REVENGE QUITTING ล้างแค้นด้วยการลาออก | เศรษฐกิจน่ารู้
รู้จัก REVENGE QUITTING ล้างแค้นด้วยการลาออก
ปรากฏการณ์ REVENGE QUITTING หรือ "การล้างแค้นด้วยการลาออก" กำลังเป็นเทรนด์ใหม่ในวงการทำงานปี 2025 ที่นับได้ว่าเป็นการพลิกผันครั้งสำคัญจากปี 2024 ที่ผ่านมา ที่นายจ้างเป็นฝ่ายปลดพนักงานออกจำนวนมาก แต่ปีนี้กลับกลายเป็นว่า พนักงาน เป็นฝ่ายชิงลาออกจากบริษัทก่อนที่จะถูกไล่ออก
ยุค COVID-19 จุดเริ่มของ REVENGE QUITTING
REVENGE QUITTING มีรากเหง้ามาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่สร้าง "นิวนอร์มอล" ในการทำงาน ช่วงนั้นพนักงานเคยชินกับรูปแบบการทำงาน Work from Home ซึ่งให้ความยืดหยุ่นสูงในการจัดการชีวิต เมื่อการระบาดจบลง บริษัทต่างเรียกพนักงานกลับมาทำงานที่ออฟฟิศ โดยมองว่าการทำงานที่สำนักงานมีประสิทธิภาพสูงกว่า ความขัดแย้งจึงเกิดขึ้นระหว่างความต้องการของพนักงานที่ต้องการความยืดหยุ่น กับความต้องการขององค์กรที่ต้องการการควบคุมและประสิทธิภาพ
เมื่อฝั่งพนักงานต้องการ ตารางเวลาที่ยืดหยุ่น ค่าตอบแทนที่ดีขึ้น ให้ความสำคัญกับความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว แต่ขณะที่ ฝั่งนายจ้างมองว่า ธุรกิจต้องมาก่อนเสมอ การทำงานที่ออฟฟิศให้ประสิทธิภาพสูงกว่า และพนักงานต้องปรับตัวตามความต้องการองค์กร
ความแตกต่างในมุมมองนี้เองที่นำไปสู่ปรากฏการณ์ REVENGE QUITTING หรือ พนักงานลาออก เพื่อ "ล้างแค้น" บริษัทที่ไม่ตอบสนองความต้องการ
สัญญาณเตือนของ REVENGE QUITTING ที่นายจ้างต้องเฝ้าระวัง
- ความไม่โปร่งใสในการเลื่อนตำแหน่ง เมื่อเศรษฐกิจไม่ดี พนักงานลาออก มักเกิดจากความรู้สึกถูกมองข้ามในการเลื่อนตำแหน่ง และขาดโอกาสในการเติบโตทางอาชีพ
- รู้สึกเป็นเพียงฟันเฟืองในเครื่องจักร เมื่อพนักงานมองว่าตัวเองเป็นเพียงฟันเฟืองตัวหนึ่ง ไม่มีความหมายต่อการเดินหน้าขององค์กร พวกเขาจะขาดแรงจูงใจและมองหาโอกาสใหม่
- ความขัดแย้งที่ไม่ได้รับการแก้ไข หากองค์กรมีความขัดแย้งที่ลุกลาม ขาดการสื่อสารที่ดี และไม่มีความพยายามแก้ไขปัญหา วัฒนธรรมการทำงานจะเป็นพิษ นำไปสู่ REVENGE QUITTING
- ไม่เต็มใจทำงานนอกขอบเขต เมื่อพนักงานเริ่มถอยห่างจากงานที่ไม่ได้ระบุใน Job Description และไม่เต็มใจทำงานเพิ่มเติม นั่นเป็นสัญญาณเตือนที่ต้องเฝ้าระวัง
จับเข่าคุยกัน ลดการ REVENGE QUITTING
ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าการสื่อสารโดยตรงสำคัญมาก ลูกน้องมีปัญหาอะไรอึดอัด ควรพูดคุยกับหัวหน้างานตามตรง บอกกับหัวหน้าทันทีเมื่อรู้สึกหมดไฟหรืออึดอัด เพื่อหาทางแก้ไขร่วมกัน รวมไปถึงดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของตัวเองให้มีความสมดุลไปด้วย ขณะเดียวกัน องค์กรก็สามารถป้องกัน REVENGE QUITTING ด้วยการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้ความสำคัญกับความสมดุลในการทำงานด้วย จึงจะสามารถ แก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ และเดินหน้าอย่างมีความสุขร่วมกันทุกฝ่าย
บทสรุป
REVENGE QUITTING เป็นผลมาจากการสะสมความไม่พอใจจากยุคโควิด19 และการจัดการที่ไม่เหมาะสมในปี 2024 หากทั้งองค์กรและพนักงาน ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างตรงไปตรงมา เข้าใจความต้องการของกันและกัน และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี ก็สามารถป้องกัน ปรากฏการณ์ REVENGE QUITTING ได้ ทำให้ทุกฝ่ายสามารถร่วมมือกันและเดินหน้าไปอย่างมีความสุข
นายจ้างควรใส่ใจสัญญาณต่าง ๆ และเปิดใจรับฟังความต้องการของพนักงาน ขณะที่พนักงานก็ควรสื่อสารอย่างเปิดเผยเมื่อเจอปัญหา เพื่อหาทางออกร่วมกันแทนที่จะใช้วิธี REVENGE QUITTING ที่อาจสร้างความเสียหายแก่ทุกฝ่าย
ติดตามสาระเศรษฐกิจใกล้ตัว กับ "เฮียวิทย์" วิทย์ สิทธิเวคิณ ในรายการเศรษฐกิจติดบ้านได้ทาง www.thaipbs.or.th/Economics101


























































