อาการคันสัญญาณเตือนมะเร็งตับจริงหรือ ?
อาการคันเรื้อรังอาจเป็นสัญญาณเตือนมะเร็งตับที่ไม่ควรมองข้าม
อาการคันที่เกิดขึ้นเป็นเวลานานหลายเดือนโดยไม่ทราบสาเหตุ อาจไม่ใช่เรื่องธรรมดาอย่างที่คิด เมื่อเร็ว ๆ นี้มีรายงานกรณีสาวจีนที่มีอาการคันอย่างต่อเนื่องหลายเดือน ซื้อยามารับประทานแต่ไม่หายสักที จนเมื่อไปตรวจอีกครั้งปรากฏว่าเข้าสู่ระยะลุกลาม เป็นมะเร็งตับ ซึ่งเป็นโรคที่คร่าชีวิตผู้ป่วยจำนวนมากทั่วโลก
ความเชื่อมโยงระหว่างอาการคันกับมะเร็งตับ
นายแพทย์วรวัฒน์ แสงวิภาสนภาพร แพทย์เฉพาะทางสาขาอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร ศูนย์อายุรกรรมเฉพาะทาง โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ อธิบายว่า อาการคันกับโรคตับมีความสัมพันธ์ร่วมกันได้ แต่อาการคันที่เกิดขึ้นในโรคตับส่วนใหญ่จะมีภาวะดีซ่านหรือตัวเหลืองตาเหลืองร่วมด้วย
อาการคันเกิดจากสารเหลืองในกระแสเลือดที่ไปสะสมตามผิวหนัง ทำให้กระตุ้นและทำให้คนไข้มีอาการคันตามผิวตามตัวได้ ส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับภาวะตัวเหลืองตาเหลือง
อาการคันที่อาจเชื่อมโยงกับมะเร็งตับแทนที่จะเป็นโรคผิวหนัง
อาการคันที่อาจต้องสงสัยว่าเป็นโรคอื่นที่ไม่ใช่โรคผิวหนัง คือ คันโดยที่ไม่เห็นผื่น หรือคันข้างใต้ผิว ไม่มีการอักเสบของผิวหนังหรือรอยโรคตั้งต้นจากผิวหนัง อาการคันแบบนี้อาจเป็นอาการคันในที่ไม่ใช่โรคผิวหนังจริง ๆ
สำหรับอาการคันที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งตับ แม้จะมีรายงานทางการแพทย์บ้าง แต่จริง ๆ แล้วน้อยมาก ๆ ไม่ได้เจอกันเป็นประจำ ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะนานเป็นหลักเดือนขึ้นไป
สาเหตุหลักของมะเร็งตับในประเทศไทย
ไวรัสตับอักเสบเรื้อรัง
มะเร็งตับส่วนใหญ่ในประเทศไทยจะมีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเรื้อรัง โดยเฉพาะไวรัสตับอักเสบเรื้อรังชนิดบีและชนิดซี คิดเป็น 80% ของการเกิดมะเร็งตับ
การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซีเกิดจาก:
- การสัมผัสเลือดโดยตรง
- การมีเพศสัมพันธ์
- การถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกในขณะคลอด (เป็นปัญหาทางสาธารณสุขในประเทศไทย)
ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้น
- การทานแอลกอฮอล์เป็นประจำ
- ความอ้วนและไขมันพอกตับ - จากรูปแบบอาหารการกินปัจจุบันที่เน้นทอดแป้ง น้ำตาลเยอะ ทำให้มีไขมันสะสมในตับจนเหนี่ยวนำให้เกิดการอักเสบและกลายเป็นมะเร็งตับ
อาการแสดงอื่นๆ ของมะเร็งตับที่ควรสังเกต
นอกจากอาการคันแล้ว อาการของโรคตับเรื้อรังยังมี:
- ท้องมาน
- จุดเลือดออกตามเนื้อตามตัว
- เส้นเลือดฝอยตามเนื้อตามตัว
- ตัวเหลืองตาเหลือง (ดีซ่าน)
แพทย์เน้นว่าไม่อยากให้คนไข้มีอาการเลย หากคัดกรองก่อนได้หรือรู้ว่าตัวเองมีความเสี่ยงมีประวัติครอบครัว ควรรีบไปตรวจก่อน
การแยกแยะอาการคันจากมะเร็งตับและสาเหตุอื่นๆ
อาการคันจากการกินอาหาร (ภูมิแพ้)
อาการคันจากการแพ้อาหารจะไม่มาเพียงอาการคันเพียงอย่างเดียว จะมีอาการแสดงอื่นๆ เช่น:
- บวมแดงหน้าตา
- เยื่อบุผิวหนังมีอาการแดงร่วมด้วย
- รู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก
- อาการขึ้นมาชะงัดทันที ไม่ใช่ลักษณะเรื้อรังสองเดือน
ตาเหลืองจากสาเหตุอื่น
ในคนไทยมีโอกาสที่จะมีสาเหตุตาเหลืองที่ไม่ใช่โรคตับ เช่น ภาวะเม็ดเลือดแดงแตกง่ายในกลุ่มที่เป็นธาลัสซีเมีย เมื่อเม็ดเลือดแดงแตก จะมีภาวะตัวเหลืองขึ้นมาทันที แต่เมื่อความเครียดหรือโรคทางกายอื่นๆ หายไป ภาวะตัวเหลืองก็จะดีขึ้นได้
วิธีการป้องกันมะเร็งตับที่มีประสิทธิภาพ
วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี
วัคซีนเป็นกลยุทธ์ที่ป้องกันได้ดีที่สุด ตั้งแต่ปี 2535 ประเทศไทยมีนโยบายฉีดวัคซีนในเด็กแรกเกิด สามารถลดจำนวนการเกิดไวรัสตับอักเสบบีรายใหม่ได้มาก
สำหรับผู้ใหญ่ที่เกิดก่อนปี 2535:
- ควรเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง
- หากยังไม่เคยติดเชื้อ สามารถไปฉีดวัคซีนได้
- ค่าใช้จ่ายไม่แพง ประมาณ หลักร้อย บาท
- เข้าถึงได้ง่าย
การตรวจคัดกรองที่แนะนำ
ควรตรวจคัดกรองหาก:
- มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งตับ
- มีประวัติไวรัสตับอักเสบบีในครอบครัว
- เกิดก่อนปี 2535 (ยังไม่ได้รับวัคซีน)
การรักษาไวรัสตับอักเสบเพื่อป้องกันมะเร็งในปัจจุบัน
ไวรัสตับอักเสบซี
ปัจจุบันมียาที่มีคุณภาพ รักษากินยาสามเดือนหายได้เลย
ไวรัสตับอักเสบบี
ยังไม่มียารักษาหายขาดได้ หากเป็นแล้วยังคงเป็นอยู่ แต่มียาต้านไวรัสเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับในอนาคต ต้องตรวจติดตามอยู่ไปเรื่อยเรื่อย
หมายเหตุ: แพทย์ไม่แนะนำให้ใช้คำว่า "พาหะ" สำหรับไวรัสตับอักเสบบี เพราะทำให้คนไข้เข้าใจผิดว่าไม่ต้องรักษาไม่ต้องติดตาม หากมีไวรัสตับอักเสบบีติดเชื้อแล้ว ต้องเข้าสู่กระบวนการติดตาม
การดูแลตับเพื่อลดความเสี่ยงจากมะเร็งตับ
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ - จะเป็นการเซฟตับได้มาก
- หลีกเลี่ยงการรับประทานยาโดยไม่จำเป็น - ยาส่วนใหญ่ต้องมีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจน
เรื่องอาหารเสริมบำรุงตับ
แพทย์ชี้แจงว่า ยังไม่มีอาหารเสริมใดที่สามารถเป็นยาวิเศษได้ ที่สามารถขจัดสารพิษหรือสารตกค้างจากยา การดูแลที่ดีที่สุดคือ ลดความเสี่ยงและกำจัดสาเหตุตรงนั้น
การรับประทานอาหาร
- ไม่มีอะไรดีที่สุดและไม่มีอะไรแย่ที่สุด
- เดินทางสายกลางดีที่สุด - กินให้หลากหลาย กินให้ครบทุกสัดส่วน
- เรื่องการกินตับหมูบำรุงตับ - ถ้ากินแต่เครื่องในจะได้ไขมันหรือสัดส่วนอื่น ๆ มากเกินไป ควร กินให้หลากหลายกินให้ครบทุกสัดส่วน
สรุป: ความสำคัญของการเฝ้าระวังมะเร็งตับ
อาการคันที่เกิดขึ้นเป็นเวลานานโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะคันโดยไม่เห็นผื่น แม้จะมีโอกาสน้อยมากที่จะเกี่ยวข้องกับมะเร็งตับ แต่ยังคงเป็นสัญญาณที่ควรสังเกตและตรวจหาสาเหตุ
การป้องกันที่ดีที่สุดคือการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี การคัดกรองในกลุ่มเสี่ยง และการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ หากสงสัยควรปรึกษาแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้อง
ข้อมูลจากนายแพทย์วรวัฒน์ แสงวิภาสนภาพร แพทย์เฉพาะทางสาขาอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร ศูนย์อายุรกรรมเฉพาะทาง โรงพยาบาลจุฬาภรณ์
อ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการดูแลตับ
- ไขมันพอกตับ ภัยเงียบที่ถูกมองข้าม
- โรคไวรัสตับอักเสบที่ควรรู้
- รู้สู้โรค : เรียนรู้สู้มะเร็งตับ
- โรคตับอักเสบ ภัยเงียบเสี่ยงมะเร็งตับจริงหรือ ?
- มะเร็งตับอาจเรื่องจากแค่อาการคัน



























































