โรคไต ภัยเงียบที่ป้องกันได้
โรคไต ภัยเงียบที่ป้องกันได้ ก่อนสายเกินไป
โรคไตในไทย ตัวเลขที่ต้องหยุดคิด
กระทรวงสาธารณสุขรายงานว่า ในปี 2567 มีผู้ป่วยโรคไตรายใหม่มากกว่า 1 ล้านคน และในปีเดียวกันนั้น มีผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้ายที่ต้องพึ่งเครื่องฟอกไตถึง กว่า 70,000 คน ตัวเลขนี้ยังคงเพิ่มขึ้นทุกปี ทั้งจากสังคมผู้สูงวัยที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และพฤติกรรมการใช้ชีวิตยุคใหม่ที่เร่งรีบ พึ่งอาหารสำเร็จรูป และขาดการออกกำลังกาย สิ่งที่น่ากังวลที่สุดของโรคไตเรื้อรัง คือ ไม่มีอาการ ผู้ป่วยหลายรายทราบว่าตัวเองป่วยเมื่ออยู่ในระยะท้ายแล้ว สาเหตุหลักกว่าร้อยละ 80–90 มาจากโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ซึ่งล้วนเชื่อมโยงกับพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตของเราโดยตรง
อาหารรสชาติไหน เสี่ยงโรคไตมากที่สุด
เมื่อพูดถึงโรคไต คนมักนึกถึงแค่รสเค็ม แต่ความจริงซับซ้อนกว่านั้น
รสเค็ม คือความเสี่ยงอันดับหนึ่ง เพราะโซเดียมในเกลือส่งผลโดยตรงต่อความดันโลหิต และความดันที่สูงนำไปสู่การทำลายไตในระยะยาว องค์การอนามัยโลกแนะนำให้บริโภคโซเดียมไม่เกิน 2 กรัมต่อวัน หรือเทียบเท่าเกลือประมาณ 1 ช้อนชา หรือน้ำปลาประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ แต่คนไทยส่วนใหญ่บริโภคโซเดียมเกินค่าที่แนะนำ ถึง 2 เท่า
รสหวาน ไม่ได้ทำลายไตโดยตรง แต่นำไปสู่โรคอ้วน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อเบาหวานและความดัน และสุดท้ายส่งผลต่อไต
รสเปรี้ยวและรสเผ็ด ไม่ก่อให้เกิดโรคไตโดยตรง แต่มักมาพร้อมกับเค็มและหวาน เช่น น้ำจิ้มหรือน้ำซุปที่แฝงโซเดียมสูง
สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือ โซเดียมแฝง ในอาหารที่ไม่มีรสเค็ม เช่น เบเกอรี่ที่ใส่ผงฟู น้ำซุป น้ำจิ้ม อาหารหมักดอง และอาหารแปรรูปทุกชนิด บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเพียงหนึ่งซองอาจมีโซเดียมสูงถึง 1,000–2,000 มิลลิกรัม ซึ่งอาจหมดโควตาทั้งวันในมื้อเดียว
คำแนะนำง่าย ๆ ที่นำไปใช้ได้เลย
- ชิมก่อนปรุงเสมอ
- หลีกเลี่ยงการซดน้ำซุปจนหมดชาม
- อ่านฉลากโภชนาการก่อนซื้ออาหารสำเร็จรูปทุกครั้ง
- ใช้พริก กระเทียม และพริกไทยแทนการเติมเกลือ เพื่อเพิ่มรสชาติโดยไม่เพิ่มโซเดียม
- หากดื่มเกลือแร่ ควรดื่มเฉพาะหลังออกกำลังกายที่มีเหงื่อออกมาก ไม่ใช่ดื่มเป็นประจำทั่วไป
ยาและโรคประจำตัว ต้องรู้อะไรบ้าง
ความเชื่อว่า "กินยาเยอะ ไตพัง" นั้นไม่ถูกต้องทั้งหมด ความจริงคือยาแต่ละชนิดมีเส้นทางขับออกจากร่างกายต่างกัน บางชนิดขับผ่านตับ บางชนิดขับผ่านไต และไม่ใช่ยาทุกตัวที่ก่อให้เกิดพิษต่อไต ยาที่ควรระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs และ ยาชุด ยาต้ม สมุนไพรที่ไม่ผ่านการรับรอง ซึ่งมีหลักฐานชัดเจนว่าอาจทำให้ไตเสื่อม หากจำเป็นต้องซื้อยาแก้ปวดมารับประทานเอง ควรใช้ในระยะสั้นและหยุดทันทีเมื่ออาการดีขึ้น หากต้องใช้ต่อเนื่องเกิน 1–2 วัน แนะนำให้พบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
สำหรับ พาราเซตามอล ขับออกผ่านตับเป็นหลัก จึงไม่มีผลโดยตรงต่อไต แต่หากใช้เกินขนาดอาจเป็นอันตรายต่อตับได้
สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวอย่างเบาหวานและความดัน สิ่งสำคัญไม่ใช่การลดยา แต่คือการ รับประทานยาให้ตรงเวลาและครบตามแพทย์สั่ง เพราะการควบคุมโรคประจำตัวได้ดี คือการปกป้องไตได้ดีที่สุด แพทย์ผู้ดูแลจะติดตามค่าการทำงานของไตอยู่เสมอ และปรับยาให้เหมาะสมหากจำเป็น
วิธีดูแลไตก่อนสายเกินไป
- การดูแลสุขภาพไตไม่ซับซ้อน แต่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมอาหาร โดยจำกัดโซเดียมให้ไม่เกิน 2 กรัม (2000 มิลลิกรัม)ต่อวัน เลือกรับประทานผักและผลไม้สีจัดอย่างสม่ำเสมอ เพราะช่วยลดความดันโลหิตและปกป้องหลอดเลือด หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปและอาหารสำเร็จรูป และปรุงอาหารเองเมื่อทำได้
- ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ ปริมาณที่เหมาะสมคือ 2–2.5 ลิตรต่อวัน ไม่มากและไม่น้อยเกินไป น้ำเปล่าคือเครื่องดื่มที่ดีที่สุดสำหรับไต
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยควบคุมน้ำหนัก ลดความเสี่ยงโรคอ้วน เบาหวาน และความดัน ซึ่งล้วนเป็นต้นเหตุของโรคไตเรื้อรัง
- ตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยง เช่น มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคไต มีโรคเบาหวานหรือความดัน สูบบุหรี่ หรือมีน้ำหนักเกินเกณฑ์ ควรตรวจค่าการทำงานของไตเป็นประจำ
Fact Check : จุดดำบนใบหน้า บ่งบอก โรคหัวใจ
ข่าวที่แชร์: จุดดำบางจุดบนใบหน้า อาจเป็นสัญญาณเตือนโรคหัวใจ เรื่องสุขภาพแบบนี้ ต้องเช็กให้ชัวร์แล้ว “จุดดำบนหน้า” ที่แชร์กันนั้น…เกี่ยวจริงไหม? จุดแบบไหนควรระวัง? แบบไหนเป็นแค่เรื่องผิว?
คำตอบ: ไม่จริง
ข้อมูลที่แชร์กันในโลกออนไลน์ว่า ไฝ ฝ้า กระ หรือขี้แมงวันบนใบหน้า สามารถบ่งบอกความเสี่ยงโรคหัวใจได้นั้น ไม่เป็นความจริง จุดและริ้วรอยบนใบหน้าเกิดจากการเสื่อมสภาพของ คอลลาเจนและอีลาสติน ในผิวหนัง ซึ่งถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระหรือฟรีแรดิคัล เมื่อใดก็ตามที่โปรตีนทั้งสองชนิดนี้เสื่อมสภาพลง ผิวหนังก็จะเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น เกิดจุดด่าง ริ้วรอย หรือตีนกาตามมา ซึ่งเป็นกระบวนการเสื่อมของร่างกายตามอายุและสิ่งแวดล้อม ไม่ได้บ่งชี้ถึงโรคหัวใจหรือหลอดเลือดแต่อย่างใด
สาเหตุที่ความเชื่อนี้แพร่กระจายได้ง่าย อาจเป็นเพราะทั้งริ้วรอยบนใบหน้าและโรคหัวใจล้วนเกิดขึ้นในกลุ่มคนที่มีอายุมากขึ้น ทำให้ถูกเชื่อมโยงกันโดยไม่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญยืนยันชัดเจนว่าจุดหรือริ้วรอยบนใบหน้าไม่สามารถใช้คัดกรองหรือบอกความเสี่ยงโรคหัวใจได้เลย
อย่างไรก็ตาม ใบหน้าก็มีสัญญาณบางอย่างที่สามารถสะท้อนความผิดปกติของระบบหัวใจและหลอดเลือดได้จริง แต่ต้องแยกแยะให้ถูกต้อง เช่น อาการเปลือกตาบวม ที่เกิดจากน้ำคั่งในร่างกายเพราะหัวใจปั๊มเลือดได้ไม่ทัน หรือ อาการปากและผิวหนังเขียวคล้ำ ที่เรียกว่า ไซยาโนซิส (Cyanosis) ซึ่งเกิดจากเลือดได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ สิ่งเหล่านี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากจุดดำหรือไฝที่เกิดจากการเสื่อมของผิวหนัง และมักปรากฏในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงแล้วเท่านั้น ไม่ใช่สัญญาณเริ่มต้น
สำหรับอาการที่บ่งชี้โรคหัวใจและหลอดเลือดได้จริงในชีวิตประจำวัน แพทย์อธิบายว่า อาการเจ็บจากหลอดเลือดหัวใจอุดตัน หรือที่เรียกว่า แองไจนา เพกทอริส (Angina Pectoris) จะมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากความเจ็บปวดทั่วไปอย่างชัดเจน คือจะรู้สึก แน่นหน้าอกเหมือนมีของหนักมาทับ ไม่ใช่เจ็บแปล๊บ ๆ และมักร้าวไปที่แขนข้างซ้าย อีกหนึ่งสัญญาณที่พบบ่อยคือ เหนื่อยผิดปกติ เมื่อทำกิจกรรมที่เคยทำได้โดยไม่มีปัญหา เช่น ขึ้นบันไดเพียงชั้นเดียวแล้วหอบ หรือ ขาและเปลือกตาบวมกดบุ๋ม จากน้ำที่คั่งค้างเนื่องจากหัวใจวาย รวมถึงอาการเวียนศีรษะ ใจสั่น หรือรู้สึกหัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างต่อเนื่อง
หากสังเกตพบอาการเหล่านี้ในตนเองหรือคนใกล้ชิด ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโดยเร็ว ปัจจุบันมีเครื่องมือตรวจหัวใจที่หลากหลายและแม่นยำ ตั้งแต่การซักประวัติและตรวจร่างกาย ไปจนถึงการตรวจ Echocardiography (อีโค่หัวใจ) การทำ CT Angiography หลอดเลือดหัวใจ การตรวจ Calcium Score ในหลอดเลือด และการทำ MRI หัวใจ ซึ่งแพทย์จะพิจารณาเลือกใช้ตามความเหมาะสม และโรคหัวใจเป็นโรคที่ ป้องกันได้ ด้วยการควบคุมปัจจัยเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นระดับไขมันในเลือด น้ำหนักตัว การเลิกสูบบุหรี่ การงดหรือจำกัดแอลกอฮอล์ รวมถึงการรับประทานอาหารที่ดีต่อหัวใจและออกกำลังกายสม่ำเสมอ
ติดตามชมในรายการคนสู้โรค วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.05 – 15.30 น. ทางไทยพีบีเอส หรือ รับชมสดออนไลน์ทาง www.thaipbs.or.th/Live
คนสู้โรค
กิจกรรมรับรู้ร่างกายเข้าใจอารมณ์
23 ธ.ค. 68เสริมสร้างพัฒนาการในเด็กให้ครบทุกมิติอย่างสมดุล
27 ธ.ค. 68มหาบวรโครงการเชื่อมพลังมหาวิทยาลัย วัด บ้าน โรงพยาบาล เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีในพระสงฆ์
28 ธ.ค. 68กายภาพบำบัดปรับสุขภาพ
29 ธ.ค. 68กายภาพบำบัด สำหรับผู้หญิงวัย 40+
30 ธ.ค. 68กายภาพบำบัด สำหรับผู้หญิงวัย 40+
30 ธ.ค. 68สุขภาพดี ของขวัญรับปีใหม่
5 ม.ค. 69รับมือสูงวัย ซึมเศร้าหลังหยุดยาว
6 ม.ค. 69กินเป็น ลืมป่วย อัปเดตเทรนด์อาหารสุขภาพรับปี 69
8 ม.ค. 69ท่องเที่ยวศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณพระบรมราชชนนีพันปีหลวง
9 ม.ค. 69โรคงูสวัดภัยร้ายใกล้ตัวผู้สูงวัย
12 ม.ค. 69ออกแบบบ้านลดความเสี่ยงสูงวัยหกล้ม
13 ม.ค. 69คนสู้โรค
15 ม.ค. 69เตรียมความพร้อมเรื่องยา รับฝุ่น PM 2.5
15 ม.ค. 69ท่องเที่ยวศึกษาสมุนไพรไทย ณ อุทยานธรรมชาติสิรีรุกชาติ
16 ม.ค. 69รับมือผลกระทบฝุ่น PM2.5 ปัจจัยกระตุ้นโรค
19 ม.ค. 69สูงวัยป้องกันภัยมิจฉาชีพ-เยียวยาเมื่อรู้พลาด
20 ม.ค. 69ต่างวัยต่างมุมมอง คุยการเมืองอย่างไรให้ใจยังใกล้กัน
22 ม.ค. 69ศาสตร์ชี่กง รักษาโรคด้วยพลังกาย ใจ จิต แบบจีน
23 ม.ค. 6970 ปี แห่งการควบคุมโรคเรื้อน สู่เป้าหมายการกำจัดการแพร่โรคอย่างยั่งยืน
26 ม.ค. 69ปรับตารางชีวิตใหม่ สูงวัยให้มีความสุข
27 ม.ค. 69ย้ำคิดย้ำทำในผู้สูงอายุ โรคใจที่ต้องดูแลอย่างเข้าใจ
29 ม.ค. 69อาบป่า สปาเกลือ ท่องเที่ยวสุขภาพเพื่อผู้สูงอายุ
30 ม.ค. 69ดื่มน้ำให้ถูก ผู้สูงอายุควรรู้ก่อนเลือก
2 ก.พ. 69โรคตาสูงวัย เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม
4 ก.พ. 69โรคไต ภัยเงียบที่ป้องกันได้
5 ก.พ. 69“เบญจกิติ” สวนป่าใจกลางเมือง พื้นที่สร้างสุขภาพดี
6 ก.พ. 69ออกกำลังกายอย่างไร ในวัยสูงอายุ
9 ก.พ. 69เช็กสัญญาณเตือนไทรอยด์ผิดปกติ
10 ก.พ. 69คืนนี้...นอนอย่างไรให้หลับดี ปัญหาใหญ่ในผู้สูงวัย
11 ก.พ. 69
คนสู้โรค
กิจกรรมรับรู้ร่างกายเข้าใจอารมณ์
23 ธ.ค. 68เสริมสร้างพัฒนาการในเด็กให้ครบทุกมิติอย่างสมดุล
27 ธ.ค. 68มหาบวรโครงการเชื่อมพลังมหาวิทยาลัย วัด บ้าน โรงพยาบาล เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีในพระสงฆ์
28 ธ.ค. 68กายภาพบำบัดปรับสุขภาพ
29 ธ.ค. 68กายภาพบำบัด สำหรับผู้หญิงวัย 40+
30 ธ.ค. 68กายภาพบำบัด สำหรับผู้หญิงวัย 40+
30 ธ.ค. 68สุขภาพดี ของขวัญรับปีใหม่
5 ม.ค. 69รับมือสูงวัย ซึมเศร้าหลังหยุดยาว
6 ม.ค. 69กินเป็น ลืมป่วย อัปเดตเทรนด์อาหารสุขภาพรับปี 69
8 ม.ค. 69ท่องเที่ยวศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณพระบรมราชชนนีพันปีหลวง
9 ม.ค. 69โรคงูสวัดภัยร้ายใกล้ตัวผู้สูงวัย
12 ม.ค. 69ออกแบบบ้านลดความเสี่ยงสูงวัยหกล้ม
13 ม.ค. 69คนสู้โรค
15 ม.ค. 69เตรียมความพร้อมเรื่องยา รับฝุ่น PM 2.5
15 ม.ค. 69ท่องเที่ยวศึกษาสมุนไพรไทย ณ อุทยานธรรมชาติสิรีรุกชาติ
16 ม.ค. 69รับมือผลกระทบฝุ่น PM2.5 ปัจจัยกระตุ้นโรค
19 ม.ค. 69สูงวัยป้องกันภัยมิจฉาชีพ-เยียวยาเมื่อรู้พลาด
20 ม.ค. 69ต่างวัยต่างมุมมอง คุยการเมืองอย่างไรให้ใจยังใกล้กัน
22 ม.ค. 69ศาสตร์ชี่กง รักษาโรคด้วยพลังกาย ใจ จิต แบบจีน
23 ม.ค. 6970 ปี แห่งการควบคุมโรคเรื้อน สู่เป้าหมายการกำจัดการแพร่โรคอย่างยั่งยืน
26 ม.ค. 69ปรับตารางชีวิตใหม่ สูงวัยให้มีความสุข
27 ม.ค. 69ย้ำคิดย้ำทำในผู้สูงอายุ โรคใจที่ต้องดูแลอย่างเข้าใจ
29 ม.ค. 69อาบป่า สปาเกลือ ท่องเที่ยวสุขภาพเพื่อผู้สูงอายุ
30 ม.ค. 69ดื่มน้ำให้ถูก ผู้สูงอายุควรรู้ก่อนเลือก
2 ก.พ. 69โรคตาสูงวัย เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม
4 ก.พ. 69โรคไต ภัยเงียบที่ป้องกันได้
5 ก.พ. 69“เบญจกิติ” สวนป่าใจกลางเมือง พื้นที่สร้างสุขภาพดี
6 ก.พ. 69ออกกำลังกายอย่างไร ในวัยสูงอายุ
9 ก.พ. 69เช็กสัญญาณเตือนไทรอยด์ผิดปกติ
10 ก.พ. 69คืนนี้...นอนอย่างไรให้หลับดี ปัญหาใหญ่ในผู้สูงวัย
11 ก.พ. 69









