ที่ตำบลร่มเมือง จังหวัดพัทลุง มีใบไม้ชนิดหนึ่งที่อยู่คู่กับชาวบ้านมาอย่างยาวนาน ทั้งเป็นรายได้หลักของครอบครัว เป็นสินค้าส่งออกไปไกลถึงเกาะไต้หวัน และเป็นส่วนสำคัญของพิธีมงคลต่าง ๆ ใบไม้ชนิดนั้นคือ "พลู" และนี่คือเรื่องราวของ วิถีคนกับพลู ที่ยังคงเข้มแข็งอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้
วิถีคนกับพลู ที่ตำบลร่มเมือง แหล่งปลูกพลูใหญ่ที่สุดในพัทลุง
ตำบลร่มเมืองเป็นแหล่งปลูกพลูที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดพัทลุงมาอย่างยาวนาน และมีชื่อเสียงไกลถึงเกาะไต้หวัน เดินไปทางไหนในหมู่บ้านก็เจอแต่พลู แทบทุกบ้านมีการปลูกพลู และหลายครอบครัวยึดเป็นอาชีพหลัก แม้ราคาพลูจะขึ้นลงไปตามตลาด แต่พลูก็ยังเป็นของสำคัญของคนในหมู่บ้านทุกยุคทุกสมัย
วิถีคนกับพลู ท่ามกลางสายน้ำจากเทือกเขาบรรทัดและนาข้าวแบบดั้งเดิม
ตำบลร่มเมืองมีคลองหลายสายที่ไหลลงมาจากเทือกเขาบรรทัด ชาวบ้านเรียกชื่อคลองตามหมู่บ้านที่คลองไหลผ่าน ทั้งหมดเป็นต้นน้ำสายเดียวกันที่หล่อเลี้ยงคนทั้งตำบลและทั้งอำเภอ ทำให้พื้นที่อุดมสมบูรณ์มาก หากมองจากมุมสูงจะเห็นบ้านเรือนล้อมรอบด้วยสวนผลไม้
นอกจากสวนพลูและสวนผลไม้ ชาวบ้านยังคงทำนาแบบวิถีเดิม ทั้งนาปี นาปรัง และข้าวไร่ บางคนปลูกข้าวเหนียวในร่องระหว่างแถวปาล์ม และยังใช้วิธีนวดข้าวแบบดั้งเดิมสืบทอดมาจากรุ่นแม่ย่า
วิถีคนกับพลู ในสวนหลังบ้าน วิธีปลูกให้พลูเลื้อยตามต้นไม้
พลูเป็นไม้เลื้อยที่ชาวบ้านนิยมปลูกให้ขึ้นตามต้นไม้ใหญ่และปล่อยให้เติบโตตามธรรมชาติ ใช้เวลาประมาณ 4 ปีจึงสูงเต็มที่ ใบพลูที่ได้จะมีขนาดใหญ่มาก ชาวบ้านที่ต้องขึ้นเก็บบนที่สูงจะใช้ไม้ข่อยเป็นบันได ส่วนใหญ่ไม่ปีนขึ้นไปตรง ๆ และมักขึ้นไปเก็บเมื่อราคาพลูแพง เพราะช่วงราคาถูกไม่คุ้มกับแรงที่ต้องเสียไป
ข้อสังเกตที่ชาวบ้านเล่าให้ฟังคือพลูที่ขึ้นตามต้นไม้จะไม่ค่อยเป็นโรค แต่ถ้าปลูกในที่โล่งอยู่ตามกลางแจ้งจะเสี่ยงเป็นโรคมากกว่า นอกจากนี้ดอกพลูยังมีกลิ่นหอมมาก หอมเหมือนน้ำหอม และสามารถเคี้ยวดับกลิ่นปากได้
วิถีคนกับพลู ยามเช้ามืด เทคนิคเก็บใบพลูให้สดชื่นทั้งวัน
ทุกคนที่มีสวนพลูต้องตื่นแต่เช้าเพื่อเก็บใบพลู บางคนมาตั้งแต่ตี 4 ส่วนฤดูฝนอาจเก็บช่วงเช้าตามสะดวก เหตุผลที่ต้องเก็บแต่เช้าเพราะใบพลูจะสดชื่นทั้งวัน แต่ถ้าเก็บสายใบจะเหี่ยวเร็ว
การเก็บใบพลูมีเคล็ดลับคือไม่เก็บใบอ่อนสองใบแรก เพราะใบอ่อนกำลังจะโต ต้องเก็บตั้งแต่ใบที่สามลงมา เมื่อเก็บมาแล้วต้องจุ่มน้ำเพื่อให้ใบชื้น ไม่เหี่ยวจากความร้อน แล้วใช้ปากถุงคลุมไว้ ก่อนขนไปขายทุกเช้าด้วยมอเตอร์ไซค์
ผู้ใหญ่ในบ้านยังมักให้หลานได้ไปเก็บพลูเอง ถ้าอยากได้เงินก็ให้ไปหาเองหลังบ้าน เพื่อให้เด็กได้รู้ว่าการหาเงินต้องลำบากอย่างไร
วิถีคนกับพลู กับรายได้จากใบพลู ช่วงขาขึ้นวันละหลายพันบาท
การเก็บพลูขายเป็นงานที่ให้รายได้ดีมาก ชาวบ้านคนหนึ่งเล่าว่าใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงได้เงิน 220 บาท ยิ่งราคาพลูสูงก็ยิ่งได้มาก หากราคากิโลกรัมละ 100 บาท ก็ได้ 500 กว่าบาทต่อชั่วโมง ถ้ากิโลกรัมละ 200 บาท ก็ได้ประมาณชั่วโมงละ 1,000 บาท
ในช่วงราคาพลูเป็นขาขึ้น บางคนได้วันละ 5,000 - 8,000 หรือถึง 10,000 บาทก็มี ส่วนหญิงคนหนึ่งเล่าว่าเคยได้มากที่สุดประมาณ 3,500 บาทต่อวัน ใช้เวลาทำงานราว 4 ชั่วโมง และได้ต่อเนื่องราว 3วัน ทั้งนี้ราคาพลูมีขึ้นลงตามตลาด ไม่ได้อยู่ในระดับสูงตลอดเวลา
วิถีคนกับพลู ที่ล้งรับซื้อ การคัดเกรดและส่งขายถึงไต้หวัน
หมู่บ้านนี้มีระบบครบวงจร มีทั้งคนปลูกและล้งรับซื้อพลูอยู่ในพื้นที่ ที่ล้งจะมีทีมคัดเกรดใบพลูตามขนาด เช่น S M L และ Jumbo ทีมคัดต้องมีสายตาที่ดี ต้องดูให้เร็ว เพราะต้องคัดใบไหม้และใบเสียออก เนื่องจากใบที่มีตำหนิเพียงเล็กน้อยอาจทำให้ใบอื่นเน่าได้ บางคนคัดพลูได้เร็วมากถึงประมาณ 60-70 กิโลกรัมต่อวัน
พลูที่คัดเสร็จแล้วจะถูกนำมาเรียงให้สวยงาม ผู้ที่นั่งเรียงพลูแต่ละคนมีวิธีของตัวเอง เตรียมทั้งขนม ยา และที่นั่งมาพร้อม ไม่ต้องรีบร้อน นอกจากนี้ในตอนเย็นเจ้าของล้งยังเดินทางไปซื้อพลูตามบ้านในหมู่บ้าน โดยส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำมานานกว่าสิบปี ชาวบ้านจึงมีรายได้เกือบทุกวัน พลูที่ได้จะส่งไปขายในต่างจังหวัดอย่างยะลา แต่ส่วนใหญ่ส่งไปที่เกาะไต้หวัน โดยฝั่งไต้หวันสั่งเท่าไรก็รับหมด
วิถีคนกับพลู ในอดีต เมื่อพลูเป็นตับขายตลาดใกล้บ้าน
ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่าสมัยก่อนชาวบ้านนิยมทำพลูเป็น "ตับ" ไปขายตามตลาดที่อยู่ไม่ไกลจากบ้าน ตับหนึ่งบางคนใส่ 20 ใบ บางคน 40 ใบ หรือ 60 ใบ ใช้ไม้ไผ่เสียบร้อย แต่ปัจจุบันไม้ไผ่หายาก ราคาตับละ 2-3 บาท ส่วนสมัยเด็ก ๆ ขายกันในราคาห้าสิบสตางค์
ไม่ว่าจะเก็บขายหรือคัดแยกขนาด การจับใบพลูก็เหมือนได้จับเงิน จึงไม่แปลกที่ทุกคนทำงานไปคุยกันไปอย่างมีความสุข
วิถีคนกับพลู ในพิธีมงคล ขันหมากงานแต่งที่ขาดพลูไม่ได้
คนร่มเมืองเล่าว่าพลูสำคัญกับชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย เป็นไม้มงคลที่หลายบ้านปลูกไว้อย่างน้อยหนึ่งต้น โดยเฉพาะงานแต่งงานที่ขาดพลูไม่ได้เลย ถึงขนาดที่ว่าหากไม่มีพลูก็ไม่ให้ลูกสาวแต่งงาน
ป้าลี่และทีมผู้จัดขันหมากในหมู่บ้านสาธิตขั้นตอนการจัดขันหมากให้ดู เริ่มจากทำกรวยใบตองแล้วเขียนอักขระเป็นยันต์ ซึ่งโบราณเชื่อว่าช่วยให้คู่บ่าวสาวอยู่เย็นเป็นสุข จากนั้นจัดพลูและหมากลงขัน และมีการว่าคาถาประกอบตลอดการจัด ขันหมากมีสามขัน ได้แก่ ขันหัว ขันคอ และขันคาง แสดงถึงความเจริญงอกงามและความมั่นคงของคู่บ่าวสาว ต้องจัดขันหัวให้เสร็จก่อนจึงจะใส่ขนมในขันอื่นได้ และในงานหนึ่งอาจต้องจัดขันหมากรวมถึง 27 ขัน
พิธีจัดขันหมากยังมีความเชื่อเรื่องการเชิญบรรพบุรุษและเทวดามารับรู้ว่าลูกหลานกำลังจะแต่งงาน ผู้จัดต้องมีสมาธิและนิ่งมาก และมีข้อห้าม เช่น ไม่ให้จัดขันหมากในสภาพท้องว่าง ต้องกินข้าวก่อนเพื่อให้คู่บ่าวสาวอยู่กินอิ่มหนำสำราญ
วิถีคนกับพลู กับความเชื่อ การต้อนรับแขก และพิธีต่าง ๆ ของหมู่บ้าน
การใช้พลูในงานมงคลไม่ได้มีเฉพาะที่พัทลุง แต่พบได้ทั่วไป สมัยก่อนนิยมกินหมากพลู ใครมางานก็มีหมากพลูไว้ต้อนรับ ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
นอกจากงานแต่ง คนในหมู่บ้านยังมีพิธีสำคัญอื่น ๆ เช่น การตั้งพระภูมิเรือน ซึ่งเป็นพระภูมิที่คอยดูแลบ้านเรือน ชาวบ้านเชื่อว่าทุกบ้านต้องมี และปัจจุบันมีเพียงไม่กี่คนในหมู่บ้านที่ยังรู้วิธีทำพิธี
เรื่องราวของวิถีคนกับพลูที่ตำบลร่มเมืองสะท้อนให้เห็นว่าพลูไม่ใช่เพียงใบไม้สร้างรายได้ แต่คือส่วนหนึ่งของชีวิต ความเชื่อ และวัฒนธรรมของผู้คน จนชื่อเสียงของพลูไทยดังไกลไปถึงต่างประเทศมาอย่างช้านาน
ติดตามชมรายการซีรีส์วิถีคน วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม 2569 เวลา 16.30 - 17.00 น. ทางไทยพีบีเอส
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ที่ตำบลร่มเมือง จังหวัดพัทลุง มีใบไม้ชนิดหนึ่งที่อยู่คู่กับชาวบ้านมาอย่างยาวนาน ทั้งเป็นรายได้หลักของครอบครัว เป็นสินค้าส่งออกไปไกลถึงเกาะไต้หวัน และเป็นส่วนสำคัญของพิธีมงคลต่าง ๆ ใบไม้ชนิดนั้นคือ "พลู" และนี่คือเรื่องราวของ วิถีคนกับพลู ที่ยังคงเข้มแข็งอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้
วิถีคนกับพลู ที่ตำบลร่มเมือง แหล่งปลูกพลูใหญ่ที่สุดในพัทลุง
ตำบลร่มเมืองเป็นแหล่งปลูกพลูที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดพัทลุงมาอย่างยาวนาน และมีชื่อเสียงไกลถึงเกาะไต้หวัน เดินไปทางไหนในหมู่บ้านก็เจอแต่พลู แทบทุกบ้านมีการปลูกพลู และหลายครอบครัวยึดเป็นอาชีพหลัก แม้ราคาพลูจะขึ้นลงไปตามตลาด แต่พลูก็ยังเป็นของสำคัญของคนในหมู่บ้านทุกยุคทุกสมัย
วิถีคนกับพลู ท่ามกลางสายน้ำจากเทือกเขาบรรทัดและนาข้าวแบบดั้งเดิม
ตำบลร่มเมืองมีคลองหลายสายที่ไหลลงมาจากเทือกเขาบรรทัด ชาวบ้านเรียกชื่อคลองตามหมู่บ้านที่คลองไหลผ่าน ทั้งหมดเป็นต้นน้ำสายเดียวกันที่หล่อเลี้ยงคนทั้งตำบลและทั้งอำเภอ ทำให้พื้นที่อุดมสมบูรณ์มาก หากมองจากมุมสูงจะเห็นบ้านเรือนล้อมรอบด้วยสวนผลไม้
นอกจากสวนพลูและสวนผลไม้ ชาวบ้านยังคงทำนาแบบวิถีเดิม ทั้งนาปี นาปรัง และข้าวไร่ บางคนปลูกข้าวเหนียวในร่องระหว่างแถวปาล์ม และยังใช้วิธีนวดข้าวแบบดั้งเดิมสืบทอดมาจากรุ่นแม่ย่า
วิถีคนกับพลู ในสวนหลังบ้าน วิธีปลูกให้พลูเลื้อยตามต้นไม้
พลูเป็นไม้เลื้อยที่ชาวบ้านนิยมปลูกให้ขึ้นตามต้นไม้ใหญ่และปล่อยให้เติบโตตามธรรมชาติ ใช้เวลาประมาณ 4 ปีจึงสูงเต็มที่ ใบพลูที่ได้จะมีขนาดใหญ่มาก ชาวบ้านที่ต้องขึ้นเก็บบนที่สูงจะใช้ไม้ข่อยเป็นบันได ส่วนใหญ่ไม่ปีนขึ้นไปตรง ๆ และมักขึ้นไปเก็บเมื่อราคาพลูแพง เพราะช่วงราคาถูกไม่คุ้มกับแรงที่ต้องเสียไป
ข้อสังเกตที่ชาวบ้านเล่าให้ฟังคือพลูที่ขึ้นตามต้นไม้จะไม่ค่อยเป็นโรค แต่ถ้าปลูกในที่โล่งอยู่ตามกลางแจ้งจะเสี่ยงเป็นโรคมากกว่า นอกจากนี้ดอกพลูยังมีกลิ่นหอมมาก หอมเหมือนน้ำหอม และสามารถเคี้ยวดับกลิ่นปากได้
วิถีคนกับพลู ยามเช้ามืด เทคนิคเก็บใบพลูให้สดชื่นทั้งวัน
ทุกคนที่มีสวนพลูต้องตื่นแต่เช้าเพื่อเก็บใบพลู บางคนมาตั้งแต่ตี 4 ส่วนฤดูฝนอาจเก็บช่วงเช้าตามสะดวก เหตุผลที่ต้องเก็บแต่เช้าเพราะใบพลูจะสดชื่นทั้งวัน แต่ถ้าเก็บสายใบจะเหี่ยวเร็ว
การเก็บใบพลูมีเคล็ดลับคือไม่เก็บใบอ่อนสองใบแรก เพราะใบอ่อนกำลังจะโต ต้องเก็บตั้งแต่ใบที่สามลงมา เมื่อเก็บมาแล้วต้องจุ่มน้ำเพื่อให้ใบชื้น ไม่เหี่ยวจากความร้อน แล้วใช้ปากถุงคลุมไว้ ก่อนขนไปขายทุกเช้าด้วยมอเตอร์ไซค์
ผู้ใหญ่ในบ้านยังมักให้หลานได้ไปเก็บพลูเอง ถ้าอยากได้เงินก็ให้ไปหาเองหลังบ้าน เพื่อให้เด็กได้รู้ว่าการหาเงินต้องลำบากอย่างไร
วิถีคนกับพลู กับรายได้จากใบพลู ช่วงขาขึ้นวันละหลายพันบาท
การเก็บพลูขายเป็นงานที่ให้รายได้ดีมาก ชาวบ้านคนหนึ่งเล่าว่าใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงได้เงิน 220 บาท ยิ่งราคาพลูสูงก็ยิ่งได้มาก หากราคากิโลกรัมละ 100 บาท ก็ได้ 500 กว่าบาทต่อชั่วโมง ถ้ากิโลกรัมละ 200 บาท ก็ได้ประมาณชั่วโมงละ 1,000 บาท
ในช่วงราคาพลูเป็นขาขึ้น บางคนได้วันละ 5,000 - 8,000 หรือถึง 10,000 บาทก็มี ส่วนหญิงคนหนึ่งเล่าว่าเคยได้มากที่สุดประมาณ 3,500 บาทต่อวัน ใช้เวลาทำงานราว 4 ชั่วโมง และได้ต่อเนื่องราว 3วัน ทั้งนี้ราคาพลูมีขึ้นลงตามตลาด ไม่ได้อยู่ในระดับสูงตลอดเวลา
วิถีคนกับพลู ที่ล้งรับซื้อ การคัดเกรดและส่งขายถึงไต้หวัน
หมู่บ้านนี้มีระบบครบวงจร มีทั้งคนปลูกและล้งรับซื้อพลูอยู่ในพื้นที่ ที่ล้งจะมีทีมคัดเกรดใบพลูตามขนาด เช่น S M L และ Jumbo ทีมคัดต้องมีสายตาที่ดี ต้องดูให้เร็ว เพราะต้องคัดใบไหม้และใบเสียออก เนื่องจากใบที่มีตำหนิเพียงเล็กน้อยอาจทำให้ใบอื่นเน่าได้ บางคนคัดพลูได้เร็วมากถึงประมาณ 60-70 กิโลกรัมต่อวัน
พลูที่คัดเสร็จแล้วจะถูกนำมาเรียงให้สวยงาม ผู้ที่นั่งเรียงพลูแต่ละคนมีวิธีของตัวเอง เตรียมทั้งขนม ยา และที่นั่งมาพร้อม ไม่ต้องรีบร้อน นอกจากนี้ในตอนเย็นเจ้าของล้งยังเดินทางไปซื้อพลูตามบ้านในหมู่บ้าน โดยส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำมานานกว่าสิบปี ชาวบ้านจึงมีรายได้เกือบทุกวัน พลูที่ได้จะส่งไปขายในต่างจังหวัดอย่างยะลา แต่ส่วนใหญ่ส่งไปที่เกาะไต้หวัน โดยฝั่งไต้หวันสั่งเท่าไรก็รับหมด
วิถีคนกับพลู ในอดีต เมื่อพลูเป็นตับขายตลาดใกล้บ้าน
ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่าสมัยก่อนชาวบ้านนิยมทำพลูเป็น "ตับ" ไปขายตามตลาดที่อยู่ไม่ไกลจากบ้าน ตับหนึ่งบางคนใส่ 20 ใบ บางคน 40 ใบ หรือ 60 ใบ ใช้ไม้ไผ่เสียบร้อย แต่ปัจจุบันไม้ไผ่หายาก ราคาตับละ 2-3 บาท ส่วนสมัยเด็ก ๆ ขายกันในราคาห้าสิบสตางค์
ไม่ว่าจะเก็บขายหรือคัดแยกขนาด การจับใบพลูก็เหมือนได้จับเงิน จึงไม่แปลกที่ทุกคนทำงานไปคุยกันไปอย่างมีความสุข
วิถีคนกับพลู ในพิธีมงคล ขันหมากงานแต่งที่ขาดพลูไม่ได้
คนร่มเมืองเล่าว่าพลูสำคัญกับชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย เป็นไม้มงคลที่หลายบ้านปลูกไว้อย่างน้อยหนึ่งต้น โดยเฉพาะงานแต่งงานที่ขาดพลูไม่ได้เลย ถึงขนาดที่ว่าหากไม่มีพลูก็ไม่ให้ลูกสาวแต่งงาน
ป้าลี่และทีมผู้จัดขันหมากในหมู่บ้านสาธิตขั้นตอนการจัดขันหมากให้ดู เริ่มจากทำกรวยใบตองแล้วเขียนอักขระเป็นยันต์ ซึ่งโบราณเชื่อว่าช่วยให้คู่บ่าวสาวอยู่เย็นเป็นสุข จากนั้นจัดพลูและหมากลงขัน และมีการว่าคาถาประกอบตลอดการจัด ขันหมากมีสามขัน ได้แก่ ขันหัว ขันคอ และขันคาง แสดงถึงความเจริญงอกงามและความมั่นคงของคู่บ่าวสาว ต้องจัดขันหัวให้เสร็จก่อนจึงจะใส่ขนมในขันอื่นได้ และในงานหนึ่งอาจต้องจัดขันหมากรวมถึง 27 ขัน
พิธีจัดขันหมากยังมีความเชื่อเรื่องการเชิญบรรพบุรุษและเทวดามารับรู้ว่าลูกหลานกำลังจะแต่งงาน ผู้จัดต้องมีสมาธิและนิ่งมาก และมีข้อห้าม เช่น ไม่ให้จัดขันหมากในสภาพท้องว่าง ต้องกินข้าวก่อนเพื่อให้คู่บ่าวสาวอยู่กินอิ่มหนำสำราญ
วิถีคนกับพลู กับความเชื่อ การต้อนรับแขก และพิธีต่าง ๆ ของหมู่บ้าน
การใช้พลูในงานมงคลไม่ได้มีเฉพาะที่พัทลุง แต่พบได้ทั่วไป สมัยก่อนนิยมกินหมากพลู ใครมางานก็มีหมากพลูไว้ต้อนรับ ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
นอกจากงานแต่ง คนในหมู่บ้านยังมีพิธีสำคัญอื่น ๆ เช่น การตั้งพระภูมิเรือน ซึ่งเป็นพระภูมิที่คอยดูแลบ้านเรือน ชาวบ้านเชื่อว่าทุกบ้านต้องมี และปัจจุบันมีเพียงไม่กี่คนในหมู่บ้านที่ยังรู้วิธีทำพิธี
เรื่องราวของวิถีคนกับพลูที่ตำบลร่มเมืองสะท้อนให้เห็นว่าพลูไม่ใช่เพียงใบไม้สร้างรายได้ แต่คือส่วนหนึ่งของชีวิต ความเชื่อ และวัฒนธรรมของผู้คน จนชื่อเสียงของพลูไทยดังไกลไปถึงต่างประเทศมาอย่างช้านาน
ติดตามชมรายการซีรีส์วิถีคน วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม 2569 เวลา 16.30 - 17.00 น. ทางไทยพีบีเอส




























































