Profile icon

ภาพชาวบ้านนอนรอซื้อน้ำมันข้างถนน แท้จริงสร้างจาก AI

DateClock icon18:36|สังคมและสุขภาพViews0
Thai PBS Verify ตรวจสอบแล้วพบว่าภาพประชาชนรอซื้อน้ำมันข้างถนนที่แชร์บนโลกออนไลน์สร้างจาก AI แต่สถานการณ์จริงในหลายพื้นที่ของไทยพบว่ามีประชาชนต่อแถวรอเติมน้ำมันจากภาวะขาดแคลนเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเรื่องการผลิตน้ำมันไทยถูกต้องบางส่วนเพราะประเทศไทยมีบ่อน้ำมันและโรงกลั่นจริง แต่ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบยังไม่เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ ทำให้ต้องนำเข้าน้ำมันดิบถึง 70–80% ของการใช้น้ำมันทั้งหมด

Thai PBS Verify พบแหล่งภาพปลอมจาก : Facebook

ภาพบันทึกหน้าจอแสดงโพสต์ของ มาร์ค พิตบูล ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 69

Thai PBS Verify ตรวจสอบพบว่า บัญชีผู้ใช้ Facebook ชื่อ “มาร์ค พิตบูล” ที่ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความเกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนน้ำมันในประเทศไทย ระบุว่า

ไม่น่าเชื่อว่าภาพแบบนี้ จะเกิดขึ้นกับประเทศที่มีบ่อน้ำมันเป็นของตัวเอง !! ประชาชนต้องต่อแถวรอคิวซื้อน้ำมัน และต้องซื้อในปริมาณตามที่ปั๊มกำหนด จะซื้อมากกว่านั้นต้องไปรอต่อคิวใหม่ มันเกิดขึ้นที่ประเทศที่เคยบอกประชาชนว่า โชติช่วงชัชวาล จากการสำรวจพบแหล่งพลังงานที่อ่าวไทย ประเทศที่มีโรงกลั่นน้ำมันหลายโรง มีน้ำมันสำหรับการส่งออก !!!

โดยโพสต์ดังกล่าวมีจำนวนกดถูกใจกว่า 22,000 ครั้ง เผยแพร่เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 69

ภาพเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ?

เมื่อนำภาพดังกล่าวไปตรวจสอบโดยเครื่องมือตรวจสอบภาพ AI จากเว็บไซต์ Hive moderation พบว่ามีแนวโน้มสร้างจาก AI 94.8%

เมื่อนำภาพดังกล่าวไปตรวจสอบโดยเครื่องมือตรวจสอบภาพ AI จากเว็บไซต์ Hive moderation พบว่ามีแนวโน้มสร้างจาก AI 94.8%

นอกจากนี้ เมื่อค้นหาที่มาของภาพจากแหล่งอื่น ๆ ด้วย Google Lens ไม่พบแหล่งที่มาภาพชัดเจน แต่พบข้อมูลลักษณะเดียวกันแต่เป็นรูปแบบคลิปวิดีโอ ถูกเผยแพร่ใน Tiktok

เมื่อค้นหาที่มาของภาพจากแหล่งอื่น ๆ ด้วย Google Lens พบข้อมูลลักษณะเดียวกันแต่เป็นรูปแบบคลิปวิดีโอ เผยแพร่ใน Tiktok

ซึ่งจากการตรวจสอบคลิปด้วยเครื่องมือตรวจสอบ AI จากเว็บไซต์ Hive moderation พบว่า วิดีโอดังกล่าวมีแนวโน้มสร้างจาก AI 96.2% 

ผลการตรวจสอบคลิปด้วยเครื่องมือตรวจสอบ AI จากเว็บไซต์ Hive moderation พบว่าวิดีโอดังกล่าวมีแนวโน้มสร้างจาก AI 96.2%

นอกจากนี้ ยังพบความผิดปกติของคลิปในหลายจุด เช่น การเคลื่อนไหวของรถที่มีทิศทางแปลกและไม่สมจริง

ภาพบันทึกหน้าจอแสดงความผิดปกติของคลิปในหลายจุด เช่น การเคลื่อนไหวของรถที่มีทิศทางแปลกและไม่สมจริง

ภาพขาของบุคคลในคลิปที่ไม่มีความสมจริง โดยลักษณะขาดูผิดรูปและโผล่ทะลุเข้า-ออกจากผ้าห่ม

ลักษณะการนอนของกลุ่มคนที่นอนอยู่ข้างถนนมีความเสี่ยงอันตราย และดูไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริง

สถานการณ์จริงท่ามกลางวิกฤต “น้ำมัน” ในหลายพื้นที่ของไทย

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ Thai PBS รายงานสถานการณ์น้ำมัน เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 69 พบว่าหลายพื้นที่มีประชาชนต่อแถวรอเติมน้ำมันจำนวนมาก แม้ราคาน้ำมันดีเซลยังตรึงไว้ขณะนั้น แต่ปั๊มน้ำมันหลายจังหวัดเกิดภาวะขาดช่วง ทำให้ต้องปิดบริการชั่วคราว น้ำมันหมดภายใน 2–3 ชั่วโมงหลังส่งรอบใหม่

ตัวอย่างเช่น ที่ จ.มหาสารคาม ปั๊มบริเวณถนนบายพาสรอบเมืองต้องปิดตั้งแต่ช่วงเย็นเนื่องจากน้ำมันหมดเร็ว ที่ จ.หนองบัวลำภู และ อ.ศรีบุญเรือง ปั๊มดีเซลหมดหลายแห่ง ชาวบ้านต้องตระเวนหลายปั๊ม ส่วน จ.ชัยนาท น้ำมันส่งมารอบใหม่ 6,000 ลิตร ประชาชนแห่ต่อคิวยาว เจ้าของปั๊มจำกัดการเติมเพื่อให้ทั่วถึง และที่ จ.ตรัง หลายปั๊มขาดน้ำมันต่อเนื่อง 1–2 วัน แม้ล็อตใหม่มาถึงก็หมดเร็ว

ประเทศไทยมีบ่อน้ำมันและโรงกลั่นน้ำมันมากจริงหรือไม่ ?

จากการตรวจสอบคำกล่าวอ้างที่ระบุว่า

ไม่น่าเชื่อว่าภาพแบบนี้ จะเกิดขึ้นกับประเทศที่มีบ่อน้ำมันเป็นของตัวเอง !! ประชาชนต้องต่อแถวรอคิวซื้อน้ำมัน และต้องซื้อในปริมาณตามที่ปั๊มกำหนด จะซื้อมากกว่านั้นต้องไปรอต่อคิวใหม่ มันเกิดขึ้นที่ประเทศที่เคยบอกประชาชนว่า โชติช่วงชัชวาล จากการสำรวจพบแหล่งพลังงานที่อ่าวไทย ประเทศที่มีโรงกลั่นน้ำมันหลายโรง มีน้ำมันสำหรับการส่งออก !!!

เพื่อตรวจสอบว่าข้อความดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่

เมื่อค้นหาด้วยคำสำคัญ พบรายงาน สถานการณ์พลังงานของประเทศไทย ประจำปี 2568 อ้างอิงจาก กระทรวงพลังงาน ระบุว่า ประเทศไทยมีการผลิตน้ำมันดิบภายในประเทศประมาณ 81 พันบาร์เรลต่อวัน ซึ่งสะท้อนว่า ประเทศไทยมีแหล่งผลิตน้ำมันดิบ (บ่อน้ำมัน) อยู่จริง

รายชื่อแหล่งน้ำมันในประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม ปริมาณการผลิตดังกล่าวยังไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ ทำให้ประเทศไทยยังต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากตะวันออกกลางประมาณ  47%  และเมื่อรวมแหล่งนำเข้าอื่น ๆ คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 70–80 ของการใช้น้ำมันทั้งหมด

รายงานระบุว่า ประเทศไทยผลิตน้ำมันดิบประมาณ 81 พันบาร์เรลต่อวัน ขณะที่มีการนำเข้าน้ำมันดิบประมาณ 971–972 พันบาร์เรลต่อวัน สะท้อนว่าประเทศไทยยังพึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก

ด้านการนำเข้าน้ำมันดิบส่วนใหญ่นำเข้าจากตะวันออกกลาง คิดเป็นประมาณ 51% ของการนำเข้าทั้งหมด ขณะที่การส่งออกน้ำมันดิบอยู่ที่ประมาณ 19 พันบาร์เรลต่อวัน

นอกจากนี้ จากข้อมูลของ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ซึ่งได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน ในประเด็นจำนวนหลุมผลิตปิโตรเลียมของประเทศไทย ที่เผยแพร่เมื่อปี 65 ระบุว่า

ปริมาณปิโตรเลียมไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนหลุมผลิตเพียงอย่างเดียว เนื่องจากแหล่งปิโตรเลียมของไทยส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นแหล่งขนาดเล็กแบบกระเปาะ และมีโครงสร้างทางธรณีวิทยาที่ไม่ต่อเนื่อง ทำให้หลุมผลิตแต่ละหลุมมีปริมาณการผลิตไม่มาก แตกต่างจากแหล่งขนาดใหญ่ในต่างประเทศที่สามารถผลิตได้ในปริมาณสูงแม้มีจำนวนหลุมน้อย

ทั้งนี้ หลุมผลิตส่วนใหญ่ของไทยเป็นการผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย โดย ณ เดือนมีนาคม 2565 มีหลุมที่อยู่ระหว่างการผลิตจำนวน 1,757 หลุม จากจำนวนหลุมทั้งหมด 5,535 หลุม

สำหรับข้อมูลด้านการผลิต ปริมาณน้ำมันดิบอยู่ที่ประมาณ 5,534 ล้านลิตร (หรือประมาณ 34.8 ล้านบาร์เรล) และเมื่อรวมปริมาณปิโตรเลียมทั้งหมด คิดเป็นประมาณ 37,391.89 ล้านลิตรเทียบเท่าน้ำมันดิบ

ไทยมีโรงกลั่นน้ำมันหลายแห่ง เป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ ?
ตามรายงาน APEC Oil and Gas Security Exercise in Thailand ระบุ ประเทศไทยมีโรงกลั่นน้ำมันทั้งหมด 7 แห่ง โดยมีกำลังกลั่นน้ำมันดิบรวมประมาณ 1,245 พันบาร์เรลต่อวัน  ในจำนวนนี้ มีโรงกลั่นฝาง ซึ่งเป็นของกองทัพไทยใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหาร

สรุป แม้ประเทศไทยจะมี แหล่งผลิตน้ำมันดิบและโรงกลั่นน้ำมัน แต่ปริมาณการผลิตยังไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ ทำให้ต้องนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศถึงประมาณ 70–80% ของการใช้น้ำมันทั้งหมด โดยเฉพาะจากตะวันออกกลางประมาณ 47–51% หลุมผลิตน้ำมันและก๊าซของไทยส่วนใหญ่เป็นขนาดเล็กและกระจายอยู่ตามอ่าวไทย ทำให้แต่ละหลุมผลิตได้น้อย แตกต่างจากแหล่งขนาดใหญ่ในต่างประเทศ

เรื่องจริงเป็นอย่างไร

Thai PBS Verify ตรวจสอบแล้วพบว่า ภาพที่ใช้ประกอบข้อความอ้างเป็นภาพประชาชนนอนรอซื้อน้ำมันข้างถนน สร้างจาก AI แต่สถานการณ์จริงในหลายพื้นที่ของไทยตรวจสอบพบว่ามีประชาชนต่อแถวรอเติมน้ำมันจากภาวะขาดแคลน เช่นกัน อย่างไรก็ดี ภาพที่ถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์มีความไม่สมจริงและเป็นเพียงภาพที่ถูกสร้างจาก AI เพียงเท่านั้น 

ส่วนข้อมูลเรื่องการผลิตน้ำมันไทยถูกต้องบางส่วน แต่บริบทบิดเบือน เนื่องจากประเทศไทยมีบ่อน้ำมันและโรงกลั่นหลายแห่งจริง แต่ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบยังไม่เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ ทำให้ต้องนำเข้าน้ำมันดิบถึง 70–80% ของการใช้น้ำมันทั้งหมด ดังนั้น สถานการณ์ที่ประชาชนรอคิวเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งอุปทาน ความต้องการ และการจัดการ 

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

1.ตรวจสอบภาพ AI: เมื่อนำภาพดังกล่าวไปตรวจสอบโดยเครื่องมือตรวจสอบภาพ AI จากเว็บไซต์ Hive moderation พบว่ามีแนวโน้มสร้างจาก AI 94.8%

2.Google Lens: นอกจากนี้ เมื่อค้นหาที่มาของภาพจากแหล่งอื่น ๆ ด้วย Google Lens ไม่พบแหล่งที่มาภาพชัดเจน แต่พบข้อมูลลักษณะเดียวกันแต่เป็นรูปแบบคลิปวิดีโอ ถูกเผยแพร่ใน Tiktok ซึ่งจากการตรวจสอบของ Thai PBS Verify พบว่าเป็นคลิปที่สร้างจาก AI

2.ตรวจสอบข้อมูลจากการค้นหาด้วยคำสำคัญ: เมื่อค้นหาด้วยคำสำคัญ พบรายงาน สถานการณ์พลังงานของประเทศไทย ประจำปี 2568 อ้างอิงจาก กระทรวงพลังงาน ระบุว่า ประเทศไทยมีการผลิตน้ำมันดิบภายในประเทศประมาณ 81 พันบาร์เรลต่อวัน ซึ่งสะท้อนว่า ประเทศไทยมีแหล่งผลิตน้ำมันดิบ (บ่อน้ำมัน) อยู่จริง

อย่างไรก็ตาม ปริมาณการผลิตดังกล่าวยังไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ ทำให้ประเทศไทยยังต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากตะวันออกกลางประมาณ  47%  และเมื่อรวมแหล่งนำเข้าอื่น ๆ คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 70–80 ของการใช้น้ำมันทั้งหมด

ผลกระทบจากการได้รับข้อมูลลักษณะนี้

1.สร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสถานการณ์จริง ผู้รับข้อมูลอาจเชื่อว่าประเทศประสบวิกฤตน้ำมันรุนแรงกว่าความจริง ภาพหรือคลิป AI ที่แสดงประชาชนรอซื้อน้ำมันอาจทำให้เกิดภาพจำผิด ๆ ว่าขาดแคลนเป็นวงกว้างและรุนแรง

2.บิดเบือนความเข้าใจเกี่ยวกับการผลิตและพลังงานไทย ข้อมูลบางส่วน เช่น การมีบ่อน้ำมันและโรงกลั่น ถูกนำเสนออย่างไม่ครบบริบท ผู้รับข้อมูลอาจเข้าใจผิดว่าประเทศสามารถผลิตน้ำมันได้เพียงพอ แต่จริง ๆ ยังต้องพึ่งพาการนำเข้า 70–80%

3.กระทบต่อความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานและสื่อ การแชร์ภาพปลอมหรือข้อมูลบิดเบือนทำให้ประชาชนตั้งคำถามต่อข้อมูลทางการ

4.กระทบต่อพฤติกรรมทางเศรษฐกิจและสังคม การบริโภคน้ำมัน อาจเกิดการกักตุนที่บ้าน หรือการซื้อปริมาณเกินจำเป็น

Guidelinesข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?

1.ตรวจสอบแหล่งที่มาของภาพและข่าว หากเป็นภาพหรือวิดีโอที่ดูผิดปกติ อาจเป็นงาน AI หรือปลอม

2.พิจารณาข้อมูลบริบททั้งหมด เช่น ปริมาณการผลิต การนำเข้า และความต้องการใช้ ก่อนแชร์หรือเชื่อ

3.ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานทางการหรือสื่อที่เชื่อถือได้ เช่น กระทรวงพลังงาน

4.อย่าแชร์ข้อมูลก่อนตรวจสอบ เพราะอาจสร้างความตื่นตระหนกและกระทบต่อสังคม

Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน