FLASHPOINT จุดร้อนโลก
FLASHPOINT จุดร้อนโลก

ญี่ปุ่น อุดมการณ์สันติภาพบนเส้นด้าย

หน้ารายการ
20 ส.ค. 68

ซากปรักหักพังของโดมระเบิดปรมาณูตั้งตระหง่านในเมืองฮิโรชิมา เป็นหลักฐานย้ำเตือนว่า ครั้งหนึ่ง ญี่ปุ่นเคยนำประเทศเข้าสู่สงคราม สงครามที่พรากชีวิตคนไปนับแสนนับล้าน และจบลงโดยเหลือเพียงเศษซากปรักหักพังและความสูญเสีย ความพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ญี่ปุ่นปฏิรูปการเมืองและการทหาร โดยมี “แนวทางใฝ่สันติ” เป็นอุดมการณ์หลัก

เข้าสู่ปี 2022 เกิดการเปลี่ยนแปลง เมื่อรัฐบาลญี่ปุ่นประกาศแผนเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหมครั้งประวัติศาสตร์ รวมถึงไฟเขียวให้ครอบครองอาวุธพิสัยไกลที่มีศักยภาพในการ “ตอบโต้” โจมตีฐานของศัตรูที่คุกคาม เป็นจุดเปลี่ยนนโยบายกลาโหมที่บ่งชี้ว่า ญี่ปุ่นกำลังออกห่างจากแนวทางใฝ่สันติที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญที่ใช้มาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2

จุดเปลี่ยน ญี่ปุ่นปฏิรูปการเมือง

ความพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ญี่ปุ่นปฏิรูปการเมืองและการทหาร โดยมี “แนวทางใฝ่สันติ” เป็นอุดมการณ์หลัก สหรัฐฯ ในฐานะผู้ชนะสงครามได้ทำทุกทางเพื่อให้มั่นใจว่า ญี่ปุ่นจะไม่มีวันได้กลับไปมีความเกรียงไกรทางการทหารจนอยู่ในจุดที่จะก่อสงครามได้อีก มีการเข้ามาจัดความสัมพันธ์ทางอำนาจในญี่ปุ่นใหม่ ตั้งแต่จำกัดพระราชอำนาจของจักรพรรดิ รื้อถอนลัทธิทหารในญี่ปุ่นด้วยการเป็นผู้ร่างกฎหมายสูงสุดอย่างรัฐธรรรมนูญให้กับญี่ปุ่น เรียกรัฐธรรมนูญฉบับที่สหรัฐร่างว่า “รัฐธรรมนูญฉบับสันติ” มาตราที่เป็นหัวใจสำคัญคือ มาตรา 9 ที่ระบุว่า

“ด้วยความปรารถนาอย่างจริงใจที่จะให้เกิดสันติภาพระหว่างประเทศบนพื้นฐานความยุติธรรมและระเบียบ ประชาชนชาวญี่ปุ่นสละการทำสงครามในฐานะสิทธิอธิปไตยของประเทศ และสละการคุกคามหรือการใช้กำลังในฐานะเครื่องมือยุติความขัดแย้งระหว่างประเทศชั่วนิรันดร์” และเพื่อบรรลุเป้าหมายนี้ “ญี่ปุ่นจะไม่คงกองกำลัง ทางบก ทางทะเล และอากาศ หรือศักยภาพในการทำสงครามอื่น ๆ สิทธิในการทำสงครามของรัฐจะไม่ได้รับการยอมรับ” มาตรา 9 ของรัฐธรรมนูญญี่ปุ่นคือการปิดช่องทางไม่ให้ญี่ปุ่นสามารถสร้างกองทัพของตนเองได้ และในฐานะผู้สร้างเงื่อนไขห้ามไม่ให้ญี่ปุ่นมีกองทัพ สหรัฐฯได้สัญญาว่าจะพิทักษ์ปกป้องความมั่นคงของญี่ปุ่น

กองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น

ฐานทัพสหรัฐฯหลายสิบแห่งถูกสร้างขึ้น 25 มิถุนายน 1950 กองทัพเกาหลีเหนือด้วยการสนับสนุนจากสหภาพโซเวียตเปิดฉากบุกเกาหลีใต้แบบสายฟ้าแลบ สงครามดำเนินอยู่ 3 ปี หลังทำข้อตกลงหยุดยิง เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ยังไม่สามารถก้าวข้ามไปถึงจุดของการทำสนธิสัญญาสันติภาพได้ ในทางเทคนิค 2 เกาหลีจึงยังคงอยู่ในสภาวะสงครามกันจนถึงทุกวันนี้

อีกสิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่คือ ความหวาดกลัวว่า การสู้รบจะปะทุขึ้นอีกครั้งในเอเชีย ความหวาดกลัวนี้เองที่นำมาสู่การที่สหรัฐฯ ผลักดันให้ญี่ปุ่นติดเขี้ยวเล็บทางกลาโหมเพื่อแบ่งภาระการปกป้องความมั่นคงหากสงครามปะทุขึ้นมาใหม่ และนำมาสู่การก่อตั้งสิ่งที่เรียกว่า “กองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น” หรือ Japan Sefl-Defense Forecs/ JSDF) เพื่อให้ยังอยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญในมาตราที่ 9 กองกำลังของญี่ปุ่นไม่เรียกว่า “กองทัพ”

หน้าที่ของ JSDF ยึดตามหลักการ “ป้องกันต่ำสุดเท่าที่จำเป็น” โดยจะใช้กำลังได้ก็เฉพาะเมื่อประเทศถูกโจมตี อีกหนึ่งหน้าที่คือ การช่วยเหลือในภารกิจด้านมนุษยธรรม

พลิกบทบาทกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น

อุดมการณ์ใฝ่สันติของญี่ปุ่นที่งอกเงยมาจากบทเรียนในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ยังคงถูกยึดมั่น จนกระทั่งสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือและของโลกเปลี่ยนแปลง คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้ประกาศรับรองเอกสารความมั่นคง 3 ฉบับที่เปลี่ยนยุทธศาสตร์กลาโหมครั้งใหญ่ เปิดทางให้ญี่ปุ่นทำในสิ่งที่ไม่เคยทำได้มาก่อน

นั่นก็คือ การพลิกบทบาทกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่นให้มีขีดความสามารถ ในการโจมตีโต้กลับฐานปล่อยอาวุธของศัตรูที่เตรียมเปิดฉากโจมตีญี่ปุ่น หรือเรียกว่า Counterstrike capability

การเปลี่ยนแปลงด้านกลาโหมครั้งสำคัญที่สุดนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 นี้ถูกตีความว่ายังอยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญเนื่องจากเป็นการป้องกันตนเอง ป้องปรามภัยคุกคามที่กำลังจะเกิดขึ้น

ติดตามได้ ในรายการ FLASHPOINT จุดร้อนโลก ตอน ญี่ปุ่น อุดมการณ์สันติภาพบนเส้นด้าย วันพุธที่ 20 สิงหาคม 2568 เวลา 21.30 - 21.55 น. ทางไทยพีบีเอส หรือรับชมย้อนหลังทุกตอน ทาง www.thaipbs.or.th/program/FlashPoint

FLASHPOINT จุดร้อนโลก

1 - 30
31 - 60
61 - ล่าสุด

FLASHPOINT จุดร้อนโลก

1 - 30
31 - 60
61 - ล่าสุด

ละครดี ซีรีส์เด่น

ดูทั้งหมด

♫ ♫ Songs Popular ♫ ♫

ดูทั้งหมด

คลิปมาใหม่

คนดูเยอะ 👀

ดูทั้งหมด

เสน่ห์ประเทศไทย