ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

ปลาแรดเมืองอุทัย แรดแน่ ๆ แค่ได้ลอง

ออกอากาศ15 ก.พ. 69

พาคุณผู้ชมไปรู้จักกับปลาแรดอุทัยธานี สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นปลาแรดที่อร่อยที่สุดในโลก จากลุ่มน้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี พร้อมเรื่องราวสู้ชีวิตของคุณแม่วันเพ็ญ ที่พลิกฟื้นเศรษฐกิจชุมชนด้วยการเลี้ยงปลาแรดอย่างยั่งยืน

ปลาแรดคืออะไร และทำไมถึงเรียกว่าแรด?

ปลาแรด เป็นปลาน้ำจืดที่มีลักษณะเด่นคือมีเกล็ดหนา และมีโหนกหัวที่เรียกว่า "นอ" เมื่อปลาเติบโตเต็มที่ โหนกส่วนนี้จะค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้นคล้ายกับนอของแรด จึงเป็นที่มาของชื่อ "ปลาแรด" ที่ชาวบ้านเรียกกันมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย

นอกจากนี้ ปลาแรดยังมีอีกความหมายหนึ่งที่ชาวอุทัยธานีใช้กันคือ "แรดมาก" หรือ "ดีเยี่ยมมาก" เพราะเนื้อปลาแรดที่นี่มีคุณภาพเป็นเลิศจริง ๆ โดยเฉพาะปลาแรดที่เลี้ยงในกระชังที่ลุ่มน้ำสะแกกรัง

ปลาแรดอุทัยธานี: สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)

กลุ่มเลี้ยงปลาแรดจังหวัดอุทัยธานีได้รับการรับรอง GI (สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์) ซึ่งเป็นการรับรองว่าปลาแรดจากพื้นที่นี้มีคุณภาพและอัตลักษณ์ที่แตกต่างจากปลาแรดที่อื่น ความพิเศษของปลาแรดอุทัยธานี มาจากหลายปัจจัย:

  • ความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำ - ลุ่มน้ำสะแกกรังมีน้ำไหลผ่านอย่างเอื่อย ๆ ไม่แรงจนเกินไป จุดบรรจบระหว่างแม่น้ำสะแกกรังกับแม่น้ำเจ้าพระยายังสร้าง "แม่น้ำสองสี" ที่น้ำใสจากสะแกกรังมาบรรจบกับน้ำขุ่นจากเจ้าพระยา
  • วิธีการเลี้ยงแบบกึ่งธรรมชาติ - ปลาแรดถูกเลี้ยงในกระชังที่แขวนลอยในแม่น้ำ ห่างจากพื้นดินประมาณ 6 เมตร ทำให้ปลาได้ออกกำลังกายว่ายน้ำตามธรรมชาติ น้ำไหลถ่ายเทตลอดเวลา เนื้อปลาจึงแน่น นุ่ม หวาน และไม่มีกลิ่นสาบโคลน

จุดเริ่มต้นการเลี้ยงปลาแรดของแม่วันเพ็ญ

คุณแม่วันเพ็ญ เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของชุมชน หลังจากที่เธอได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้าน แม้ตอนแรกจะถูกมองว่า "เลือกควายเข้าอำเภอ" แต่เธอก็พิสูจน์ตัวเองด้วยการนำพาชุมชนสู่ความยั่งยืน

ปัญหาหลักที่คุณแม่เจอคือ ชาวบ้านไม่มีรายได้แน่นอน พึ่งพาแต่การหาปลาในแม่น้ำ ถ้าวันไหนหาไม่ได้ก็ไม่มีรายได้ เธอจึงเริ่มจากการทำเกษตรผสมผสานในพื้นที่ 6 ไร่ เป็นต้นแบบให้ชาวบ้าน แต่แล้วปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นทุกปีก็ทำให้เกษตรล้มเหลว จากจุดนี้เองที่คุณแม่หันมาสนใจการเลี้ยงปลาแรดในกระชัง เพราะกระชังสามารถลอยขึ้นตามระดับน้ำได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำท่วมเหมือนการเลี้ยงปลาในบ่อดิน

การรวมกลุ่มเลี้ยงปลาแรดและการต่อสู้เพื่อ GI

คุณแม่วันเพ็ญเริ่มรวมกลุ่มสมาชิก 15 คน ระดมหุ้นรวมกัน 4,000 บาท เป็นเงินหุ้นเริ่มต้น จากนั้นก็ขอสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐเพื่อสร้างกระชัง เมื่อเห็นความมุ่งมั่นจริงจัง ภาครัฐจึงให้การสนับสนุน ปัจจุบันกลุ่มเลี้ยงปลาแรดมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 75 ราย จากเงินหุ้นเพียง 4,000 บาท ตอนนี้กลุ่มมีเงินมากกว่าล้านบาท ใช้ปล่อยกู้ให้สมาชิกที่ต้องการเงินทุน โดยไม่ต้องไปกู้นอกระบบ

ก้าวสำคัญคือการได้รับการรับรอง GI ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย คุณแม่ใช้เวลาถึง3 ปี ในการทำเอกสารหนาเป็นเล่ม กระทั่งได้เชิญอธิบดีกรมฯ มาดูกระชังด้วยตัวเอง และเปรียบเทียบปลาแรดจากกระชังกับปลาจากบ่อดิน ผลปรากฏว่า ปลาแรดจากกระชังมีเกล็ดหนาจริง ขอดยาก เนื้อแน่น นุ่ม หวาน และไม่มีกลิ่นสาบโคลน ในวันที่ทดสอบนั้นเอง อธิบดีก็ให้การรับรอง GI แก่ปลาแรดอุทัยธานีทันที

วิธีการเลี้ยงปลาแรดในกระชัง

  • โครงสร้างกระชัง - ปัจจุบันใช้เหล็กทำโครงขนาด 6x5 เมตร ความลึก 2.5 เมตร โดยหย่อนลงในน้ำประมาณ 2 เมตร เหลือส่วนบน 50 เซนติเมตร ต้นทุนประมาณหมื่นกว่าบาท ถูกกว่าใช้ไม้ฝาที่มีราคา 30,000 - 40,000 บาท
  • จำนวนปลาในกระชัง - แต่ละกระชังเลี้ยงปลาประมาณ 1,000 ตัว เมื่อเลี้ยงครบ 1 ปี 6 เดือน จะได้น้ำหนักปลารวมประมาณ 900 กิโลกรัม โดยปลาจะมี "นอ" หรือโหนกหัวที่เด่นชัดเมื่อโตเต็มที่
  • อาหาร - ให้อาหารเม็ดโปรตีน 30% สลับกับผักต่าง ๆ เช่น กะหล่ำปลี, ผักบุ้ง, ผักตบชว,า มะม่วง และมะละกอสุก เพื่อลดต้นทุนและทำให้เนื้อปลามีคุณภาพดีขึ้น ตามธรรมชาติปลาแรดเป็นปลากินพืช กินยอดผัก จอก แหน ตามริมน้ำ
  • ข้อดีของปลาแรด - เป็นปลาที่เลี้ยงง่าย กินช้าแต่กินบนผิวน้ำ ไม่ค่อยตาย ทนต่อน้ำเน่าเสียได้ดี แต่ต้องเลี้ยงแยกจากปลาชนิดอื่นเพราะกินช้ากว่า จะได้ไม่แย่งอาหารกัน

ปลาแรดกับปัญหาคุณภาพน้ำและวิธีแก้ไข

ปัญหาใหญ่ที่ส่งผลต่อปลาแรดโดยตรงคือน้ำเน่าเสีย มาจากน้ำเสียจากแหล่งต่าง ๆ และสิ่งปฏิกูลจากชาวบ้านริมแม่น้ำ เมื่อน้ำเน่าเสียปลาจะขาดออกซิเจน ไม่กินอาหาร หรือลอยหัวหายใจที่ผิวน้ำ

วิธีแก้ไข - ใช้ พด.6 ผสมกับกากน้ำตาล ในอัตราส่วน พด.6 2 ซอง : กากน้ำตาล 1 ขวด ใส่น้ำครึ่งถังแล้วหมักทิ้งไว้ 10 วัน เมื่อจะใช้ตักหนึ่งแก้วผสมน้ำ 20 ลิตร แล้วสาดใส่กระชัง สารละลายนี้ยังช่วยดับกลิ่นเหม็นต่าง ๆ ได้ด้วย

สำหรับปัญหาน้ำท่วม กระชังเลี้ยงปลาแรดสามารถลอยขึ้นตามระดับน้ำได้ดีกว่าบ่อดินที่จมหายไปเลย แต่ต้องระวังกระชังขาดเพราะน้ำไหลแรง จึงต้องตรวจสอบสภาพกระชังเป็นประจำ

การตลาดและการขายปลาแรด

ช่วงแรกคุณแม่วันเพ็ญเจอปัญหาพ่อค้าคนกลางกดราคา ปลาแรดตัวเล็กเกินก็ถูก ใหญ่เกินก็ถูก ได้ราคาเพียงกิโลกรัมละ 80 บาท ต้องได้ขนาดระหว่าง 1 - 1.8 กิโลเท่านั้น คุณแม่จึงตัดสินใจเปิดตลาดเอง ไปขายที่ตลาดเช้า โดยกำหนดราคาเองได้ เมื่อได้ GI ลูกค้าที่มาลองซื้อปลาแรดจะรู้สึกว่าอร่อยจริง ไม่มีกลิ่นสาบโคลนจริง จึงกลับมาซื้อซ้ำอีก สร้างฐานลูกค้าประจำได้มากมาย

ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากปลาแรด

กลุ่มแม่วันเพ็ญไม่ได้แค่ขายปลาแรดสด แต่ยังมีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลาย:

  • ปลาร้าด่วน - หมักเกลือ 7 วัน แล้วล้างสะอาด ใส่น้ำมะขามเปียกคลุก ใส่ข้าวคั่ว แล้วทอด ไม่ต้องรอหมัก 6 เดือนหรือ 1 ปีเหมือนปลาร้าทั่วไป
  • ปลาส้ม - ปลาแรดหมักส้ม เนื้อแน่นหวาน
  • น้ำพริกนรกปลาแรด - ใช้เนื้อปลาแรดต้ม คั่วให้กรอบ แล้วผัดทำเป็นน้ำพริก
  • ข้าวเกรียบปลาแรด - ทำจากเนื้อปลาแรดปั่น
  • เกล็ดปลาแรดทอด - เกล็ดหนาของปลาแรดนำมาล้าง ชุบแป้งทอดกรอบ ทำเป็นรสบาร์บีคิว ต้มยำ ปาปริก้า มีแคลเซียมสูง
  • เจลาตินปลาแรด - จากน้ำต้มปลาแรดนำมาแปรรูป ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ
  • คอลลาเจนจากปลาแรด - สกัดจากเนื้อปลาแรด ชงกับน้ำเปล่าได้

ความสำเร็จและความยั่งยืนของกลุ่มปลาแรด

ปัจจุบันสมาชิกในกลุ่มทุกคนมีรายได้มั่นคง เมื่อจับปลาแรดขายยกกระชังได้หลายหมื่นบาท ครอบครัวมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น คนแก่คนเฒ่าในชุมชนมีรายได้เลี้ยงตัวเอง คุณแม่วันเพ็ญมักจะบอกลูกกลุ่มว่า "มีปัญหาอะไรบอกเลย อย่าวิ่งหนี คำว่าแก้ไม่ได้ไม่มี" สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ความยั่งยืนมาจากแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ ไม่เคยแล้งขาดน้ำ วิธีการเลี้ยงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญคือความมุ่งมั่นของคนในชุมชนที่ทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง คุณแม่กล่าวว่า "มีความสุขกับการทำอาชีพนี้ เย็นก็ลงไปนั่งเลี้ยงปลา มองดูปลา ไม่เหนื่อยเหมือนแบกหาม ไปตลาดก็ได้เจอผู้คนหลากหลาย มีความสุข ได้เงิน สิ่งแวดล้อมดี ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง ภูมิใจที่ทำได้ถึงขนาดนี้"

วิธีการเลือกซื้อปลาแรดที่มีคุณภาพ

  • เกล็ดหนา - ปลาคุณภาพดีจะมีเกล็ดหนาจริง ขอดยาก ถ้าไม่มีอุปกรณ์ขอดเกล็ด การใช้ช้อนหรือมีดธรรมดาจะขูดยากมาก
  • โหนกหัว (นอ) - ดูที่โหนกบนหัว ถ้ามีโหนกชัดแสดงว่าโตเต็มที่แล้ว
  • แหล่งที่มา - เลือกซื้อจากกลุ่มที่มีตราสัญลักษณ์ GI ปลาแรดอุทัยธานี เพื่อความมั่นใจในคุณภาพ

เมนูอาหารจากปลาแรดที่ควรลอง

  • ปลาแรดทอด - คลุกแป้งข้าวเจ้าเพื่อไม่ให้ติดกระทะ ทอดไฟปานกลาง เนื้อแน่นเต็มคำ ไม่มีกลิ่นคาว
  • ต้มยำปลาแรด - เนื้อแน่น ไม่เละ รสชาติหวานของเนื้อปลาช่วยเสริมรสต้มยำได้ดีมาก
  • ปลาแรดย่าง - ย่างไฟอ่อน เนื้อนุ่มหวาน

ทุกเมนูจากปลาแรดจะมีลักษณะเด่นคือเนื้อแน่น นุ่ม หวานตามธรรมชาติ และไม่มีกลิ่นสาบโคลน ที่สำคัญคือไส้ไม่ทิ้ง สามารถเอาไปทำน้ำหมักหมักเป็นอาหารปลาได้

บทสรุป: ปลาแรดอุทัยธานี - ความสำเร็จจากความมุ่งมั่น

ปลาแรดอุทัยธานี ไม่ได้เป็นเพียงแค่ปลาชนิดหนึ่ง แต่เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จในการสร้างชุมชนเข้มแข็ง การพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืน และความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาท้องถิ่น จากกลุ่มเล็กๆ 15 คน ด้วยเงินหุ้นเพียง 4,000 บาท วันนี้กลายเป็นกลุ่มใหญ่ 75 คน มีเงินทุนมากกว่าล้านบาท และที่สำคัญคือการได้รับตรา GI ปลาแรดอุทัยธานี ซึ่งเป็นการรับรองคุณภาพระดับสากลว่าเป็นปลาแรดที่อร่อยที่สุดในโลก

ทุกวันนี้คุณแม่วันเพ็ญยังคงตื่น 02.00 น. ขับเรือเพื่อนำปลาแรดสดๆ ไปขายที่ตลาด ไม่ใช่เพราะต้องทำ แต่เพราะรักและภูมิใจในสิ่งที่ทำ และต้องการเห็นชุมชนของเธอยืนหยัดได้อย่างยั่งยืน หากคุณมีโอกาสไปเยือนจังหวัดอุทัยธานี อย่าลืมแวะชิมปลาแรดสดๆ จากกระชังริมแม่น้ำสะแกกรัง เพื่อสัมผัสกับรสชาติของเนื้อปลาที่แน่น นุ่ม หวาน และไม่มีกลิ่นสาบโคลน ที่สำคัญคือคุณจะได้สัมผัสกับความภาคภูมิใจและความมุ่งมั่นของคนในชุมชนที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ ปลาแรดไม่ใช่แค่ปลา แต่คือความหวัง ความยั่งยืน และอนาคตของชุมชนบ้านโรงน้ำแข็ง จังหวัดอุทัยธานี


แนะนำเมนูอร่อย ๆ จากปลาแรด

ติดตามชมรายการมหาอำนาจบ้านนา วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.30 - 11.00 น. ทางไทยพีบีเอส

พาคุณผู้ชมไปรู้จักกับปลาแรดอุทัยธานี สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นปลาแรดที่อร่อยที่สุดในโลก จากลุ่มน้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี พร้อมเรื่องราวสู้ชีวิตของคุณแม่วันเพ็ญ ที่พลิกฟื้นเศรษฐกิจชุมชนด้วยการเลี้ยงปลาแรดอย่างยั่งยืน

ปลาแรดคืออะไร และทำไมถึงเรียกว่าแรด?

ปลาแรด เป็นปลาน้ำจืดที่มีลักษณะเด่นคือมีเกล็ดหนา และมีโหนกหัวที่เรียกว่า "นอ" เมื่อปลาเติบโตเต็มที่ โหนกส่วนนี้จะค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้นคล้ายกับนอของแรด จึงเป็นที่มาของชื่อ "ปลาแรด" ที่ชาวบ้านเรียกกันมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย

นอกจากนี้ ปลาแรดยังมีอีกความหมายหนึ่งที่ชาวอุทัยธานีใช้กันคือ "แรดมาก" หรือ "ดีเยี่ยมมาก" เพราะเนื้อปลาแรดที่นี่มีคุณภาพเป็นเลิศจริง ๆ โดยเฉพาะปลาแรดที่เลี้ยงในกระชังที่ลุ่มน้ำสะแกกรัง

ปลาแรดอุทัยธานี: สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)

กลุ่มเลี้ยงปลาแรดจังหวัดอุทัยธานีได้รับการรับรอง GI (สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์) ซึ่งเป็นการรับรองว่าปลาแรดจากพื้นที่นี้มีคุณภาพและอัตลักษณ์ที่แตกต่างจากปลาแรดที่อื่น ความพิเศษของปลาแรดอุทัยธานี มาจากหลายปัจจัย:

  • ความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำ - ลุ่มน้ำสะแกกรังมีน้ำไหลผ่านอย่างเอื่อย ๆ ไม่แรงจนเกินไป จุดบรรจบระหว่างแม่น้ำสะแกกรังกับแม่น้ำเจ้าพระยายังสร้าง "แม่น้ำสองสี" ที่น้ำใสจากสะแกกรังมาบรรจบกับน้ำขุ่นจากเจ้าพระยา
  • วิธีการเลี้ยงแบบกึ่งธรรมชาติ - ปลาแรดถูกเลี้ยงในกระชังที่แขวนลอยในแม่น้ำ ห่างจากพื้นดินประมาณ 6 เมตร ทำให้ปลาได้ออกกำลังกายว่ายน้ำตามธรรมชาติ น้ำไหลถ่ายเทตลอดเวลา เนื้อปลาจึงแน่น นุ่ม หวาน และไม่มีกลิ่นสาบโคลน

จุดเริ่มต้นการเลี้ยงปลาแรดของแม่วันเพ็ญ

คุณแม่วันเพ็ญ เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของชุมชน หลังจากที่เธอได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้าน แม้ตอนแรกจะถูกมองว่า "เลือกควายเข้าอำเภอ" แต่เธอก็พิสูจน์ตัวเองด้วยการนำพาชุมชนสู่ความยั่งยืน

ปัญหาหลักที่คุณแม่เจอคือ ชาวบ้านไม่มีรายได้แน่นอน พึ่งพาแต่การหาปลาในแม่น้ำ ถ้าวันไหนหาไม่ได้ก็ไม่มีรายได้ เธอจึงเริ่มจากการทำเกษตรผสมผสานในพื้นที่ 6 ไร่ เป็นต้นแบบให้ชาวบ้าน แต่แล้วปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นทุกปีก็ทำให้เกษตรล้มเหลว จากจุดนี้เองที่คุณแม่หันมาสนใจการเลี้ยงปลาแรดในกระชัง เพราะกระชังสามารถลอยขึ้นตามระดับน้ำได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำท่วมเหมือนการเลี้ยงปลาในบ่อดิน

การรวมกลุ่มเลี้ยงปลาแรดและการต่อสู้เพื่อ GI

คุณแม่วันเพ็ญเริ่มรวมกลุ่มสมาชิก 15 คน ระดมหุ้นรวมกัน 4,000 บาท เป็นเงินหุ้นเริ่มต้น จากนั้นก็ขอสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐเพื่อสร้างกระชัง เมื่อเห็นความมุ่งมั่นจริงจัง ภาครัฐจึงให้การสนับสนุน ปัจจุบันกลุ่มเลี้ยงปลาแรดมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 75 ราย จากเงินหุ้นเพียง 4,000 บาท ตอนนี้กลุ่มมีเงินมากกว่าล้านบาท ใช้ปล่อยกู้ให้สมาชิกที่ต้องการเงินทุน โดยไม่ต้องไปกู้นอกระบบ

ก้าวสำคัญคือการได้รับการรับรอง GI ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย คุณแม่ใช้เวลาถึง3 ปี ในการทำเอกสารหนาเป็นเล่ม กระทั่งได้เชิญอธิบดีกรมฯ มาดูกระชังด้วยตัวเอง และเปรียบเทียบปลาแรดจากกระชังกับปลาจากบ่อดิน ผลปรากฏว่า ปลาแรดจากกระชังมีเกล็ดหนาจริง ขอดยาก เนื้อแน่น นุ่ม หวาน และไม่มีกลิ่นสาบโคลน ในวันที่ทดสอบนั้นเอง อธิบดีก็ให้การรับรอง GI แก่ปลาแรดอุทัยธานีทันที

วิธีการเลี้ยงปลาแรดในกระชัง

  • โครงสร้างกระชัง - ปัจจุบันใช้เหล็กทำโครงขนาด 6x5 เมตร ความลึก 2.5 เมตร โดยหย่อนลงในน้ำประมาณ 2 เมตร เหลือส่วนบน 50 เซนติเมตร ต้นทุนประมาณหมื่นกว่าบาท ถูกกว่าใช้ไม้ฝาที่มีราคา 30,000 - 40,000 บาท
  • จำนวนปลาในกระชัง - แต่ละกระชังเลี้ยงปลาประมาณ 1,000 ตัว เมื่อเลี้ยงครบ 1 ปี 6 เดือน จะได้น้ำหนักปลารวมประมาณ 900 กิโลกรัม โดยปลาจะมี "นอ" หรือโหนกหัวที่เด่นชัดเมื่อโตเต็มที่
  • อาหาร - ให้อาหารเม็ดโปรตีน 30% สลับกับผักต่าง ๆ เช่น กะหล่ำปลี, ผักบุ้ง, ผักตบชว,า มะม่วง และมะละกอสุก เพื่อลดต้นทุนและทำให้เนื้อปลามีคุณภาพดีขึ้น ตามธรรมชาติปลาแรดเป็นปลากินพืช กินยอดผัก จอก แหน ตามริมน้ำ
  • ข้อดีของปลาแรด - เป็นปลาที่เลี้ยงง่าย กินช้าแต่กินบนผิวน้ำ ไม่ค่อยตาย ทนต่อน้ำเน่าเสียได้ดี แต่ต้องเลี้ยงแยกจากปลาชนิดอื่นเพราะกินช้ากว่า จะได้ไม่แย่งอาหารกัน

ปลาแรดกับปัญหาคุณภาพน้ำและวิธีแก้ไข

ปัญหาใหญ่ที่ส่งผลต่อปลาแรดโดยตรงคือน้ำเน่าเสีย มาจากน้ำเสียจากแหล่งต่าง ๆ และสิ่งปฏิกูลจากชาวบ้านริมแม่น้ำ เมื่อน้ำเน่าเสียปลาจะขาดออกซิเจน ไม่กินอาหาร หรือลอยหัวหายใจที่ผิวน้ำ

วิธีแก้ไข - ใช้ พด.6 ผสมกับกากน้ำตาล ในอัตราส่วน พด.6 2 ซอง : กากน้ำตาล 1 ขวด ใส่น้ำครึ่งถังแล้วหมักทิ้งไว้ 10 วัน เมื่อจะใช้ตักหนึ่งแก้วผสมน้ำ 20 ลิตร แล้วสาดใส่กระชัง สารละลายนี้ยังช่วยดับกลิ่นเหม็นต่าง ๆ ได้ด้วย

สำหรับปัญหาน้ำท่วม กระชังเลี้ยงปลาแรดสามารถลอยขึ้นตามระดับน้ำได้ดีกว่าบ่อดินที่จมหายไปเลย แต่ต้องระวังกระชังขาดเพราะน้ำไหลแรง จึงต้องตรวจสอบสภาพกระชังเป็นประจำ

การตลาดและการขายปลาแรด

ช่วงแรกคุณแม่วันเพ็ญเจอปัญหาพ่อค้าคนกลางกดราคา ปลาแรดตัวเล็กเกินก็ถูก ใหญ่เกินก็ถูก ได้ราคาเพียงกิโลกรัมละ 80 บาท ต้องได้ขนาดระหว่าง 1 - 1.8 กิโลเท่านั้น คุณแม่จึงตัดสินใจเปิดตลาดเอง ไปขายที่ตลาดเช้า โดยกำหนดราคาเองได้ เมื่อได้ GI ลูกค้าที่มาลองซื้อปลาแรดจะรู้สึกว่าอร่อยจริง ไม่มีกลิ่นสาบโคลนจริง จึงกลับมาซื้อซ้ำอีก สร้างฐานลูกค้าประจำได้มากมาย

ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากปลาแรด

กลุ่มแม่วันเพ็ญไม่ได้แค่ขายปลาแรดสด แต่ยังมีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลาย:

  • ปลาร้าด่วน - หมักเกลือ 7 วัน แล้วล้างสะอาด ใส่น้ำมะขามเปียกคลุก ใส่ข้าวคั่ว แล้วทอด ไม่ต้องรอหมัก 6 เดือนหรือ 1 ปีเหมือนปลาร้าทั่วไป
  • ปลาส้ม - ปลาแรดหมักส้ม เนื้อแน่นหวาน
  • น้ำพริกนรกปลาแรด - ใช้เนื้อปลาแรดต้ม คั่วให้กรอบ แล้วผัดทำเป็นน้ำพริก
  • ข้าวเกรียบปลาแรด - ทำจากเนื้อปลาแรดปั่น
  • เกล็ดปลาแรดทอด - เกล็ดหนาของปลาแรดนำมาล้าง ชุบแป้งทอดกรอบ ทำเป็นรสบาร์บีคิว ต้มยำ ปาปริก้า มีแคลเซียมสูง
  • เจลาตินปลาแรด - จากน้ำต้มปลาแรดนำมาแปรรูป ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ
  • คอลลาเจนจากปลาแรด - สกัดจากเนื้อปลาแรด ชงกับน้ำเปล่าได้

ความสำเร็จและความยั่งยืนของกลุ่มปลาแรด

ปัจจุบันสมาชิกในกลุ่มทุกคนมีรายได้มั่นคง เมื่อจับปลาแรดขายยกกระชังได้หลายหมื่นบาท ครอบครัวมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น คนแก่คนเฒ่าในชุมชนมีรายได้เลี้ยงตัวเอง คุณแม่วันเพ็ญมักจะบอกลูกกลุ่มว่า "มีปัญหาอะไรบอกเลย อย่าวิ่งหนี คำว่าแก้ไม่ได้ไม่มี" สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ความยั่งยืนมาจากแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ ไม่เคยแล้งขาดน้ำ วิธีการเลี้ยงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญคือความมุ่งมั่นของคนในชุมชนที่ทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง คุณแม่กล่าวว่า "มีความสุขกับการทำอาชีพนี้ เย็นก็ลงไปนั่งเลี้ยงปลา มองดูปลา ไม่เหนื่อยเหมือนแบกหาม ไปตลาดก็ได้เจอผู้คนหลากหลาย มีความสุข ได้เงิน สิ่งแวดล้อมดี ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง ภูมิใจที่ทำได้ถึงขนาดนี้"

วิธีการเลือกซื้อปลาแรดที่มีคุณภาพ

  • เกล็ดหนา - ปลาคุณภาพดีจะมีเกล็ดหนาจริง ขอดยาก ถ้าไม่มีอุปกรณ์ขอดเกล็ด การใช้ช้อนหรือมีดธรรมดาจะขูดยากมาก
  • โหนกหัว (นอ) - ดูที่โหนกบนหัว ถ้ามีโหนกชัดแสดงว่าโตเต็มที่แล้ว
  • แหล่งที่มา - เลือกซื้อจากกลุ่มที่มีตราสัญลักษณ์ GI ปลาแรดอุทัยธานี เพื่อความมั่นใจในคุณภาพ

เมนูอาหารจากปลาแรดที่ควรลอง

  • ปลาแรดทอด - คลุกแป้งข้าวเจ้าเพื่อไม่ให้ติดกระทะ ทอดไฟปานกลาง เนื้อแน่นเต็มคำ ไม่มีกลิ่นคาว
  • ต้มยำปลาแรด - เนื้อแน่น ไม่เละ รสชาติหวานของเนื้อปลาช่วยเสริมรสต้มยำได้ดีมาก
  • ปลาแรดย่าง - ย่างไฟอ่อน เนื้อนุ่มหวาน

ทุกเมนูจากปลาแรดจะมีลักษณะเด่นคือเนื้อแน่น นุ่ม หวานตามธรรมชาติ และไม่มีกลิ่นสาบโคลน ที่สำคัญคือไส้ไม่ทิ้ง สามารถเอาไปทำน้ำหมักหมักเป็นอาหารปลาได้

บทสรุป: ปลาแรดอุทัยธานี - ความสำเร็จจากความมุ่งมั่น

ปลาแรดอุทัยธานี ไม่ได้เป็นเพียงแค่ปลาชนิดหนึ่ง แต่เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จในการสร้างชุมชนเข้มแข็ง การพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืน และความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาท้องถิ่น จากกลุ่มเล็กๆ 15 คน ด้วยเงินหุ้นเพียง 4,000 บาท วันนี้กลายเป็นกลุ่มใหญ่ 75 คน มีเงินทุนมากกว่าล้านบาท และที่สำคัญคือการได้รับตรา GI ปลาแรดอุทัยธานี ซึ่งเป็นการรับรองคุณภาพระดับสากลว่าเป็นปลาแรดที่อร่อยที่สุดในโลก

ทุกวันนี้คุณแม่วันเพ็ญยังคงตื่น 02.00 น. ขับเรือเพื่อนำปลาแรดสดๆ ไปขายที่ตลาด ไม่ใช่เพราะต้องทำ แต่เพราะรักและภูมิใจในสิ่งที่ทำ และต้องการเห็นชุมชนของเธอยืนหยัดได้อย่างยั่งยืน หากคุณมีโอกาสไปเยือนจังหวัดอุทัยธานี อย่าลืมแวะชิมปลาแรดสดๆ จากกระชังริมแม่น้ำสะแกกรัง เพื่อสัมผัสกับรสชาติของเนื้อปลาที่แน่น นุ่ม หวาน และไม่มีกลิ่นสาบโคลน ที่สำคัญคือคุณจะได้สัมผัสกับความภาคภูมิใจและความมุ่งมั่นของคนในชุมชนที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ ปลาแรดไม่ใช่แค่ปลา แต่คือความหวัง ความยั่งยืน และอนาคตของชุมชนบ้านโรงน้ำแข็ง จังหวัดอุทัยธานี


แนะนำเมนูอร่อย ๆ จากปลาแรด

ติดตามชมรายการมหาอำนาจบ้านนา วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.30 - 11.00 น. ทางไทยพีบีเอส

ละครดี ซีรีส์เด่น

ดูทั้งหมด

♫ ♫ Songs Popular ♫ ♫

ดูทั้งหมด

คลิปมาใหม่

คนดูเยอะ 👀

ดูทั้งหมด

เสน่ห์ประเทศไทย