decode Thai PBS
Futurism
  • Journalism
  • Education
  • Sustainability
  • Workers/Economy
  • Human Rights
Democracy
  • Crack Politics
  • Peaceful
Conflict Resolution
  • Justice
  • Environment
  • Inequality
  • Welfare state
  • New World Order
Life Matters
  • Gender & Sexuality
  • Human & Society
  • Play Read
  • Young Spirit
Media
  • Documentary
เข้าสู่ระบบ
decode Thai PBS
    • ดูทั้งหมด
    • Journalism
    • Education
    • Sustainability
    • Workers/Economy
    • Human Rights
    • ดูทั้งหมด
    • Crack Politics
    • Peaceful
    • ดูทั้งหมด
    • Justice
    • Environment
    • Inequality
    • Welfare state
    • New World Order
    • ดูทั้งหมด
    • Gender & Sexuality
    • Human & Society
    • Play Read
    • Young Spirit
    • ดูทั้งหมด
    • Documentary

ขนาดตัวอักษร

decode Thai PBS

สำนักเครือข่ายสื่อสาธารณะ

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS)

PRIVACY POLICY / TERM OF USE

รู้จัก DE/CODE

De/Code คือใครติดต่อเรา

Follow DE/CODE

Copyright © 2026 Decode Thai PBS. All rights reserved.

accessibility

ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างข้อความ
ปรับสีสำหรับตาบอดสี
‘พวกเราจะซวยกันหมด’ บังแกนเปิดแผลร่างกม.คุมเอ็นจีโอ หลายคำยังกำกวมและละเมิดสิทธิสุดซอย
Environment

‘พวกเราจะซวยกันหมด’ บังแกนเปิดแผลร่างกม.คุมเอ็นจีโอ หลายคำยังกำกวมและละเมิดสิทธิสุดซอย

พริม มณีโชติพริม มณีโชติ23 พ.ค. 2565 18:00
Share on

“เหตุผลความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อให้การดำเนินงานขององค์กรไม่แสวงหากำไรในราชอาณาจักรสามารถดำเนินการไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ และมีความโปร่งใส ตลอดจนการรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน”

นี่คือถ้อยคำเปิดหัวของพระราชบัญญัติการดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร หรือ “พรบ.ควบคุมการรวมกลุ่ม” ชื่อเล่นที่ถูกตั้งให้กับกฎหมายอีกฉบับที่ออกมาเงียบ ๆ ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

De/code ชวนผู้อ่านร่วมกันชำแหละว่ามีอะไรซ่อนอยู่ในเนื้อความ “เพื่อประโยชน์สาธารณะ และมีความโปร่งใส ตลอดจนการรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน”

กับ สมบูรณ์ คำแหง หรือ บังแกน นักพัฒนาเอกชนที่เคลื่อนไหวในประเด็นสิ่งแวดล้อม สิทธิชุมชน โดยคู่ต่อสู้ของเขาไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือนายทุนและรัฐบาล

“เรามีกฎหมายจำนวนมากที่ใช้ตรวจสอบและควบคุมการรวมกลุ่มของประชาชนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นพ.ร.บ.ป้องกันการฟอกเงิน กฎหมายประมง ทรัพยากรทางทะเล แร่ เงื่อนไขต่าง ๆ ในการจดทะเบียนตั้งเป็นมูลนิธิ สมาคมก็เข้มงวด เราถูกตรวจสอบควบคุมจากกฎหมายตัวอื่นอยู่แล้ว

เราไม่ได้ปฏิเสธการตรวจสอบ แต่เราปฏิเสธการละเมิดสิทธิเท่านั้นเอง

  • สมบูรณ์ คำแหง

บังแกนชี้ให้ดูแผลขนาดใหญ่บนร่างกฎหมายฉบับนี้ที่มันชัดเจนมาก

มาตรา 6 ที่มาของคณะกรรมการ ที่จะมีอำนาจสั่งห้ามการรวมกลุ่มของพวกเราทุกคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานกรรมการ มีกรรมการโดยตำแหน่ง 6-7 คน จากกระทรวงต่าง ๆ เช่น กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย รมต.ตั้งตัวแทนจากกลุ่มที่รวมตัวกันมาเป็นกรรมการ อายุต้องมากกว่า 35 ปี ไม่เกิน 7 คน รวมทั้ง รมต.แต่งตั้ง ผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่เกิน 4 คน 

สรุปคือเราจะมีกรรมการทั้งหมด ไม่เกิน 19 คน รวมรมต. และทั้งหมดนี้ มาจากรมต.แต่งตั้ง ต่อให้เป็นตัวแทนจากภาคประชาสังคม ก็ต้องได้รับการแต่งตั้งจากรมต.

ความน่าสนใจมากไปกว่านั้น คือคณะกรรมการชุดนี้ ซึ่งได้รับอำนาจจากฝ่ายบริหาร สามารถยุติการรวมกลุ่มของประชาชนได้โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการศาล

“สิ่งที่คนออกกฎหมายฉบับนี้ทำ (รัฐบาล) คือการท้าทายอำนาจประชาชนทั้งประเทศ คนที่ทำอะไรแบบนี้ เขาแค่ลุแก่อำนาจเท่านั้นเอง” บังแกนกล่าว

บังแกนค่อย ๆ ไล่นิ้วไปยังจุดที่เป็นปัญหา ก่อนจะชี้ร่องรอยที่น่าสงสัยอีกจุดหนึ่ง คำคำนี้ดูกำกวม ตีความได้กว้างขวาง และไม่แน่นอน นั่นคือคำว่า “องค์กรไม่แสวงหากำไร”

  • ภาพจาก: ขบวนต่อต้านร่างกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มของประชาชน
  • ภาพจาก: ขบวนต่อต้านร่างกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มของประชาชน

มาตรา 3 “องค์กรไม่แสวงหากำไร” หมายความว่า คณะบุคคลภาคเอกชนซึ่งรวมกลุ่มกัน จัดตั้งในรูปแบบใด ๆ ที่มีบุคคลร่วมดำเนินงานเพื่อจัดทำกิจกรรมต่าง ๆ ในสังคม โดยไม่มุ่งแสวงหากำไรมาแบ่งปันกัน แต่ไม่รวมถึงการรวมกลุ่มของคณะบุคคลเพื่อดำเนินกิจกรรมเป็นการเฉพาะคราว หรือดำเนินกิจกรรมเฉพาะเพื่อประโยชน์ของคณะบุคคลนั้น หรือพรรคการเมือง 

อ่านมาถึงตรงนี้ พวกเราหลายคนอาจเริ่มคิดถึงกิจกรรมที่ชอบรวมตัวกันทำกับเพื่อนฝูงในบ่ายวันหยุด คืนวันศุกร์ หรือพักเที่ยงในวันทำงานอย่างกังวลใจมากขึ้น

กลุ่มคนรักหนังจัด event ฉายหนังเพื่อต่อต้านสงครามในยูเครน คุณอาจโดนปรับ 500,000 บาท เพราะกิจกรรมของกลุ่มคุณกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

กลุ่มคนรักอาหารออร์แกนิกที่ชื่นชอบการเก็บเมล็ดพันธุ์ในท้องถิ่นไว้ปลูกกินเอง ต่อต้านการใช้สารเคมีในประเทศ คุณอาจโดนปรับ 500,000 บาท เพราะกิจกรรมของกลุ่มคุณกระทบต่อความมั่นคงของเศรษฐกิจ

เพื่อนของคุณเป็น LGBTQ+ คุณและเพื่อน ๆ ช่วยกันรณรงค์ให้พวกเขาได้จดทะเบียนสมรส ได้อยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย คุณอาจโดนปรับ 500,000 บาท เพราะกิจกรรมของกลุ่มคุณกระทบต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน

โรงงานที่ญาติคุณทำอยู่ไม่จ่ายค่าจ้างสักทีและเหมือนเตรียมจะลอยแพคนงาน การใช้สิทธิประท้วงตามรัฐธรรมนูญ ย่อมไม่ตรงกับนิยาม “ความสงบ” แน่นอน

รวมกลุ่มเล่นบอร์ดเกมที่เนื้อหาแปลกใหม่ แฟนด้อมเกาหลีที่โอนเงินสนับสนุนประเด็นที่พวกเขาเชื่อ คุณลุงคุณป้าที่เชื่อในสมุนไพรทางเลือก ทุกคนอาจโดนปรับ 500,000 บาท เพราะกิจกรรมของกลุ่มคุณไปขัดต่อ “ความมั่นคง” ของรัฐ

เราอาจเริ่มเข้าใจมากขึ้น ว่าทำไมบังแกนถึงบอกว่านี่คือการละเมิดสิทธิของประชาชน

  • ภาพจาก: ขบวนต่อต้านร่างกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มของประชาชน

สิทธิในการรวมกลุ่มมีบัญญัติไว้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญ กฎหมายสูงสุดของประเทศ ดูเหมือนว่ากฎหมายที่อยู่ตรงหน้าเราจะไม่ใช่แค่ตัดระบบศาลออกจากสมการ แต่ยังเพิ่มอำนาจให้ฝ่ายบริหารอย่าง รมต.สักคน แต่กฎหมายฉบับนี้ ยังขัดต่อกฎหมายสูงสุดเองอีกด้วย

แต่นี่ ยังไม่ใช่จุดพีคที่สุดของเรื่องราว

บังแกนเล่าให้ฟังว่า ก่อนที่เราจะมาเจอร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ แกทำงานขับเคลื่อนประเด็นต่อต้านท่าเรือน้ำลึกที่ปากบารามาก่อน (ใช่แล้ว ใกล้ ๆ แหล่งดำน้ำสวยติดอันดับอย่างหลีเป๊ะนั่นเอง) ตอนนั้นมีทุนใหญ่ในพื้นที่เข้ามาเกี่ยวข้องเป็นผู้เล่นคนสำคัญในเกมนี้

“ถ้าใครตั้งคำถาม ก็กลายเป็นแกะดำกันทั้งนั้น” บังแกนพูดยิ้ม ๆ

ในตอนนั้นบังแกนและคนอื่น ๆ ช่วยกันชักชวนชาวบ้านรวมกลุ่มพูดคุย ระดมประเด็น ตั้งคำถาม เพื่อที่จะหาทางออกร่วมกัน สิ่งที่เกิดขึ้นต่างไปจากการเมืองแบบเก่า ที่แค่เข้าไปคุยกับหัวคะแนนเท่านั้นอย่างสิ้นเชิง นี่คือการกำหนดอนาคตของตัวเอง ที่ชาวบ้าน ที่เจ้าของพื้นที่มีตัวตนจริง ๆ

ภาพคนในชุมชนที่พยายามปกป้องท้องถิ่นของตัวเอง จากการลงทุนท่าเรือน้ำลึกจะไม่มีทางเกิดขึ้น ถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่าน เพราะอาจถูกตีความว่าขัดความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ

หลังจากนั้นไม่นาน บังแกนได้ร่วมขับเคลื่อนในประเด็นคัดค้านนิคมอุตสาหกรรมที่จะนะ เป็นจุดที่ทำให้คนทำงานภาคประชาสังคม GEN X ได้ทำความรู้จักกับเยาวชนนักเคลื่อนไหว GEN Z 

“คนรุ่นใหม่ พรรคการเมืองใหม่ ๆ ทำให้เราเห็นว่าการขับเคลื่อนจากข้างล่างขึ้นบนมันเป็นไปได้ เป็นการเมืองแบบใหม่ ท่าทีใหม่ แตะเรื่องโครงสร้างเครือข่ายอำนาจ ได้เติมเต็มช่องว่างกะเทาะความคิด มันทำให้เราได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน ซึ่งไม่มีทางเกิดขึ้นเลย ถ้าพรบ.ฉบับนี้คลอดออกมา”

  • ภาพจาก: ขบวนต่อต้านร่างกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มของประชาชน

กฎหมายฉบับนี้จะปิดกั้นสิ่งที่กำลังงอกงาม มันเกิดขึ้นมาเพราะความหวาดกลัว กลัวที่จะเสียอำนาจ กลัวแม้กระทั่งการเคลื่อนไหวของเด็ก ของชาวบ้านที่เขาต้องการจะปกป้องบ้านเกิดของพวกเขา

พรบ.ควบคุมการรวมกลุ่มตัวนี้จะไม่ใช่ฉบับเดียว และฉบับสุดท้าย

ถ้านี่เป็นการฆาตกรรม นี่อาจเป็นแค่ศพแรก ไม่ใช่ศพสุดท้ายหรืออาจเป็นฆาตกรรมต่อเนื่อง

  • ภาพจาก: ขบวนต่อต้านร่างกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มของประชาชน

อ้างอิงข้อมูลจาก
– Facebook Page No NPO Bill
– บันทึกหลักการและเหตุผล ประกอบร่างพระราชบัญญัติการดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร
– Facebook Somboon Khamhang

พริม มณีโชติ
Authorพริม มณีโชติ

นักเล่าเรื่องที่ฟังเก่ง คนใต้ที่กินเผ็ดไม่ได้ รักบทสนทนา แมว และคนตลก

TAGS
Storyการรวมกลุ่มพ.ร.บ.ควบคุมประชาสังคมสมบูรณ์ คำแหงเสรีภาพประชาชน

recommended for you

บันไดเลื่อนชั้นทางสังคมที่พังทลาย
บันไดเลื่อนชั้นทางสังคมที่พังทลาย
ไทยพีบีเอส สสส.ต้องเป็น ‘สาธารณะ’ เพื่อสิทธิและความเป็นธรรมของ ‘ประชาชน’
ไทยพีบีเอส สสส.ต้องเป็น ‘สาธารณะ’ เพื่อสิทธิและความเป็นธรรมของ ‘ประชาชน’
สะสมทุนบนหลังคน
สะสมทุนบนหลังคน
น้ำหลาก กากโผล่! สุสานมลพิษที่รัฐมองการลงทุนคุ้มกว่าชีวิตประชาชน
น้ำหลาก กากโผล่! สุสานมลพิษที่รัฐมองการลงทุนคุ้มกว่าชีวิตประชาชน
(ปฏิรูป)สื่อสาธารณะ ในเครื่องหมายวงเล็บที่ ‘วันชัย’ ตอบ ‘อธึกกิต-สฤณี’ ถาม ‘ความโปร่งใส-ระบบอุปถัมภ์’
(ปฏิรูป)สื่อสาธารณะ ในเครื่องหมายวงเล็บที่ ‘วันชัย’ ตอบ ‘อธึกกิต-สฤณี’ ถาม ‘ความโปร่งใส-ระบบอุปถัมภ์’

Related Story

น้ำหลาก กากโผล่! สุสานมลพิษที่รัฐมองการลงทุนคุ้มกว่าชีวิตประชาชนEnvironment

น้ำหลาก กากโผล่! สุสานมลพิษที่รัฐมองการลงทุนคุ้มกว่าชีวิตประชาชน

น้ำท่วมครานี้ ทำให้ภัยพิบัติแก้ยากและซับซ้อนมากขึ้น แต่คงไม่มีอะไรจะวิบัติไปกว่าการที่ปัญหาอยู่ตรงหน้า แต่รัฐบาลและครม. ยังยืนยันที่จะเสนอนโยบายให้ปัญหานี้บานปลายและควบคุมได้ยากกว่าเดิม
นทธร เกตุชูREAD MORE
มลพิษไร้พรมแดน ผู้แบกรับธรรมาภิบาลแร่คือประชาชน?Environment

มลพิษไร้พรมแดน ผู้แบกรับธรรมาภิบาลแร่คือประชาชน?

จะดีกว่านี้ถ้าการแก้ไขปัญหาถูกขยับจากพื้นที่พรมแดนไปสู่ห่วงโซ่อุปทานและภูมิรัฐศาสตร์แร่ของโลกที่เปิดเผยรวมถึงสามารถตรวจสอบและกำกับดูแลได้
ณัฐณิชา มีนาภาREAD MORE
Data Centers โอกาสทองหรือรัฐอาณานิคมสมัยใหม่Economy

Data Centers โอกาสทองหรือรัฐอาณานิคมสมัยใหม่

ประเทศไทยรวมถึงอีกหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนกลายเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายของบริษัทเทคขนาดใหญ่ทั่วโลก แต่ Data Center มาพร้อมผลประโยชน์และโอกาสมากมายจริงหรือ? เพราะโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่นี้ไม่ใช่แค่ทรัพยากรจำนวนมหาศาล แต่ยังหมายถึงผลกระทบต่อชุมชนรอบข้างและมลพิษที่อาจเกิดขึ้นตามมา โดยเฉพาะพื้นที่ EEC ในภาคตะวันออกที่ทุกวันนี้ยังติดกับดักในการพัฒนาที่แลกวิถีชีวิตเดิมของพื้นที่กับมลพิษหลากหลายรูปแบบของทุนหลายสัญชาติ
นทธร เกตุชูREAD MORE