วัวไทยพรีเมียม ความอร่อยที่คุณต้องลอง

ออกอากาศ26 เม.ย. 69

เชื่อหรือไม่ว่าวัวไทยที่เลี้ยงกันอยู่ในประเทศนี้สามารถผลิตเนื้อพรีเมียมคุณภาพสูงได้ไม่แพ้เนื้อนำเข้าจากต่างประเทศ? ฟาร์มเลี้ยงวัวแบบครบวงจรแห่งหนึ่งในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ถือเป็นตัวอย่างที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ด้วยการคัดสายพันธุ์ที่ดี ดูแลอย่างใส่ใจ และส่งตรงจากฟาร์มสู่จานอาหาร เนื้อวัวไทยมีศักยภาพที่จะยืนหยัดในตลาดพรีเมียมได้อย่างภาคภูมิ

วัวไทยพรีเมียมคืออะไร และทำไมถึงแตกต่างจากวัวทั่วไป

เมื่อพูดถึงวัวไทยหลายคนอาจนึกถึงวัวเนื้อทั่วไปที่ขายตามเขียงตลาด แต่ในปัจจุบันเกษตรกรไทยรุ่นใหม่ได้พัฒนาการเลี้ยงวัวให้ก้าวหน้าขึ้นอย่างมาก ด้วยการนำสายพันธุ์จากต่างประเทศมาผสมกับวัวพื้นถิ่น ได้แก่ วากิว, แองกัส, ชาโรเลส์ และลูกผสมวัวนม จนเกิดเป็นเนื้อพรีเมียมที่มีคุณสมบัติโดดเด่น ทั้งความนุ่ม ความชุ่มฉ่ำ และไขมันแทรกที่สวยงาม

การผลิตเนื้อวัวพรีเมียมไม่ได้เริ่มจากการขุนเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์ตั้งแต่แรก เพราะหากเลือกสายพันธุ์ผิดตั้งแต่ต้นน้ำ ก็จะเสียเวลาและต้นทุนไปโดยไม่ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ

วัวไทยสายพันธุ์ไหนดี และแต่ละสายพันธุ์มีเอกลักษณ์อย่างไร

ความน่าสนใจของวัวไทยในยุคปัจจุบันคือความหลากหลายของสายพันธุ์ที่เกษตรกรนำมาพัฒนา แต่ละสายพันธุ์มีเอกลักษณ์และจุดเด่นที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • วากิว (Wagyu) มีต้นกำเนิดจากญี่ปุ่น จุดเด่นคือไขมันแทรกในเนื้ออย่างสม่ำเสมอ หรือที่เรียกว่า มาร์เบิลลิ่ง ซึ่งทำให้เนื้อมีความนุ่มและกลิ่นหอมเฉพาะตัว สังเกตได้จากสีดำและเขาที่ค่อนข้างยาว
  • แองกัส (Angus) เป็นสายพันธุ์ที่ไม่มีเขาโดยธรรมชาติ ให้เนื้อที่มีความเข้มข้นของรสชาติสูง นิยมนำมาผสมกับวากิวเพื่อเพิ่มคุณภาพเนื้อ
  • ชาโรเลส์ (Charolais) เป็นพื้นฐานสำคัญของการทำวัวพรีเมียมในไทย ลักษณะตัวใหญ่ เนื้อแน่น มีกลิ่นเฉพาะตัวของเนื้อที่โดดเด่น
  • บราห์มัน (Brahman) หรือที่เรียกว่าบราพันธ์ เป็นวัวเนื้อตลาดทั่วไป มีลักษณะเด่นคือมีหนอก ทนสภาพแวดล้อมร้อนชื้นได้ดี
  • แบรงกัส (Brangus) คือลูกผสมระหว่างบราห์มันกับแองกัส มีจุดเด่นทั้งเรื่องเนื้อพรีเมียม ทนความร้อน และโตเร็ว
  • วัวนม เมื่อผ่านการขุนแล้วก็สามารถให้เนื้อที่นุ่มได้เช่นกัน นับเป็นการใช้ประโยชน์สูงสุดจากทรัพยากรที่มีอยู่

วัวไทยพรีเมียมกินอะไร อาหารส่งผลต่อคุณภาพเนื้ออย่างไร

หัวใจสำคัญอีกประการของวัวไทยพรีเมียมคือการจัดการด้านโภชนาการ ฟาร์มชั้นนำไม่ได้ใช้แค่หญ้าหรืออาหารข้นธรรมดา แต่ผสมวัตถุดิบหลายชนิดที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพเนื้อ ได้แก่

  • เปลือกสับปะรด ผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ช่วยเพิ่มความนุ่มฉ่ำให้กับเนื้อ เพราะมีเอนไซม์ที่ช่วยย่อยในกระเพาะวัวได้ดี
  • เปลือกข้าวโพด ให้ไฟเบอร์และพลังงาน
  • กากมัน แหล่งแป้งและพลังงานราคาย่อมเยา
  • กากเบียร์ ช่วยเพิ่มความนุ่มของเนื้อยิ่งขึ้น

ส่วนผสมทั้งหมดนี้ถูกนำเข้าเครื่องผสม TMR (Total Mixed Ration) เพื่อให้อาหารละเอียดผสมกันอย่างสม่ำเสมอ วัวจะได้รับสารอาหารครบถ้วนทุกคำ ไม่สามารถเลือกกินเฉพาะส่วนที่ชอบได้ วัวพรีเมียมได้รับอาหารวันละ 2 มื้อ เช้าและเย็น ปริมาณประมาณ 20-25 กิโลกรัมต่อตัวต่อวัน

วัวไทยต้องดูแลสุขภาพอย่างไร ให้ได้เนื้อคุณภาพพรีเมียม

การผลิตวัวไทยคุณภาพสูงต้องอาศัยการดูแลสุขภาพอย่างเคร่งครัดและสม่ำเสมอ ฟาร์มพรีเมียมจะมีสัตวแพทย์ประจำฟาร์มคอยตรวจสอบทุกวัน โดยการสังเกตพฤติกรรมของวัวเป็นสัญญาณสำคัญ หากวัวตัวใดไม่ลุกขึ้นเมื่อมีคนเดินเข้าไปในคอก มีอาการซึม คอตก หูตก ถือเป็นสัญญาณเตือนของการเป็นไข้

ด้านการป้องกันโรค วัคซีนที่ใช้ประจำได้แก่ วัคซีนปากและเท้าเปื่อย ฉีดปีละ 1-2 ครั้ง ร่วมกับยาถ่ายพยาธิและยาบำรุงทุกเดือน หลังฉีดวัคซีนจะกักวัวไว้ 14 วันก่อนปล่อยเข้าฝูง เพื่อให้ภูมิคุ้มกันสร้างตัวได้เต็มที่

โรงเรือนสำหรับวัวไทยพรีเมียมต้องออกแบบให้โปร่ง อากาศถ่ายเทดี เพราะความเครียดจากความร้อนส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพเนื้อ พื้นโรงเรือนทำจากปูนเพื่อให้ทำความสะอาดได้ง่ายและป้องกันวัวเหยียบหินบาดเท้า

วัวไทยพรีเมียมให้ชิ้นส่วนสเต็กอะไรบ้าง รู้จักเนื้อส่วนต่าง ๆ

เนื้อวัวไทยพรีเมียมมีชิ้นส่วนสเต็กหลายประเภทที่แต่ละส่วนมีเอกลักษณ์แตกต่างกัน ชิ้นส่วนสเต็กส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณแนวหลังของวัว ได้แก่

  • ทีโบน (T-Bone) อยู่บริเวณครึ่งหลังของวัว มีกระดูกรูปตัว T ภายในชิ้นเดียวกันประกอบด้วยทั้งสันในและสันนอก สันนอกให้รสชาติเข้มข้น ส่วนสันในนุ่มมากและมีปริมาณไขมันน้อยกว่า กระดูกที่โดนความร้อนยังช่วยให้กลิ่นหอมฟุ้งขึ้นอีกด้วย
  • ริบอาย (Ribeye) อยู่บริเวณครึ่งหน้าของวัว มีเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ โดดเด่นด้วยไขมันแทรกบริเวณกลางชิ้น มีเส้นเอ็นล้อมรอบเป็นโค้ง
  • สันนอก (Striploin) มีความเข้มข้นของรสชาติสูง ไขมันจะพอกอยู่บริเวณขอบชิ้นเนื้อ แตกต่างจากริบอายที่ไขมันแทรกอยู่ภายใน
  • โทมาฮอว์ก (Tomahawk) คือริบอายติดกระดูก โดยไม่ตัดกระดูกออก นิยมทำหนาและอบหรือย่าง เมื่อกระดูกแทรกอยู่ในเนื้อและโดนความร้อน จะให้ความหอมยิ่งกว่าทีโบนหลายเท่า
  • ชัคโรล (Chuck Roll) หรือสาหร่าย อยู่บริเวณใกล้คอ มีลักษณะนุ่มหนึบเป็นเอกลักษณ์ นิยมใช้ในชาบู แต่ก็สามารถตัดเป็นสเต็กได้
  • แฮงเกอร์สเต็ก (Hanger Steak) หรือที่เรียกว่าเนื้อคั่วตับ ถือเป็น "ชิ้นส่วนลับ" ที่หายากที่สุด เพราะวัวหนึ่งตัวมีเพียง 2 ชิ้น คือซ้ายและขวา ตั้งอยู่บริเวณชายโครงติดกับเครื่องใน มีความเข้มข้นของรสชาติสูงมาก มีกลิ่นเนื้อชัดเจน และมีกลิ่นเครื่องในติดอยู่นิดหน่อย หาได้ยากมากตามร้านสเต็กทั่วไปเพราะมักไม่ทันตัดแต่ง
  • เสือร้องไห้ ส่วนเนื้อบริเวณหน้าอก เป็นเนื้อติดมัน มีลักษณะย้อยเป็นก้อน ชื่อนี้มาจากตำนานที่ว่าเสือกินส่วนนี้แล้วอร่อยติดใจ พอหมดแล้วถึงกับร้องไห้

วัวไทยจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ ระบบฟาร์มครบวงจรที่ผู้บริโภคไว้วางใจได้

ความน่าเชื่อถือของวัวไทยพรีเมียมอยู่ที่ความโปร่งใสตลอดกระบวนการผลิต ฟาร์มครบวงจรที่ดีต้องบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ดังนี้

  • ต้นน้ำ เริ่มจากการคัดแม่พันธุ์ที่มีสรีระดี หลังตรง ตูดเป็นสี่เหลี่ยม เต้านมสวย เพื่อให้ลูกมีสุขภาพดีและสายนมเพียงพอ แม่พันธุ์เริ่มตั้งท้องได้เมื่ออายุ 15 เดือน ท้องนาน 9 เดือน ลูกตัวแรกจะเกิดเมื่อแม่อายุประมาณ 2 ปี พ่อพันธุ์ใช้สายพันธุ์แท้ 100% จากต่างประเทศ ทั้งแองกัส วากิว และแองกัส
  • กลางน้ำ คือช่วงการเลี้ยงขุน หลังจากหย่านมที่อายุ 4-6 เดือน จะเลี้ยงต่อจนถึงอายุประมาณ 4-5 ปี น้ำหนักราว 400 กิโลกรัม จากนั้นขุนต่ออีก 4-5 เดือน จนน้ำหนักถึง 500 กว่ากิโลกรัม ถือว่าโตเต็มที่พร้อมจำหน่าย
  • ปลายน้ำ ก่อนส่งจำหน่าย จะเช็กความสมบูรณ์ของวัวโดยดูที่บริเวณโคนหาง ซึ่งจะมีไขมันพอกเต็มที่ และดูที่ส่วนเสือร้องไห้หน้าอกว่าเต็มสมบูรณ์แล้วหรือยัง ราคาเนื้อจะแตกต่างกันตามสายพันธุ์และเกรดไขมันแทรก หรือที่เรียกว่า มาร์เบิลลิ่งสกอร์

วัวไทยกับความภูมิใจของเกษตรกรไทย ที่พิสูจน์ว่าไม่แพ้ชาติใด

เบื้องหลังทุกจานสเต็กที่คนไทยได้ลิ้มรส ล้วนมีเกษตรกรไทยที่ทุ่มเทดูแลวัวไทยด้วยความรักและความใส่ใจ เกษตรกรรุ่นใหม่ที่เติบโตมาในฟาร์ม เลือกเรียนต่อด้านสัตวศาสตร์สาขาโคนมโคเนื้อ แล้วกลับมาพัฒนาต่อยอดจากสิ่งที่รุ่นพ่อสร้างไว้ ไม่ใช่แค่การเลี้ยงวัวขายแต่เพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูปและย่างสเต็กให้ลูกค้าได้ลิ้มรสถึงคุณภาพของเนื้อที่แท้จริง

ความสำเร็จนี้ไม่ได้มาโดยง่าย รุ่นพ่อเคยต้องเผชิญกับวิกฤตโรคแอนแทรกซ์ที่แทบทำให้สูญเสียทุกอย่าง แต่ก็ลุกขึ้นสู้ใหม่ด้วยการนำวัวไปแลกค่าอาหารรายวัน และเริ่มต้นใหม่อีกครั้งจากศูนย์ จนกลายเป็นฟาร์มวัวพรีเมียมที่มีวัวกว่า 700-800 ตัวในปัจจุบัน

วัวไทยจากฟาร์มเหล่านี้ไม่ได้ขายแค่เนื้อ แต่กำลังพิสูจน์ให้โลกได้เห็นว่าเนื้อวัวที่ผลิตในประเทศไทย ด้วยฝีมือของเกษตรกรไทย สามารถมีคุณภาพเทียบเท่าและยืนหยัดได้ในตลาดพรีเมียมระดับสากล

ติดตามสาระทางเกษตรเหล่านี้ได้ในรายการมหาอำนาจบ้านนา วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2569 เวลา 10.30 - 11.00 น. ทางไทยพีบีเอส

เชื่อหรือไม่ว่าวัวไทยที่เลี้ยงกันอยู่ในประเทศนี้สามารถผลิตเนื้อพรีเมียมคุณภาพสูงได้ไม่แพ้เนื้อนำเข้าจากต่างประเทศ? ฟาร์มเลี้ยงวัวแบบครบวงจรแห่งหนึ่งในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ถือเป็นตัวอย่างที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ด้วยการคัดสายพันธุ์ที่ดี ดูแลอย่างใส่ใจ และส่งตรงจากฟาร์มสู่จานอาหาร เนื้อวัวไทยมีศักยภาพที่จะยืนหยัดในตลาดพรีเมียมได้อย่างภาคภูมิ

วัวไทยพรีเมียมคืออะไร และทำไมถึงแตกต่างจากวัวทั่วไป

เมื่อพูดถึงวัวไทยหลายคนอาจนึกถึงวัวเนื้อทั่วไปที่ขายตามเขียงตลาด แต่ในปัจจุบันเกษตรกรไทยรุ่นใหม่ได้พัฒนาการเลี้ยงวัวให้ก้าวหน้าขึ้นอย่างมาก ด้วยการนำสายพันธุ์จากต่างประเทศมาผสมกับวัวพื้นถิ่น ได้แก่ วากิว, แองกัส, ชาโรเลส์ และลูกผสมวัวนม จนเกิดเป็นเนื้อพรีเมียมที่มีคุณสมบัติโดดเด่น ทั้งความนุ่ม ความชุ่มฉ่ำ และไขมันแทรกที่สวยงาม

การผลิตเนื้อวัวพรีเมียมไม่ได้เริ่มจากการขุนเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์ตั้งแต่แรก เพราะหากเลือกสายพันธุ์ผิดตั้งแต่ต้นน้ำ ก็จะเสียเวลาและต้นทุนไปโดยไม่ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ

วัวไทยสายพันธุ์ไหนดี และแต่ละสายพันธุ์มีเอกลักษณ์อย่างไร

ความน่าสนใจของวัวไทยในยุคปัจจุบันคือความหลากหลายของสายพันธุ์ที่เกษตรกรนำมาพัฒนา แต่ละสายพันธุ์มีเอกลักษณ์และจุดเด่นที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • วากิว (Wagyu) มีต้นกำเนิดจากญี่ปุ่น จุดเด่นคือไขมันแทรกในเนื้ออย่างสม่ำเสมอ หรือที่เรียกว่า มาร์เบิลลิ่ง ซึ่งทำให้เนื้อมีความนุ่มและกลิ่นหอมเฉพาะตัว สังเกตได้จากสีดำและเขาที่ค่อนข้างยาว
  • แองกัส (Angus) เป็นสายพันธุ์ที่ไม่มีเขาโดยธรรมชาติ ให้เนื้อที่มีความเข้มข้นของรสชาติสูง นิยมนำมาผสมกับวากิวเพื่อเพิ่มคุณภาพเนื้อ
  • ชาโรเลส์ (Charolais) เป็นพื้นฐานสำคัญของการทำวัวพรีเมียมในไทย ลักษณะตัวใหญ่ เนื้อแน่น มีกลิ่นเฉพาะตัวของเนื้อที่โดดเด่น
  • บราห์มัน (Brahman) หรือที่เรียกว่าบราพันธ์ เป็นวัวเนื้อตลาดทั่วไป มีลักษณะเด่นคือมีหนอก ทนสภาพแวดล้อมร้อนชื้นได้ดี
  • แบรงกัส (Brangus) คือลูกผสมระหว่างบราห์มันกับแองกัส มีจุดเด่นทั้งเรื่องเนื้อพรีเมียม ทนความร้อน และโตเร็ว
  • วัวนม เมื่อผ่านการขุนแล้วก็สามารถให้เนื้อที่นุ่มได้เช่นกัน นับเป็นการใช้ประโยชน์สูงสุดจากทรัพยากรที่มีอยู่

วัวไทยพรีเมียมกินอะไร อาหารส่งผลต่อคุณภาพเนื้ออย่างไร

หัวใจสำคัญอีกประการของวัวไทยพรีเมียมคือการจัดการด้านโภชนาการ ฟาร์มชั้นนำไม่ได้ใช้แค่หญ้าหรืออาหารข้นธรรมดา แต่ผสมวัตถุดิบหลายชนิดที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพเนื้อ ได้แก่

  • เปลือกสับปะรด ผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ช่วยเพิ่มความนุ่มฉ่ำให้กับเนื้อ เพราะมีเอนไซม์ที่ช่วยย่อยในกระเพาะวัวได้ดี
  • เปลือกข้าวโพด ให้ไฟเบอร์และพลังงาน
  • กากมัน แหล่งแป้งและพลังงานราคาย่อมเยา
  • กากเบียร์ ช่วยเพิ่มความนุ่มของเนื้อยิ่งขึ้น

ส่วนผสมทั้งหมดนี้ถูกนำเข้าเครื่องผสม TMR (Total Mixed Ration) เพื่อให้อาหารละเอียดผสมกันอย่างสม่ำเสมอ วัวจะได้รับสารอาหารครบถ้วนทุกคำ ไม่สามารถเลือกกินเฉพาะส่วนที่ชอบได้ วัวพรีเมียมได้รับอาหารวันละ 2 มื้อ เช้าและเย็น ปริมาณประมาณ 20-25 กิโลกรัมต่อตัวต่อวัน

วัวไทยต้องดูแลสุขภาพอย่างไร ให้ได้เนื้อคุณภาพพรีเมียม

การผลิตวัวไทยคุณภาพสูงต้องอาศัยการดูแลสุขภาพอย่างเคร่งครัดและสม่ำเสมอ ฟาร์มพรีเมียมจะมีสัตวแพทย์ประจำฟาร์มคอยตรวจสอบทุกวัน โดยการสังเกตพฤติกรรมของวัวเป็นสัญญาณสำคัญ หากวัวตัวใดไม่ลุกขึ้นเมื่อมีคนเดินเข้าไปในคอก มีอาการซึม คอตก หูตก ถือเป็นสัญญาณเตือนของการเป็นไข้

ด้านการป้องกันโรค วัคซีนที่ใช้ประจำได้แก่ วัคซีนปากและเท้าเปื่อย ฉีดปีละ 1-2 ครั้ง ร่วมกับยาถ่ายพยาธิและยาบำรุงทุกเดือน หลังฉีดวัคซีนจะกักวัวไว้ 14 วันก่อนปล่อยเข้าฝูง เพื่อให้ภูมิคุ้มกันสร้างตัวได้เต็มที่

โรงเรือนสำหรับวัวไทยพรีเมียมต้องออกแบบให้โปร่ง อากาศถ่ายเทดี เพราะความเครียดจากความร้อนส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพเนื้อ พื้นโรงเรือนทำจากปูนเพื่อให้ทำความสะอาดได้ง่ายและป้องกันวัวเหยียบหินบาดเท้า

วัวไทยพรีเมียมให้ชิ้นส่วนสเต็กอะไรบ้าง รู้จักเนื้อส่วนต่าง ๆ

เนื้อวัวไทยพรีเมียมมีชิ้นส่วนสเต็กหลายประเภทที่แต่ละส่วนมีเอกลักษณ์แตกต่างกัน ชิ้นส่วนสเต็กส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณแนวหลังของวัว ได้แก่

  • ทีโบน (T-Bone) อยู่บริเวณครึ่งหลังของวัว มีกระดูกรูปตัว T ภายในชิ้นเดียวกันประกอบด้วยทั้งสันในและสันนอก สันนอกให้รสชาติเข้มข้น ส่วนสันในนุ่มมากและมีปริมาณไขมันน้อยกว่า กระดูกที่โดนความร้อนยังช่วยให้กลิ่นหอมฟุ้งขึ้นอีกด้วย
  • ริบอาย (Ribeye) อยู่บริเวณครึ่งหน้าของวัว มีเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ โดดเด่นด้วยไขมันแทรกบริเวณกลางชิ้น มีเส้นเอ็นล้อมรอบเป็นโค้ง
  • สันนอก (Striploin) มีความเข้มข้นของรสชาติสูง ไขมันจะพอกอยู่บริเวณขอบชิ้นเนื้อ แตกต่างจากริบอายที่ไขมันแทรกอยู่ภายใน
  • โทมาฮอว์ก (Tomahawk) คือริบอายติดกระดูก โดยไม่ตัดกระดูกออก นิยมทำหนาและอบหรือย่าง เมื่อกระดูกแทรกอยู่ในเนื้อและโดนความร้อน จะให้ความหอมยิ่งกว่าทีโบนหลายเท่า
  • ชัคโรล (Chuck Roll) หรือสาหร่าย อยู่บริเวณใกล้คอ มีลักษณะนุ่มหนึบเป็นเอกลักษณ์ นิยมใช้ในชาบู แต่ก็สามารถตัดเป็นสเต็กได้
  • แฮงเกอร์สเต็ก (Hanger Steak) หรือที่เรียกว่าเนื้อคั่วตับ ถือเป็น "ชิ้นส่วนลับ" ที่หายากที่สุด เพราะวัวหนึ่งตัวมีเพียง 2 ชิ้น คือซ้ายและขวา ตั้งอยู่บริเวณชายโครงติดกับเครื่องใน มีความเข้มข้นของรสชาติสูงมาก มีกลิ่นเนื้อชัดเจน และมีกลิ่นเครื่องในติดอยู่นิดหน่อย หาได้ยากมากตามร้านสเต็กทั่วไปเพราะมักไม่ทันตัดแต่ง
  • เสือร้องไห้ ส่วนเนื้อบริเวณหน้าอก เป็นเนื้อติดมัน มีลักษณะย้อยเป็นก้อน ชื่อนี้มาจากตำนานที่ว่าเสือกินส่วนนี้แล้วอร่อยติดใจ พอหมดแล้วถึงกับร้องไห้

วัวไทยจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ ระบบฟาร์มครบวงจรที่ผู้บริโภคไว้วางใจได้

ความน่าเชื่อถือของวัวไทยพรีเมียมอยู่ที่ความโปร่งใสตลอดกระบวนการผลิต ฟาร์มครบวงจรที่ดีต้องบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ดังนี้

  • ต้นน้ำ เริ่มจากการคัดแม่พันธุ์ที่มีสรีระดี หลังตรง ตูดเป็นสี่เหลี่ยม เต้านมสวย เพื่อให้ลูกมีสุขภาพดีและสายนมเพียงพอ แม่พันธุ์เริ่มตั้งท้องได้เมื่ออายุ 15 เดือน ท้องนาน 9 เดือน ลูกตัวแรกจะเกิดเมื่อแม่อายุประมาณ 2 ปี พ่อพันธุ์ใช้สายพันธุ์แท้ 100% จากต่างประเทศ ทั้งแองกัส วากิว และแองกัส
  • กลางน้ำ คือช่วงการเลี้ยงขุน หลังจากหย่านมที่อายุ 4-6 เดือน จะเลี้ยงต่อจนถึงอายุประมาณ 4-5 ปี น้ำหนักราว 400 กิโลกรัม จากนั้นขุนต่ออีก 4-5 เดือน จนน้ำหนักถึง 500 กว่ากิโลกรัม ถือว่าโตเต็มที่พร้อมจำหน่าย
  • ปลายน้ำ ก่อนส่งจำหน่าย จะเช็กความสมบูรณ์ของวัวโดยดูที่บริเวณโคนหาง ซึ่งจะมีไขมันพอกเต็มที่ และดูที่ส่วนเสือร้องไห้หน้าอกว่าเต็มสมบูรณ์แล้วหรือยัง ราคาเนื้อจะแตกต่างกันตามสายพันธุ์และเกรดไขมันแทรก หรือที่เรียกว่า มาร์เบิลลิ่งสกอร์

วัวไทยกับความภูมิใจของเกษตรกรไทย ที่พิสูจน์ว่าไม่แพ้ชาติใด

เบื้องหลังทุกจานสเต็กที่คนไทยได้ลิ้มรส ล้วนมีเกษตรกรไทยที่ทุ่มเทดูแลวัวไทยด้วยความรักและความใส่ใจ เกษตรกรรุ่นใหม่ที่เติบโตมาในฟาร์ม เลือกเรียนต่อด้านสัตวศาสตร์สาขาโคนมโคเนื้อ แล้วกลับมาพัฒนาต่อยอดจากสิ่งที่รุ่นพ่อสร้างไว้ ไม่ใช่แค่การเลี้ยงวัวขายแต่เพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูปและย่างสเต็กให้ลูกค้าได้ลิ้มรสถึงคุณภาพของเนื้อที่แท้จริง

ความสำเร็จนี้ไม่ได้มาโดยง่าย รุ่นพ่อเคยต้องเผชิญกับวิกฤตโรคแอนแทรกซ์ที่แทบทำให้สูญเสียทุกอย่าง แต่ก็ลุกขึ้นสู้ใหม่ด้วยการนำวัวไปแลกค่าอาหารรายวัน และเริ่มต้นใหม่อีกครั้งจากศูนย์ จนกลายเป็นฟาร์มวัวพรีเมียมที่มีวัวกว่า 700-800 ตัวในปัจจุบัน

วัวไทยจากฟาร์มเหล่านี้ไม่ได้ขายแค่เนื้อ แต่กำลังพิสูจน์ให้โลกได้เห็นว่าเนื้อวัวที่ผลิตในประเทศไทย ด้วยฝีมือของเกษตรกรไทย สามารถมีคุณภาพเทียบเท่าและยืนหยัดได้ในตลาดพรีเมียมระดับสากล

ติดตามสาระทางเกษตรเหล่านี้ได้ในรายการมหาอำนาจบ้านนา วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2569 เวลา 10.30 - 11.00 น. ทางไทยพีบีเอส

ละครดี ซีรีส์เด่น

ดูทั้งหมด

♫ ♫ Songs Popular ♫ ♫

ดูทั้งหมด

คลิปมาใหม่

คนดูเยอะ 👀

ดูทั้งหมด

เสน่ห์ประเทศไทย