decode Thai PBS
Futurism
  • Journalism
  • Education
  • Sustainability
  • Workers/Economy
  • Human Rights
Democracy
  • Crack Politics
  • Peaceful
Conflict Resolution
  • Justice
  • Environment
  • Inequality
  • Welfare state
  • New World Order
Life Matters
  • Gender & Sexuality
  • Human & Society
  • Play Read
  • Young Spirit
Media
  • Documentary
เข้าสู่ระบบ
decode Thai PBS
    • ดูทั้งหมด
    • Journalism
    • Education
    • Sustainability
    • Workers/Economy
    • Human Rights
    • ดูทั้งหมด
    • Crack Politics
    • Peaceful
    • ดูทั้งหมด
    • Justice
    • Environment
    • Inequality
    • Welfare state
    • New World Order
    • ดูทั้งหมด
    • Gender & Sexuality
    • Human & Society
    • Play Read
    • Young Spirit
    • ดูทั้งหมด
    • Documentary

ขนาดตัวอักษร

decode Thai PBS

สำนักเครือข่ายสื่อสาธารณะ

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS)

PRIVACY POLICY / TERM OF USE

รู้จัก DE/CODE

De/Code คือใครติดต่อเรา

Follow DE/CODE

Copyright © 2026 Decode Thai PBS. All rights reserved.

accessibility

ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างข้อความ
ปรับสีสำหรับตาบอดสี
ชาติพันธุ์กับความเจริญของชาติ  
Columnist

ชาติพันธุ์กับความเจริญของชาติ  

วีรพร นิติประภาวีรพร นิติประภา31 มี.ค. 2569 14:35
Share on

ประเทศเต็มไปด้วยคำตอบอันปราศจากคำถาม

วีรพร นิติประภา

ทุกครั้งที่ไปไต้หวันก็มักจะโดนคนที่นั่นพูดภาษาจีนใส่หน้า ไปเซี่ยงไฮ้กับคุนหมิง หรือกระทั่งฮานอยก็เช่นกัน คงเป็นเพราะหน้าตาเจ๊กจีนโดยเฉพาะสีผิวเผือกขาวราวกับไม่มีส่วนผสมของเชื้อสายอื่นปนดูกลมกลืนราวกับเป็นคนจีนแท้ ๆ แล้วพอตอบว่า หว่อปู๊จือเต้า หว่อปู๊จือเต้า-ฉันไม่เข้าใจ ผู้คนก็มักทำหน้างง ๆ กลับมา หน้าจีนขนาดนี้ใยพูดจีนด้วยถึงฟังไม่รู้เรื่อง   

เมื่ออธิบายว่าเป็นคนไทยเชื้อสายจีนก็มักถูกถามต่อ คนจีนในไท้กั่วมาจากที่ไหนของเมืองจีน… ซึ่งก็ตอบไปว่า กวางเจา แล้วก็มักถูกถามซักว่า ตรงไหนของกวางเจา… หรือ  คนกวางเจาเข้ามาอยู่เมืองไทยกันได้อย่างไร…ตั้งไกล ก็ตอบเขาไม่ได้ นั่นสินะ คนจีนมากมายในเมืองไทยไปยังไงมาอย่างไร เคยถามปู่ย่าตายายคำตอบที่ได้ก็มักคลุมเครือ  ขอให้เล่าเรื่องราวหนหลังครั้งแรกเข้ามาอยู่เซี่ยมล้อ หรือสยามก็เล่ากระท่อนกระแท่น แม้แต่บอกปัดเอาดื้อ ๆ …มีแต่เรื่องความลำบากยากจน ลื้อจะสนใจรู้ไปทำไมให้รกหัว ไปสนใจรู้เรื่องพวกเจ้าสัวคนมีสตางค์ดีกว่า 

ความลำบาก ยากจน ตกต่ำสำหรับคนเอเซียเป็นเรื่องน่าละอาย เป็นความไม่ดีพอและความผิดพลาด … ไม่อดทน ไม่ประหยัด ไม่บากบั่นพยายาม หัวสมองทึบไม่ฉลาด กระทั่งฟ้าดินไม่เมตตาเหมือนกับที่เมตตาเหล่าเจ้าสัวหรือไม่มีโชคก็ยังถือเป็นความบกพร่องของแต่ละปัจเจกคนจนได้ ไม่อ้อนวอนสวดมนต์มากพอ ไม่เป็นคนดี ไม่กตัญญูพ่อแม่  หรือแย่กว่านั้น …ความลำบากยากจนเป็นบาปกรรมติดตามมาแต่ชาติปางก่อน

ประเทศไทยมีประชากรเชื้อสายจีนกับลูกครึ่งไทย-จีนอยู่ราว ๆ สี่สิบกว่าเปอร์เซ็นต์ เป็นประเทศที่มีคนจีนอพยพลงหลักปักฐานตั้งรกรากนอกผืนแผ่นดินใหญ่มากที่สุดในโลก แต่กลับมีคนไม่มากในจำนวนนี้ที่ยังคงสื่อสารด้วยภาษาจีนพื้นถิ่นกำเนิดได้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็อายุมากแล้ว คนหนุ่มสาวรุ่นหลังแทบใช้ภาษาบรรพบุรุษจีนสื่อสารประจำวันพื้น ๆ ไม่ได้แล้ว ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สื่อสารกับอากงอาม่าซึ่งไม่ชำนาญภาษาไทยไม่ได้ได้มากพอจะรู้ประวัติความเป็นมาของครอบครัวตัวเอง

แต่ที่แปลกประหลาดกว่าชาติอื่นใดก็คือ ไม่มีเรื่องราวของประชากรจีนที่มีจำนวนเกือบครึ่งประเทศนั่นบรรจุในระบบการศึกษาของเรา ไม่ว่าจะเป็นรากเหง้า ประวัติศาสตร์คร่าว ๆ ของแผ่นดินบ้านเกิด ความเป็นมา การเข้ามาตั้งรกราก เรื่องราวของวิถีพื้น ๆ วัฒนธรรม ประเพณี ทั้ง ๆ ที่อยู่เป็นส่วนร่วมของการก่อร่างสร้างชาติมานาน และจะว่าไปเราก็แทบไม่ได้เรียนอะไรเกี่ยวกับชนชาติอื่นใดในโรงเรียนทั้งนั้น นอกจากเรื่องราวของชนชาติไทย

… ราวกับเป็นชนชาติเดี่ยว ๆ เพียวร์ ๆ ที่ไม่ได้มีชนชาติต่าง ๆ มากมายเป็นส่วนประกอบ   

นอกจากคนไทยเชื้อสายจีนครึ่งประเทศ เรายังมีชาวไทยมุสลิมอีกเป็นจำนวนมากรองลงมา ซึ่งประกอบด้วยชาติพันธุ์ต่าง ๆ ถึงห้าชาติจากอินเดีย เปอร์เซีย มลายู  ตะวันออกกลาง และยังมีคนไทยเชื้อสายอินเดีย เวียดนาม ลาว ชวา พม่า มอญ เขมร โปรตุเกส ญี่ปุ่น เดินทางเข้าออกประเทศระลอกแล้วระลอกเล่าตั้งแต่สมัยอยุธยามาจนถึงปลายรัตนโกสินทร์ ซึ่งมีตั้งแต่ถูกเกณฑ์มาเป็นเชลยสงคราม เข้ามาค้าขาย  รับจ้างใช้แรงงาน ไปจนถึงรับราชการ และในที่สุดก็แต่งงาน สร้างครอบครัว ตั้งรกรากอยู่เป็นส่วนหนึ่งของประชากรไทย

… นี่ยังไม่พูดถึงชาวไทยภูเขาและชนเผ่าเล็กเผ่าน้อยอีกจำนวนมากที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศ    

แม้จะกำหนดเป็นทางการให้เรียกว่าเป็น ’คนไทย’ ด้วยกันทั้งหมด แต่การไม่บรรจุเรื่องราวความแตกต่างหลากหลายในแบบเรียนก็ทำให้เราไม่มีความรู้ความเข้าใจในวิถี  ความเชื่อ วัฒนธรรมและธรรมเนียมปฏิบัติที่แตกต่างของกันและกัน …ความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรมสามารถมองเห็นได้ชัดเจนผ่านอาหาร อย่างโรตี มะตะบะ ซาละเปา ก๋วยเตี๋ยว จานผัดต่าง ๆ ไปจนถึงสำรับที่หยิบยืมมาคลี่คลายอย่างแกงมัสหมั่น ยำใหญ่ หรือที่บริโภคแพร่หลายจนทึกทักตั้งชื่อเป็นอาหารไทยประจำชาติไป อย่างผัดไทย ชาไทยก็มาก ไม่รวมเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่เข้าใจว่าเป็นของไทย อย่างกางเกงเลซึ่งมาจากกางเกงแพรของจีน และผ้าขาวม้าที่มาจากเปอร์เซีย

และคำจากต่างภาษาที่ใช้กันจนเชื่อว่าเป็นคำภาษาไทยก็มากมายมหาศาล 

เราไม่เพียงแต่ถูกสอนด้วยการไม่สอน … ให้พอใจแค่จะเรียกตัวเองเป็นคนไทย แต่ยังถูกสอนให้เหมาเอาวัฒนธรรมต่าง ๆ ของใครต่อใครมารวมอยู่ภายใต้จำกัดความ ’ความไทย’ อีกด้วย แต่ความไทยคืออะไรล่ะ เราจะจำกัดความไทยแท้ ๆ ร้อยเปอร์เซ็นต์ได้อย่างไรไนเมื่อเราทุกคนก็ล้วนเป็นผู้อพยพจากทุกทิศทุกทางเข้ามาในดินแดนแหลมทองนี้ด้วยกันทั้งสิ้น

เราปล่อยให้วลี ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย ในเพลงชาติเป็นวลีที่เปล่ากลวง โดยไม่ให้การศึกษาขั้นพื้นฐานเรื่องเชื้อชาติทำให้คนในชาติมีความเข้าใจ และเคารพความแตกต่างมากพอจะเป็นประชากรที่อยู่ร่วมสมัครสมานกลมเกลียวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ด้วยซ้ำ แม้จะไม่เคยถึงกับมีปัญหาความขัดแย้งรุนแรงอย่างที่เคยเกิดในหลาย ๆ ประเทศ แต่ก็ยังคงมีอคติลึก ๆ ต่อกันอยู่ดี  โดยเฉพาะเมื่อมีเรื่องการใช้สอยครองพื้นที่และทรัพยากรเข้ามาเกี่ยวข้อง 

บางทีนิสัยชอบเหยียดของคนไทยอาจมีจุดต้นเริ่มมาจากตรงนี้ก็ได้ ก็จะไม่ให้หมิ่นหยามกันเอาไว้ก่อนได้อย่างไร ก็มันไม่รู้อะไรเลย ไม่เคยรู้จัก และไม่สนใจจะรู้จักกลับคิดว่าไม่ต้องรู้จัก เพราะถ้าจำเป็นต้องรู้จักก็ต้องได้เรียนมาจากโรงเรียนแล้วสิ แต่การไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวเองและเชื่อว่าตัวเองเป็นไทยแต่ถ่ายเดียวก็เป็นเรื่องซับซ้อน และสับสน  เราจะเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ได้อย่างไรโดยไม่รู้ว่าส่วนเสี้ยวหรือทั้งหมดที่ประกอบขึ้นเป็นเราเป็นใคร และคนอื่น ๆ เป็นใคร ใครมาจากดินแดนแบบไหน มาอย่างไร รากเหง้าเป็นอย่างไร

ไม่เพียงแต่การศึกษาวิจัยสมัยใหม่จะระบุว่า พันธุกรรมสามารถบ่งชี้ว่าแต่ละเชื้อชาติจะมีแนวโน้มทางสุขภาพอย่างไร เปราะบางตรงไหน ชาติพันธุ์และธรรมเนียมปฏิบัติที่ส่งต่อในครอบครัวยังส่งผลลึกซึ้งถึงทัศนคติ บุคลิกภาพ นิสัยใจคอ ไปจนถึงศักยภาพ ความถนัด และความเป็นไปได้อีกมากมาย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้ประเทศที่มีผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์เติบโตสู่ความเป็นเลิศได้สูงกว่าประเทศที่มีความหลากหลายน้อย

ยิ่งมาถึงปัจจุบัน วัฒนธรรมแตกต่างหลากหลายยังกลายเป็นสินค้ามูลค่าสูงในธุรกิจท่องเที่ยวอีกด้วย หลายประเทศโปรโมตความเป็นชาติวัฒนธรรมผสม และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวมหาศาล ขณะที่รัฐบาลของเราซึ่งก็ประกอบด้วยคนไทยเชื้อสายต่าง ๆ เหมือนกัน กลับไม่ยอมรับความจริงของชาติในแง่นี้ ยังคงปิดบัง ไม่เปิดกว้างและสนับสนุนความแตกต่าง รวมทั้งให้ความรู้กับประชาชน สอนประชาชนให้ภาคภูมิในอัตลักษณ์ของตนและคนอื่น เห็นคุณค่าที่แตกต่างทางวัฒนธรรม เข้าใจรากเหง้าความเป็นมา และตัวตนของตนเอง

เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ทัศนคติของรัฐของเรายังติดจั่นอยู่กับแนวคิดชาตินิยมหลังสงครามโลกครั้งสอง ไม่ไปไหน  กระทั่งในชั่วยามที่สงครามโลกครั้งที่สามกำลังเริ่มต้น  

… หากมันไม่ได้เริ่มต้นไปแล้ว

วีรพร นิติประภา
Authorวีรพร นิติประภา

อาชีพนักเขียน แต่ชอบสมมติตัวเองเป็นคนอื่น...ตัวละครบางตัว สัตว์บางชนิด ต้นไม้บางต้นไม้ ชอบเดินทางในหัวโดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายตัวไปไหน ไม่ชอบเวลาต้องตอบคำถามประเภทที่ไม่รู้ว่าคนถามจะรู้ไปทำไม กับถูกให้อธิบายตัวเอง

TAGS
Columnistความหลากหลายทางชาติพันธุ์วีรพร นิติประภาสังคมพหุวัฒนธรรมแนวคิดอนุรักษ์นิยม

table of contents

  1. 01ประเทศเต็มไปด้วยคำตอบอันปราศจากคำถาม

recommended for you

เราทำงานเพื่อใช้ชีวิต หรือกำลังใช้ชีวิตเพื่อทำงาน
เราทำงานเพื่อใช้ชีวิต หรือกำลังใช้ชีวิตเพื่อทำงาน
ยิ่งกวนน้ำดำสระบุรีให้ลึก ยิ่งเห็นความผุพังระบบการจัดการกากอุตสาหกรรมไทย
ยิ่งกวนน้ำดำสระบุรีให้ลึก ยิ่งเห็นความผุพังระบบการจัดการกากอุตสาหกรรมไทย
ความเก๊ของการตีเก๊
ความเก๊ของการตีเก๊
ก่อเหตุใหญ่ในสามจังหวัดใต้ ไขรหัสไม่ออก?
ก่อเหตุใหญ่ในสามจังหวัดใต้ ไขรหัสไม่ออก?
ใครอื่นใด คำถามอันกามการุณย์
ใครอื่นใด คำถามอันกามการุณย์

Related Story

ปัญหาโลกแตกหรือปัญหารัฐไร้ความสามารถ Columnist

ปัญหาโลกแตกหรือปัญหารัฐไร้ความสามารถ 

คำถามไม่ได้อยู่แค่ที่กรุงเทพมีปัญหาอะไรบ้าง แต่อยู่ที่ปัญหาใหญ่โตมโหฬารเหล่านี้ไม่ถูกรัฐบาลและผู้ว่ามองเห็น และทำเหมือนไม่เป็นปัญหาต่างหาก
วีรพร นิติประภาREAD MORE
คนกรุงเทพที่ไม่ถูกมองเห็นColumnist

คนกรุงเทพที่ไม่ถูกมองเห็น

คนทุกคนในมหานครแห่งนี้เสียภาษีให้เมืองไม่ทางตรงก็ทางอ้อม มีคนจำนวนมากที่ทุ่มเททำให้กทม. เป็นเมืองเรืองรอง มีชีวิตชีวา ติดอันดับเมืองน่าอยู่ เป็นเมืองสุดสวย แต่กลับกลายเป็นผู้รองรับสารพัดปัญหาของเมืองเอาไว้เต็ม ๆ โดยไม่เคยถูกมองเห็น
วีรพร นิติประภาREAD MORE
ท่องเที่ยวเยือนถิ่น กินเลี้ยง และ “รู้จัก”Columnist

ท่องเที่ยวเยือนถิ่น กินเลี้ยง และ “รู้จัก”

พลังของเรื่องเล่าอย่างซื่อตรงและเรียบง่ายด้วยภาษาและประกายตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจ จะทำให้อาหารงานเลี้ยงมื้อนั้นมีรสมีชาติอย่างที่มันเป็น และย่อมประทับใจคนกินต่อไปอีกนานแสนนาน
กฤช เหลือลมัยREAD MORE