decode Thai PBS
Futurism
  • Journalism
  • Education
  • Sustainability
  • Workers/Economy
  • Human Rights
Democracy
  • Crack Politics
  • Peaceful
Conflict Resolution
  • Justice
  • Environment
  • Inequality
  • Welfare state
  • New World Order
Life Matters
  • Gender & Sexuality
  • Human & Society
  • Play Read
  • Young Spirit
Media
  • Documentary
เข้าสู่ระบบ
decode Thai PBS
    • ดูทั้งหมด
    • Journalism
    • Education
    • Sustainability
    • Workers/Economy
    • Human Rights
    • ดูทั้งหมด
    • Crack Politics
    • Peaceful
    • ดูทั้งหมด
    • Justice
    • Environment
    • Inequality
    • Welfare state
    • New World Order
    • ดูทั้งหมด
    • Gender & Sexuality
    • Human & Society
    • Play Read
    • Young Spirit
    • ดูทั้งหมด
    • Documentary

ขนาดตัวอักษร

decode Thai PBS

สำนักเครือข่ายสื่อสาธารณะ

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS)

PRIVACY POLICY / TERM OF USE

รู้จัก DE/CODE

De/Code คือใครติดต่อเรา

Follow DE/CODE

Copyright © 2026 Decode Thai PBS. All rights reserved.

accessibility

ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างข้อความ
ปรับสีสำหรับตาบอดสี
หรืออ่าวปัตตานีจะสูญสิ้น
Documentary

หรืออ่าวปัตตานีจะสูญสิ้น

ภัทราภรณ์ ศรีทองแท้ภัทราภรณ์ ศรีทองแท้02 พ.ย. 2569 11:17
Share on

-1-

ถ้าแตกูไม่ได้ต่อเรือ ชาวประมงไม่ได้ออกเล

มันกลายเป็นซาก ร้าง และผุพัง “ตรงนี้เคยเป็นท่าเรือประมงลำเล็ก” เขาชี้ไปทางสุสานหอยริมอ่าวปัตตานี “มันเปลี่ยนไปเยอะมาก เมื่อก่อนชาวบ้านแกะเนื้อปูกันตรงนี้ เดี๋ยวนี้ไม่มีอาชีพนี้แล้ว ตอนนี้ไปทำงานมาเลฯกันหมด” อุสมาน เจ๊ะมีนา แตกู (ช่างต่อเรือ) บ้านปาตาบูดี ต.แหลมโพธิ์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี พูดระหว่างพักมื้อกลางวัน ไม่ใช่แค่คนรอบอ่าวปัตตานีเท่านั้น แต่อีกหลายครอบครัวในหมู่บ้านปาตูบูดีต่างไหลออกไปขายแรงงานในมาเลเซีย ยะโก๊ะ -พ่อของอุสมานก็ด้วย ยะโก๊ะเคยเป็นช่างต่อเรือกอและรุ่นสองที่มีชื่อเสียงที่สุดในบรรดา 6 ตระกูลของปราชญ์ชาวบ้านที่มีความสามารถในการต่อเรือกอและท้ายตัดในสามจังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งนับว่าเป็นเรือประมงที่ใช้กันตามชายฝั่งแหลมมลายูอันมีอัตลักษณ์เฉพาะตามลักษณะรูปร่างการวางกระดูกงูท้ายตัด

“ตอนนี้เหลือแตกูอยู่สามคน” ในบรรดาแตกูรุ่นสามอย่างอุสมาน อาจมีทางเลือกไม่มากนอกจากการฝืนต้านการล่มสลายให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

แม้ปาตาบูดีจะเป็นชุมชนชาวประมงที่มีจำนวนเรือกอและท้ายตัดมากเป็นเป็นอันดับต้น ๆ ของสามจังหวัดชายแดนใต้ นับรวม ๆ มีเรือประมงพื้นบ้านมากกว่า 200 ลํา และมีอู่ต่อเรือกอและท้ายตัดอยู่ 2 อู่ จากทั้งหมด 4 อู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งทั้งสองอู่ล้วนแต่เป็นที่ขึ้นชื่อในการต่อเรือและการวาดลายเรือทั้งสิ้น ทว่ายังมีเรืออีกหลายลำจอด “รอ” เพื่อออกทะเลตามเจตจำนงของลูกหลานลาโอะ ดาแล ชื่อเรียกที่แปลว่า “ทะเลใน” แหล่งทำมาหากินของชาวบ้านรอบอ่าวปัตตานี

อุสมานเล่าว่า วันนี้ต่างไปจาก 14 ปีก่อนตอนรุ่นพ่อของอัสมาน ทะเลในเคยมีทุกอย่างทั้ง หอย กุ้ง ปู ปลา ตอนนี้นอกจากจะหาสัตว์น้ำยากเต็มทีแล้วเรือประมงขนาดเล็กที่เคยขึ้นตรงนี้ ตอนนี้มันตื้นจนเห็นทราย เรือก็ขึ้นตรงนี้ไม่ได้อีกแล้ว

อุสมาน —ช่างต่อเรือกอและรุ่นสามที่เหลืออยู่ไม่ถึงสามคนในหมู่บ้านสุดท้ายของปลายแหลม “บูดี”

อดีตที่เคยอุดมไปด้วยประมงเรือเล็กและสัตว์น้ำโดยปราศจากผู้ชม บัดนี้โลกของชุมชนประมงในอ่าวปัตตานีกำลังเปิดรับผู้มาเยือนและนักท่องเที่ยวมิได้ขาด จากปากน้ำปัตตานีทางฝั่งตะวันตก มีหมู่บ้านชาวประมงที่อยู่ในระบบนิเวศแบบชายฝั่งทะเลนอก เช่น บางตาวาอยู่ในเขตอำเภอหนองจิก บางปลาหมอ(กูราลอ กรูมอ) รูสะมิแลในอำเภอเมือง ทางฝั่งตะวันออกของปากน้ำคือแหลมนก ที่เคยเป็นพื้นที่สาธารณะแต่ปัจจุบันมีผู้คนจากต่างถิ่นเข้าไปตั้งหลักแหล่งกลายเป็นชุมชนเกิดใหม่ บานา ตันหยงลูโละ ปาเระ โต๊ะโสม บางปูผ่านตัวอำเภอยะหริ่งที่ริมคลองยะหริ่ง เมื่อเริ่มต้นเข้าสู่ปลายแหลมโพธิ์มีป่าชายเลนยะหริ่ง ผ่านคลองยามูที่มีหมู่บ้านประมงริมคลองตะโละอาโหร์ และตะโละกาโปร์จากนั้น การเดินทางจากดาโต๊ะ ตะโละสะมีแลก็มาสิ้นสุดในหมู่บ้านสุดท้ายที่ปลายแหลมคือ บูดี

ครืดดดดด เกร๊ก! ช่างต่อเรือตีกาบเรือให้สูงขึ้นอีก 10 นิ้วเพื่อหวังว่าเรือออกทะเลได้ไกลขึ้น

“ไม้แผนแรกสำคัญที่สุด ที่เหลือก็ต้องวัดความสูงของเรือให้พอดี” เขาพึมพำ 

อาชีพแตกูที่อาจถูกลืมเลือนในสักวัน ไม่ต่างอะไรจากชาวประมงเรือเล็กที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังของโลกแห่งการพัฒนา หนำซ้ำยังเผชิญหน้ากับชะตากรรมอดมื้อกินมื้อแล้วต้องมาลุ้นว่า พรุ่งนี้พี่คนโตจะได้ไปโรงเรียนไหม

สองร้อยแปดบาทที่เก็บกำไว้ในมือของ ม๊ะสีตียายอ ดือเระ กลายเป็นบทสนทนาที่ดิบร้าวและตลกร้ายยิ่งกว่าข่าวคราวภัยพิบัติและสงครามตะวันออกกลาง   

“ได้ปลาเยอะไหมนิ”

“ไม่ค่อยได้ ประชารัฐก็ไม่ได้อีก” ม๊ะยิ้มอ่อน 

“บางวันก็กินไข่ บางวันก็ไม่มีกิน” เธอไม่ละสายตาจากปลาถุงนั้น

สมัยก่อนตอนอายุ 19 ม๊ะยายอเคยทำงานในโรงงานปลากระป๋อง อยู่ฝั่งโน้น จากสาวโรงงานก็มาทำอาชีพประมงกับสามี รายได้ตกวันละ 100-200 บาท ยังต้องส่งลูกเรียนอีกสองคน วันไหนหาปลาขายไม่ถึงสองร้อยบาทพี่คนโตก็ต้องเสียสละให้น้องได้ไปโรงเรียน 

ส่วนลูกอีกสองคนของม๊ะยายอตอนนี้ไปขายแรงงานในมาเลเซียได้สักพัก บ้างก็ไปรับจ้างในร้านอาหารต้มยำกุ้งเดือนไหนมีเงินเหลือก็จะส่งเงินกลับมาบ้าง สามีม๊ะเพิ่งกลับมาออกเรือได้ 3 เดือนนี้มานี้หลังจากไม่ได้ออกทะเลมาปีกว่า เพราะชาวประมงรู้ดีว่า 3-4 เดือนโดยประมาณเป็นช่วงที่มีสัตว์น้ำน้อยมาก สามีม๊ะต้องหยุดออกทะเล ไปทำงานรับจ้างก่อสร้างอยู่นานนับปี 

“บางวันก็ไม่มีรายได้ รอลูกส่งเงินกลับมาจากมาเลฯ บางเดือนเขาก็ไม่เหลือเงินให้ส่งกลับมา” ม๊ะยายอกำกระดาษไว้แน่น ราวกับว่ามันคือทุกสิ่งทุกอย่างของวันพรุ่งนี้  

1 กิโลกรัม 6 ขีด “ได้ค่าแรงมา 8 บาท” แกระเบิดเสียงหัวเราะ

208 บาท ม๊ะคลี่แบงก์ร้อยออกมาทีละใบ  

“บางทีก็ได้ปลา บางทีก็ไม่ได้ ก็ไม่มีจะกิน” 

เสียงเครื่องยนต์ท้ายเรือกลายเป็นส่วนหนึ่งกับลมตะวันออกเช่นเดียวกับบังอิมรอนกับท้องทะเล เราออกเรือตั้งแต่ตะวันยังไม่ขึ้นจนเกือบบ่ายคล้อยยังนับเรือได้ไม่ถึง 30 ลำ “ช่วงนี้ไม่มีใครออกเล เลยเห็นเรือไม่เยอะ ช่วงที่เยอะก็สองสามร้อยลำ” ชาวประมงตะโกนเรียกให้เข้าไปใกล้ 

ไหนอวดหน่อย เราเอ่ยทัก  

“วันนี้กะได้ปลาสักสองสามร้อยบาท” 

ปลากระเบน แล้วนี่ปลาอะไรนิ 

ภาษาไทยไม่รู้เรียกอะไรแต่ภาษามาลายูเรียกว่า อีแกตาแม เป็นปลาทะเลที่ชาวเลในภาคใต้นิยมทำเป็นปลาแห้งเขาชี้ชวนไปทางกลุ่มเมฆก้อนนั้น “ช่วงนี้เป็นหน้ามรสุมเลยแหละ สัตว์น้ำก็จะน้อยกว่าทุกช่วง แต่เราจำเป็นต้องออกทะเล เพราะลูกต้องไปโรงเรียน แล้วเราก็ไม่มีจะกิน” หลังจากนั้นคือการรอที่ไม่รู้ว่าน้ำทะเลจะขึ้นเมื่อไหร่ บ้างก็รอจะหลับ ส่วนบังอิมรอนหย่อนเชือกลงไปอยู่หลายหน 

“มันตื้นมาก และลำบากมากด้วย” บังอิมรอนเล่าว่าตั้งแต่ขุดทรายรอบนั้น ทำให้เกิดปัญหามาจนถึงตอนนี้ แทนที่จะขุดลอกอ่าวเพื่อแก้ไขปัญหาการตื้นเขิน แต่กลับทิ้งไว้กลางอ่าว มันเปลี่ยนไปทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นกระแสน้ำ และความตื้นเขินของอ่าว ปกติมันมีปากอ่าวและก้นอ่าว ตะกอนก็จะไปที่ก้นอ่าว พอมีสันดอนทรายมากั้นตะกอนก็ไปไม่ถึง สัตว์น้ำก็ลดลงเรื่อย ๆ เขาเคยได้ปลาเยอะสุดพันกว่าต่อวัน แต่ทุกวันนี้สองร้อยก็ยากเต็มที 

รายได้ของครอบครัวม๊ะสีตียายอเฉลี่ยอยู่ที่ 100-200 บาท/วัน เพราะรู้ดีว่าหลายเดือนมานี้เป็นช่วงที่สัตว์น้ำหายากเต็มที

ต้องเอาทรายออกอย่างเดียว บังอิมรอนย้ำความต้องการของชาวบ้านคือต้องการให้เอาสันดอนทรายที่เอาไปทิ้งกลางอ่าว เอาออกไปให้หมดเพื่อกลับคืนสภาพเดิม “ขอแค่ให้มันเหมือนเดิม” บังหงาพยักหน้าคล้อยตาม การขุดลอกอ่าวปัตตานีอาจไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว แต่ไล่ลามถึงชีวิต เศรษฐกิจชุมชนและการศึกษาของลูกหลานรอบอ่าวปัตตานีที่วันนี้ยังวนลูปกับวงจรชีวิตพี่-น้องสลับกันเรียน จำนวนมากต้องหลุดจากระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยไม่ยินยอม

สำหรับม๊ะยายอความหวังเฉพาะหน้าอาจอยู่ที่ประชารัฐ แต่แล้วก็ต้องมาผิดหวังซ้ำ 

เจ้าหน้าที่เขาบอกว่าเรามีรถยนต์ เคยมีที่ไหนละ ไม่เคยมี ม๊ะแค่นเสียง ด้วยความคับข้องใจ

-2-

ความตายของอ่าวปัตตานี

“ไม่ใช่เพิ่งลำบาก แต่ลำบากมาโดยตลอด” 

ผมเป็นลูกชาวประมง เข้าใจดีเลยล่ะ (หัวเราะ) รศ.ดร. สุกรี หะยีสาแม อาจาย์ประจำสาขาวิชาวิทยาการเกษตรและประมง ม.อ. ปัตตานี เริ่มลงอ่าวปัตาตานีมาตั้งแต่ปี 2533 ตอนนั้นยังเป็นนักศึกษาและนักกิจกรรม หลังจบการศึกษา ปี 2540 เขาเริ่มเข้ามาทำงานกับอ่าวปัตตานีในรูปแบบของงานวิจัย ยิ่งได้ยิน และได้เห็นตัวเลขที่น่าตกใจ 1.3 ถึง 2 เซนติเมตรต่อปีอาจไม่เกินจริง

“ของในอ่าวไม่พอ” เขาได้ยินคำนี้มานานทั้งยังให้ความหมายอย่างง่ายว่า ปลาน้อย กุ้งน้อยมาตั้งแต่ปี 2533 ตั้งแต่เริ่มลงพื้นที่ก็เจอปัญหา “ของน้อย” ยุคนั้นชาวบ้านก็อยู่อย่างลำบาก มอเตอร์ไซค์สักคัน หรือแม้แต่ไฟไม่มีด้วยซ้ำ   

นอกจาก “น้ำมัน” แล้ว การอดทน “รอ”ก็เป็นต้นทุนหลักของประมงพื้นบ้านรอบอ่าวปัตตานี

“30 กว่าปีที่แล้วภาพเป็นแบบนั้น ปัญหาของชาวประมงก็ยังหาใช้ไม่พอ ของไม่มีในทะเลใน คล้าย ๆ กับตอนนี้และยังพบด้วยว่า คนส่วนใหญ่เริ่มออกไปทำงานที่มาเลเซีย ผู้หญิงบางส่วนก็ไปทำงานในโรงงานแปรรูปอาหารทะเล และคนแถวนั้นก็เรียนหนังสือน้อยมาก ๆ” 

ภาพเปรียบเทียบของคนในเขตอำเภอเมืองกับฝั่งยะหริ่ง อย่างหนึ่งคือการเข้าถึงการศึกษาในระดับมัธยมยังน้อยมาก ในทะเลเขาหาเช้ากินค่ำ อย่างมากก็อาจจะเก็บทองได้ปีละบาทนึง พอช่วงมรสุมก็เอาทองชุดนั้นไปจำนำ แค่ไม่ได้เก็บเป็นตัวเงิน แต่เก็บเป็นทองคำแทน สมัยนั้นธนาคารยังไม่รู้จักเลยมั้ง แต่ถ้าพูดถึงฐานทรัพยากรในตอนนั้นมีมากกว่าวันนี้เยอะ แต่ชาวประมงพื้นบ้านก็ยังลำบากอยู่ดี

ไม่ใช่เพิ่งลำบาก แต่ลำบากมาโดยตลอด เขาเปรียบเทียบให้เห็นว่า ภัยคุกคามวันนั้นกับวันนี้มันต่างกัน วันนั้นยังมีอวนรุนขนาดใหญ่ และอวนลากอยู่ในอ่าวเต็มไปหมดและเป็นเครื่องมือทำลายล้างทรัพยากร เพียงแต่ตอนนี้อวนรุนเรือใหญ่ อวนลากตอนนี้ก็หมดไปแล้ว มันหายไปโดยยาแรงของกฎหมายที่แรงขึ้น น่าจะประมาณ 15 ปีที่แล้ว เมื่อก่อนอวนลาก อวนรุนคือภัยคุกคามอันดับหนึ่ง ถึงกับมีเหตุยิงกันระหว่างเรือพาณิชย์กับชาวบ้าน ทำให้เกิดการลุกฮือของชาวบ้านเป็นครั้งแรกในการปกป้องทรัพยากรร่วมกัน 

หอยแครงที่เคยมีเมื่อ 15 ปีที่แล้ว กลายเป็นตำนานที่ถูกเล่าขานตามคำขวัญจังหวัดในอดีต “หอยแครงสด นกเขาดี ลูกหยีอร่อย” เพราะในอดีตหอยแครงเป็นสินค้าสำคัญของพื้นที่ ปัจจุบันเหลือไว้เพียงเรื่องเล่าในตำนาน

ส่วนภัยคุกคามจากโรงงานอุตสาหกรรม ในอดีตมี 20 โรงตอนนี้เหลือน้อยมาก ในความเห็นของรศ.ดร.สุกรี เชื่อว่าผลกระทบจากโรงงานอุตสาหกรรมอาจจะน้อยกว่าในอดีต คนที่เคยทำโรงงานช่วงแรก ตอนนี้คนเหล่านั้นก็ย้ายไปทำงานในมาเลเซีย กลายเป็นว่า ภัยคุกคามที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือความตื้นของอ่าวปัตตานี เพราะเครื่องมือประมงที่กล่าวมาข้างต้นมันถูกกดดันจากกฎหมายไม่ให้ใช้ในการจับสัตว์น้ำแล้ว มากกว่านั้นคือ น้ำในอ่าวมันตื้นมาก

อนุวัฒน์ เปาะมะ นายก อบต.แหลมโพธิ์ ยอมรับว่า 3 เรื่องที่เปราะบางที่สุดในพื้นที่ตอนนี้คือปัญหายาเสพติด ปัญหาสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ และที่สำคัญคือปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา เพราะทางบ้านมีฐานะยากจน บางทีพี่หยุด น้องไปโรงเรียน บางทีน้องหยุดพี่ไปโรงเรียน 

ทีมวิจัยของ รศ.ดร. สุกรี ทำวิจัยเรื่องอ่าวปัตตานีมาตั้งแต่ปี 2543-2565 จนได้ข้อค้นพบว่า น้ำในอ่าวปัตตานีจะลดลง 1.3-2 เซนติเมตรต่อปี คาดการณ์ว่าในอีก 20 ปีข้างหน้าอ่าวปัตตานีจะตื้นถึงครึ่งเมตร หรือราว 30 เซนติเมตร  

“ตอนนี้เฉลี่ยในอ่าว 1.5 เมตร มันลึกหน่อยที่ปากอ่าว 4-5 เมตร ยิ่งเข้าไปในอ่าวมาก ๆ จากฝั่งดาโต๊ะถึงบางปู บางฤดูไม่มีน้ำ ตื้นจนแห้ง จะมีบ้างแค่จังหวะน้ำขึ้น 30 เซน สัตว์น้ำใหญ่ ๆ ก็เข้าไปไม่ได้ ยกเว้นบางฤดูอาจจะมีเข้ามาบ้างอย่างช่วงฤดูน้ำหลาก ถ้า 40-50 ปีที่แล้วปลาโลมา ปลากะพงเข้าไปได้ ทุกวันนี้มันไม่เข้ามาในอ่าวฯ เพราะความตื้น กลายเป็นตะกอนอยู่ในอ่าวฯ ประกอบกับความเชี่ยวของน้ำก็น้อยลง ทำให้อ่าวฯ แคบลงไปอีก”

“ถ้าปล่อยไว้แบบนี้อนาคตมันจะเป็นป่าไปโดยปริยาย” เขาพูด

“มีโอกาสจะกลายเป็นทะเลสาบไหมคะ” ฉันสงสัย  

(กลั้วขำ) ผมว่าข้างในอ่าวมันจะกลายเป็นป่าก่อนจะเป็นทะเลสาบรึป่าวไม่รู้ แม้ตอนนี้ปากอ่าวปัตตานียังไม่ปิดแต่ข้างในอ่าวฯ มันตื้นขึ้นเรื่อย ๆ และป่าก็เริ่มขยายเข้ามาเรื่อย ๆ พอเป็นอย่างนี้ กุ้ง หอย ปูปลา ก็เริ่มหายไป

ถ้าพูดให้ชัดก็คือภัยคุกคามที่สำคัญตอนนี้คือความตื้นของอ่าวปัตตานี ส่วนปัจจัยจากมนุษย์เป็นเรื่องรองลงมา พอน้ำตื้นก็กลายเป็นน้ำร้อนด้วย เมื่อคราวที่อากาศร้อนในทะเลก็ร้อนมาก น้ำเค็มก็เข้ามายาก ทำให้ข้างในอ่าวมันจืด ปีนี้แปลกหน่อยที่น้ำเค็มเข้าไปมากกว่าทุกปี เพราะได้อานิสงส์มาจากฝนตกน้อย ทำให้น้ำจืดมีน้อย ฝนทิ้งช่วงนาน น้ำเค็มก็ดันเข้ามาทำให้สัตว์น้ำเค็มเริ่มเข้ามาบ้างทำให้ปีนี้เริ่มจับกุ้งได้ แต่ก็ไม่ได้มากนัก คุณลองไปถามดูก็แย่อยู่เหมือนเดิม บางครั้งแทบไม่มีเลย

ลองนึกภาพตามว่าตอนนี้อ่าวฯ ตื้นขึ้นเฉลี่ย 1.5 เมตรต่อปี 

“ตีว่าอีก 60 ปี อ่าวปัตตานีก็คงเป็นแผ่นดิน” พยักหน้า

ผมเป็นคนที่ทำงานกับทุนทรัพยากรยังต้องทำใจเลยว่า เขาจะพึ่งพาทรัพยากรในอ่าวฯ ต่อไปเหมือน 40 ปีที่แล้ว ไม่ได้อีกแล้ว แต่ถ้าบางหมู่บ้านยังมีพื้นที่ทะเลด้านนอกเขาก็สามารถใช้พื้นที่รอบอ่าวได้ ขณะที่พื้นที่ด้านในอ่าวฯ มีประมาณ 50 ตารางกิโลเมตร 

ย้อนกลับไปเมื่อ 15 ปีที่แล้ว รศ.ดร. สุกรี เคยสำรวจสัตว์น้ำที่ชาวบ้านจับได้ในแต่ละปี พบว่าในแต่ละปีชาวบ้านจะจับสัตว์น้ำในอ่าวประมาณ 130 กว่าล้านบาทในปี 2552 มาเทียบกับปี 2564 ชาวบ้านจะจับสัตว์น้ำในอ่าวประมาณ 23 ล้านบาท หายไปเยอะเลยนะ ในขณะที่เครื่องมือทำลายล้างหายไป อาจสะท้อนว่า ไม่มีของในอ่าว ในขณะที่นอกอ่าวปัตตานีปริมาณสัตว์น้ำยังพอได้เมื่อเทียบกับในอดีต ทำให้ชาวบ้านแถวดาโต๊ะ แถวตาโล๊ะสมิแลบางส่วน หรือบูดีบางส่วน ก็หันไปจับสัตว์น้ำในทะเลนอกแทน แต่ต้องใช้เรือใหญ่ ซึ่งก็ไม่ใช่ชาวประมงพื้นบ้านทุกคนจะทำได้ เพราะต้องใช้เรือขนาดใหญ่

แล้วจะอยู่กันยังไง ถามย้ำ รศ.ดร. สุกรีชี้ให้ดูตัวเลขจากการท่องเที่ยวเข้ามา 120-130 ล้านบาทต่อปี จำพวกค้าขายตามข้างทาง ไม่นับรวมรีสอร์ท จะเห็นว่ามันใกล้เคียงกับตัวเลขที่มันหายไป ซึ่งน่าจะช่วยหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจในชุมชนต่อไปได้ แต่สิ่งที่ยังเป็นแนวโน้มสำคัญคือผู้คนในพื้นที่ยังไหลไปมาเลเซียเหมือนเดิม 

“ถ้าเป็นคนรุ่นใหม่ อาชีพแรกที่เขาคิดได้คือไปมาเลฯ บ้างก็อาจจะไม่เรียนหนังสือแล้ว แต่ตอนหลังทางการมาเลเซีย เริ่มเข้มงวดเรื่องอายุของแรงงาน และใบอนุญาตแรงงานทำให้ยากขึ้น ประกอบกับค่าเงินริงกิตอ่อนค่าลง ทำให้คนกลุ่มนึงเริ่มเรียนหนังสือ และหันไปทำงานที่กรุงเทพฯ ภูเก็ต ระยอง บ้างก็ไปทำอาชีพ รภป. ไรเดอร์ แต่มันจะมีอีกกลุ่มนึงที่ไม่ได้จบม.6 จบแค่ ป.6 ก็ออกไปมาเลฯ ก็มีอยู่เหมือนกัน”

ถ้าเราโฟกัสไปที่ชาวประมง เราก็ต้องดูแลเขาต้องทำสองเรื่อง หนึ่ง ให้มีสัตว์น้ำให้จับ เช่นการฟื้นฟู เติมพันธุ์สัตว์น้ำ สอง ลดต้นทุนในการทำประมง เช่น ทำโครงการน้ำมันราคาพิเศษ เพื่อช่วยชาวประมงที่มีอยู่เดิมให้อยู่รอด นอกจากนี้ควรหาอาชีพทางเลือกให้กับคนในพื้นที่ให้มีทางเลือกใหม่ ๆ อย่างอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและการบริการเป็นรายได้เสริม “จับปลามันยาก จับคนมันง่ายกว่า” อย่างน้อยก็เกิดการจ้างงาน ตัวสำคัญคือ คนอนาคต ผมคิดว่าต้องเน้นแก้ปัญหาการศึกษาของเด็กรอบอ่าวปัตตานี

รศ.ดร. สุกรีเองก็เป็นลูกชาวประมง มีพื้นเพมาจากการหากุ้ง หาปลา หาหอยเดินเท้าเปล่า เสื้อไม่ใส่อยู่ในน้ำได้ทั้งวัน จะได้ไปโรงเรียนก็ต่อเมื่อหาปลาได้ ผมก็เคยมีสภาพแบบนั้น แล้วทำไมถึงเป็นเราแบบนี้ได้ เพราะเราเข้าสู่ระบบการศึกษา แล้วมันไม่ใช่การเข้าระบบการศึกษาที่อยู่ ๆ มันจะเข้าไปได้เองนะหนิง มันต้องมีกระบวนการ มันไม่บังเอิญ ดังนั้นคนรอบอ่าวฯ ต้องให้พวกเขาได้เข้าถึงระบบการศึกษาให้ได้ แล้วเขาจะมีอนาคต อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องพึ่งพาทรัพยากรในอ่าวฯ ในรูปแบบที่ใช้อวนใช้แหก็ได้ วันนึงเขาอาจจะใช้อ่าวฯ อีกรูปแบบนึงก็ได้ ที่สำคัญคือเราต้องมองเขาในระนาบเดียวกับคนในประเทศ ไม่ใช่คนชายขอบ ไม่ใช่เกิดมาเป็นลูกชาวประมงก็จะต้องเป็นชาวประมงต่อไป อีกส่วนหนึ่งรัฐควรส่งเสริมการท่องเที่ยวในหลากหลายรูปแบบให้เป็นแผนปฏิบัติการใหญ่ เพื่อสร้างงานสำหรับคนปัจจุบันและเตรียมคนสำหรับอนาคตได้ด้วย การเตรียมคนสัก 10 ปีก็เห็นผลแล้ว เพราะคาดการณ์ว่าในอีก 50 ปี อ่าวฯ จะกลายเป็นแผ่นดินทั้งหมด

ชาวบ้านเหวี่ยงแหจับสัตว์น้ำในบริเวณแหลมตาชี จุดสำคัญที่มีการสะสมตัวของทรายจนเป็นสันดอนยื่นออกไปในทะเล เกิดเป็นผืนดินงอก ระยะทางมากกกว่า 3 กิโลเมตร

เมื่อก่อนเรือประมงพื้นบ้าน 2,000-3,000 ลำในอ่าวปัตตานี ตอนนี้หายไปเยอะ เหลืออยู่ไม่ถึง 200 ลำ

“ตอนหนิงออกเลวันนั้น นับเรือได้สักกี่ลำล่ะ”

“30 กว่าลำได้มั้งคะ กว่าน้ำจะขึ้นก็ต้องรอไปอีก 2-3 ชั่วโมงหาไป 3 ชั่วโมงได้กุ้งอยู่ 5 ตัวมันไม่ใช่แค่อาชีพประมง แต่หมายถึงอาชีพที่เกี่ยวเนื่องอย่างช่างต่อเรือ”  

“เพราะไม่มีคนต่อเรือใหม่” เขาพึมพำ

ถ้าวันนี้ ‘ออกเล’ ได้สองร้อยบาทมันหมายความว่า พี่สาวต้องหยุดเรียน ถ้าภาครัฐ และท้องถิ่นแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงการศึกษาได้จริง ถึงแม้ม๊ะยายอจะหาปลาไม่ได้หรือไม่ได้สองร้อยบาทในวันนี้ ลูกหลานของม๊ะก็สามารถไปเรียนได้ หรือมากกว่านั้นคืออนาคตที่อาจจะดีกว่านี้ 

-3-

มาซา เดปัน(อนาคต)ที่ยังต้องสร้าง

ปากอ่าวอยู่ตรงนี้ เขาชี้ให้ดูว่าฝั่งโน้นน่ะ ลูสะมีแล 

ระหว่างทางเราขับผ่านถนนที่ถูกกัดเซาะชายฝั่งกว่า 700 เมตร ห่างออกไปจากถนนสายตะโละกาโปร์-บางมะรวด ก็พบการกัดเซาะชายฝั่งรุนแรงเกือบ 1,000 เมตรส่งผลให้ถนนบางช่วงสัญจรลำบาก เมื่อมาถึงหลายทาง— แหลมตาชี อนุวัฒน์ เปาะมะ นายก อบต.แหลมโพธิ์ เล่าว่าแผ่นดินมันงอกเพิ่มขึ้นตลอดทุกปี และปากอ่าวฯ ก็เริ่มแคบลง มีคลองสามสายและแม่น้ำปัตตานีมาบรรจบที่ปากอ่าวตรงนี้พอดี

“เมื่อก่อนหัวแหลมมันอยู่ตรงโน้น หลังจากสองสามปีมานี้มันงอกเพิ่มขึ้นมาถึงฝั่งโน้นเลยก็จะถึงปากอ่าวปัตตานีแล้ว ประชาชนเดือดร้อนเรื่องน้ำเข้า-ออก ทำให้สัตว์น้ำน้อยลง อยากให้กรมเจ้าท่ามาดูดทรายให้ลึกขึ้น ให้สัตว์น้ำสามารถไป-มาถึงกันในอ่าวปัตตานี”   

เรือสะพานปลาจะอยู่ฝั่งโน้น แล้วอธิบายต่อว่า สันดอนทรายมารวมอยู่ตรงจุดนี้ทำให้พื้นที่ตรงนี้มันงอกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ปีละหลายร้อยเมตร ปากอ่าวก็แคบและตื้นเขิน ขณะที่ชาวบ้านต้องพึ่งพาระบบนิเวศ น้ำขึ้น-น้ำลง อยากให้หน่วยงานของรัฐดูดทรายตรงนี้ให้กว้างขึ้นหน่อยเพื่อให้สัตว์น้ำเข้ามาได้ ชาวบ้านก็จะสามารถเลี้ยงชีพด้วยประมงพื้นบ้านได้ต่อไป 

“ผมคิดว่า ถ้าไม่ดูดทรายตรงจุดปากอ่าวให้กว้างขึ้น มันจะแคบลงเรื่อย ๆ โดยกำลังของงบฯ อบต.มันไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ทั้งหมด แต่อย่าไปขุดแบบเดิมมันซ้ำเติมปัญหาให้แย่กว่าเดิม” อนุวัฒน์พูด

แม้ชุมชนในอ่าวปัตตานีจะเป็นพื้นที่แรกในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศที่ประกาศและร่วมลงนาม ‘ธรรมนูญชุมชนด้านสภาพภูมิอากาศ’ หรือ ‘ธรรมนูญชุมชนตำบลแหลมโพธิ์’ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับท้องถิ่น ภายใต้โครงการ Climate Finance Network (CFN) ของสหประชาชาติ (UNDP) ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุน 82.5 ล้านบาท จากสำนักงานการต่างประเทศและการพัฒนาแห่งสหราชอาณาจักร ถ้าจะแก้ปัญหาทั้งระบบต้องแก้อย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะปัญหามันใหญ่กว่างบ 82.5 ล้านบาทอย่างแน่นอน แต่ถ้าไม่แก้ไขอะไรเลย สัตว์น้ำจะสูญพันธุ์ ควรทำประชาพิจารณ์ชาวบ้านต้องการแบบไหน ช่วยกันเสนอแนะเรื่องการขุดลอกปากอ่าวฯ ให้ลึก และเอาทรายไปบริหารจัดการที่อื่นต้องวางแผนให้ชัดเจน ถ้าอยู่อย่างนี้ชาวบ้านก็เดือดร้อน ผลกระทบจะยิ่งขยายวงกว้างขึ้น 

“โอกงปากับ” หรือการมีส่วนร่วมในภาษามลายูอาจจะไม่ใช่แค่คำศัพท์ในพจนานุกรม หากแต่มีอยู่จริง?  

แล้วรูปธรรมของธรรมนูญชุมชนคืออะไร ฉันถามอย่างไม่เข้าใจ  

ผมไม่รู้นะ ลึก ๆ ผมว่าการลงพื้นที่มาทำกิจกรรมเพียงอย่างเดียว ….แล้วออกข่าวไป คำพูดก็สวยแหละ แต่ในทางปฏิบัติจะเป็นอย่างไร (นิ่งคิด) 

วาทะกรรมคำพูดของแต่ละคนสวยงามมากเลย แต่จะดีขึ้นไหมผมไม่รู้ เขาพูด 

แม้เรือเล็กจะออกจากฝั่งน้อยลง แต่ช่างต่อเรือก็ยังขมักเขม้นกับการตีกาบเรือให้สูงขึ้น เพื่อหวังว่าเรือจะออกทะเลได้ไกลขึ้น 

แม้จะรู้จักเรือแทบทุกลำ ไม้ทุกท่อน อุสมานย่อมรู้จักอ่าวปัตตานีเป็นอย่างดี ราวกับไม่เคยจากบ้านเกิดไปไหน เขาเพ่งลึกเข้าไปในหน้าปัดนาฬิกาอาจไม่ได้บอกเวลา “ปัจจุบัน” แต่สลักสำคัญกับ “อนาคต” ในโมงนั้นเขาตระหนักได้ว่า “อ่าวปัตตานี” ไม่ใช่แค่อดีต ไม่ใช่แค่กุ้ง หอย ปูปลา หรือการสืบทอดทางสายเลือด แต่คือมาซา เดปัน(อนาคต)ที่ยังต้องสร้างร่วมกัน 

อย่างน้อยก็เผชิญหน้ากับความจริง 

…ไม่ใช่การหนีไปมาเลฯ อุสมานว่า 

ภัทราภรณ์ ศรีทองแท้
Authorภัทราภรณ์ ศรีทองแท้

การเขียนคือกิริยาสากล

จันจิรา ทาใบยา
Photographerจันจิรา ทาใบยา
ภัทราภรณ์ ศรีทองแท้
Photographerภัทราภรณ์ ศรีทองแท้

การเขียนคือกิริยาสากล

TAGS
Climate Crisisชาวประมงลาโอะ ดาแลวิกฤติการศึกษาวิกฤติสภาพอากาศอ่าวปัตตานีเด็กหลุดนอกระบบ

table of contents

  1. 01ถ้าแตกูไม่ได้ต่อเรือ ชาวประมงไม่ได้ออกเล
  2. 02ความตายของอ่าวปัตตานี
  3. 03มาซา เดปัน(อนาคต)ที่ยังต้องสร้าง

recommended for you

ใบสั่งยารักษาโรค (ไม่) หลับ
ใบสั่งยารักษาโรค (ไม่) หลับ
กำกับสารเคมีอันตราย หนึ่งสิ่งที่หล่นหายจากสนธิสัญญาพลาสติก 
กำกับสารเคมีอันตราย หนึ่งสิ่งที่หล่นหายจากสนธิสัญญาพลาสติก 
บันไดเลื่อนชั้นทางสังคมที่พังทลาย
บันไดเลื่อนชั้นทางสังคมที่พังทลาย
ไทยพีบีเอส สสส.ต้องเป็น ‘สาธารณะ’ เพื่อสิทธิและความเป็นธรรมของ ‘ประชาชน’
ไทยพีบีเอส สสส.ต้องเป็น ‘สาธารณะ’ เพื่อสิทธิและความเป็นธรรมของ ‘ประชาชน’
สะสมทุนบนหลังคน
สะสมทุนบนหลังคน

Related Story

วิทยาศาสตร์การกินที่จะตัดสินมนุษยชาติ Environment

วิทยาศาสตร์การกินที่จะตัดสินมนุษยชาติ 

อิ่ม อร่อยมื้อนี้ที่ทิ้งรอยเท้าทางคาร์บอนไว้ มันทั้งซับซ้อนและใกล้ตัว โดยเฉพาะจานอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนจากสัตว์ที่มาพร้อมกับต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมที่สูงตามไปด้วย
วิภาพร วัฒนวิทย์READ MORE
‘นกไร้บ้าน’ สัญญาณของการพัฒนาที่ยังทิ้งธรรมชาติไว้ข้างหลังEnvironment

‘นกไร้บ้าน’ สัญญาณของการพัฒนาที่ยังทิ้งธรรมชาติไว้ข้างหลัง

ถ้าเวียงหนองหล่มสะท้อนวิกฤตของพื้นที่ชุ่มน้ำในแผ่นดิน กรณีปากทะเล จังหวัดเพชรบุรี ก็กำลังสะท้อนแรงกดดันอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศชายฝั่งที่มีความสำคัญระดับโลก ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจอาจไม่มีความหมายอะไรเลย
ดร.เพชร มโนปวิตรREAD MORE
กำกับสารเคมีอันตราย หนึ่งสิ่งที่หล่นหายจากสนธิสัญญาพลาสติก Environment

กำกับสารเคมีอันตราย หนึ่งสิ่งที่หล่นหายจากสนธิสัญญาพลาสติก 

สนธิสัญญาพลาสติกหมือนเริ่มติดกระดุมใหม่ให้ถูก แต่การเปลี่ยนแปลงเนื้อหาหรือเป้าหมายในร่างเจรจาสนธิสัญญา อาจทำให้ข้อตกลงร่วมกันระหว่างประเทศ กลายเป็นเพียงพิธีการ?
ณัฐณิชา มีนาภาREAD MORE