คลิป “ผู้ประกาศสาวสวยญี่ปุ่น” รายงานท่ามกลางพายุ ตรวจสอบแล้วถูกสร้างจาก AI

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของภาพปลอมจาก: Facebook
คลิปอ้างผู้ประกาศข่าวสาวชาวญี่ปุ่น รายงานสดท่ามกลางพายุ
Thai PBS Verify พบผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กที่ชื่อ บ้าบอ คอแตก โพสต์คลิปผู้ประกาศข่าวสาวชาวญี่ปุ่น รายงานสดท่ามกลางพายุ พร้อมระบุแคปชันว่า
การรายงานสดข่าวพายุ ของนักข่าวภาคสนามญี่ปุ่น ทำให้ผู้ชมหนุ่มๆเกิดอาการหอบ หายใจติดขัด ด้วยความวิตกกังวลกลัวพายุ
โพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 69 ที่ผ่านมา หลังเผยแพร่มีผู้เข้าชมไปกว่า 11 ล้านครั้ง รวมถึงเข้ามาแสดงความรู้สึกกว่า 32,000 ครั้ง รวมถึงถูกแชร์อีกกว่า 15,000 ครั้ง ด้วยกัน โดยผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่เชื่อว่า คลิปดังกล่าวเป็นรายงานข่าวที่เกิดขึ้นจริง
คลิปจริงหรือคลิป AI ?
เรานำเอาคลิปดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ AI จาก Hive Moderation ผลการตรวจสอบพบว่า มีความเป็นไปได้ที่คลิปดังกล่าวจะถูกสร้างจาก AI สูงถึง 71.5 %
ผลการตรวจสอบภาพ AI จาก Hive Moderation พบว่า มีความเป็นไปได้ที่คลิปดังกล่าวจะถูกสร้างจาก AI สูงถึง 71.5 %
นอกจากนี้เมื่อนำภาพบันทึกหน้าจอส่วนหนึ่งในคลิปไปค้นหาด้วย Google Lens พบว่า คลิปดังกล่าวเคยถูกเผยแพร่เอาไว้ตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย. 69 ที่ผ่านมา โดยผู้ใช้ X ที่ชื่อ AIロイド โดยโพสต์ดังกล่าวระบุป้ายกำกับเอาไว้ ว่าคลิปดังกล่าวถูกสร้างจาก AI
คลิปดังกล่าวเคยถูกเผยแพร่เอาไว้ตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย. 69 ที่ผ่านมา โดยผู้ใช้ X ที่ชื่อ AIロイド โดยโพสต์ดังกล่าวระบุป้ายกำกับเอาไว้ ว่าคลิปดังกล่าวถูกสร้างจาก AI
มีพายุในญี่ปุ่นจริงหรือไม่ ?
จากการค้นหาด้วยคำสำคัญ เราพบรายงานข่าวของ Thai PBS รายงานข่าว พายุโซนร้อน “ชังมี” ขึ้นฝั่งญี่ปุ่น ฝนถล่มหนักถึงโตเกียว บาดเจ็บ 16 คน โดยรายงานเอาไว้เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 69 ที่ผ่านมา โดยเนื้อหาดังกล่าวระบุว่า
พายุโซนร้อน “ชังมี” หรือที่ญี่ปุ่นเรียกว่าไต้ฝุ่นหมายเลข 6 ขึ้นฝั่งที่จังหวัดวากายามะทางภาคใต้ในช่วงรุ่งเช้าของวันพุธ พัดถล่มพื้นที่กว้างตั้งแต่โอกินาว่าจนถึงโตเกียวด้วยฝนหนักและลมแรง ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 16 คน ไฟฟ้าดับกระทบเกือบ 48,000 ครัวเรือน และเที่ยวบินถูกยกเลิกกว่า 200 เที่ยวที่สนามบินนานาชาติโตเกียว
Thai PBS รายงานข่าว พายุโซนร้อน “ชังมี” ขึ้นฝั่งญี่ปุ่น ฝนถล่มหนักถึงโตเกียว บาดเจ็บ 16 คน โดยรายงานเอาไว้เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 69 ที่ผ่านมา
สถานการณ์ล่าสุดของพายุเป็นอย่างไร ?
สมาคมอุตุนิยมวิทยาแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Weather Association) รายงานว่า พายุโซนร้อน “ชังมี” ได้สลายตัวเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำแล้วลดระดับลงแล้ว โดยได้ลดระดับและเปลี่ยนสภาพเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำเขตร้อนแล้วอย่างเป็นทางการ เมื่อเวลา 21:00 น. ของวันที่ 3 มิถุนายน ที่บริเวณทางทิศตะวันออกของภูมิภาคคันโต
สมาคมอุตุนิยมวิทยาแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Weather Association) รายงานว่า พายุโซนร้อน “ชังมี” ได้สลายตัวเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำแล้วลดระดับลงแล้ว
สรุปความเสียหายและผลกระทบในญี่ปุ่น (ช่วงวันที่ 1–3 มิถุนายน)
แม้พายุจะสลายตัวไปแล้ว แต่ก่อนหน้านี้ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักในหลายพื้นที่ของญี่ปุ่น เนื่องจากเคลื่อนตัวผ่านเกาะโอกินาวา มุ่งหน้าขึ้นฝั่งทางตอนใต้ของจังหวัดวากายามะ และเคลื่อนผ่านแนวชายฝั่งทางใต้ของเกาะฮอนชูอย่างรวดเร็ว
ปริมาณน้ำฝนทุบสถิติ
- ที่เมืองโอวาเสะ จังหวัดมิเอะ มีปริมาณน้ำฝนสะสม 24 ชั่วโมงทะลุ 500 มิลลิเมตร
- ในใจกลางกรุงโตเกียว ปริมาณน้ำฝนสะสม 12 ชั่วโมงทะลุ 170 มิลลิเมตร ซึ่งถือเป็นสถิติน้ำฝนที่สูงที่สุดในเดือนมิถุนายนเท่าที่เคยบันทึกมา
- การเตือนภัยขั้นสูงสุด (Level 5): ทางการญี่ปุ่นได้ประกาศเตือนภัยน้ำท่วมระดับ 5 (氾濫特別警報 – ระดับสูงสุดเพื่อรักษาชีวิตทันที) เป็นครั้งแรกของปี จากการเอ่อล้นของแม่น้ำโคซากาวะ (Kozagawa) ในจังหวัดวากายามะ
ผลกระทบต่อประชาชนและการเดินทาง
- มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 23 รายใน 6 จังหวัด (รวมถึงโอกินาวา แอลจี นารา และมิยาซากิ)
- โรงเรียนและสถานศึกษากว่า 5,000 แห่งต้องสั่งปิดทำการชั่วคราว
- ระบบขนส่งสาธารณะ ทั้งรถไฟความเร็วสูง (Shinkansen) และเที่ยวบินในประเทศมีการยกเลิกเป็นจำนวนมากในช่วงที่พายุพัดผ่าน
เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?
คลิปวิดีโอผู้ประกาศข่าวสาวชาวญี่ปุ่นที่กำลังเป็นกระแสไวรัลและมีผู้เชื่อว่าเป็นเรื่องจริงนั้น “เป็นข้อมูลเท็จและเป็นภาพปลอมที่ถูกสร้างขึ้นด้วย AI” โดยข้อเท็จจริงของเหตุการณ์แบ่งออกเป็นสองส่วน ดังนี้
- คลิปดังกล่าวเป็น AI 100%: ตัวละครผู้ประกาศข่าวสาวและบรรยากาศการรายงานสดกลางพายุนั้น ไม่ใช่นักข่าวภาคสนามที่มีตัวตนจริง แต่เป็นคลิปที่ถูกสร้างขึ้นและตัดต่อด้วยโปรแกรมปัญญาประดิษฐ์ (AI)
- สถานการณ์พายุในญี่ปุ่นเกิดขึ้นจริง: ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น ประเทศญี่ปุ่นประสบภัยพิบัติจาก พายุโซนร้อน “ชังมี” (หรือไต้ฝุ่นหมายเลข 6) พัดขึ้นฝั่งจริง ผู้สร้างคอนเทนต์จึงอาศัยจังหวะที่ภัยพิบัติกำลังอยู่ในกระแสความสนใจของประชาชน นำคลิป AI นี้มาโพสต์ร่วมกับสถานการณ์จริงเพื่อดึงดูดความสนใจและสร้างยอดผู้ติดตาม
กระบวนการตรวจสอบ
-
การตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจจับ AI (AI Detection Tool): ทีมงานได้นำคลิปวิดีโอต้องสงสัยเข้าสู่ระบบตรวจสอบของ Hive Moderation ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์อัตลักษณ์ดิจิทัลระดับสากล ผลการตรวจสอบวิเคราะห์เชิงลึกระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่คลิปดังกล่าวจะถูกสร้างจาก AI สูงถึง 71.5%
-
การสืบค้นภาพย้อนกลับ (Reverse Image Search): ทีมงานได้บันทึกภาพหน้าจอ (Snapshot) ส่วนหนึ่งจากคลิปวิดีโอ แล้วนำไปค้นหาผ่าน Google Lens จนพบต้นตอที่แท้จริง
-
ตรวจสอบพบบัญชีผู้สร้างต้นฉบับ: ผลการค้นหาพบว่าคลิปนี้ถูกเผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 โดยผู้ใช้แพลตฟอร์ม X ที่ชื่อบัญชี AIロイド ซึ่งในโพสต์ต้นฉบับนั้น ผู้สร้างได้ระบุป้ายกำกับ (Tag) เอาไว้ชัดเจนว่า “คลิปดังกล่าวถูกสร้างจาก AI” แต่เมื่อถูกนำมาส่งต่อใน Facebook กลับมีการตัดป้ายกำกับออกและใช้แคปชันบิดเบือนให้คนเข้าใจผิดว่าเป็นรายงานข่าวจริง
ผลกระทบของข้อมูลเท็จนี้
แม้ว่าคลิปดังกล่าวจะดูเหมือนเป็นคอนเทนต์เพื่อความบันเทิงหรือเรียกเสียงฮา แต่ในบริบทของภัยพิบัติร้ายแรง การส่งต่อข้อมูลลักษณะนี้ส่งผลกระทบในวงกว้าง
-
เบี่ยงเบนความสนใจจากภัยพิบัติที่แท้จริง: ในขณะที่คลิป AI กลายเป็นไวรัล (มียอดชมถึง 11 ล้านครั้ง ยอดแสดงความรู้สึกกว่า 32,000 ครั้ง และแชร์กว่า 15,000 ครั้ง) สถานการณ์จริงในประเทศญี่ปุ่นตอนนั้นมีความรุนแรงมาก พายุโซนร้อนชังมีทำให้มีผู้บาดเจ็บกว่า 23 ราย ปริมาณน้ำฝนในโตเกียวทุบสถิติในรอบหลายปี และมีการเตือนภัยระดับ 5 (ระดับสูงสุดเพื่อรักษาชีวิต) การที่สังคมโฟกัสไปที่คลิปนักข่าวสาว AI จึงบดบังความสำคัญของการเตือนภัยและข้อมูลความสูญเสียที่แท้จริง
-
ทำลายความน่าเชื่อถือของสื่อมวลชน: การทำคลิปเลียนแบบการรายงานข่าวภาคสนามของสถานีโทรทัศน์ได้อย่างแนบเนียน ทำให้ประชาชนแยกแยะไม่ออกระหว่าง “ข่าวนำเสนอข้อเท็จจริง” กับ “คอนเทนต์ลวงตา” ซึ่งในอนาคตหากเกิดเหตุการณ์วิกฤตจริง ประชาชนอาจเกิดความลังเลใจไม่แน่ใจว่าข่าวเตือนภัยที่เห็นเป็นของจริงหรือ AI จนนำไปสู่ความสูญเสียได้
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
-
สังเกตความสมจริงทางกายภาพ: ในคลิปวิดีโอ AI มักมีจุดสังเกตที่ผิดธรรมชาติแฝงอยู่ เช่น การกะพริบตาที่ไม่เป็นจังหวะ เส้นผมที่กลืนไปกับฉากหลัง การเคลื่อนไหวของปากที่ไม่ตรงกับเสียงพูดยามมีลมพายุ หรือรายละเอียดของหยดฝนและฉากหลังที่ดูเบลอผิดปกติ
-
ตรวจสอบสัญลักษณ์หรือป้ายกำกับ: แพลตฟอร์มหรือผู้สร้างคลิป AI ที่มีจริยธรรมมักจะใส่แฮชแท็กหรือป้ายกำกับไว้เสมอ เช่น #AI, #GeneratedByAI, #Deepfake ก่อนจะเชื่อหรือแชร์ต่อ ให้ลองสืบค้นหากระทู้หรือโพสต์ต้นทางก่อน
-
เทียบเคียงกับสถานีข่าวหลัก: หากเป็นเหตุการณ์ภัยพิบัติใหญ่ระดับประเทศ เช่น พายุถล่มญี่ปุ่น จะต้องมีรายงานข่าวจากสำนักข่าวที่น่าเชื่อถือ (เช่น Thai PBS, NHK) ออกมารายงานอย่างเป็นทางการ หากคลิปนั้นปรากฏอยู่แค่ในเพจบันเทิงหรือเพจส่วนตัว โดยไม่มีการอ้างอิงสำนักข่าวหลัก ให้ประเมินไว้ก่อนว่าเป็นคลิปตัดต่อหรือคลิปปลอม
-
ใช้เครื่องมือช่วยเช็ก: หากไม่มั่นใจ สามารถส่งลิงก์หรือคลิปวิดีโอดังกล่าวมาให้หน่วยงานตรวจสอบข้อเท็จจริง เช่น เพจและเว็บไซต์ Thai PBS Verify ช่วยทำการเอกซเรย์ไฟล์เพื่อยืนยันความถูกต้องก่อนกดแชร์
บทความที่เกี่ยวข้อง










