คนสู้โรค
คนสู้โรค

นโยบายยา NCDs ทางรอดสุขภาพคนไทย

หน้ารายการ
16 ก.พ. 69

โรค NCDs เพื่อนซี้ที่ไม่ได้เชิญ และวิธีใช้ยาที่หลายคนยังทำผิด

โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs กำลังเป็นความท้าทายด้านสุขภาพอันดับต้น ๆ ของคนไทยและทั่วโลก ทั้งเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และมะเร็ง หลายโรคแทบไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่ค่อย ๆ สะสมความเสี่ยงและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว การดูแลโรคเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องของ “ยา” แต่คือเรื่องของความเข้าใจและการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ต้องกินยาอย่างต่อเนื่อง ติดตามความรู้จาก เภสัชกรพงษ์ศิวะ กู่นอก ผู้ช่วยเลขาธิการสภาเภสัชกรรม

เบาหวาน ความดัน ไขมัน มาพร้อมกันเสมอ เพราะรากเดียวกัน

โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ที่พบบ่อยที่สุดในไทยได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และโรคหัวใจ ทั้งหมดนี้มีจุดเริ่มต้นร่วมกันที่ "ภาวะอ้วนลงพุง" ซึ่งเป็นรากเหง้าที่แท้จริง เมื่อเป็นโรคหนึ่งแล้ว โรคอื่น ๆ ก็จะตามมาเป็นเพื่อนซี้เสมอ

สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือผู้ป่วยกลุ่มนี้มีแนวโน้มอายุน้อยลงเรื่อย ๆ เนื่องจากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ทั้งการสั่งอาหารออนไลน์แทนการออกไปซื้อ การนั่งทำงานหน้าจอทั้งวัน และการขาดกิจกรรมทางกาย จนเด็กประถมที่มีภาวะอ้วนในปัจจุบันพบสูงถึงประมาณ 40% และหากไม่ได้รับการแก้ไข ความเสี่ยงต่อโรค NCDs ก็จะตามมาตั้งแต่ยังอายุน้อย ในแง่ของการรักษา แพทย์จะติดตามผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดตั้งแต่แรกวินิจฉัย โดยนัดทุกเดือนในช่วงแรกเพื่อดูค่าแล็บและอาการข้างเคียง การที่แพทย์เพิ่มยาไม่ได้หมายความว่าอาการแย่ลงเสมอไป บางกรณีเพิ่มเพื่อปกป้องหลอดเลือดหัวใจจากภาวะที่เลือดข้นเหนียวเหมือนน้ำเชื่อมในผู้ป่วยเบาหวาน

สิ่งที่ห้ามทำโดยเด็ดขาดเมื่อป่วยเป็น NCDs

ข้อที่ต้องย้ำชัดที่สุดคือ ห้ามหยุดยาเอง และ ห้ามกินยาของคนอื่น ไม่ว่าจะเห็นว่าผลลัพธ์ของคนอื่นดีแค่ไหนก็ตาม เพราะร่างกายและค่าการทำงานของตับและไตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การเปลี่ยนยาโดยพลการอาจทำให้ค่าเลือดผิดปกติและต้องเริ่มปรับแผนการรักษาใหม่ทั้งหมด

นอกจากนี้ยังมีความเชื่อผิด ๆ ที่แพร่หลายในไทยว่ายาอะม็อกซีซิลลินใช้แก้อาการหวัดหรือเจ็บป่วยทั่วไปได้ ซึ่งไม่เป็นความจริง ยาตัวนี้เป็นยาปฏิชีวนะที่ใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียโดยเฉพาะ การกินโดยไม่มีการติดเชื้อจะทำให้เกิดภาวะดื้อยา ซึ่งหากดื้อยาจนถึงขั้นสุดท้ายแล้ว จะไม่มียาใดรักษาได้อีก เหลือได้แค่การประคับประคองร่างกายเท่านั้น

ผู้ป่วย NCDs ยังมีโอกาสลดยาได้ในอนาคต หากสามารถควบคุมโรคได้ดีจนค่าแล็บอยู่ในเกณฑ์ปกติและไม่มีอาการผิดปกติต่อเนื่อง 3–6 เดือน แพทย์สามารถพิจารณาถอยยาหรือหยุดยาได้ตามนโยบาย Remission Clinic ของกระทรวงสาธารณสุขที่นำแนวทางจากอังกฤษมาปรับใช้ แต่ทั้งนี้ต้องทำภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น

3 พฤติกรรมที่ต้องเปลี่ยนทันที ก่อนที่ยาจะท่วมบ้าน

เภสัชกรผู้เชี่ยวชาญแนะนำ 3 สิ่งที่ทุกคนควรทำเพื่อลดความเสี่ยง NCDs เรียงตามความสำคัญดังนี้

กิน คือประตูด่านแรก เพราะโรคเบาหวาน ความดัน และไขมันทุกโรคเริ่มต้นจากการอ้าปาก ไม่ต้องจำอาหาร 5 หมู่ให้ครบ แค่เริ่มเพิ่มสีของผักในจานทุกมื้อ และเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีโลโก้ "ทางเลือกสุขภาพ" ซึ่งผ่านการคำนวณน้ำตาล โซเดียม และแคลอรี่มาแล้วอย่างรอบคอบ อย่างน้อยวันละ 1 รายการก็มีส่วนช่วยได้

นอน สำคัญไม่แพ้การกิน ร่างกายมนุษย์ถูกออกแบบมาให้ตื่นตามแสงอาทิตย์และนอนเมื่อมืดค่ำ การนอนดึกตื่นสายไม่ตรงกับนาฬิกาชีวภาพของร่างกาย และการดูโซเชียลมีเดียหรือข่าวสารในช่วง 1 ชั่วโมงก่อนนอนก็ทำให้ความดันสูงขึ้นและนอนหลับยากขึ้นด้วย

ออกกำลังกาย เป็นตัวเร่งที่ขาดไม่ได้ เพราะไม่มีกล้ามเนื้อส่วนไหนที่จะแข็งแรงขึ้นได้โดยไม่ขยับ การเดินวันละ 20–30 นาทีคือจุดเริ่มต้นที่ทำได้จริงและเห็นผลในระยะยาว

การกินยาและการปรับพฤติกรรมต้องทำควบคู่กันเสมอ ยาทำหน้าที่ควบคุมความเสี่ยงในวันนี้ แต่การเปลี่ยนพฤติกรรมคือการเปลี่ยนอนาคต

Fact Check : ยาแก้ปวด บดอุดฟัน-ทาเหงือก บรรเทาอาการปวด จริงหรือไม่ ?

ข่าวที่แชร์: ในช่วง Fact Check เราจะไขความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการใช้ยา เมื่อมีคำแนะนำในโลกออนไลน์ว่า “เอายาแก้ปวดไปโปะเหงือกจะช่วยลดอาการปวดฟันได้” เรื่องนี้จริงหรือไม่ ?

คำตอบ: ไม่จริง

ยาแก้ปวดออกฤทธิ์ได้ก็ต่อเมื่อถูกกลืนเข้าร่างกายและดูดซึมเข้ากระแสเลือด การนำมาบดอุดฟันไม่ช่วยแก้ปวด แต่กลับทำให้เหงือกแสบร้อน พุพอง และเป็นแผลในช่องปาก โดยเฉพาะแอสไพรินที่มีความเป็นกรดสูง อาจทำให้อาการแย่กว่าเดิม เพราะยาแก้ปวดทุกชนิดออกฤทธิ์ได้ก็ต่อเมื่อถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดเท่านั้น การวางยาบนเนื้อเยื่อในปากไม่มีทางทำให้ยาเข้าถึงเส้นประสาทที่ทำให้ปวดได้เลย จึงไม่มีผลลดอาการปวดแม้แต่น้อย

นอกจากเนื้อเยื่ออ่อน การวางยาบนฟันยังทำให้เคลือบฟันสึกกร่อนได้อีกด้วย ส่วนยาพาราเซตามอล แม้จะมีความเป็นกรดน้อยกว่าแอสไพริน แต่ก็ไม่ใช่ยาที่ออกแบบมาเพื่อสัมผัสเนื้อเยื่อโดยตรง และยังไม่มีกลไกใดที่จะลดปวดได้จากการสัมผัสภายนอก ยาแก้ปวดสามารถบรรเทาอาการปวดฟันได้เพียงชั่วคราวเมื่อกินตามปกติ แต่ไม่สามารถรักษาต้นเหตุได้ ซึ่งมักคือฟันผุที่ลุกลามถึงโพรงประสาท การปล่อยทิ้งไว้โดยไม่พบทันตแพทย์จะทำให้เชื้อลุกลามถึงกระดูกขากรรไกร และในกรณีที่รุนแรงอาจติดเชื้อเข้ากระแสเลือดซึ่งอันตรายถึงชีวิต

สิ่งที่ควรทำเมื่อปวดฟัน : กินยาแก้ปวดตามปกติ อมน้ำเกลืออุ่น ประคบเย็นด้านนอก และรีบนัดพบทันตแพทย์โดยเร็วที่สุด

ติดตามชมในรายการคนสู้โรค วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.05 – 15.30 น. ทางไทยพีบีเอส หรือ รับชมสดออนไลน์ทาง www.thaipbs.or.th/Live

คนสู้โรค

1 - 30
31 - 60
61 - 90
91 - 120
121 - 150
151 - 180
181 - 210
211 - 240
241 - 270
271 - 300
301 - 330
331 - 360
361 - 390
391 - 420
421 - 450
451 - 480
481 - 510
511 - 540
541 - 570
571 - 600
601 - 630
631 - 660
661 - 690
691 - 720
721 - 750
751 - 780
781 - 810
811 - 840
841 - 870
871 - 900
901 - 930
931 - 960
961 - 990
991 - 1,020
1,021 - 1,050
1,051 - 1,080
1,081 - 1,110
1,111 - 1,140
1,141 - 1,170
1,171 - 1,200
1,201 - 1,230
1,231 - 1,260
1,261 - 1,290
1,291 - 1,320
1,321 - 1,350
1,351 - 1,380
1,381 - 1,410
1,411 - 1,440
1,441 - 1,470
1,471 - 1,500
1,501 - 1,530
1,531 - 1,560
1,561 - 1,590
1,591 - 1,620
1,621 - 1,650
1,651 - 1,680
1,681 - 1,710
1,711 - 1,740
1,741 - 1,770
1,771 - 1,800
1,801 - ล่าสุด

คนสู้โรค

1 - 30
31 - 60
61 - 90
91 - 120
121 - 150
151 - 180
181 - 210
211 - 240
241 - 270
271 - 300
301 - 330
331 - 360
361 - 390
391 - 420
421 - 450
451 - 480
481 - 510
511 - 540
541 - 570
571 - 600
601 - 630
631 - 660
661 - 690
691 - 720
721 - 750
751 - 780
781 - 810
811 - 840
841 - 870
871 - 900
901 - 930
931 - 960
961 - 990
991 - 1,020
1,021 - 1,050
1,051 - 1,080
1,081 - 1,110
1,111 - 1,140
1,141 - 1,170
1,171 - 1,200
1,201 - 1,230
1,231 - 1,260
1,261 - 1,290
1,291 - 1,320
1,321 - 1,350
1,351 - 1,380
1,381 - 1,410
1,411 - 1,440
1,441 - 1,470
1,471 - 1,500
1,501 - 1,530
1,531 - 1,560
1,561 - 1,590
1,591 - 1,620
1,621 - 1,650
1,651 - 1,680
1,681 - 1,710
1,711 - 1,740
1,741 - 1,770
1,771 - 1,800
1,801 - ล่าสุด

ละครดี ซีรีส์เด่น

ดูทั้งหมด

♫ ♫ Songs Popular ♫ ♫

ดูทั้งหมด

คลิปมาใหม่

คนดูเยอะ 👀

ดูทั้งหมด

เสน่ห์ประเทศไทย