decode Thai PBS
Futurism
  • Journalism
  • Education
  • Sustainability
  • Workers/Economy
  • Human Rights
Democracy
  • Crack Politics
  • Peaceful
Conflict Resolution
  • Justice
  • Environment
  • Inequality
  • Welfare state
  • New World Order
Life Matters
  • Gender & Sexuality
  • Human & Society
  • Play Read
  • Young Spirit
Media
  • Documentary
เข้าสู่ระบบ
decode Thai PBS
    • ดูทั้งหมด
    • Journalism
    • Education
    • Sustainability
    • Workers/Economy
    • Human Rights
    • ดูทั้งหมด
    • Crack Politics
    • Peaceful
    • ดูทั้งหมด
    • Justice
    • Environment
    • Inequality
    • Welfare state
    • New World Order
    • ดูทั้งหมด
    • Gender & Sexuality
    • Human & Society
    • Play Read
    • Young Spirit
    • ดูทั้งหมด
    • Documentary

ขนาดตัวอักษร

decode Thai PBS

สำนักเครือข่ายสื่อสาธารณะ

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS)

PRIVACY POLICY / TERM OF USE

รู้จัก DE/CODE

De/Code คือใครติดต่อเรา

Follow DE/CODE

Copyright © 2026 Decode Thai PBS. All rights reserved.

accessibility

ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างข้อความ
ปรับสีสำหรับตาบอดสี
แด่การลุกขึ้นสู้ของ sex worker 116 ปี วันสตรีสากล แล้ววันหนึ่งการไป ”ทำงาน“ จะถูกกฎหมาย
Gender & Sexuality

แด่การลุกขึ้นสู้ของ sex worker 116 ปี วันสตรีสากล แล้ววันหนึ่งการไป ”ทำงาน“ จะถูกกฎหมาย

ศศิพร คุ้มเมืองศศิพร คุ้มเมือง06 มี.ค. 2569 21:13
Share on

ผลลัพธ์จากการไม่อดทนต่อการถูกกดขี่ การเอารัดเอาเปรียบ และความไม่เท่าเทียมของเหล่าแรงงานหญิงโรงงานทอผ้าในเมืองชิคาโก สหรัฐอเมริกา เมื่อปลายศตวรรษที่ 19 คือการลุกขึ้นประท้วงต่อสภาพการทำงานที่โหดร้าย วันละกว่า 16-17 ชั่วโมง แต่ได้รับค่าแรงเพียงน้อยนิด และยังเสี่ยงถูกไล่ออกทันทีเมื่อตั้งครรภ์

การต่อสู้ของแรงงานหญิงเหล่านี้ได้จุดประกายให้ Clara Zetkin นักการเมืองสตรีชาวเยอรมัน ระดมพลังกรรมกรหญิงทั่วโลกให้ลุกขึ้นเรียกร้องสิทธิแรงงาน การลดเวลาทำงานเหลือวันละ 8 ชั่วโมง และเรียกร้องสิทธิการเลือกตั้งของผู้หญิง กระแสการเคลื่อนไหวดังกล่าวนำไปสู่การประชุมสมัชชาสตรีสังคมนิยมครั้งที่ 2 ที่กรุงโคเปนเฮเกน ในปี 1910 ซึ่งมีตัวแทนสตรีจาก 17 ประเทศเข้าร่วม และได้ประกาศให้วันที่ 8 มีนาคม เป็น International Women’s Day หรือ ‘วันสตรีสากล’ เพื่อยกย่องการต่อสู้ของผู้หญิงและผลักดันความเท่าเทียมในสังคม 

กว่าศตวรรษผ่านไป การเรียกร้องสิทธิของแรงงานหญิงเดินหน้าไปไกลขึ้น มีสวัสดิการ ‘พื้นฐาน’ รองรับ แต่แน่นอนว่าการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมก็ยังไม่สิ้นสุด แม้ว่าแรงงานหญิงในระบบจะได้รับสิทธิหรือสวัสดิการบางประการก็ยังมีเรื่องให้ต้องขับเคลื่อนกันอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็ยังมีแรงงานอีกจำนวนมากที่ยังอยู่นอกระบบ และต้องแบกรับความเสี่ยงด้วยตัวเอง หนึ่งในนั้นคือแรงงานบริการทางเพศ หรือ sex worker ซึ่งการขับเคลื่อนในประเด็นนี้เป็นเรื่องสำคัญในการยกระดับสิทธิสตรี สิทธิผู้มีความหลากหลายทางเพศ เพื่อไปสู่ความเท่าเทียม อันเป็นเป้าหมายเดียวกันกับกว่าร้อยปีก่อน

ทุกวันนี้ sex worker ยังคงยืนสบตากับความท้าทายจากสถานะทางกฎหมายที่ทำให้อาชีพของพวกเขาถูกมองว่า ‘ผิด’ พวกเขาไม่สามารถเข้าถึงสวัสดิการแรงงานพื้นฐานได้เหมือนอาชีพอื่น ๆ ทั้งที่ในความเป็นจริงพวกเขาเองก็เป็นแรงงานที่ทำงานสร้างเศรษฐกิจเช่นเดียวกัน

ความเสี่ยงหลายด้านต้องแบกรับด้วยตนเอง โดยเฉพาะด้านสุขภาพทางเพศ ตั้งแต่ความเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ไปจนถึงปัญหาการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข หนำซ้ำ sex worker หญิงจำนวนไม่น้อยยังต้องเผชิญความเสี่ยงกับการตั้งครรภ์ไม่พร้อม บางคนไม่สามารถเข้าถึงวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะสม หรือเผชิญข้อจำกัดอื่น ๆ ที่ทำให้การปกป้องสุขภาพของตัวเองเป็นเรื่องยาก

ผู้ถูกลบในสมการแรงงานและถูกละเลยจากระบบสุขภาพ

“เลือกจะเป็นกะหรี่ก็ต้องดูแลตัวเอง” 

ประโยคเสียดสีหวังให้คนฟังแสบคันเช่นนี้มีมากขึ้นเกือบเท่ากับประโยคเชย ๆ อย่าง “ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ” หรือ “การสนับสนุน sex worker ขัดต่อศีลธรรมอันดี” (ที่ยังไม่อาจทราบได้ว่าหมายถึงศีลธรรมอันดีของใคร) ซึ่งมักถูกเอามาใช้อ้างเวลาเรียกร้องให้ sex worker ถูกกฎหมาย

เหตุผลของการทำอาชีพขายบริการทางเพศมีมากมาย ไม่ต่างจากหลายคนเลือกเส้นทางอาชีพของตัวเอง ฉะนั้นแล้วการ ‘เลือก’ ที่จะทำอาชีพด้วยเหตุผลใด ๆ จึงไม่อาจเอามาจำกัดสิทธิที่พึงมีอยู่แล้วได้ 

ปัจจุบันในมิติด้านสุขภาพ โดยเฉพาะสุขภาพทางเพศ พี่น้อง sex worker ยังคงต้องเผชิญความเสี่ยงหลายด้าน ตั้งแต่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การตั้งครรภ์ไม่พร้อม ไปจนถึงข้อจำกัดในการเข้าถึงวิธีคุมกำเนิดและบริการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย 

ในปี 2568 ที่ผ่านมา มีนโยบายเปิดให้ผู้ประกันตนสามารถใช้สิทธิประกันสังคมในการยุติการตั้งครรภ์ได้ แต่ในทางปฏิบัติก็ยังไม่สามารถใช้สิทธิดังกล่าวได้จริง ในมิตินี้ขนาดแรงงานในระบบยังไม่สามารถเข้าถึงสิทธิได้ แรงงานนอกระบบอย่าง sex worker จึงยิ่งเผชิญข้อจำกัดมากขึ้นไปอีก นอกจากนี้ พวกเขายังต้องเผชิญอุปสรรคในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขอย่างเท่าเทียมอีกด้วย

ผลการวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ศึกษาช่องว่างในการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขของ sex worker ในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (เวียดนาม ไทย กัมพูชา สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์) พบว่าทั้ง 5 ประเทศมีลักษณะร่วมกันคือ การดูแลสุขภาพเพศที่จำเป็นต่อการทำงานด้านการให้บริการทางเพศไม่ถูกรวมเข้าไปในบริการปกติ มีการตีตราในสถานพยาบาล หลายคนหลีกเลี่ยงการเข้ารับการรักษาพยาบาล เพราะกังวลต่อการตัดสินทางศีลธรรม การละเมิดความลับส่วนบุคคล และผลกระทบทางกฎหมาย

sex worker จึงยังต้องพึ่งพาการดูแลของหน่วยงาน NGOs ซึ่งหลายประเทศก็ติดปัญหาเรื่องเงินทุนทำให้ขาดความสม่ำเสมอ ขณะเดียวกันมี sex worker อีกจำนวนไม่น้อยที่แบกรับความเสี่ยงด้วยตนเอง

ในประเทศไทย องค์กรที่มีบทบาทอย่างมากในการเข้ามาดูแลสุขภาพเพศของ sex worker ที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วคือ SWING Thailand จำรอง แพงหนองยาง รองผู้อำนวยการมูลนิธิ SWING สะท้อนว่า แม้ประเทศไทยจะใช้กฎหมายอาญาเอาผิดกับงานบริการทางเพศมานานกว่า 65 ปี แต่จำนวนผู้ทำงานในอาชีพนี้ยังคงมีอยู่ราว 2 ล้านคน สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสะท้อนว่าการใช้กฎหมายไม่ได้ทำให้งานบริการทางเพศหายไป หากยังตอกย้ำภาพเหมารวมที่เป็นอันตราย และเปิดช่องให้เกิดการเลือกปฏิบัติรวมถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชน ส่งผลให้ผู้ทำงานในอาชีพนี้ต้องเผชิญความเปราะบางมากยิ่งขึ้น 

จำรอง แพงหนองยาง รองผู้อำนวยการมูลนิธิ SWING

จำรองสะท้อนต่อไปอีกว่า เมื่อเผชิญความเปราะบางมาก ผู้ให้บริการดูแลสุขภาพเพศจึงยิ่งต้องให้ความสำคัญกับการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับ sex worker และจำเป็นอย่างมากที่จะต้องออกแบบพื้นที่การให้บริการอย่างเข้าอกเข้าใจ

“คนที่เป็น sex worker พื้นที่ปลอดภัยของเขา ไม่ใช่บ้าน แต่คือที่ทำงาน พื้นที่ปลอดภัยไม่ใช่แค่สถานที่ แต่ประกอบด้วยองค์ประกอบหลายอย่าง ตัวอย่างการให้บริการที่คลินิกของ SWING เราต้องทำให้ปลอดภัย จัดบริการเปิดเที่ยง ปิดหกโมงเย็น เป็นการจัดบริการที่ให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตและงานของพี่น้องพนักงานบริการ” จำรองกล่าว

เพราะสำหรับพี่น้อง sex worker ส่วนมาก เวลาทำงานและจังหวะชีวิตแตกต่างจากแรงงานทั่วไปโดยสิ้นเชิง หลายคนทำงานช่วงค่ำถึงกลางคืน บ้างจนถึงเช้ามืด เวลาฟ้าสางจึงเป็นช่วงเวลาของการพักผ่อน หากการบริการสุขภาพยังยึดติดกับเวลาราชการร่ำไป การเข้าถึงการตรวจสุขภาพ การรับคำปรึกษา หรือการป้องกันโรคก็อาจกลายเป็นเรื่องยากโดยใช่เหตุ ฉะนั้นการออกแบบเวลาให้สอดรับกับชีวิตจริงของผู้รับบริการ จึงไม่ใช่เพียงความสะดวกเท่านั้น แต่เป็นการยืนยันด้วยว่าพื้นที่แห่งนี้เข้าใจวิถีชีวิตของพวกเขา และทำให้การดูแลสุขภาวะเกิดขึ้นได้อย่างปลอดภัยและเป็นมิตร

นอกจากนี้ วารุณี ตั้งศิริ จากคลินิกเวชกรรม สวท ขอนแก่น ที่บริการให้คำปรึกษาปัญหาตั้งครรภ์ไม่พร้อม และบริการฝังยาคุมกำเนิด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งองค์กรที่ให้บริการกับ sex worker จำนวนไม่น้อยในพื้นที่ เธอแบ่งปันข้อมูลเพิ่มเติมว่าอีกมิติที่ไม่สามารถละเลยได้คือ ‘แรงงานข้ามชาติ’ ในพื้นที่ขอนแก่นที่เธอทำงานอยู่ sex worker ที่ตบเท้าเข้ามารับบริการมีสัดส่วนของแรงงานข้ามชาติไม่น้อยทีเดียว ฉะนั้นการจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยในการให้บริการด้านสุขภาพเพศก็ต้องให้ความสำคัญในมิติดังว่านี้ด้วยเช่นเดียวกัน

“เราให้บริการฟรี ตรวจคัดกรอง และต่าง ๆ หลากหลาย เช่น ให้คำปรึกษาการคุมกำเนิด แจกถุงยาง เจล และตรวจหาเชื้อ HPV ทำให้เป็นมิตร ไม่มีการตีตรา ไม่เลือกปฏิบัติ เป็นความลับ จะไม่มีการขอดูพาสปอร์ต หรือเอกสารแสดงตัวตนใด ๆ เพราะพี่น้องหลายคนก็ยังเป็นแรงงานที่ยังไม่มีสถานะทางกฎหมาย” วารุณีอธิบาย

วารุณี ตั้งศิริ จากคลินิกเวชกรรม สวท ขอนแก่น

อย่างไรก็ตาม ภายใต้การจัดการของรัฐไทยยังมีนโยบายด้านการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะการดูแลผู้ติดเชื้อ HIV ภายใต้แนวทาง ‘ตรวจพบแล้วรักษาทันที’ หรือ Test and Treat ที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่ตรวจพบเชื้อสามารถเริ่มรับยาต้านไวรัสได้โดยเร็ว เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยและการแพร่เชื้อในระยะยาว โดยไม่ต้องรอให้มีอาการหรือค่าภูมิคุ้มกัน (CD4) ต่ำ

แต่ในทางปฏิบัติจำรองเล่าว่า ผู้รับบริการยังต้องเผชิญขั้นตอนหรือข้อจำกัดบางประการก่อนจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการรักษาขั้นต้นได้จริง ซึ่งมักจะเป็นข้อจำกัดที่เกิดจากทัศนคติ และอคติของเจ้าหน้าที่ต่อ sex worker ยิ่งฉายภาพชัดเจนทีเดียวว่าการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพยังคงมีช่องว่าง เจออุปสรรคจากทั้งสถานะทางกฎหมาย อคติทางสังคม และข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขอย่างเท่าเทียม

“นโยบายบอกว่าถ้าตรวจเจอ (HIV) ให้กินยาเลย แต่ทุกวันนี้ยังขอดูผล CD4 อยู่เลย นโยบายสวยงาม แต่ยังติดทัศนคติเบื้องหลังของคนทำงาน มันก็ไม่มีทางไปไหนได้” จำรองว่า

ทางออกที่ไม่ซับซ้อนแต่ถูกปิดล็อกมาหลายทศวรรษ

รายงานเกี่ยวกับการยกเลิกการเอาผิดทางอาญาของผู้ประกอบอาชีพ sex worker ของ UNAIDS ระบุว่า ประเทศที่กำหนดให้การทำงานบริการทางเพศเป็นความผิด มีอัตราการติดเชื้อ HIV ในกลุ่มพนักงานสูงกว่าประเทศที่รับรองให้อาชีพดังกล่าวถูกกฎหมายมากกว่า 10% และยังเน้นย้ำด้วยว่าการเอาผิดทางอาญาเป็นอุปสรรคเชิงโครงสร้างต่อการป้องกัน ตรวจ และการรักษาสุขภาพ ซึ่งท้ายที่สุดจะเป็นการบั่นทอนเป้าหมายด้านสาธารณสุขในวงกว้าง

หมุดหมายสำคัญของการเรียกร้องสิทธิให้กับคนทำงานเป็น sex worker คือการทำให้อาชีพนี้ถูกกฎหมาย ปฏิรูปกฎหมายการเอาผิดการค้าประเวณี ซึ่งคือ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 และวางกลไกคุ้มครองพนักงานบริการอย่างครอบคลุม เพื่อให้ปัญหาสุขภาพจากการประกอบอาชีพได้รับการยอมรับและแก้ไขอย่างเหมาะสม 

“การทำงานบริการทางเพศคืองาน ทุกคนมีสิทธิที่จะเลือกประกอบอาชีพ และเราเลือกที่จะประกอบอาชีพนี้ ตื่นมาอาบน้ำแต่งตัว เตรียมตัวไปทำงาน ฉันกำลังจะไปทำงาน แต่กฎหมายบอกว่ามันผิด” 

“ฉันทำงานตั้งแต่ 6 โมงเย็น ถึงตี 2 เดินเข้าบาร์ ทำงาน 7 ชั่วโมง มีเซ็กซ์วันนึงแค่ 1 ชั่วโมง เวลาที่เหลือก็ทำงานในบาร์ แต่กฎหมายโฟกัสเวลาบนเตียงแค่ 1 ชม. ของฉันเหรอ จะอย่างไรพวกเราก็เป็นคนทำงาน เราก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายแรงงานสิ” จำรองว่า

ดังนั้น การปฏิรูปกฎหมายและการกำจัดการตีตราจะเป็นวาระสำคัญทั้งด้านสาธารณสุข แรงงาน และสิทธิมนุษยชน ที่จำเป็นต่อการคุ้มครองชีวิต สุขภาพ และศักดิ์ศรีของ sex worker ในสังคมไทย

จำรองและวารุณี ยังมีความเห็นตรงกันอีกด้วยว่า รัฐจะต้องนำแนวทางการดูแลแบบยึดบุคคลเป็นศูนย์กลาง (Person-Centered Care) มาปรับใช้ในระบบสาธารณสุข ซึ่งเป็นแนวทางที่ตั้งอยู่บนหลักการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิในการกำหนดตนเอง และความต้องการเฉพาะของแต่ละบุคคล พร้อมกับเน้นความสมัครใจ การรักษาความลับ มีการสื่อสารที่ไม่ตัดสิน

ทุกสิทธิแรงงานล้วนแล้วแต่เริ่มต้นจากการที่ผู้คนต่างลุกขึ้นบอกว่า ความไม่เท่าเทียมไม่ควรดำรงอยู่ต่อไป และคำถามเดียวกันนี้ถูกโยนกลับไปยังรัฐและสังคมอีกครั้ง ว่าเหตุใดแรงงานในอุตสาหกรรมบริการอย่าง sex worker รวมถึงอาชีพอิสระอื่น ๆ อีกจำนวนมาก จึงยังคงถูกกันออกจากระบบสิทธิและสวัสดิการพื้นฐาน

แรงงานหญิงจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่อยู่นอกระบบหรือไม่ได้อยู่ภายใต้ระบบประกันสังคม ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิพื้นฐานได้เลย ขณะที่แรงงานหญิงที่อยู่ในระบบเอง แม้จะมีสิทธิตามกฎหมายรองรับ แต่ในความเป็นจริงก็ยังต้องเผชิญแรงกดดันจากนายจ้างหรือสภาพการจ้างงานที่ไม่เอื้อให้ใช้สิทธิได้อย่างเต็มที่ ม่านหมอกของอคติทางเพศยังคงปกคลุมอยู่ทุกพื้นที่ ต่างกันเพียงความหนาบาง สิ่งเหล่านี้สะกิดเราเบา ๆ ให้เห็นว่าแม้สังคมจะเดินทางมาไกลเพียงใดในการพูดถึงความเท่าเทียม แต่ในทางปฏิบัติความเหลื่อมล้ำด้านสิทธิแรงงานยังคงดำรงอยู่ไม่เคยจางหาย

บทบาทของรัฐจึงไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการกำหนดสิทธิไว้ในกฎหมายเท่านั้น แต่ต้องสร้างมาตรฐานการคุ้มครองแรงงานที่ครอบคลุมแรงงานทุกกลุ่มอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นแรงงานในระบบ แรงงานนอกระบบ เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงสิทธิ สวัสดิการ และความคุ้มครองในฐานะแรงงานได้อย่างเท่าเทียม โดยไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังเพียงเพราะลักษณะงาน สถานะการจ้างงาน หรือกระทั่ง ‘เพศ’ ของตัวเอง เพราะการคุ้มครองแรงงานอย่างทั่วถึงคือการยืนยันว่ามนุษย์ทุกคนมีศักดิ์ศรี และสมควรได้รับความเป็นธรรมอย่างเท่าเทียมในสังคมที่แตกต่างหลากหลาย

ศศิพร คุ้มเมือง
Authorศศิพร คุ้มเมือง

'เกล้า' ตลบไปข้างหลังสำหรับใส่หมวก คืนนี้ฉันบิน

พันวิทย์ ภู่กฤษณา
Co-authorพันวิทย์ ภู่กฤษณา

ช่างภาพร้อยเสียงสัตว์และชนหมัดกับแหล่งข่าวเวลาลงหมาย

TAGS
Sex Workerความเท่าเทียมทางเพศวันสตรีสากลสิทธิสตรีแรงงานหญิง

table of contents

  1. 01ผู้ถูกลบในสมการแรงงานและถูกละเลยจากระบบสุขภาพ
  2. 02ทางออกที่ไม่ซับซ้อนแต่ถูกปิดล็อกมาหลายทศวรรษ

recommended for you

บันไดเลื่อนชั้นทางสังคมที่พังทลาย
บันไดเลื่อนชั้นทางสังคมที่พังทลาย
ไทยพีบีเอส สสส.ต้องเป็น ‘สาธารณะ’ เพื่อสิทธิและความเป็นธรรมของ ‘ประชาชน’
ไทยพีบีเอส สสส.ต้องเป็น ‘สาธารณะ’ เพื่อสิทธิและความเป็นธรรมของ ‘ประชาชน’
สะสมทุนบนหลังคน
สะสมทุนบนหลังคน
น้ำหลาก กากโผล่! สุสานมลพิษที่รัฐมองการลงทุนคุ้มกว่าชีวิตประชาชน
น้ำหลาก กากโผล่! สุสานมลพิษที่รัฐมองการลงทุนคุ้มกว่าชีวิตประชาชน
(ปฏิรูป)สื่อสาธารณะ ในเครื่องหมายวงเล็บที่ ‘วันชัย’ ตอบ ‘อธึกกิต-สฤณี’ ถาม ‘ความโปร่งใส-ระบบอุปถัมภ์’
(ปฏิรูป)สื่อสาธารณะ ในเครื่องหมายวงเล็บที่ ‘วันชัย’ ตอบ ‘อธึกกิต-สฤณี’ ถาม ‘ความโปร่งใส-ระบบอุปถัมภ์’

Related Story

กะเทยห้ามตาย ห้ามป่วย ห้ามลา : ใต้แสงนีออนของวงจรผีเสื้อ คืออาชญากรรมจากความเกลียดชัง Sex WorkerGender & Sexuality

กะเทยห้ามตาย ห้ามป่วย ห้ามลา : ใต้แสงนีออนของวงจรผีเสื้อ คืออาชญากรรมจากความเกลียดชัง Sex Worker

มันคือ hate crime ที่ลุกลามและกัดกินจิตใจของผีเสื้อชมพู่จนกลายเป็นความหวาดระแวงสะสม เพียงเพราะเป็นกะเทย หรือเพียงเพราะทำงานขายบริการทางเพศ
ศศิพร คุ้มเมืองREAD MORE
“ถ้าท่าน (นายกฯ อนุทิน) จะไม่สนับสนุน… ก็อย่ารังแกพี่น้องของฉันเพิ่ม” เสียงในที่แจ้งของ Sex WorkerGender & Sexuality

“ถ้าท่าน (นายกฯ อนุทิน) จะไม่สนับสนุน… ก็อย่ารังแกพี่น้องของฉันเพิ่ม” เสียงในที่แจ้งของ Sex Worker

ความฝัน ความหวังของ Sex Worker ดังขึ้นอีกครั้ง! พวกเขาเลือก และมีเหตุผลเหมือนที่มนุษย์ทุกคนมีเหตุผลของตัวเองว่าจะเลือกทำอะไร 
ศศิพร คุ้มเมืองREAD MORE
อัลกอริทึ่มของความรุนแรงทางเพศ ในโลกที่ ‘บิ๊กเทค’ มีอำนาจเทียบเท่า ‘รัฐ’ ใครเป็นผู้ขีดเส้นเสรีภาพGender & Sexuality

อัลกอริทึ่มของความรุนแรงทางเพศ ในโลกที่ ‘บิ๊กเทค’ มีอำนาจเทียบเท่า ‘รัฐ’ ใครเป็นผู้ขีดเส้นเสรีภาพ

นับตั้งแต่ปี 2566-2568 เกิดการเลือกตั้งทั้งเล็ก-ใหญ่ ในสนามการเมืองระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ รวมไปถึงประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคอาเซียน แต่ไม่ได้มีเพียงความคุกรุ่นทางการเมืองที่ร้อนแรงระหว่างการเลือกตั้ง แต่ยังพบว่าเกิดการใช้ความรุนแรงบนโลกออนไลน์ที่ยังเลือก ‘เพศ’ และหลังการเลือกตั้งมีแนวโน้มว่าความรุนแรงนี้ กลายเป็นเรื่อง ‘ปกติ’ ในโซเชียลมีเดีย เส้นบาง ๆ ของการกำกับควบคุมและอำนาจที่ล้นมือรัฐและบริษัทเทคฯ ต้องสร้างสมดุลเพื่อมอบพื้นที่ปลอดภัยข้ามพรมแดนให้กับประชาชน เมื่อปัญหานี้ไม่ใช่แค่เรื่องของนักการเมืองหญิง แต่เกี่ยวกับความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ของเราทุกคน
AuthorREAD MORE