คนจีนเดินเตะฝุ่นพุ่ง วัยทำงานตกงานหนักสุด | เศรษฐกิจน่ารู้
ตลาดแรงงานจีนในปี 2025: เมื่อคนจีนตกงานมากขึ้น
ปี 2025 ไม่เพียงแต่เป็นปีแห่งความท้าทายของเศรษฐกิจมหภาคของจีนเท่านั้น แต่ยังเป็นปีที่สร้างความยากลำบากอย่างมากสำหรับผู้ที่กำลังหางาน สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของภาวะเศรษฐกิจจีนที่ส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงานอย่างต่อเนื่อง
วิกฤตเศรษฐกิจที่ยาวนาน
เศรษฐกิจจีนเผชิญความท้าทายมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สถานการณ์โควิด-19 เริ่มต้น แม้จะมีการปลดล็อกมาตรการควบคุมโรคระบาดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนไม่สามารถกลับมาสู่ระดับเดิมได้ จากอดีตที่เคยเติบโตในอัตราสองหลักหรือเกือบ 10% ในช่วงทศวรรษ 2000 กลายเป็นเพียง 5% ในสองปีที่ผ่านมา
การชะลอตัวของการเติบโตทางเศรษฐกิจนี้ส่งผลโดยตรงต่อนโยบายการจ้างงานของบริษัทต่างๆ ในจีน หลายองค์กรต้องปรับกลยุทธ์และลดการจ้างงานพนักงานใหม่ลง เพื่อรับมือกับสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน
ข้อมูลตลาดแรงงานที่น่าวิตก
ตามข้อมูลจากบริษัทจัดหางาน หลี่ผิน ในไตรมาสแรกของปี 2025 มีบริษัทจีนเพียงประมาณ 30% เท่านั้นที่มีแผนการเพิ่มกำลังคน ซึ่งลดลงจากระดับ 39.3% ในปีที่แล้ว แม้ว่าตลาดงานจะมีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสสุดท้ายของปี 2024 แต่ยังคงมีบริษัทเกือบ 20% คือ 19.08% ที่มีแผนลดจำนวนพนักงานในปีนี้
สิ่งที่น่าสังเกตคือ หลังจากเทศกาลตรุษจีนซึ่งตามปกติจะเป็นช่วงที่บริษัทต่างๆ เริ่มต้นจัดหาพนักงานใหม่ แต่ปีนี้กลับพบว่าหลายองค์กรเลือกที่จะลดค่าใช้จ่ายและปรับลดพนักงานแทน
มาตรการลดต้นทุนที่เข้มงวด
ในสภาวะที่ยอดขายไม่เฟื่องฟูเหมือนยุครุ่งเรืองของจีน องค์กรต่างๆ จำเป็นต้อง "รัดเข็มขัด" ด้วยการใช้มาตรการประหยัดที่หลากหลาย บางบริษัทตัดสินใจระงับโบนัสปลายปีและลดเงินเดือนพนักงาน ขณะที่บางแห่งยกเลิกงานเลี้ยงปลายปี โดยนำงบประมาณเหล่านี้ไปจ่ายเป็นโบนัสแทน
ธุรกิจขนาดเล็กและธุรกิจที่มีสายป่านสั้นต้องเผชิญปัญหาหนักหน่วงมากที่สุด เนื่องจากไม่สามารถจ้างงานคนได้ สะท้อนจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (PMI) ที่หดตัวต่ำกว่า 50 ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคการผลิตกำลังหดตัว
แสงสว่างในความมืดมิด
อย่างไรก็ตาม ยังมีธุรกิจจีนบางประเภทที่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ นั่นคืออุตสาหกรรมที่จีนทำการค้าขายกับต่างประเทศ ที่ยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
หนึ่งในตัวอย่างที่น่าประหลาดใจคืออุตสาหกรรมภาพยนตร์ ความสำเร็จของภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง "นาจา" ที่สร้างรายได้ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับต้นทุนเพียง 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์จีนเติบโตและมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น
อุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ยังมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น ได้แก่ อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า โรโบติกส์ และอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน ทั้งนี้ รายงานของหลี่ผินระบุว่า มีบริษัท 15.05% ที่มีแผนการจ้างงานพนักงานในต่างประเทศเพิ่มขึ้น
แผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
รัฐบาลจีนมีแผนทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตเกินระดับ 5% หากมองย้อนกลับไปในช่วงก่อนโอลิมปิกปักกิ่งในทศวรรษ 2000 เศรษฐกิจจีนเติบโตกว่า 10% หลังจากนั้นลดลงเป็น 9-8% แต่หลังสถานการณ์โควิด-19 การบรรลุเป้าหมาย 5% กลับกลายเป็นเรื่องยากลำบาก
การตั้งเป้าหมายการเติบโต 5% อีกครั้งในปีนี้ถือเป็นความท้าทายใหญ่ ซึ่งอาจส่งผลให้บริษัทจีนไม่สามารถจ้างพนักงานเพิ่มได้ หรือแม้กระทั่งอาจต้องปรับลดพนักงานลงอีก
ปัจจัยภายนอกและความหวังใหม่
สถานการณ์การแข่งขันทางการค้าโลกเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการหดตัวของตลาดแรงงานจีน อย่างไรก็ตาม ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี การเกิดขึ้นของ DeepSeek ซึ่งเป็นปัญญาประดิษฐ์สัญชาติจีน อาจสร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกและเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ให้กับเศรษฐกิจจีนในภาคส่วนเทคโนโลยี
รับชมรายการเศรษฐกิจติดบ้าน ได้ในรายการวันใหม่วาไรตี้ วันจันทร์ – พฤหัสบดี เวลา 8.00 - 10.00 น. ทางไทยพีบีเอส หรือชมทุกตอนได้ทาง https://www.thaipbs.or.th/program/Economics101


























































