อาหารถิ่นจานอร่อย
ภูมิปัญญาท้องถิ่นลพบุรีที่ควรค่าแก่การลิ้มลอง
อาหารท้องถิ่นนับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศไทย แต่ละภูมิภาคต่างมีเอกลักษณ์และรสชาติที่โดดเด่นแตกต่างกันไป วันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับอาหารพื้นถิ่นจากจังหวัดลพบุรี ที่นอกจากจะมีชื่อเสียงเรื่องปราสาทหินและลิงแล้ว ยังมีอาหารพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำง่าย แต่รสชาติไม่ธรรมดา
แกงขี้เหล็กใส่แคบหมู: เมนูประจำงานบุญแห่งลพบุรี
แกงขี้เหล็กถือเป็นหนึ่งในอาหารพื้นถิ่นที่ขาดไม่ได้ในงานบุญ งานบวช และงานแต่งงานของชาวลพบุรี แกงขี้เหล็กแบบลพบุรีมีเอกลักษณ์ตรงที่นิยมใส่แคบหมู ซึ่งสร้างความแตกต่างของรสสัมผัสระหว่างใบขี้เหล็กที่นิ่มกับแคบหมูที่กรอบ ทำให้อรรถรสในการรับประทานเพิ่มขึ้น
วัตถุดิบสำคัญในแกงขี้เหล็กแบบลพบุรี
- ใบขี้เหล็กอ่อน (ควรเลือกใบอ่อนเพราะจะให้รสชาติดีกว่า)
- แคบหมู
- เครื่องแกง: ตะไคร้ กระชาย กระเทียม หอม พริก ข่า ผิวมะกรูด หอมแดง
- กะทิ
- น้ำใบย่านาง (สำคัญมากสำหรับแกงขี้เหล็กแบบลพบุรี)
เคล็ดลับการทำใบขี้เหล็กให้หายขม
การทำแกงขี้เหล็กให้อร่อย ต้องเริ่มจากการเตรียมใบขี้เหล็กให้ถูกวิธี เพื่อลดความขมแต่ยังคงคุณค่าทางอาหารไว้
- เลือกใช้เฉพาะใบอ่อนของขี้เหล็ก
- รูดใบออกจากก้าน
- ต้มใบขี้เหล็กในน้ำเดือดจนน้ำเปลี่ยนเป็นสีเหลือง
- เทน้ำทิ้ง แล้วต้มอีกครั้งในน้ำใหม่
การต้มสองน้ำจะช่วยให้ความขมออกไป แต่ยังคงรสชาติที่เรียกว่า "ขมำ" ซึ่งเป็นรสขมที่พอดี ไม่ขมจนเกินไป
ประโยชน์ของขี้เหล็กต่อสุขภาพ
นอกจากรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว ขี้เหล็กยังมีสารที่ชื่อว่า "แอนไฮโดรบาราคอล" ซึ่งช่วยทำให้นอนหลับได้ดี จึงเป็นทางเลือกธรรมชาติสำหรับผู้ที่มีปัญหาการนอน โดยไม่ต้องพึ่งยานอนหลับ
แคบหมูแบบลพบุรี: เคล็ดลับความกรอบแบบภูมิปัญญาท้องถิ่น
แคบหมูเป็นส่วนประกอบสำคัญในแกงขี้เหล็กแบบลพบุรี แต่การทำแคบหมูให้กรอบอร่อยก็มีเคล็ดลับเฉพาะ:
วิธีทำแคบหมูแบบลพบุรี
- หั่นหนังหมูเป็นเส้น (ไม่ต้องต้มก่อน)
- เจียวในน้ำมันด้วยไฟเบาๆ พอให้สุกแต่ไม่ต้องแห้งมาก
- ปิดไฟและแช่ในน้ำมันที่เจียวนั้นค้างคืนไว้หนึ่งคืน
- วันรุ่งขึ้น ตั้งไฟให้ร้อนอีกครั้ง แคบหมูจะพองขึ้นและกรอบ
- เจียวจนเหลืองกรอบได้ที่
การทำแคบหมูเองที่บ้านนอกจากจะได้ความอร่อยแล้ว ยังมั่นใจได้ในเรื่องความสะอาดและแหล่งที่มาของวัตถุดิบ
น้ำพริกปลาสร้อยย่าง: ความอร่อยเรียบง่ายจากแม่น้ำป่าสัก
อีกหนึ่งเมนูเด็ดจากลพบุรีคือ น้ำพริกปลาสร้อยย่าง ซึ่งใช้วัตถุดิบหลักจากปลาสร้อยที่หาได้ง่ายในแม่น้ำป่าสัก แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำในจังหวัดลพบุรี
วิธีการเตรียมปลาสร้อยย่าง
- ตัดหัวปลาและเอาไส้ออก
- เสียบไม้แล้วย่างให้สุก
- นำไปตากแดดให้กรอบ
- ป่นให้ละเอียดเพื่อเก็บไว้ทำน้ำพริกหรือใส่แกงต่าง ๆ
ปลาสร้อยย่างมีรสชาติหอมหวานตามธรรมชาติ สามารถเก็บไว้ได้นาน และใช้ประกอบอาหารได้หลากหลาย ทั้งทำน้ำพริกหรือใส่ในแกงต่างๆ เช่น แกงขี้เหล็ก แกงหยวก เป็นต้น
วัตถุดิบสำหรับน้ำพริกปลาสร้อยย่าง
- ปลาสร้อยย่างป่น
- พริกทอด
- หอมเจียว
- กระเทียมเจียว
- น้ำมะขาม
- เกลือ
- น้ำตาลทรายเล็กน้อย
ความพิเศษของน้ำพริกปลาสร้อยย่าง
น้ำพริกปลาสร้อยย่างเป็นน้ำพริกที่ใช้เครื่องปรุงน้อย แต่ให้รสชาติกลมกล่อมจากความหอมของปลาย่างและเครื่องเทศที่นำไปเจียวก่อน สามารถรับประทานกับผักสดนานาชนิดหรือข้าวเหนียวร้อน ๆ เป็นอาหารที่เหมาะสำหรับการพกพา เพราะเก็บได้นาน
ลพบุรี: จังหวัดแห่งวัฒนธรรมและอาหารการกิน
นอกจากอาหารรสเลิศแล้ว ลพบุรียังเป็นจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างปราสาทหินพระนารายณ์ราชนิเวศน์ และปรางค์สามยอด
ลพบุรีเป็นจังหวัดที่อุดมสมบูรณ์ด้วยแม่น้ำลำคลอง โดยเฉพาะแม่น้ำป่าสักที่เป็นแหล่งอาหารสำคัญของชาวลพบุรี สามารถเที่ยวได้ทุกหน้า ไม่ว่าจะเป็นหน้าร้อน หน้าหนาว หรือหน้าฝน แต่ละฤดูกาลก็มีเสน่ห์แตกต่างกันไป
ผักพื้นบ้านของลพบุรี
นอกจากขี้เหล็กแล้ว ลพบุรียังมีผักพื้นบ้านอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น
- มะเขือ
- ถั่วพู (ภาษาลพบุรีเรียกว่า "สะพู")
- แตง
- ผักสดนานาชนิดที่นิยมกินคู่กับน้ำพริก
อาหารถิ่นจานอร่อยแห่งลพบุรี
อาหารพื้นถิ่นลพบุรีสะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นในการนำวัตถุดิบที่มีในธรรมชาติมาประกอบอาหารที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ ทั้งแกงขี้เหล็กใส่แคบหมูและน้ำพริกปลาสร้อยย่าง ล้วนเป็นอาหารที่ทำง่าย ใช้วัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น แต่มีรสชาติอร่อยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ
หากมีโอกาสได้ไปเยือนลพบุรี อย่าลืมลิ้มลองอาหารพื้นถิ่นเหล่านี้ หรือหากอยากทดลองทำรับประทานเองที่บ้าน ก็สามารถทำตามวิธีการที่ได้กล่าวมาข้างต้น รับรองว่าจะได้อาหารรสเลิศที่ไม่เหมือนใคร เหมาะสำหรับเป็นเมนูประจำบ้านและนำไปอวดเพื่อนฝูงได้อย่างภาคภูมิใจ
ติดตามได้ในรายการกินอยู่คือ วันเสาร์ที่ 26 เมษายน 2568 เวลา 16.30 - 17.00 น. ทางไทยพีบีเอส หรือรับชมทีวีออนไลน์ทาง www.thaipbs.or.th/Live
กินอยู่คือ

หลนเครื่องจิ้มอย่างไทย
7 ธ.ค. 67
ขนมจีนและยำอย่างทวาย
14 ธ.ค. 67
สารพัดของแนมแก้เผ็ด
21 ธ.ค. 67
อาหารพื้นบ้านจากมะเดื่อ
28 ธ.ค. 67
ตอนพิเศษ สวัสดีปีใหม่ 2568
1 ม.ค. 68
กินเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ
4 ม.ค. 68
จานผักแสนอร่อยสำหรับเด็ก
11 ม.ค. 68
ขนมหวานญี่ปุ่นต้อนรับปีใหม่
18 ม.ค. 68
กินปลาสองน้ำ
1 ก.พ. 68
แปลงร่างอาหารไหว้ตรุษจีน
8 ก.พ. 68
ขนมจีนไม่ใส่กะทิ
15 ก.พ. 68
อาหารถิ่นคนหนองกุดทิง
22 ก.พ. 68
กินผักรสขมสารพัดประโยชน์
1 มี.ค. 68
อาหารจานอร่อยของคนสูงวัย
4 มี.ค. 68
กินเพิ่มภูมิคุ้มกันจากฝุ่นจิ๋ว
15 มี.ค. 68
กินปลาอย่างลพบุรี
22 มี.ค. 68
Bone Broth น้ำซุปกระดูกยอดฮิต
5 เม.ย. 68
กินแกงอย่างคนตรัง
12 เม.ย. 68
อาหารดับร้อน ต้อนรับสงกรานต์
19 เม.ย. 68
อาหารถิ่นจานอร่อย
26 เม.ย. 68
กินตามอายุครรภ์
3 พ.ค. 68
อาหารถิ่นทวาย
10 พ.ค. 68
เมี่ยงผลไม้รสเปรี้ยวพื้นบ้าน
17 พ.ค. 68
อาหารสร้างอาชีพ
24 พ.ค. 68
อาหารบำรุงเตรียมตั้งครรภ์
31 พ.ค. 68
กินปรับสมดุลฮอร์โมน
7 มิ.ย. 68
น้ำพริกแบบชาติพันธุ์
14 มิ.ย. 68
กินตามนาฬิกาชีวิต
21 มิ.ย. 68
อาหารอินเดียเพิ่มภูมิคุ้มกัน
28 มิ.ย. 68
น้ำพริกไม่ง้อครก
5 ก.ค. 68
กินอยู่คือ

หลนเครื่องจิ้มอย่างไทย
7 ธ.ค. 67
ขนมจีนและยำอย่างทวาย
14 ธ.ค. 67
สารพัดของแนมแก้เผ็ด
21 ธ.ค. 67
อาหารพื้นบ้านจากมะเดื่อ
28 ธ.ค. 67
ตอนพิเศษ สวัสดีปีใหม่ 2568
1 ม.ค. 68
กินเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ
4 ม.ค. 68
จานผักแสนอร่อยสำหรับเด็ก
11 ม.ค. 68
ขนมหวานญี่ปุ่นต้อนรับปีใหม่
18 ม.ค. 68
กินปลาสองน้ำ
1 ก.พ. 68
แปลงร่างอาหารไหว้ตรุษจีน
8 ก.พ. 68
ขนมจีนไม่ใส่กะทิ
15 ก.พ. 68
อาหารถิ่นคนหนองกุดทิง
22 ก.พ. 68
กินผักรสขมสารพัดประโยชน์
1 มี.ค. 68
อาหารจานอร่อยของคนสูงวัย
4 มี.ค. 68
กินเพิ่มภูมิคุ้มกันจากฝุ่นจิ๋ว
15 มี.ค. 68
กินปลาอย่างลพบุรี
22 มี.ค. 68
Bone Broth น้ำซุปกระดูกยอดฮิต
5 เม.ย. 68
กินแกงอย่างคนตรัง
12 เม.ย. 68
อาหารดับร้อน ต้อนรับสงกรานต์
19 เม.ย. 68
อาหารถิ่นจานอร่อย
26 เม.ย. 68
กินตามอายุครรภ์
3 พ.ค. 68
อาหารถิ่นทวาย
10 พ.ค. 68
เมี่ยงผลไม้รสเปรี้ยวพื้นบ้าน
17 พ.ค. 68
อาหารสร้างอาชีพ
24 พ.ค. 68
อาหารบำรุงเตรียมตั้งครรภ์
31 พ.ค. 68
กินปรับสมดุลฮอร์โมน
7 มิ.ย. 68
น้ำพริกแบบชาติพันธุ์
14 มิ.ย. 68
กินตามนาฬิกาชีวิต
21 มิ.ย. 68
อาหารอินเดียเพิ่มภูมิคุ้มกัน
28 มิ.ย. 68
น้ำพริกไม่ง้อครก
5 ก.ค. 68









