาก: Thread

ตรวจสอบพบโพสต์อ้างภาพภารกิจกู้ภัยเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยชาว สปป.ลาว ที่ติดอยู่ภายในถ้ำ หลังเข้าไปสำรวจหาแร่ทองคำและเผชิญเหตุน้ำป่าไหลเข้าท่วมตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา พร้อมเผยแพร่ภาพที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยถ่ายร่วมกับผู้ประสบภัย

ระบุ

ทีมกู้ภัยไทยร่วมกับทีมนักเชี่ยวชาญประดาน้ำและสำรวจถ้ำต่างประเทศสำรวจค้นพบช่วยเหลือชาว สปป.ลาว จำนวน 5 คน ยังเหลืออีก 2 คน ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากด้วยความเป็นมืออาชีพ ขอยกย่องเป็นอย่างมาก ดีใจเป็นอย่างมาก  

เผยแพร่เมื่อวันที่ 27 พ.ค.69  ยอดเข้าชมกว่า 7,890 ครั้ง

ภาพกู้ภัยไทย ช่วยชีวิตชาว สปป.ลาว ติดถ้ำคือภาพจริงหรือไม่ ?

จากการตรวจสอบภาพด้วย Google Lens ไม่พบข้อมูลยืนยันว่าภาพดังกล่าวเคยเผยแพร่ผ่านสื่อหรือเว็บไซต์ใด นอกจากนี้ ในส่วน “เกี่ยวกับรูปภาพนี้” ของ Google ยังระบุว่าภาพดังกล่าวมีที่มาจากการสร้างด้วย AI

นอกจากนี้ เมื่อนำภาพดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจจับภาพ AI ของเว็บไซต์ Hive Moderation พบว่าภาพดังกล่าวมีความเป็นไปได้สูงถึง 99.9% ว่าถูกสร้างขึ้นด้วย AI

 

นอกจากนี้ เมื่อนำภาพดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจจับภาพ AI ของเว็บไซต์ Hive Moderation พบว่าภาพดังกล่าวมีความเป็นไปได้สูงถึง 99.9% ว่าถูกสร้างขึ้นด้วย AI

นอกจากนี้เรายังพบลายน้ำของ Gemini บริเวณด้านล่างของภาพดังกล่าว บ่งชี้ว่าภาพสร้างจาก AI

นอกจากนี้เรายังพบลายน้ำของ Gemini บริเวณด้านล่างของภาพดังกล่าว บ่งชี้ว่าภาพสร้างจาก AI

ทั้งนี้จากรายงานของสื่อไทย ระบุ  นักดำน้ำถ้ำที่เจอผู้ประสบภัยชาวลาวทั้ง 5 คน ได้แก่ นายนรเศรษฐ์ ปาละสิงห์ ชาวไทย และนายมิกโก เปียตารี ปาซี ชาวฟินแลนด์

เมื่อเปรียบเทียบ ภาพซ้าย คือ ภาพที่ตรวจสอบพบว่าสร้างจาก AI ภาพขวา เป็นภาพ นายนรเศรษฐ์ ปาละสิงห์ นักดำน้ำ ขณะออกมาจากถ้ำหลังพบผู้ประสบภัย 5 คน ภาพจาก Thailand Rescue Diver

นายนรเศรษฐ์ ปาละสิงห์ ชาวไทย และนายมิกโก เปียตารี ปาซี ชาวฟินแลนด์ วินาทีพบผู้ประสบภัยติดถ้ำ ภาพจาก Thailand Rescue Diver

ความคืบหน้าการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในถ้ำเป็นอย่างไร ?

ล่าสุด Thai PBS รายงานความคืบหน้าการปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือชาวลาว ที่ติดอยู่ภายในถ้ำเหมืองแร่ โดยวันที่ 29 พ.ค.69 ในเวลา 20.30 น. ทีมกู้ภัยสามารถนำผู้ประสบภัยออกจากถ้ำได้ 1 คน และต่อมา 30 พ.ค.69. ทีมกู้ภัยช่วยเหลือผู้ประสบภัยอีก 4 คน ออกมาจากถ้ำได้แล้ว รวมช่วยเหลือออกมาได้แล้วเป็น 5 คน ขณะที่อีก 2 คน ที่เหลือเจ้าหน้าที่เร่งทำการค้นหาต่อเนื่อง

ทั้งนี้ สถานการณ์ก่อนจะช่วยเหลือผู้ประสบภัยออกจากถ้ำ ตามรายงานของ Thai PBS ระบุ กรณีชาวลาว 7 คน ติดอยู่ภายในถ้ำในเมืองล่องแจ้ง แขวงไชยสมบูรณ์ ประเทศลาว หลังเข้าไปสำรวจหาแร่ทองคำ แต่ฝนตกหนักและน้ำป่าไหลเข้าท่วม ตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา ทางการลาวประสานทีมกู้ภัยไทยเข้าร่วมภารกิจช่วยเหลือ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ติดตั้งระบบสาย LAN และอินเทอร์เน็ตภายในถ้ำ เพื่อใช้ส่งภาพและวิดีโอช่วยให้ทีมกู้ภัยค้นหา  

และ Thai PBS เผยแพร่รายงานอีกครั้งเมื่อวันที่ 29 พ.ค. 69 ระบุว่า แม้จะพบพิกัดและผู้ประสบภัย  5 คนแล้ว แต่ยังไม่สามารถลำเลียงออกมาจากถ้ำได้ และยังไม่พบผู้ประสบภัยอีก 2 คน

ระบุ

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเปิดเผยว่า เส้นทางในการลำเลียงผู้รอดชีวิตจำเป็นต้องผ่านทางน้ำ ซึ่งมีจุดที่น้ำท่วมขังสูงถึงระดับ 3 เมตร เป็นระยะทางยาวกว่า 27-30 เมตร ซึ่งประเมินแล้วว่า แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในการที่จะนำอุปกรณ์ดำน้ำส่วนบุคคลให้ผู้ประสบภัยทั้ง 5 คนสวมใส่ แล้วดำน้ำฝ่ากระแสน้ำออกมา เนื่องจากบุคคลเหล่านั้นขาดทักษะและความเชี่ยวชาญในการดำน้ำถ้ำขั้นสูง

ในส่วนของการค้นหาผู้สูญหายอีก 2 คนที่ยังเหลืออยู่นั้น จากการสอบถามผู้รอดชีวิตทั้ง 5 คนเบื้องต้นระบุว่า พวกเขาไม่ทราบระบุพิกัดของเพื่อนร่วมงานอีก 2 คนอย่างแน่ชัด

วินาทีการค้นพบผู้ประสบภัย 5 คนในถ้ำ

เหตุการณ์จริงขณะกู้ภัยค้นพบผู้ประสบภัย อ้างอิงจาก Thai PBS นำเสนอ 

ขณะเดียวกัน รายงานจาก BBC ระบุจากภาพในกล้องโกโปรที่ติดตัวนักดำน้ำ เผยให้เห็นผู้ประสบภัยทั้ง 5 คน ร้องไห้ออกมาเมื่อพบนักดำน้ำทั้งสองคน โดยพวกเขาอยู่นั่งอยู่บนโขดหินที่น้ำท่วมไม่ถึง และมีไฟฉายคาดหัวที่ส่องแสงสว่างออกมา ในคลิปได้ยินเสียงสอบถามว่า “อยู่กันกี่คน” และมีเสียงผู้ชายคนหนึ่งตอบกลับมาว่า “5 คน” 

เรื่องจริงเป็นอย่างไร
โพสต์ที่อ้างภาพกู้ภัยไทยช่วยเหลือชาว สปป.ลาว ติดถ้ำ ใช้ภาพที่ไม่ได้มาจากเหตุการณ์จริง โดยผลตรวจสอบผ่าน Google Lens, เครื่องมือตรวจจับ AI ของ Hive Moderation และการพบลายน้ำ Gemini บ่งชี้ว่าภาพดังกล่าวถูกสร้างขึ้นด้วย AI

 

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

1.ตรวจสอบด้วย Google Lens: จากการตรวจสอบภาพด้วย Google Lens ไม่พบข้อมูลยืนยันว่าภาพดังกล่าวเคยเผยแพร่ผ่านสื่อหรือเว็บไซต์ใด นอกจากนี้ ในส่วน “เกี่ยวกับรูปภาพนี้” ของ Google ยังระบุว่าภาพดังกล่าวมีที่มาจากการสร้างด้วย AI

2.ตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบ AI: เมื่อนำภาพดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจจับภาพ AI ของเว็บไซต์ Hive Moderation พบว่าภาพดังกล่าวมีความเป็นไปได้สูงถึง 99.9% ว่าถูกสร้างขึ้นด้วย AI

นอกจากนี้เรายังพบลายน้ำของ Gemini บริเวณด้านล่างของภาพดังกล่าว บ่งชี้ว่าภาพสร้างจาก AI

 

ผลกระทบจากการได้รับข้อมูลนี้

1.สร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อสถานการณ์กู้ภัยจริง
ภาพที่สร้างด้วย AI อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าปฏิบัติการช่วยเหลือเสร็จสิ้นหรือมีความคืบหน้ามากกว่าความเป็นจริง 

2.กระทบต่อความน่าเชื่อถือของข้อมูลข่าวสารในภาวะวิกฤต
เมื่อข้อมูลหรือภาพปลอมถูกเผยแพร่ควบคู่กับเหตุการณ์จริง อาจทำให้ผู้ติดตามข่าวสับสน แยกแยะข้อเท็จจริงได้ยาก และลดความเชื่อมั่นต่อข้อมูลจากสื่อหรือหน่วยงานที่รายงานสถานการณ์จริง

3.เพิ่มความเสี่ยงต่อการแชร์ข้อมูลผิดพลาดในวงกว้าง
ภาพที่มีลักษณะสมจริงและเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่อยู่ระหว่างความสนใจของสังคม มีโอกาสถูกส่งต่ออย่างรวดเร็ว โดยผู้รับสารอาจเข้าใจว่าเป็นหลักฐานจากเหตุการณ์จริงโดยไม่ได้ตรวจสอบแหล่งที่มา

4.ส่งผลต่อการรับรู้ต่อภารกิจของทีมกู้ภัยและผู้เกี่ยวข้อง
การเผยแพร่ภาพหรือข้อมูลที่ไม่ตรงกับสถานการณ์จริง อาจทำให้สังคมประเมินความคืบหน้า ความสำเร็จ หรือข้อจำกัดของภารกิจกู้ภัยคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงที่เจ้าหน้าที่กำลังเผชิญในพื้นที่

5.สะท้อนความท้าทายจากการใช้ AI สร้างภาพในเหตุการณ์ข่าวสาร
กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าภาพที่สร้างด้วย AI สามารถถูกนำมาใช้ประกอบคำกล่าวอ้างเกี่ยวกับเหตุการณ์จริงได้อย่างแนบเนียน ทำให้การตรวจสอบภาพ แหล่งที่มา และข้อมูลประกอบกลายเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนเชื่อหรือแชร์ข้อมูล

 

Guidelinesข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?

  1. อย่าเพิ่งเชื่อหรือแชร์จากภาพเพียงอย่างเดียว
    ภาพที่ดูสมจริงอาจไม่ได้มาจากเหตุการณ์จริง โดยเฉพาะในสถานการณ์ข่าวด่วนหรือภารกิจกู้ภัยที่อยู่ในความสนใจของสังคม ควรตรวจสอบว่าภาพดังกล่าวมีแหล่งที่มาชัดเจนหรือได้รับการเผยแพร่จากสื่อหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่
  2. ตรวจสอบข้อมูลกับหลายแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ
    หากเป็นเหตุการณ์สำคัญหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน ควรเปรียบเทียบข้อมูลกับรายงานจากสื่อหลัก หน่วยงานรัฐ หรือองค์กรที่อยู่ในพื้นที่ปฏิบัติการ เพื่อดูว่ารายละเอียดสอดคล้องกันหรือไม่ เช่น จำนวนผู้ประสบภัย ความคืบหน้าของภารกิจ หรือภาพจากเหตุการณ์จริง
  3. ใช้เครื่องมือช่วยตรวจสอบภาพเมื่อพบข้อมูลน่าสงสัย
    ผู้ใช้งานสามารถใช้เครื่องมืออย่าง Google Lens เพื่อตรวจสอบที่มาของภาพ ค้นหาว่าภาพเคยปรากฏบนเว็บไซต์หรือรายงานข่าวใดมาก่อนหรือไม่ รวมถึงสังเกตข้อมูลประกอบ เช่น ลายน้ำ ความผิดปกติของภาพ หรือร่องรอยที่อาจบ่งชี้ถึงการสร้างด้วย AI
  4. ระวังเนื้อหาที่กระตุ้นอารมณ์หรือยกย่องเกินข้อเท็จจริง
    โพสต์ที่ใช้ถ้อยคำสร้างความตื่นเต้น ความซาบซึ้ง หรือสรุปความสำเร็จของเหตุการณ์อย่างรวดเร็ว อาจทำให้ผู้รับสารลดการตั้งคำถามต่อความถูกต้องของข้อมูล จึงควรพิจารณาทั้งข้อความ ภาพ และบริบทของข่าวร่วมกัน
  5. ติดตามความคืบหน้าจากข้อมูลล่าสุดเสมอ
    สถานการณ์กู้ภัยหรือเหตุการณ์วิกฤตสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ข้อมูลที่เผยแพร่ในช่วงแรกอาจไม่ตรงกับสถานการณ์ล่าสุด การติดตามข้อมูลอัปเดตจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้จะช่วยลดความเสี่ยงจากการรับหรือส่งต่อข้อมูลคลาดเคลื่อน
Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน