เกษตรเลิกจน รวยชาตินี้ไม่ต้องรอชาติหน้า

ออกอากาศ1 มี.ค. 69

หากพูดถึงวลีที่โด่งดังในโลกเกษตร คงหนีไม่พ้น "จนเครียดกินเหล้า" ของพ่อเลี่ยม บุตรจันทรา เกษตรกรจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้ที่เคยจมอยู่กับหนี้สินจากพืชเชิงเดี่ยว แต่ทุกวันนี้เขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เกษตรเลิกจน ไม่ใช่แค่ฝัน แต่เป็นความจริงที่ทำได้ด้วยศาสตร์พระราชาและหลักเกษตรผสมผสาน

จุดเริ่มต้นของ เกษตรเลิกจน: จากหนี้สินท่วมหัวสู่การเปลี่ยนแปลง

ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 28 ปีก่อน พ่อเลี่ยมและครอบครัวประสบปัญหาหนี้สินอย่างหนักจากการทำพืชเชิงเดี่ยว ค่าปุ๋ย ค่ายาฆ่าแมลง และเมล็ดพันธุ์ บั่นทอนรายได้จนแทบไม่เหลือ ความเครียดสะสมนำไปสู่การดื่มเหล้า เล่นการพนัน และยิ่งทำให้หนี้พอกพูนขึ้นเรื่อย ๆ ชีวิตวนเวียนอยู่ในวัฏจักรของความจน

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อพ่อเลี่ยมตัดสินใจขายที่ดินทั้งหมด ชำระหนี้จนหมด และเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ฉะเชิงเทราในปี 2530 โดยมีเงินทุนตั้งต้นเพียงแสนเดียว แต่มีสิ่งสำคัญกว่านั้น คือคำมั่นสัญญาต่อภรรยาที่จะเลิกเหล้า เลิกบุหรี่ และเลิกการพนันตลอดกาล

หลัก “เกษตรเลิกจน” ด้วยตำรับส้มตำและบัญชีรายจ่าย

แนวทางแรกที่พ่อเลี่ยมนำมาใช้คือการ "ริดรายจ่าย" โดยเริ่มจากสิ่งใกล้ตัวที่สุด นั่นคือ ตำรับส้มตำ พ่อเลี่ยมปลูกพืชทุกชนิดที่เป็นส่วนผสมของส้มตำในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น มะละกอ, พริก, มะนาว, มะเขือเปราะ, มะเขือเทศ ไปจนถึงปลาร้า ภายใน 1 ปี ครอบครัวก็มีส้มตำกินโดยไม่ต้องใช้เงิน

ควบคู่ไปกับการปลูกผัก พ่อเลี่ยมยังนำหลักการบันทึกรายจ่ายจากการอบรมของผู้ใหญ่วิบูลย์มาใช้ การจดรายจ่ายแยกของทุกคนในบ้าน ทำให้เห็นชัดเจนว่าอะไรสามารถลดได้ อะไรสามารถผลิตเองได้จากที่ดินที่มีอยู่ หลักคิดนี้เองคือรากฐานของการ เกษตรเลิกจน ที่แท้จริง

เกษตรเลิกจน ด้วยป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ตามศาสตร์พระราชา

แรงบันดาลใจจากพระราชดำรัสในหลวง รัชกาลที่ 9 เรื่อง "ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง" ทำให้พ่อเลี่ยมเริ่มปลูกป่าในปี 2542 จากที่เคยต้องหาบน้ำรดผักทุกวัน เมื่อปลูกไม้ยืนต้นหลากหลายชนิด ป่าก็สร้างความชุ่มชื้นให้ดิน ลดภาระการดูแล และสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืนในระยะยาว

ปัจจุบันสวนป่าแห่งนี้มีอายุกว่า 26 ปี ปลูกโดยระบบ "ก้าวคูณก้าว" คือก้าวขาปุ๊บปลูกเลย ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว ใบไม้ที่ร่วงหล่นก็ย่อยสลายเป็นอินทรียวัตถุหมุนเวียนกลับสู่ดิน ป่าดูแลตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาปุ๋ยหรือสารเคมีใด ๆ

ไม้ห้าพลังในสวน เกษตรเลิกจน ที่มีมูลค่ามหาศาล

หัวใจของสวนป่าพ่อเลี่ยมคือ "ไม้ห้าพลัง" ซึ่งเปรียบเสมือนกองทุนความมั่งคั่งที่งอกเงยตามกาลเวลา

  • พลังที่ 1 ตะเคียนทอง พลังแห่งความศรัทธา ต้นที่ปลูกมา 20 กว่าปีมีมูลค่าต้นละหมื่นบาท ปลูกไว้ 1,400 ต้น คิดเป็นมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท คือ "บำนาญต้นไม้" ที่พ่อเลี่ยมสร้างไว้ให้ตัวเอง
  • พลังที่ 2 ยางนา พลังงานทดแทน น้ำมันจากยางนาสามารถสกัดนำมาทำไบโอดีเซลได้
  • พลังที่ 3 มะฮอกกานี พลังแห่งเสียงดนตรี เนื้อไม้ชั้นเยี่ยมสำหรับทำเครื่องดนตรีและเฟอร์นิเจอร์
  • พลังที่ 4 พยุง พลังแห่งการค้ำจุน ไม้มีราคาสูงที่สุดในตลาด
  • พลังที่ 5 มะค่าโมง พลังแห่งชีวิต กินได้ทั้งเมล็ดอ่อนและเมล็ดแก่ เนื้อไม้ใช้สร้างบ้านได้

เกษตรเลิกจน คือการผลิตปัจจัยสี่ครบวงจรในพื้นที่เดียว

สิ่งที่ทำให้โมเดลของพ่อเลี่ยมพิเศษกว่าเกษตรทั่วไป คือ ความครบวงจรของปัจจัยสี่ในพื้นที่เดียว ครอบครัวนี้มีอาหารจากสวนป่าที่กินได้ตลอดปี มีผักนานาชนิดจากแปลงของแม่ตุ๋ยที่ไม่ต้องซื้อ มีน้ำตาลอ้อยที่ผลิตเองในราคากิโลกรัมละ 250 บาท และยังมีสมุนไพรครบครันสำหรับดูแลสุขภาพ

นอกจากอาหาร ยังมีสมุนไพรหลากหลายเช่น ต้นข่อยสำหรับดูแลเหงือกและฟัน ใบข่อยชงชาช่วยให้หลับสบาย รวมถึงน้ำมันหอมระเหย สบู่จากว่านสาวหลง และดินที่ผลิตเองจากการหมักใบไม้ในสวน สิ่งเหล่านี้ลดรายจ่ายครัวเรือนลงได้อย่างมีนัยสำคัญ

สานต่อเกษตรเลิกจน สู่รุ่นลูกด้วยวิชาสถาปัตย์ป่าและแพทย์แผนไทย

ความสำเร็จของพ่อเลี่ยมไม่ได้จบที่รุ่นเดียว พี่อุ้ย ลูกชายคนโต จบสาขาพฤกษศาสตร์สิ่งแวดล้อม นำความรู้มาออกแบบสวนเกษตรกึ่งสวนสาธารณะ วางผังพันธุ์ไม้กว่า 20 ชนิด ออกแบบอุโมงค์ต้นไม้ และห้องประชุมกลางป่าสำหรับรับกลุ่มศึกษาดูงาน 30 - 40 คน รวมถึงรับออกแบบสวนป่าให้ลูกค้าภายนอก เป็นรายได้เสริมจากทักษะที่สั่งสมมา

ส่วนพี่พงษ์ ลูกชายคนเล็ก จบแพทย์แผนไทยบัณฑิต เพื่อดูแลสุขภาพครอบครัวโดยใช้สมุนไพรในสวน ปิดช่องว่างปัจจัยสี่อย่างสมบูรณ์แบบ นี่คือภาพของการสานต่อเกษตรเลิกจน ที่ส่งผ่านองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่นอย่างแท้จริง

บทเรียนสำคัญจาก เกษตรเลิกจน ที่ทุกครอบครัวเกษตรนำไปใช้ได้

โมเดลของพ่อเลี่ยมสรุปเป็นหลักการที่นำไปปรับใช้ได้ดังนี้

  1. บันทึกรายจ่าย ทำให้เห็นสิ่งที่ไม่จำเป็นและสามารถผลิตเองได้
  2. ของกินใกล้บ้าน เช่น ตำรับส้มตำ ลดรายจ่ายอาหารได้ทันที
  3. ปลูกป่าเพื่ออนาคต ไม้ยืนต้นเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปี
  4. เกษตรผสมผสาน ความหลากหลายชนิดพืชลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นคงทางอาหาร
  5. พึ่งพาตนเอง พึ่งพาในปัจจัยสี่ ครอบคลุมทั้งอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค

ทุกวันนี้เมื่อถามพ่อเลี่ยมว่า "จนไหม?" คำตอบที่ได้คือ "ไม่จนแล้ว เรารวยความสุข" และเมื่อถามว่า "กินเหล้าไหม?" คำตอบคือ "เหล้าไม่กินแล้ว มันขม กินข้าวกันดีกว่า" นี่คือนิยามของ เกษตรเลิกจน ที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ความมั่งคั่งทางวัตถุ แต่คือชีวิตที่สงบสุขและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

ติดตามชมรายการมหาอำนาจบ้านนา วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2569 เวลา 10.30 - 11.00 น. ทางไทยพีบีเอส

หากพูดถึงวลีที่โด่งดังในโลกเกษตร คงหนีไม่พ้น "จนเครียดกินเหล้า" ของพ่อเลี่ยม บุตรจันทรา เกษตรกรจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้ที่เคยจมอยู่กับหนี้สินจากพืชเชิงเดี่ยว แต่ทุกวันนี้เขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เกษตรเลิกจน ไม่ใช่แค่ฝัน แต่เป็นความจริงที่ทำได้ด้วยศาสตร์พระราชาและหลักเกษตรผสมผสาน

จุดเริ่มต้นของ เกษตรเลิกจน: จากหนี้สินท่วมหัวสู่การเปลี่ยนแปลง

ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 28 ปีก่อน พ่อเลี่ยมและครอบครัวประสบปัญหาหนี้สินอย่างหนักจากการทำพืชเชิงเดี่ยว ค่าปุ๋ย ค่ายาฆ่าแมลง และเมล็ดพันธุ์ บั่นทอนรายได้จนแทบไม่เหลือ ความเครียดสะสมนำไปสู่การดื่มเหล้า เล่นการพนัน และยิ่งทำให้หนี้พอกพูนขึ้นเรื่อย ๆ ชีวิตวนเวียนอยู่ในวัฏจักรของความจน

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อพ่อเลี่ยมตัดสินใจขายที่ดินทั้งหมด ชำระหนี้จนหมด และเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ฉะเชิงเทราในปี 2530 โดยมีเงินทุนตั้งต้นเพียงแสนเดียว แต่มีสิ่งสำคัญกว่านั้น คือคำมั่นสัญญาต่อภรรยาที่จะเลิกเหล้า เลิกบุหรี่ และเลิกการพนันตลอดกาล

หลัก “เกษตรเลิกจน” ด้วยตำรับส้มตำและบัญชีรายจ่าย

แนวทางแรกที่พ่อเลี่ยมนำมาใช้คือการ "ริดรายจ่าย" โดยเริ่มจากสิ่งใกล้ตัวที่สุด นั่นคือ ตำรับส้มตำ พ่อเลี่ยมปลูกพืชทุกชนิดที่เป็นส่วนผสมของส้มตำในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น มะละกอ, พริก, มะนาว, มะเขือเปราะ, มะเขือเทศ ไปจนถึงปลาร้า ภายใน 1 ปี ครอบครัวก็มีส้มตำกินโดยไม่ต้องใช้เงิน

ควบคู่ไปกับการปลูกผัก พ่อเลี่ยมยังนำหลักการบันทึกรายจ่ายจากการอบรมของผู้ใหญ่วิบูลย์มาใช้ การจดรายจ่ายแยกของทุกคนในบ้าน ทำให้เห็นชัดเจนว่าอะไรสามารถลดได้ อะไรสามารถผลิตเองได้จากที่ดินที่มีอยู่ หลักคิดนี้เองคือรากฐานของการ เกษตรเลิกจน ที่แท้จริง

เกษตรเลิกจน ด้วยป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ตามศาสตร์พระราชา

แรงบันดาลใจจากพระราชดำรัสในหลวง รัชกาลที่ 9 เรื่อง "ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง" ทำให้พ่อเลี่ยมเริ่มปลูกป่าในปี 2542 จากที่เคยต้องหาบน้ำรดผักทุกวัน เมื่อปลูกไม้ยืนต้นหลากหลายชนิด ป่าก็สร้างความชุ่มชื้นให้ดิน ลดภาระการดูแล และสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืนในระยะยาว

ปัจจุบันสวนป่าแห่งนี้มีอายุกว่า 26 ปี ปลูกโดยระบบ "ก้าวคูณก้าว" คือก้าวขาปุ๊บปลูกเลย ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว ใบไม้ที่ร่วงหล่นก็ย่อยสลายเป็นอินทรียวัตถุหมุนเวียนกลับสู่ดิน ป่าดูแลตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาปุ๋ยหรือสารเคมีใด ๆ

ไม้ห้าพลังในสวน เกษตรเลิกจน ที่มีมูลค่ามหาศาล

หัวใจของสวนป่าพ่อเลี่ยมคือ "ไม้ห้าพลัง" ซึ่งเปรียบเสมือนกองทุนความมั่งคั่งที่งอกเงยตามกาลเวลา

  • พลังที่ 1 ตะเคียนทอง พลังแห่งความศรัทธา ต้นที่ปลูกมา 20 กว่าปีมีมูลค่าต้นละหมื่นบาท ปลูกไว้ 1,400 ต้น คิดเป็นมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท คือ "บำนาญต้นไม้" ที่พ่อเลี่ยมสร้างไว้ให้ตัวเอง
  • พลังที่ 2 ยางนา พลังงานทดแทน น้ำมันจากยางนาสามารถสกัดนำมาทำไบโอดีเซลได้
  • พลังที่ 3 มะฮอกกานี พลังแห่งเสียงดนตรี เนื้อไม้ชั้นเยี่ยมสำหรับทำเครื่องดนตรีและเฟอร์นิเจอร์
  • พลังที่ 4 พยุง พลังแห่งการค้ำจุน ไม้มีราคาสูงที่สุดในตลาด
  • พลังที่ 5 มะค่าโมง พลังแห่งชีวิต กินได้ทั้งเมล็ดอ่อนและเมล็ดแก่ เนื้อไม้ใช้สร้างบ้านได้

เกษตรเลิกจน คือการผลิตปัจจัยสี่ครบวงจรในพื้นที่เดียว

สิ่งที่ทำให้โมเดลของพ่อเลี่ยมพิเศษกว่าเกษตรทั่วไป คือ ความครบวงจรของปัจจัยสี่ในพื้นที่เดียว ครอบครัวนี้มีอาหารจากสวนป่าที่กินได้ตลอดปี มีผักนานาชนิดจากแปลงของแม่ตุ๋ยที่ไม่ต้องซื้อ มีน้ำตาลอ้อยที่ผลิตเองในราคากิโลกรัมละ 250 บาท และยังมีสมุนไพรครบครันสำหรับดูแลสุขภาพ

นอกจากอาหาร ยังมีสมุนไพรหลากหลายเช่น ต้นข่อยสำหรับดูแลเหงือกและฟัน ใบข่อยชงชาช่วยให้หลับสบาย รวมถึงน้ำมันหอมระเหย สบู่จากว่านสาวหลง และดินที่ผลิตเองจากการหมักใบไม้ในสวน สิ่งเหล่านี้ลดรายจ่ายครัวเรือนลงได้อย่างมีนัยสำคัญ

สานต่อเกษตรเลิกจน สู่รุ่นลูกด้วยวิชาสถาปัตย์ป่าและแพทย์แผนไทย

ความสำเร็จของพ่อเลี่ยมไม่ได้จบที่รุ่นเดียว พี่อุ้ย ลูกชายคนโต จบสาขาพฤกษศาสตร์สิ่งแวดล้อม นำความรู้มาออกแบบสวนเกษตรกึ่งสวนสาธารณะ วางผังพันธุ์ไม้กว่า 20 ชนิด ออกแบบอุโมงค์ต้นไม้ และห้องประชุมกลางป่าสำหรับรับกลุ่มศึกษาดูงาน 30 - 40 คน รวมถึงรับออกแบบสวนป่าให้ลูกค้าภายนอก เป็นรายได้เสริมจากทักษะที่สั่งสมมา

ส่วนพี่พงษ์ ลูกชายคนเล็ก จบแพทย์แผนไทยบัณฑิต เพื่อดูแลสุขภาพครอบครัวโดยใช้สมุนไพรในสวน ปิดช่องว่างปัจจัยสี่อย่างสมบูรณ์แบบ นี่คือภาพของการสานต่อเกษตรเลิกจน ที่ส่งผ่านองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่นอย่างแท้จริง

บทเรียนสำคัญจาก เกษตรเลิกจน ที่ทุกครอบครัวเกษตรนำไปใช้ได้

โมเดลของพ่อเลี่ยมสรุปเป็นหลักการที่นำไปปรับใช้ได้ดังนี้

  1. บันทึกรายจ่าย ทำให้เห็นสิ่งที่ไม่จำเป็นและสามารถผลิตเองได้
  2. ของกินใกล้บ้าน เช่น ตำรับส้มตำ ลดรายจ่ายอาหารได้ทันที
  3. ปลูกป่าเพื่ออนาคต ไม้ยืนต้นเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปี
  4. เกษตรผสมผสาน ความหลากหลายชนิดพืชลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นคงทางอาหาร
  5. พึ่งพาตนเอง พึ่งพาในปัจจัยสี่ ครอบคลุมทั้งอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค

ทุกวันนี้เมื่อถามพ่อเลี่ยมว่า "จนไหม?" คำตอบที่ได้คือ "ไม่จนแล้ว เรารวยความสุข" และเมื่อถามว่า "กินเหล้าไหม?" คำตอบคือ "เหล้าไม่กินแล้ว มันขม กินข้าวกันดีกว่า" นี่คือนิยามของ เกษตรเลิกจน ที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ความมั่งคั่งทางวัตถุ แต่คือชีวิตที่สงบสุขและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

ติดตามชมรายการมหาอำนาจบ้านนา วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2569 เวลา 10.30 - 11.00 น. ทางไทยพีบีเอส

ละครดี ซีรีส์เด่น

ดูทั้งหมด

♫ ♫ Songs Popular ♫ ♫

ดูทั้งหมด

คลิปมาใหม่

คนดูเยอะ 👀

ดูทั้งหมด

เสน่ห์ประเทศไทย