เตรียมความพร้อมเรื่องยา รับฝุ่น PM 2.5
เตรียมความพร้อมรับมือฝุ่น PM2.5 ยาและวิธีป้องกันที่ต้องรู้
กลุ่มเสี่ยงจากฝุ่น PM2.5 และผลกระทบ
ประชาชนสามกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 โดยตรง ได้แก่ เด็กที่ชอบวิ่งเล่นกลางแจ้ง ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวเช่นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ซึ่งมีภูมิคุ้มกันต่ำอยู่แล้ว และหญิงตั้งครรภ์หรือหญิงให้นมบุตร กลุ่มเหล่านี้มีภูมิคุ้มกันต่ำและสามารถเจ็บป่วยจากฝุ่น PM2.5 ได้เร็วและง่ายที่สุด
ฝุ่น PM2.5 ส่งผลกระทบต่อหลายระบบของร่างกาย โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ เริ่มจากรูจมูกที่เป็นตัวเปิดรับฝุ่น PM2.5 เข้าไป จากนั้นลงมาที่หลอดลม ทำให้มีเสลดเสมหะผลิตออกมามากขึ้น หากเสลดเป็นสีขาวใสแสดงว่าเพิ่งเกิดขึ้นใหม่ แต่หากทิ้งไว้ข้ามวันข้ามคืนจนเปลี่ยนเป็นสีเขียว มีโอกาสแปดสิบถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ที่จะติดเชื้อแบคทีเรีย ต้องได้รับยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
ฝุ่น PM2.5 มีขนาดเล็กกว่าเส้นขนถึงยี่สิบห้าเท่า ตัวโมเลกุลสามารถทะลุถุงลมเข้าไปถึงระดับหลอดเลือดได้ ทำให้เกิดภาวะหลอดลมอักเสบในเด็ก หากภูมิคุ้มกันไม่ดีพอจะมีอาการหายใจวีดวีดตอนกลางคืน ที่ร้ายที่สุดคือเข้ากระแสเลือด ซึ่งต้องให้ตับเป็นตัวกำจัดสารพิษออกสู่ร่างกาย
การป้องกันและการใช้ยาในช่วงฝุ่น PM2.5
วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคืออย่าให้ตัวเองไปสัมผัสกับฝุ่น ส่วนการใช้ยาหรือการล้างจมูกเป็นวิธีรองลงมา ไม่มียาที่สามารถลดหรือป้องกันฝุ่นได้โดยตรง แต่สามารถใช้หน้ากากป้องกันแบบ N95 ซึ่งต้องใส่ให้ถูกวิธี คือต้องใส่ให้แนบชิดจนรู้สึกหายใจลำบาก หากใส่หน้ากากแล้วยังหายใจได้สบาย ๆ แสดงว่าใส่ไม่ถูกต้อง การล้างจมูกช่วยลดความรุนแรงของการอักเสบในระบบทางเดินหายใจ เพราะช่วยลดปริมาณฝุ่น PM2.5 และ PM10 ที่สะสมอยู่ในโพรงจมูก ทำให้ลดโอกาสการติดเชื้อและการอักเสบ
ยาแก้แพ้และข้อควรระวัง
สำหรับคนที่มีอาการแพ้จากฝุ่น สามารถใช้ยาแก้แพ้ได้ แต่ต้องระวังการใช้ยาแก้แพ้กลุ่มเก่าในระยะยาว การกินยาแก้แพ้กลุ่มเก่าทุกวันติดต่อกันเป็นระยะเวลาเกินหนึ่งปี อาจส่งผลต่อการกดระบบประสาทส่วนกลาง มีโอกาสเสี่ยงที่จะล้มและเป็นอัลไซเมอร์ได้ ควรใช้ยาแก้แพ้กลุ่มใหม่ซึ่งมีหลายชนิดที่จำเพาะต่อระบบต่าง ๆ เช่น จมูก ผิวหนัง โดยต้องปรึกษาเภสัชกร
สำหรับผู้ที่มีประวัติเป็นภูมิแพ้ชัดเจน แพทย์อาจให้รับประทานยาต่อเนื่องสามถึงหกเดือน แต่จะไม่ได้มีแค่ยาแก้แพ้ตัวเดียว จะต้องมีตัวกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ตัวช่วยบรรเทาอาการเบื้องต้น เช่น ตัวขับเสลด ยาบรรเทาอาการไอ หรือยาบรรเทาอาการอักเสบ ยาแต่ละตัวจะมีบทบาทของตัวเอง แต่เมื่ออยู่ด้วยกันจะเสริมฤทธิ์กัน
การดูแลผิวหนังและการใช้ยาทา
ผิวหนังที่มีสุขภาพดีต้องเป็นผิวหนังที่ชุ่มชื้น ไม่แห้งจนเกินไปและไม่เปียกแฉะจนเกินไป การทำให้ผิวหนังชุ่มชื้นได้คือการทามอยส์เจอไรเซอร์ ซึ่งไม่ต้องยึดที่ยี่ห้อดัง ๆ หรือราคาแพง แม้แต่มอยส์เจอไรเซอร์ตามตลาดก็ใช้ได้ แต่ต้องปรึกษาเภสัชกรก่อน เพราะผลิตภัณฑ์บางอย่างอาจไม่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา หรืออาจมีสารสเตียรอยด์ผสมอยู่
การใช้สเตียรอยด์ทาผิว
การใช้สเตียรอยด์ในทางเภสัชกรรมเป็นการใช้แบบปลายเหตุ เมื่อไม่รู้สาเหตุและไม่รู้ว่าจะใช้ยาอะไร เพราะสเตียรอยด์สามารถหยุดการอักเสบได้หมด ทาครั้งเดียววันรุ่งขึ้นยุบเลย แม้แต่ผื่นแดงก็หายแดงได้ แต่การที่ประชาชนยึดติดกับผลนั้นแล้วทาไปเรื่อย ๆ โดยไม่หยุด ผลเสียจะตามมา คือผิวหนังจะบางลงและผิวหนังจะติดสเตียรอยด์ ทาไปโดยไม่ได้เป็นอะไรก็อยากทา
การแก้ไขต้องค่อย ๆ หยุดและค่อย ๆ ลดออก แล้วเปลี่ยนไปทามอยส์เจอไรเซอร์หรือสารให้ความชุ่มชื้นอื่นที่ไม่ใช่สเตียรอยด์จะปลอดภัยกว่า ต้องใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลและใช้ในระยะเวลาที่กำหนด ไม่ควรใช้ต่อเนื่องยาวนานเกินไป
กระเช้าสุขภาพและข้อควรระวัง
การส่งมอบกระเช้าสุขภาพเป็นของขวัญต้องคำนึงถึงผู้รับเป็นสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและหญิงตั้งครรภ์หรือหญิงให้นมบุตร เพราะไม่ใช่ทุกคนจะกินทุกอย่างที่อยู่ในกระเช้าได้ ตัวอย่างเช่น ซุปไก่สกัดกับรังนกซึ่งเป็นของในกระเช้ายอดฮิต ผู้สูงอายุบางคนไม่สามารถทานได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคเก๊าท์หรือกรดยูริกสูง แต่หากเป็นโรคเก๊าท์ที่ควบคุมอาการได้แล้ว แพทย์บางท่านอาจอนุญาตให้กินได้ เพราะการจำกัดชีวิตคนไข้มากเกินไปในขณะที่คนไข้ดูแลตัวเองดีอยู่แล้ว อาจทำให้ไม่มีความสุขในการใช้ชีวิต
ผลิตภัณฑ์สุขภาพต้องพิจารณาไปตามแต่ละคนว่ามีโรคอะไร มีข้อจำกัดในเรื่องตับและไตในการย่อยสลายยาหรือไม่ เพราะผู้สูงอายุบางคนมีน้ำในร่างกายน้อย ระบบต่าง ๆ ก็ลดประสิทธิภาพในการกรองตามอายุขัย ทำให้ไม่สามารถกินเหมือนคนปกติได้ การส่งมอบของขวัญสุขภาพที่ดีต้องรู้ก่อนว่าผู้รับเป็นใคร และผู้รับเองก็ต้องอ่านฉลากก่อนว่าเหมาะสมกับตนเองหรือไม่ จะได้ปลอดภัยสำหรับผู้รับและถูกใจทั้งผู้ให้และผู้รับ
Fact Check : กินยา “พาราเซตามอล” เกินขนาด ทำลายตับ
ข่าวที่แชร์: การรับประทานยาพาราเซตามอลเกินขนาดหรือใช้ต่อเนื่องนาน ๆ อาจทำให้เป็นพิษต่อตับได้
คำตอบ: จริง
ทุกครั้งที่รับประทานยาพาราเซตามอล ยาจะถูกกำจัดออกจากร่างกายผ่านตับ ในกระบวนการนี้จะมีการเปลี่ยนเป็นสารพิษเล็กน้อยซึ่งร่างกายสามารถกำจัดได้ง่าย ยกเว้นกรณีที่ได้รับพาราเซตามอลในปริมาณสูงมากจนร่างกายไม่สามารถกำจัดสารพิษออกไปได้ ทำให้สารพิษไปทำลายเนื้อเยื่อตับและอาจเกิดภาวะตับวายได้
สาเหตุที่ได้รับยาเกินขนาด มักเกิดจากการรับประทานยาเองโดยไม่รู้เท่าทัน หรือรับประทานยาหลายตัวที่มีส่วนผสมของพาราเซตามอลอยู่แล้ว ปัจจุบันมียาสูตรผสมจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นยาแก้ปวดลดไข้ บรรเทาอาการหวัด หรือยาคลายกล้ามเนื้อ ซึ่งอาจมีพาราเซตามอลเป็นส่วนผสมอยู่แล้ว หากรับประทานยาพาราเซตามอลเดี่ยวร่วมด้วย ก็อาจได้รับยาเกินขนาด
กลุ่มเสี่ยงพิเศษคือคนที่ดื่มสุราเป็นประจำทุกวัน เพราะการทำงานของตับมีความแปลกไปจากปกติ สามารถผลิตสารพิษจากยาพาราเซตามอลได้มากกว่าปกติ ทำให้ร่างกายอาจไม่สามารถกำจัดสารพิษออกได้ทัน
วิธีรับประทานพาราเซตามอลที่ถูกต้อง
อ่านฉลากยาให้ดี เพราะฉลากจะระบุว่าคนน้ำหนักประมาณเท่าไหร่ควรรับประทานกี่เม็ด และในหนึ่งวันควรรับประทานไม่เกินกี่ครั้ง สำหรับเด็กควรให้รับประทานประมาณ 10-15 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อหนึ่งครั้ง โดยหนึ่งวันไม่ควรเกินสี่ครั้ง ควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรเพื่อคำนวณขนาดยาที่เหมาะสม ไม่ควรรับประทานยาพาราเซตามอลติดต่อกันเกินห้าวัน หากมีอาการปวดหรือมีไข้รับประทานยาแล้วเกินห้าวันยังไม่ดีขึ้น ต้องไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและแก้ไขอย่างถูกต้อง
ยาที่ห้ามรับประทานร่วมกับพาราเซตามอลคือพาราเซตามอลนั่นเอง เพราะยาหลายชนิดมีการใส่พาราเซตามอลเป็นส่วนผสมอยู่แล้ว ต้องอ่านฉลากให้ดีว่ายาที่จะรับประทานมีพาราเซตามอลเป็นองค์ประกอบหรือไม่ หากได้รับพาราเซตามอลแล้ว อย่ารับพาราเซตามอลซ้ำ มิเช่นนั้นอาจเสี่ยงต่อภาวะตับเป็นพิษได้
ติดตามชมในรายการคนสู้โรค วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม 2569 เวลา 15.05 – 15.30 น. ทางไทยพีบีเอส หรือ รับชมสดออนไลน์ทาง www.thaipbs.or.th/Live
คนสู้โรค
- 24:56
ท่องเที่ยวศึกษาสมุนไพรไทย ณ อุทยานธรรมชาติสิรีรุกชาติ
16 ม.ค. 69 - 24:43
รับมือผลกระทบฝุ่น PM2.5 ปัจจัยกระตุ้นโรค
19 ม.ค. 69 - 24:48
ต่างวัยต่างมุมมอง คุยการเมืองอย่างไรให้ใจยังใกล้กัน
22 ม.ค. 69 - 24:54
ศาสตร์ชี่กง รักษาโรคด้วยพลังกาย ใจ จิต แบบจีน
23 ม.ค. 69 - 25:00
70 ปี แห่งการควบคุมโรคเรื้อน สู่เป้าหมายการกำจัดการแพร่โรคอย่างยั่งยืน
26 ม.ค. 69 - 25:00
ปรับตารางชีวิตใหม่ สูงวัยให้มีความสุข
27 ม.ค. 69 - 25:12
ย้ำคิดย้ำทำในผู้สูงอายุ โรคใจที่ต้องดูแลอย่างเข้าใจ
29 ม.ค. 69 - 25:00
อาบป่า สปาเกลือ ท่องเที่ยวสุขภาพเพื่อผู้สูงอายุ
30 ม.ค. 69 - 25:00
ดื่มน้ำให้ถูก ผู้สูงอายุควรรู้ก่อนเลือก
2 ก.พ. 69 - 25:00
โรคตาสูงวัย เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม, น้ำด่าง บำรุงไตจริงหรือ ?
4 ก.พ. 69 - 25:00
โรคไต ภัยเงียบที่ป้องกันได้
5 ก.พ. 69 - 25:00
“เบญจกิติ” สวนป่าใจกลางเมือง พื้นที่สร้างสุขภาพดี
6 ก.พ. 69 - 24:52
ออกกำลังกายอย่างไร ในวัยสูงอายุ
9 ก.พ. 69 - 21:35
เช็กสัญญาณเตือนไทรอยด์ผิดปกติ
10 ก.พ. 69 - 25:25
คืนนี้...นอนอย่างไรให้หลับดี ปัญหาใหญ่ในผู้สูงวัย
11 ก.พ. 69 - 24:57
แผลแมวข่วน ! ปล่อยไว้หายเองหรือเสี่ยงอักเสบเรื้อรัง ?
12 ก.พ. 69 - 25:00
"บางยี่รงค์" ตำบลต้นแบบสูงวัยสุขภาพดี
13 ก.พ. 69 - 24:45
นโยบายยา NCDs ทางรอดสุขภาพคนไทย
16 ก.พ. 69 - 25:33
ไมเกรน รู้ก่อนปวดป้องกันได้
17 ก.พ. 69 - 24:15
ตะคริว-ขากระตุกตอนกลางคืน ปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม
18 ก.พ. 69 - 24:32
ดูแลลูกหลานอย่างไรให้ห่างไกล “ภูมิแพ้ผิวหนัง”
19 ก.พ. 69 - 22:28
เต่าอวิ้นกง ปรับอวิ้นชี่ ดูแลสุขภาพแบบแพทย์แผนจีน
20 ก.พ. 69 - 25:00
สังคมสูงวัย กับภาวะโรคกระดูก
23 ก.พ. 69 - 24:41
สังคมสูงวัย กับภาวะโรคกระดูก
23 ก.พ. 69 - 23:43
ขี้ลืมตามวัยหรืออัลไซเมอร์ เช็กให้ชัวร์ก่อนสมองฝ่อ
24 ก.พ. 69 - 23:26
ก้าวข้ามขีดจำกัดมะเร็งระยะที่ 4 ด้วยการดูแลแบบประคับประคอง
25 ก.พ. 69 - 25:00
ดื่มกาแฟอย่างไร ไม่ให้อันตรายถึงชีวิตของผู้สูงวัย
26 ก.พ. 69 - 25:00

เที่ยวใกล้กรุงฯคุ้งบางกะเจ้า
27 ก.พ. 69 - 25:16
ไขรหัสลับพันธุกรรม ความหวังใหม่...สู้โรคหายาก
2 มี.ค. 69 - 24:48
รู้ทันโรคไต ป้องกันได้ด้วยตัวคุณ
4 มี.ค. 69
คนสู้โรค
- 24:56
ท่องเที่ยวศึกษาสมุนไพรไทย ณ อุทยานธรรมชาติสิรีรุกชาติ
16 ม.ค. 69 - 24:43
รับมือผลกระทบฝุ่น PM2.5 ปัจจัยกระตุ้นโรค
19 ม.ค. 69 - 24:48
ต่างวัยต่างมุมมอง คุยการเมืองอย่างไรให้ใจยังใกล้กัน
22 ม.ค. 69 - 24:54
ศาสตร์ชี่กง รักษาโรคด้วยพลังกาย ใจ จิต แบบจีน
23 ม.ค. 69 - 25:00
70 ปี แห่งการควบคุมโรคเรื้อน สู่เป้าหมายการกำจัดการแพร่โรคอย่างยั่งยืน
26 ม.ค. 69 - 25:00
ปรับตารางชีวิตใหม่ สูงวัยให้มีความสุข
27 ม.ค. 69 - 25:12
ย้ำคิดย้ำทำในผู้สูงอายุ โรคใจที่ต้องดูแลอย่างเข้าใจ
29 ม.ค. 69 - 25:00
อาบป่า สปาเกลือ ท่องเที่ยวสุขภาพเพื่อผู้สูงอายุ
30 ม.ค. 69 - 25:00
ดื่มน้ำให้ถูก ผู้สูงอายุควรรู้ก่อนเลือก
2 ก.พ. 69 - 25:00
โรคตาสูงวัย เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม, น้ำด่าง บำรุงไตจริงหรือ ?
4 ก.พ. 69 - 25:00
โรคไต ภัยเงียบที่ป้องกันได้
5 ก.พ. 69 - 25:00
“เบญจกิติ” สวนป่าใจกลางเมือง พื้นที่สร้างสุขภาพดี
6 ก.พ. 69 - 24:52
ออกกำลังกายอย่างไร ในวัยสูงอายุ
9 ก.พ. 69 - 21:35
เช็กสัญญาณเตือนไทรอยด์ผิดปกติ
10 ก.พ. 69 - 25:25
คืนนี้...นอนอย่างไรให้หลับดี ปัญหาใหญ่ในผู้สูงวัย
11 ก.พ. 69 - 24:57
แผลแมวข่วน ! ปล่อยไว้หายเองหรือเสี่ยงอักเสบเรื้อรัง ?
12 ก.พ. 69 - 25:00
"บางยี่รงค์" ตำบลต้นแบบสูงวัยสุขภาพดี
13 ก.พ. 69 - 24:45
นโยบายยา NCDs ทางรอดสุขภาพคนไทย
16 ก.พ. 69 - 25:33
ไมเกรน รู้ก่อนปวดป้องกันได้
17 ก.พ. 69 - 24:15
ตะคริว-ขากระตุกตอนกลางคืน ปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม
18 ก.พ. 69 - 24:32
ดูแลลูกหลานอย่างไรให้ห่างไกล “ภูมิแพ้ผิวหนัง”
19 ก.พ. 69 - 22:28
เต่าอวิ้นกง ปรับอวิ้นชี่ ดูแลสุขภาพแบบแพทย์แผนจีน
20 ก.พ. 69 - 25:00
สังคมสูงวัย กับภาวะโรคกระดูก
23 ก.พ. 69 - 24:41
สังคมสูงวัย กับภาวะโรคกระดูก
23 ก.พ. 69 - 23:43
ขี้ลืมตามวัยหรืออัลไซเมอร์ เช็กให้ชัวร์ก่อนสมองฝ่อ
24 ก.พ. 69 - 23:26
ก้าวข้ามขีดจำกัดมะเร็งระยะที่ 4 ด้วยการดูแลแบบประคับประคอง
25 ก.พ. 69 - 25:00
ดื่มกาแฟอย่างไร ไม่ให้อันตรายถึงชีวิตของผู้สูงวัย
26 ก.พ. 69 - 25:00

เที่ยวใกล้กรุงฯคุ้งบางกะเจ้า
27 ก.พ. 69 - 25:16
ไขรหัสลับพันธุกรรม ความหวังใหม่...สู้โรคหายาก
2 มี.ค. 69 - 24:48
รู้ทันโรคไต ป้องกันได้ด้วยตัวคุณ
4 มี.ค. 69









