วิถีคนบ้านนาบ้านไร่ ต.แม่ถอด อ.เถิน จ.ลำปาง
ที่อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง มีหมู่บ้านขนาดใหญ่ที่ถูกล้อมรอบไปด้วยป่าชื่อว่า บ้านนาบ้านไร่ หมู่บ้านแห่งนี้โชคดีที่มีแร่ควอตซ์ศักดิ์สิทธิ์อยู่ใต้ดิน ซึ่งสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านมายาวนานกว่าร้อยปี นอกจากนี้ยังมีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับวัด ป่า และไร่นา สะท้อนความเรียบง่ายและความสุขที่ยังคงอยู่ในชุมชนแห่งนี้
บ้านนาบ้านไร่ หมู่บ้านกลางป่าที่อำเภอเถิน จ.ลำปาง
บ้านนาบ้านไร่เป็นหมู่บ้านใหญ่ที่ถูกล้อมรอบไปด้วยป่า ตั้งอยู่ในอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง ความโชคดีของคนในหมู่บ้านนี้คือมีแร่ควอตซ์ศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อเสียงอยู่ใต้ดิน ซึ่งสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านที่นี่มายาวนานกว่าร้อยปี นับเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของคนบ้านนาบ้านไร่มาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย
วิถีชีวิตคนบ้านนาบ้านไร่ ที่ผูกพันกับวัดมาช้านาน
ศูนย์กลางของคนบ้านนาบ้านไร่คือวัด ซึ่งคนในหมู่บ้านเข้ามามีส่วนร่วมทั้งการดูแลและพัฒนาอยู่เสมอ ชาวบ้านรวมกลุ่มกันทำข้าวส่งถวายพระที่วัดเป็นประจำทุกวัน โดยแบ่งเวียนกันเป็นกลุ่มตามรอบสัปดาห์ แต่ละบ้านจะผลัดกันทำอาหารตั้งแต่เช้ามืด แล้วเจ้าของกลุ่มในวันนั้นจะตระเวนเก็บอาหารตามบ้านสมาชิกไปรวมกันก่อนนำไปถวายพระที่วัด ธรรมเนียมนี้สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยก่อน และยังมีอยู่จนถึงปัจจุบัน แม้บางวันอาหารจะเหลือเฟือจนต้องส่งต่อเพื่อไม่ให้เสียเปล่า
ห้างนาของคนบ้านนาบ้านไร่ บ้านหลังที่สองในไร่นา
คนบ้านนาบ้านไร่นิยมมี "ห้างนา" หรือบ้านหลังที่สอง ตั้งอยู่ในบริเวณไร่นาไม่ไกลจากหมู่บ้านมากนัก ใช้สำหรับนอนเฝ้าสัตว์และทำกิจกรรมต่าง ๆ ห้างนาบางหลังมีขนาดใหญ่เหมือนบ้านจริง มีครบทุกอย่างทั้งห้องครัว ห้องนอน ห้องน้ำ และบ่อปลาสำหรับกินในยามหน้าแล้ง บางคนอยู่ห้างนาตอนกลางคืนเพื่อดูแลวัวควายและเฝ้าสระปลา พอเช้าก็กลับไปทำงานในหมู่บ้านตามปกติ คนบ้านนาบ้านไร่มองว่าการมาอยู่ห้างนาคือความสุขที่ได้ยินเสียงธรรมชาติอย่างเสียงกบเสียงเขียดในหน้าฝน และได้ความเงียบสงบไม่มีเสียงรบกวน
ผักหวานป่าและมดแดง สมบัติจากป่าของคนบ้านนาบ้านไร่
คนบ้านนาบ้านไร่มีอิสระในการหากินจากป่ารอบตัว ไม่ว่าจะเป็นการเก็บใบตองตึงบนดอยมาใช้งาน หรือการเก็บผักหวานป่าที่ขึ้นเป็นต้นใหญ่อายุกว่าแปดสิบปี ถือเป็นเหมือนต้นไม้ประจำหมู่บ้าน บางบ้านก็ปลูกต้นผักหวานไว้กินเองที่บ้าน อายุก็มีมากถึงห้าสิบปี เมนูขึ้นชื่อของคนบ้านนาบ้านไร่คือแกงผักหวานใส่ไข่มดแดง ซึ่งบางครอบครัวถึงกับเลี้ยงมดแดงไว้บนต้นมะม่วงในห้างนาโดยเฉพาะ เพื่อให้มีไข่มดแดงไว้ใช้ทำอาหารตลอดฤดู
แก้วโป่งข่าม ของศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านของคนบ้านนาบ้านไร่
ทรัพยากรที่สร้างชื่อเสียงให้คนบ้านนาบ้านไร่มากที่สุดคือแร่ควอตซ์ธรรมชาติที่ชาวบ้านเรียกว่า "แก้วโป่งข่าม" หรือ "แก้วโป่งคราม" ซึ่งเกิดจากบ่อดินโป่งที่ชาวบ้านเรียกว่าโป่งเกลือ คนโบราณถือว่าเกลือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จึงเชื่อว่าแก้วที่เกิดจากโป่งเกลือนั้นมีความศักดิ์สิทธิ์ตามไปด้วย คนบ้านนาบ้านไร่เชื่อว่าแก้วโป่งข่ามช่วยคุ้มครองภัย จึงนิยมพกติดตัวหรือเก็บไว้ที่รถเพื่อความอุ่นใจเวลาเดินทาง แทบทุกบ้านในหมู่บ้านจะมีแก้วโป่งข่ามเก็บไว้ ทั้งแบบที่เจียระไนแล้วและแบบก้อนดิบ
การขุดหาแก้วโป่งข่ามของคนบ้านนาบ้านไร่ ความยากลำบากที่แลกมาด้วยรายได้
คนบ้านนาบ้านไร่จะออกไปขุดหาแก้วโป่งข่ามกันในช่วงหน้าแล้งหลังฤดูทำนา โดยพื้นที่ขุดหาอยู่บนดอยโป่งหลวงไม่ไกลจากหมู่บ้านมากนัก แต่การเดินทางไปถึงนั้นต้องผ่านเส้นทางดินลูกรังและปีนขึ้นดอยหลายลูกกว่าจะถึงจุดหมาย ต้องใช้ทั้งความชำนาญและความอดทนอย่างมาก ผู้ที่ขุดหามานานจนชำนาญสามารถสังเกตได้จากลักษณะดินและหินว่าตรงไหนมีแก้วอยู่ เช่น หากพบหินเหลี่ยมเล็ก ๆ ก็มักจะพบแก้วที่ใหญ่ขึ้นเมื่อขุดลึกลงไป คนที่ขุดมานานกว่าสี่สิบปีเล่าว่าใช้เวลาขุดวันละประมาณหกชั่วโมง และในหนึ่งปีขุดได้เพียงสองถึงสามหลุมเท่านั้นหากเป็นบ่อใหญ่
ขั้นตอนแปรรูปแก้วโป่งข่ามของคนบ้านนาบ้านไร่ จากก้อนดิบสู่อัญมณี
เมื่อขุดแก้วโป่งข่ามก้อนดิบขึ้นมาได้แล้ว คนบ้านนาบ้านไร่จะนำมาล้างน้ำให้เห็นลวดลายแก้วที่ซ่อนอยู่ข้างใน จากนั้นนำไปตัดและเกลี่ยรูปทรง ขั้นตอนสำคัญที่สุดคือการขัดผิวให้เรียบด้วยกระดาษทรายถึงสามขนาด แล้วขัดต่อด้วยไม้ไผ่เฮียะซึ่งมีเนื้อใยพิเศษที่ช่วยให้แก้วยิ่งขัดยิ่งเงาใสจับตา แก้วที่ขัดสำเร็จแล้วสามารถนำไปทำเป็นหัวแหวน จี้ หรือเครื่องประดับอื่น ๆ ได้ สะท้อนให้เห็นว่าคนบ้านนาบ้านไร่พัฒนาการขายแก้วโป่งข่ามจากเดิมที่ขายเป็นแท่งดิบ มาเป็นสินค้าแปรรูปที่มีมูลค่าสูงขึ้น
รายได้และความเชื่อของคนบ้านนาบ้านไร่กับแก้วโป่งข่าม
การขุดและขายแก้วโป่งข่ามสร้างรายได้ให้คนบ้านนาบ้านไร่อย่างต่อเนื่อง บางคนเคยทำรายได้สูงสุดถึงวันละสี่ถึงห้าพันบาท และยังคงออกไปขุดทุกวันไม่เว้นวัน เพราะมองว่าเป็นงานที่ท้าทายและมีความสุขมากกว่าทำอย่างอื่น พื้นที่ดอยโป่งหลวงถือเป็นที่ทำมาหากินของชาวบ้านที่นี่และหมู่บ้านใกล้เคียง ซึ่งทุกคนสามารถเข้ามาขุดหาได้โดยไม่มีใครหวงห้าม เพียงแต่ต้องเคารพกติการ่วมกันคือห้ามทำลายป่า สะท้อนให้เห็นว่าคนบ้านนาบ้านไร่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างมีคุณค่าและอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน
ติดตามชมรายการซีรีส์วิถีคน วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2569 เวลา 16.30 - 17.00 น. ทางไทยพีบีเอส


























































