วิถีคนทำลาน บ้านทับลาน บ้านวังขอนแดง จ.ปราจีน และบ้านท่าฤทธิ์ จ.สระบุรี

ออกอากาศ26 ก.ย. 69

ที่บ้านทับลาน จังหวัดปราจีนบุรี หมู่บ้านที่อยู่ติดกับอุทยานแห่งชาติทับลาน ป่าลานผืนสุดท้ายของประเทศไทย มีคนทำลานกลุ่มหนึ่งที่ผูกพันกับต้นลานมาทั้งชีวิต ตั้งแต่การตัดยอด แปรรูปเป็นเส้นลาน ไปจนถึงการสานเป็นผลิตภัณฑ์หัตถกรรม วิถีชีวิตของคนทำลานเหล่านี้สะท้อนคุณค่าของต้นไม้ดึกดำบรรพ์ที่สร้างอาชีพและรายได้ให้กับคนในพื้นที่มาอย่างยาวนาน

คนทำลาน อาชีพที่ผูกพันกับต้นไม้ดึกดำบรรพ์แห่งบ้านทับลาน

ต้นลานที่ขึ้นอยู่ในป่าทับลานเป็นป่าลานธรรมชาติที่ขึ้นเองรุ่นต่อรุ่น เติบโตได้ดีทั้งในพื้นที่แห้งแล้งและพื้นที่น้ำขังตามทุ่งนาในฤดูฝน คนทำลานในพื้นที่นี้จึงมีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับต้นลานเป็นพิเศษ เพราะต้นลานไม่ได้เป็นเพียงต้นไม้ธรรมดา แต่ยังเป็นแหล่งรายได้หลักของหลายครอบครัวมาหลายชั่วอายุคน

วิถีชีวิตคนทำลาน ที่เติบโตมาพร้อมต้นลาน

คนทำลานส่วนใหญ่เติบโตขึ้นมาพร้อมกับต้นลานตั้งแต่เด็ก ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของหลายครอบครัวก็มาจากต้นลานเป็นส่วนหนึ่ง เมื่อเห็นต้นลานตายไปตามวงจรธรรมชาติ คนทำลานก็รู้สึกเสียดายไม่ต่างจากการสูญเสียสิ่งมีชีวิตที่ผูกพันกันมานาน สิ่งที่คนทำลานสังเกตเห็นเสมอคือต้นลานที่ขึ้นเองตามธรรมชาติมักอยู่รวมกันเป็นกอ หลายต้นเบียดกันขึ้นโดยไม่แก่งแย่งแข่งขันกันเหมือนที่คนมักทำ

ความรู้เรื่องอายุต้นลานที่คนทำลานสืบทอดกันมา

คนทำลานมีภูมิปัญญาในการนับอายุต้นลานโดยนับรอบของก้านลานที่ตรงกันจากล่างขึ้นบน หนึ่งรอบเท่ากับห้าปี ต้นลานมีลักษณะเด่นคือช่วงที่ยังเป็นต้นอ่อนก้านจะยาวได้ถึงสี่ถึงห้าเมตร แต่เมื่อยืนต้นได้แล้วก้านจะค่อย ๆ สั้นลง อายุของต้นลานเทียบได้กับอายุคน จะออกดอกเมื่ออายุประมาณ 70-80 ปีและตายไปหลังออกดอกเพียงครั้งเดียวในชีวิต คนทำลานจึงเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า "ลูกฆ่าแม่"

คนทำลานบางกลุ่มเลือกอนุรักษ์ ไม่ตัดแม้แต่ยอดเดียว

ไม่ใช่คนทำลานทุกคนที่ตัดยอดลานเพื่อขาย บางครอบครัวเลือกที่จะอนุรักษ์ต้นลานคู่สูงใหญ่ที่สุดในหมู่บ้านไว้โดยไม่ตัดหรือใช้ประโยชน์ใด ๆ เลย เพราะเชื่อว่าหากตัดยอดแล้วต้นลานจะไม่โตต่อไป จึงปล่อยให้ยืนต้นสูงใหญ่เป็นร่มเงาให้บ้าน สะท้อนให้เห็นว่าคนทำลานบางคนมองคุณค่าของต้นลานในฐานะสิ่งมีค่าเกินกว่าจะนำไปใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว

อาชีพตัดยอดลานของคนทำลาน งานเสี่ยงที่แลกมาด้วยรายได้

คนทำลานที่ยึดอาชีพตัดยอดลานต้องปีนต้นลานด้วยเทคนิคเฉพาะ โดยเหยียบก้านลานสั้น ๆ ที่ถูกตัดไว้เป็นขั้นบันไดค่อย ๆ ดันตัวขึ้นไปทีละขั้น คนทำลานต้องเผชิญกับอันตรายหลายอย่างระหว่างปีน ทั้งหนามคมกริบราวกับใบเลื่อยที่อาจบาดมือหรือขูดเนื้อหลุด มด แตน ตุ๊กแก งู รวมถึงลมที่พัดมาก็เป็นอุปสรรคสำคัญ คนทำลานมือฉมังบางคนตัดยอดลานมาแล้วกว่า 50 ปี วันหนึ่งสามารถหายอดลานได้มากถึง 30 ยอด บางครั้งต้องเดินทางไกลนับ 10 กิโลเมตรเพื่อตามหายอดลาน

ขั้นตอนการแปรรูปใบลานของคนทำลาน จากยอดสู่เส้นลานหัตถกรรม

หลังตัดยอดลานได้แล้ว คนทำลานจะนำยอดมาฉีกเป็นใบ แล้วเรียดหรือกรีดให้เป็นเส้นด้วยมีดโกน ซึ่งเป็นเครื่องมือธรรมดาแต่ต้องใช้ความชำนาญมาก มีดหนึ่งอันใช้เรียดได้เพียงประมาณห้ายอดก่อนต้องเปลี่ยน ขั้นตอนสำคัญอีกอย่างที่คนทำลานทุกคนต้องรู้คือการยืดน้ำหมอกหรือตากเส้นลานในตอนเช้าให้ได้ความชุ่มชื้นเป็นเวลาหนึ่งคืน ก่อนจะตากแดดอีกหนึ่งวันแล้วเก็บ หากไม่ผ่านขั้นตอนนี้เส้นลานจะหยิกและใช้งานยาก จากนั้นคนทำลานจะนำเส้นลานไปสานเป็นตาลปัตรพระ กระเป๋า และหมวก ซึ่งเป็นงานหัตถกรรมที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับผู้ทำ

รายได้ของคนทำลาน ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง

ต้นลานสร้างรายได้ให้คนทำลานตลอดสายการผลิต ยอดลานที่ตัดได้จะขายให้คนรับซื้อในราคายอดละประมาณ 20-25 บาท มัดรวมสามยอดขายได้ประมาณ 60-75 บาท บางวันคนทำลานตัดได้หลายสิบยอดจนได้เงินหลายร้อยบาทต่อวัน จากนั้นยอดลานจะถูกส่งต่อให้คนทำลานอีกกลุ่มที่ทำหน้าที่ฉีกเป็นใบ ตาก และรีดเป็นเส้นลานไซส์ต่าง ๆ ก่อนนำไปสานเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายได้ราคาสูงถึงหลักหมื่นบาทต่อต้นหากทำเป็นสินค้าสำเร็จรูป อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงสำคัญที่คนทำลานต้องเจอคือฝน เพราะหากใบลานที่กำลังตากโดนฝนจะเกิดเชื้อราดำจนขายไม่ได้

คนทำลานที่บ้านทับลานและบ้านวังขอนแดง พื้นที่ต่างกันแต่วิถีเดียวกัน

คนทำลานที่บ้านทับลานและบ้านวังขอนแดงซึ่งอยู่ติดกันมีอาชีพเกี่ยวกับต้นลานเหมือนกัน แต่ต่างกันที่ลักษณะพื้นที่ทำงาน บ้านทับลานอยู่ติดเขาจึงมีสวนมากกว่านา ในขณะที่บ้านวังขอนแดงเป็นที่ราบมีทุ่งนากว้างขวาง ทำให้คนทำลานที่นี่ต้องเก็บยอดลานที่ขึ้นอยู่ตามคันนาแทน แม้ลักษณะพื้นที่ต่างกัน แต่คนทำลานทั้งสองหมู่บ้านต่างผูกพันกับต้นลานไม่แพ้กัน

จากบ้านทับลานและบ้านวังขอนแดง จ. ปราจีนบุรี ไกลออกไป 160 กว่ากิโล ที่บ้านท่าฤทธิ์ จ.สระบุรี ที่นี่เคยมีดงลานขึ้นทึบ แต่ก็มีการตัดออกไปบ้างและมีการปลูกทดแทนใหม่

ความทรงจำและคุณค่าที่คนทำลานรุ่นใหม่ยังคงสืบทอด

คนทำลานรุ่นเก่าในพื้นที่ยังจดจำภาพในอดีตที่ต้นลานขึ้นหนาแน่นเต็มพื้นที่ได้เป็นอย่างดี บางคนเล่าว่าสมัยก่อนต้นลานเยอะจนรถไถเข้าไปทำนาไม่ได้ และผูกพันกับต้นลานมาตั้งแต่อายุเพียงสองขวบ แม้ปัจจุบันต้นลานในหลายพื้นที่จะลดลงไปมากจากการตัดใช้ประโยชน์ แต่คนทำลานรุ่นใหม่ก็ยังเห็นคุณค่าของต้นไม้ดึกดำบรรพ์ชนิดนี้ และยังคงสืบทอดวิถีชีวิตที่ผูกพันกับต้นลานต่อไปจนถึงทุกวันนี้

ติดตามชมรายการซีรีส์วิถีคน วันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2569 เวลา 16.30 - 17.00 น. ทางไทยพีบีเอส

วิถีคนทำลาน บ้านทับลาน บ้านวังขอนแดง จ.ปราจีน และบ้านท่าฤทธิ์ จ.สระบุรี

ที่บ้านทับลาน จังหวัดปราจีนบุรี หมู่บ้านที่อยู่ติดกับอุทยานแห่งชาติทับลาน ป่าลานผืนสุดท้ายของประเทศไทย มีคนทำลานกลุ่มหนึ่งที่ผูกพันกับต้นลานมาทั้งชีวิต ตั้งแต่การตัดยอด แปรรูปเป็นเส้นลาน ไปจนถึงการสานเป็นผลิตภัณฑ์หัตถกรรม วิถีชีวิตของคนทำลานเหล่านี้สะท้อนคุณค่าของต้นไม้ดึกดำบรรพ์ที่สร้างอาชีพและรายได้ให้กับคนในพื้นที่มาอย่างยาวนาน

คนทำลาน อาชีพที่ผูกพันกับต้นไม้ดึกดำบรรพ์แห่งบ้านทับลาน

ต้นลานที่ขึ้นอยู่ในป่าทับลานเป็นป่าลานธรรมชาติที่ขึ้นเองรุ่นต่อรุ่น เติบโตได้ดีทั้งในพื้นที่แห้งแล้งและพื้นที่น้ำขังตามทุ่งนาในฤดูฝน คนทำลานในพื้นที่นี้จึงมีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับต้นลานเป็นพิเศษ เพราะต้นลานไม่ได้เป็นเพียงต้นไม้ธรรมดา แต่ยังเป็นแหล่งรายได้หลักของหลายครอบครัวมาหลายชั่วอายุคน

วิถีชีวิตคนทำลาน ที่เติบโตมาพร้อมต้นลาน

คนทำลานส่วนใหญ่เติบโตขึ้นมาพร้อมกับต้นลานตั้งแต่เด็ก ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของหลายครอบครัวก็มาจากต้นลานเป็นส่วนหนึ่ง เมื่อเห็นต้นลานตายไปตามวงจรธรรมชาติ คนทำลานก็รู้สึกเสียดายไม่ต่างจากการสูญเสียสิ่งมีชีวิตที่ผูกพันกันมานาน สิ่งที่คนทำลานสังเกตเห็นเสมอคือต้นลานที่ขึ้นเองตามธรรมชาติมักอยู่รวมกันเป็นกอ หลายต้นเบียดกันขึ้นโดยไม่แก่งแย่งแข่งขันกันเหมือนที่คนมักทำ

ความรู้เรื่องอายุต้นลานที่คนทำลานสืบทอดกันมา

คนทำลานมีภูมิปัญญาในการนับอายุต้นลานโดยนับรอบของก้านลานที่ตรงกันจากล่างขึ้นบน หนึ่งรอบเท่ากับห้าปี ต้นลานมีลักษณะเด่นคือช่วงที่ยังเป็นต้นอ่อนก้านจะยาวได้ถึงสี่ถึงห้าเมตร แต่เมื่อยืนต้นได้แล้วก้านจะค่อย ๆ สั้นลง อายุของต้นลานเทียบได้กับอายุคน จะออกดอกเมื่ออายุประมาณ 70-80 ปีและตายไปหลังออกดอกเพียงครั้งเดียวในชีวิต คนทำลานจึงเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า "ลูกฆ่าแม่"

คนทำลานบางกลุ่มเลือกอนุรักษ์ ไม่ตัดแม้แต่ยอดเดียว

ไม่ใช่คนทำลานทุกคนที่ตัดยอดลานเพื่อขาย บางครอบครัวเลือกที่จะอนุรักษ์ต้นลานคู่สูงใหญ่ที่สุดในหมู่บ้านไว้โดยไม่ตัดหรือใช้ประโยชน์ใด ๆ เลย เพราะเชื่อว่าหากตัดยอดแล้วต้นลานจะไม่โตต่อไป จึงปล่อยให้ยืนต้นสูงใหญ่เป็นร่มเงาให้บ้าน สะท้อนให้เห็นว่าคนทำลานบางคนมองคุณค่าของต้นลานในฐานะสิ่งมีค่าเกินกว่าจะนำไปใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว

อาชีพตัดยอดลานของคนทำลาน งานเสี่ยงที่แลกมาด้วยรายได้

คนทำลานที่ยึดอาชีพตัดยอดลานต้องปีนต้นลานด้วยเทคนิคเฉพาะ โดยเหยียบก้านลานสั้น ๆ ที่ถูกตัดไว้เป็นขั้นบันไดค่อย ๆ ดันตัวขึ้นไปทีละขั้น คนทำลานต้องเผชิญกับอันตรายหลายอย่างระหว่างปีน ทั้งหนามคมกริบราวกับใบเลื่อยที่อาจบาดมือหรือขูดเนื้อหลุด มด แตน ตุ๊กแก งู รวมถึงลมที่พัดมาก็เป็นอุปสรรคสำคัญ คนทำลานมือฉมังบางคนตัดยอดลานมาแล้วกว่า 50 ปี วันหนึ่งสามารถหายอดลานได้มากถึง 30 ยอด บางครั้งต้องเดินทางไกลนับ 10 กิโลเมตรเพื่อตามหายอดลาน

ขั้นตอนการแปรรูปใบลานของคนทำลาน จากยอดสู่เส้นลานหัตถกรรม

หลังตัดยอดลานได้แล้ว คนทำลานจะนำยอดมาฉีกเป็นใบ แล้วเรียดหรือกรีดให้เป็นเส้นด้วยมีดโกน ซึ่งเป็นเครื่องมือธรรมดาแต่ต้องใช้ความชำนาญมาก มีดหนึ่งอันใช้เรียดได้เพียงประมาณห้ายอดก่อนต้องเปลี่ยน ขั้นตอนสำคัญอีกอย่างที่คนทำลานทุกคนต้องรู้คือการยืดน้ำหมอกหรือตากเส้นลานในตอนเช้าให้ได้ความชุ่มชื้นเป็นเวลาหนึ่งคืน ก่อนจะตากแดดอีกหนึ่งวันแล้วเก็บ หากไม่ผ่านขั้นตอนนี้เส้นลานจะหยิกและใช้งานยาก จากนั้นคนทำลานจะนำเส้นลานไปสานเป็นตาลปัตรพระ กระเป๋า และหมวก ซึ่งเป็นงานหัตถกรรมที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับผู้ทำ

รายได้ของคนทำลาน ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง

ต้นลานสร้างรายได้ให้คนทำลานตลอดสายการผลิต ยอดลานที่ตัดได้จะขายให้คนรับซื้อในราคายอดละประมาณ 20-25 บาท มัดรวมสามยอดขายได้ประมาณ 60-75 บาท บางวันคนทำลานตัดได้หลายสิบยอดจนได้เงินหลายร้อยบาทต่อวัน จากนั้นยอดลานจะถูกส่งต่อให้คนทำลานอีกกลุ่มที่ทำหน้าที่ฉีกเป็นใบ ตาก และรีดเป็นเส้นลานไซส์ต่าง ๆ ก่อนนำไปสานเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายได้ราคาสูงถึงหลักหมื่นบาทต่อต้นหากทำเป็นสินค้าสำเร็จรูป อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงสำคัญที่คนทำลานต้องเจอคือฝน เพราะหากใบลานที่กำลังตากโดนฝนจะเกิดเชื้อราดำจนขายไม่ได้

คนทำลานที่บ้านทับลานและบ้านวังขอนแดง พื้นที่ต่างกันแต่วิถีเดียวกัน

คนทำลานที่บ้านทับลานและบ้านวังขอนแดงซึ่งอยู่ติดกันมีอาชีพเกี่ยวกับต้นลานเหมือนกัน แต่ต่างกันที่ลักษณะพื้นที่ทำงาน บ้านทับลานอยู่ติดเขาจึงมีสวนมากกว่านา ในขณะที่บ้านวังขอนแดงเป็นที่ราบมีทุ่งนากว้างขวาง ทำให้คนทำลานที่นี่ต้องเก็บยอดลานที่ขึ้นอยู่ตามคันนาแทน แม้ลักษณะพื้นที่ต่างกัน แต่คนทำลานทั้งสองหมู่บ้านต่างผูกพันกับต้นลานไม่แพ้กัน

จากบ้านทับลานและบ้านวังขอนแดง จ. ปราจีนบุรี ไกลออกไป 160 กว่ากิโล ที่บ้านท่าฤทธิ์ จ.สระบุรี ที่นี่เคยมีดงลานขึ้นทึบ แต่ก็มีการตัดออกไปบ้างและมีการปลูกทดแทนใหม่

ความทรงจำและคุณค่าที่คนทำลานรุ่นใหม่ยังคงสืบทอด

คนทำลานรุ่นเก่าในพื้นที่ยังจดจำภาพในอดีตที่ต้นลานขึ้นหนาแน่นเต็มพื้นที่ได้เป็นอย่างดี บางคนเล่าว่าสมัยก่อนต้นลานเยอะจนรถไถเข้าไปทำนาไม่ได้ และผูกพันกับต้นลานมาตั้งแต่อายุเพียงสองขวบ แม้ปัจจุบันต้นลานในหลายพื้นที่จะลดลงไปมากจากการตัดใช้ประโยชน์ แต่คนทำลานรุ่นใหม่ก็ยังเห็นคุณค่าของต้นไม้ดึกดำบรรพ์ชนิดนี้ และยังคงสืบทอดวิถีชีวิตที่ผูกพันกับต้นลานต่อไปจนถึงทุกวันนี้

ติดตามชมรายการซีรีส์วิถีคน วันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2569 เวลา 16.30 - 17.00 น. ทางไทยพีบีเอส

ละครดี ซีรีส์เด่น

ดูทั้งหมด

♫ ♫ Songs Popular ♫ ♫

ดูทั้งหมด

คลิปมาใหม่

คนดูเยอะ 👀

ดูทั้งหมด

เสน่ห์ประเทศไทย