มะม่วงขายตึก GI บางคล้า อร่อยได้ไม่ต้องขายตึก

ออกอากาศ10 พ.ค. 69

มะม่วงขายตึก หนึ่งในมะม่วงสายพันธุ์โบราณที่ขึ้นชื่อที่สุดของจังหวัดฉะเชิงเทรา ด้วยรสชาติสามรสในลูกเดียว ทั้งหวาน เปรี้ยว และมัน จนกลายเป็นที่กล่าวขานและตามหาจากคนทั่วประเทศ รวมถึงชาวต่างชาติที่ได้ลองชิมแล้วต่างติดใจ วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับมะม่วงสายพันธุ์พิเศษนี้อย่างละเอียด ตั้งแต่ประวัติความเป็นมา รสชาติ วิธีการปลูก ไปจนถึงช่องทางการซื้อ

มะม่วงขายตึก คืออะไร และมีที่มาอย่างไร

มะม่วงขายตึก คือมะม่วงสายพันธุ์โบราณดั้งเดิมของอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างมะม่วงแรดกับมะม่วงพื้นเมืองของฉะเชิงเทรา ทำให้ได้ผลไม้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งในด้านรูปทรง สี และรสชาติที่หาได้ยากจากที่อื่น

ชื่อ "มะม่วงขายตึก" นั้นมีที่มาจากตำนานสองเวอร์ชัน เวอร์ชันแรกเล่าว่า พ่อค้าชาวต่างถิ่นที่เดินทางมาค้าขายในเมืองแปดริ้ว ได้ชิมมะม่วงสายพันธุ์นี้แล้วเกิดความประทับใจในรสชาติมากจนถึงกับต้องกลับไปขายตึกที่กรุงเทพฯ เพื่อนำเงินมาปลูกมะม่วงชนิดนี้ที่แปดริ้ว จนกลายเป็นที่มาของชื่อนี้ ส่วนตำนานที่สองนั้นสั้นและตรงไปตรงมา คือมะม่วงชนิดนี้อร่อยมากจนต้องขายตึกมาซื้อกินนั่นเอง

รสชาติมะม่วงขายตึก สามรสในลูกเดียวที่ทำให้ทุกคนตะลึง

หนึ่งในจุดขายสำคัญที่สุดของมะม่วงขายตึก คือรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ที่ถูกเรียกว่า "มะม่วงสามรส" ได้แก่ หวาน เปรี้ยว และมัน ครบในลูกเดียว โดยรสชาติแตกต่างกันตามระยะของผล ดังนี้

มะม่วงขายตึก ระยะแก่ (ดิบ): เนื้อมีความกรอบ รสชาติเปรี้ยวหวานมัน สามรสชาติบาลานซ์กันอย่างลงตัวในลูกเดียว นิยมรับประทานกับน้ำปลาหวาน น้ำพริก หรือน้ำปลาร้า

มะม่วงขายตึก ระยะสุก: รสชาติหวานหอม ไม่มีรสเปรี้ยว เนื้อแน่นกว่ามะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง เหมาะสำหรับทานคู่กับข้าวเหนียวมูนและกะทิ

ความลับที่ทำให้มะม่วงขายตึกมีรสชาติอูมามิเป็นพิเศษนั้น มาจากแหล่งน้ำสามประเภทที่หล่อเลี้ยงสวน ได้แก่ น้ำจืดจากทางโคราช น้ำกร่อยและน้ำเค็มจากแม่น้ำบางปะกงที่ได้รับอิทธิพลจากน้ำทะเล ทำให้มะม่วงในพื้นที่นี้มีความ "นัว" และรสชาติที่ลึกกว่ามะม่วงที่ปลูกในพื้นที่อื่น

วิธีสังเกตมะม่วงขายตึก แท้หรือไม่อย่างไรดู

หากต้องการเลือกซื้อมะม่วงขายตึกที่แท้จริง มีวิธีสังเกตง่าย ๆ ดังนี้

ดูที่ใบและกิ่ง: ปลายใบจะแหลม และก้านใบจะถี่กว่าสายพันธุ์อื่น เหมาะสำหรับใช้แยกแยะตั้งแต่ระยะต้นกล้า

ดูที่รูปทรงลูก: ลูกมะม่วงขายตึกจะมีส่วนหัวใหญ่ (อกใหญ่) และส่วนก้นจะแหลมลงมาเล็กน้อย รูปทรงโดยรวมคล้ายกับรูปหัวใจ

ดูที่สีผิว: สีผิวธรรมชาติของมะม่วงขายตึกเป็น สีเขียว ไม่ใช่สีเหลือง สีเหลืองที่เห็นตามตลาดนั้นเกิดจากการห่อด้วยถุงกระดาษคาร์บอน เพื่อป้องกันแมลงวันทองและเพิ่มมูลค่าของผลผลิต โดยกระดาษคาร์บอนภายในถุงจะทำให้ผิวมะม่วงสังเคราะห์แสงไม่ได้ ผิวจึงเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเอง

การปลูกและดูแลมะม่วงขายตึก ภูมิปัญญาที่สืบทอดรุ่นสู่รุ่น

มะม่วงขายตึกสามารถขยายพันธุ์ได้สองวิธี ได้แก่ การปลูกจากเมล็ดซึ่งใช้เวลาถึงประมาณ 10 ปีจึงจะเก็บผลผลิตได้ และการทาบกิ่ง ตอนกิ่ง หรือเสียบยอด ซึ่งใช้เวลาเพียง 2 ปีก็เริ่มเก็บเกี่ยวได้ ปัจจุบันเกษตรกรในอำเภอบางคล้านิยมใช้วิธีทาบกิ่งเป็นหลัก เพราะได้ผลผลิตเร็วกว่า

ขั้นตอนการดูแลสวนมะม่วงขายตึกโดยสังเขปมีดังนี้

  1. หลังเก็บเกี่ยว ตัดแต่งกิ่งทันทีเพื่อกระตุ้นให้แตกยอดใหม่ โดยควบคุมความสูงของต้นไม่เกิน 3 เมตร เพื่อความสะดวกในการเก็บเกี่ยว และเว้นระยะห่างระหว่างร่อง 4 เมตร
  2. กระตุ้นออกดอก ในช่วงนอกฤดูกาลอาจใช้สารเร่งดอก ส่วนในฤดูกาลต้นไม้จะออกดอกเองตามธรรมชาติ
  3. รอเก็บเกี่ยว หลังออกดอกประมาณ 3-4 เดือน ก็สามารถเก็บผลผลิตได้
  4. การรดน้ำ ต้นโตที่ปลูกแบบท้องร่องไม่จำเป็นต้องรดน้ำ เพราะมีน้ำในท้องร่องหล่อเลี้ยงตลอด แต่ต้นกล้าที่เพิ่งปลูกต้องรดน้ำทุกวัน

กลุ่มแปลงใหญ่มะม่วงขายตึก บางคล้า พลังของเกษตรกรที่รวมตัวกัน

เพราะพื้นที่ปลูกมะม่วงในอำเภอบางคล้ามีขนาดใหญ่มาก เกษตรกรในพื้นที่จึงได้รวมตัวกันจัดตั้ง กลุ่มแปลงใหญ่มะม่วงอำเภอบางคล้า ขึ้นมา เพื่อบริหารจัดการการผลิต คัดคุณภาพ และหาตลาดร่วมกัน

กลุ่มนี้ครอบคลุมทั้งการปลูก การคัดเกรดและขนาด การแปรรูป และการขาย โดยมีสมาชิกที่รับผิดชอบแต่ละด้านอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีโรงคัดบรรจุที่ได้มาตรฐาน GMP รองรับการส่งมะม่วงขายตึกเข้าห้างสรรพสินค้าและช่องทางออนไลน์อีกด้วย

ในช่วงวิกฤตโควิดที่ราคามะม่วงขายตึกตกจากกิโลกรัมละ 35 บาท เหลือเพียง 8 บาท กลุ่มได้ปรับกลยุทธ์โดยเปิดช่องทางจำหน่ายออนไลน์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ยิงโฆษณา และส่งตรงให้กับห้างโมเดิร์นเทรด โรงแรม และร้านอาหาร โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ทำให้เกษตรกรได้รับราคาที่เป็นธรรมมากขึ้น

การแปรรูปมะม่วงขายตึก เพิ่มมูลค่าจากสวนสู่โต๊ะอาหาร

นอกจากการบริโภคสดแล้ว มะม่วงขายตึกยังสามารถนำมาแปรรูปได้หลากหลายรูปแบบ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตที่ตกเกรดหรือสุกคาต้น เช่น

มะม่วงขายตึกกวน: นำมะม่วงสุกไปล้าง ปอก สับ แล้วกวนค้างคืน จากนั้นนำไปตากแดดสองด้านจนแห้งสนิท ได้เป็นมะม่วงกวนรสหวานมันที่ไม่ติดฟัน

ข้าวเหนียวมูนมะม่วงขายตึก: นำมะม่วงสุกมาเสิร์ฟคู่กับข้าวเหนียวมูนและกะทิ รสชาติของมะม่วงขายตึกสุกที่หวานฉ่ำและเนื้อแน่นช่วยยกระดับเมนูคลาสสิกนี้ให้อร่อยยิ่งขึ้น

สมูททีมะม่วงขายตึก: ใช้มะม่วงขายตึกสุกงอมปั่นกับน้ำแข็ง เติมน้ำเชื่อมเล็กน้อยและเกลือนิดหน่อยเพื่อให้รสกลมกล่อม ได้เครื่องดื่มรสหวานอมเปรี้ยว สีเหลืองสดสวยน่ากิน

มะม่วงขายตึก ในสายตาของคนทั่วโลก อนาคตที่ไม่หยุดแค่บางคล้า

ปัจจุบันมะม่วงขายตึกได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในงานออกบูธและงานแสดงสินค้า ที่นักท่องเที่ยวและผู้ซื้อต่างชาติได้ทดลองชิมมะม่วงขายตึกสุกแล้วต่างแสดงความประหลาดใจในรสชาติ เพราะชาวต่างชาติส่วนใหญ่คุ้นเคยกับการกินมะม่วงสุก และเมื่อได้ลองมะม่วงขายตึกก็ติดใจทันที

เป้าหมายของเกษตรกรรุ่นใหม่ที่สืบทอดสวนจากคุณยาย คือการผลักดันให้มะม่วงขายตึกเป็นที่รู้จักในระดับโลก ให้คนทั่วทุกประเทศได้รู้จักมะม่วงจากบางคล้า ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์และหาได้เฉพาะในพื้นที่นี้เท่านั้น

มะม่วงขายตึก ไม่ได้เป็นแค่ชื่อแปลกที่ฟังดูตลก แต่คือมะม่วงสายพันธุ์โบราณที่แบกเรื่องราว ภูมิปัญญา และรสชาติที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคน หากมีโอกาสได้แวะเวียนไปแถวอำเภอบางคล้า หรือสั่งออนไลน์มาลองชิม รับรองว่าจะเข้าใจทันทีว่าทำไมคนถึงยอมขายตึกมาซื้อมะม่วงสักลูก

ติดตามสาระทางเกษตรเหล่านี้ได้ในรายการมหาอำนาจบ้านนา วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.30 - 11.00 น. ทางไทยพีบีเอส

มะม่วงขายตึก หนึ่งในมะม่วงสายพันธุ์โบราณที่ขึ้นชื่อที่สุดของจังหวัดฉะเชิงเทรา ด้วยรสชาติสามรสในลูกเดียว ทั้งหวาน เปรี้ยว และมัน จนกลายเป็นที่กล่าวขานและตามหาจากคนทั่วประเทศ รวมถึงชาวต่างชาติที่ได้ลองชิมแล้วต่างติดใจ วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับมะม่วงสายพันธุ์พิเศษนี้อย่างละเอียด ตั้งแต่ประวัติความเป็นมา รสชาติ วิธีการปลูก ไปจนถึงช่องทางการซื้อ

มะม่วงขายตึก คืออะไร และมีที่มาอย่างไร

มะม่วงขายตึก คือมะม่วงสายพันธุ์โบราณดั้งเดิมของอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างมะม่วงแรดกับมะม่วงพื้นเมืองของฉะเชิงเทรา ทำให้ได้ผลไม้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งในด้านรูปทรง สี และรสชาติที่หาได้ยากจากที่อื่น

ชื่อ "มะม่วงขายตึก" นั้นมีที่มาจากตำนานสองเวอร์ชัน เวอร์ชันแรกเล่าว่า พ่อค้าชาวต่างถิ่นที่เดินทางมาค้าขายในเมืองแปดริ้ว ได้ชิมมะม่วงสายพันธุ์นี้แล้วเกิดความประทับใจในรสชาติมากจนถึงกับต้องกลับไปขายตึกที่กรุงเทพฯ เพื่อนำเงินมาปลูกมะม่วงชนิดนี้ที่แปดริ้ว จนกลายเป็นที่มาของชื่อนี้ ส่วนตำนานที่สองนั้นสั้นและตรงไปตรงมา คือมะม่วงชนิดนี้อร่อยมากจนต้องขายตึกมาซื้อกินนั่นเอง

รสชาติมะม่วงขายตึก สามรสในลูกเดียวที่ทำให้ทุกคนตะลึง

หนึ่งในจุดขายสำคัญที่สุดของมะม่วงขายตึก คือรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ที่ถูกเรียกว่า "มะม่วงสามรส" ได้แก่ หวาน เปรี้ยว และมัน ครบในลูกเดียว โดยรสชาติแตกต่างกันตามระยะของผล ดังนี้

มะม่วงขายตึก ระยะแก่ (ดิบ): เนื้อมีความกรอบ รสชาติเปรี้ยวหวานมัน สามรสชาติบาลานซ์กันอย่างลงตัวในลูกเดียว นิยมรับประทานกับน้ำปลาหวาน น้ำพริก หรือน้ำปลาร้า

มะม่วงขายตึก ระยะสุก: รสชาติหวานหอม ไม่มีรสเปรี้ยว เนื้อแน่นกว่ามะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง เหมาะสำหรับทานคู่กับข้าวเหนียวมูนและกะทิ

ความลับที่ทำให้มะม่วงขายตึกมีรสชาติอูมามิเป็นพิเศษนั้น มาจากแหล่งน้ำสามประเภทที่หล่อเลี้ยงสวน ได้แก่ น้ำจืดจากทางโคราช น้ำกร่อยและน้ำเค็มจากแม่น้ำบางปะกงที่ได้รับอิทธิพลจากน้ำทะเล ทำให้มะม่วงในพื้นที่นี้มีความ "นัว" และรสชาติที่ลึกกว่ามะม่วงที่ปลูกในพื้นที่อื่น

วิธีสังเกตมะม่วงขายตึก แท้หรือไม่อย่างไรดู

หากต้องการเลือกซื้อมะม่วงขายตึกที่แท้จริง มีวิธีสังเกตง่าย ๆ ดังนี้

ดูที่ใบและกิ่ง: ปลายใบจะแหลม และก้านใบจะถี่กว่าสายพันธุ์อื่น เหมาะสำหรับใช้แยกแยะตั้งแต่ระยะต้นกล้า

ดูที่รูปทรงลูก: ลูกมะม่วงขายตึกจะมีส่วนหัวใหญ่ (อกใหญ่) และส่วนก้นจะแหลมลงมาเล็กน้อย รูปทรงโดยรวมคล้ายกับรูปหัวใจ

ดูที่สีผิว: สีผิวธรรมชาติของมะม่วงขายตึกเป็น สีเขียว ไม่ใช่สีเหลือง สีเหลืองที่เห็นตามตลาดนั้นเกิดจากการห่อด้วยถุงกระดาษคาร์บอน เพื่อป้องกันแมลงวันทองและเพิ่มมูลค่าของผลผลิต โดยกระดาษคาร์บอนภายในถุงจะทำให้ผิวมะม่วงสังเคราะห์แสงไม่ได้ ผิวจึงเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเอง

การปลูกและดูแลมะม่วงขายตึก ภูมิปัญญาที่สืบทอดรุ่นสู่รุ่น

มะม่วงขายตึกสามารถขยายพันธุ์ได้สองวิธี ได้แก่ การปลูกจากเมล็ดซึ่งใช้เวลาถึงประมาณ 10 ปีจึงจะเก็บผลผลิตได้ และการทาบกิ่ง ตอนกิ่ง หรือเสียบยอด ซึ่งใช้เวลาเพียง 2 ปีก็เริ่มเก็บเกี่ยวได้ ปัจจุบันเกษตรกรในอำเภอบางคล้านิยมใช้วิธีทาบกิ่งเป็นหลัก เพราะได้ผลผลิตเร็วกว่า

ขั้นตอนการดูแลสวนมะม่วงขายตึกโดยสังเขปมีดังนี้

  1. หลังเก็บเกี่ยว ตัดแต่งกิ่งทันทีเพื่อกระตุ้นให้แตกยอดใหม่ โดยควบคุมความสูงของต้นไม่เกิน 3 เมตร เพื่อความสะดวกในการเก็บเกี่ยว และเว้นระยะห่างระหว่างร่อง 4 เมตร
  2. กระตุ้นออกดอก ในช่วงนอกฤดูกาลอาจใช้สารเร่งดอก ส่วนในฤดูกาลต้นไม้จะออกดอกเองตามธรรมชาติ
  3. รอเก็บเกี่ยว หลังออกดอกประมาณ 3-4 เดือน ก็สามารถเก็บผลผลิตได้
  4. การรดน้ำ ต้นโตที่ปลูกแบบท้องร่องไม่จำเป็นต้องรดน้ำ เพราะมีน้ำในท้องร่องหล่อเลี้ยงตลอด แต่ต้นกล้าที่เพิ่งปลูกต้องรดน้ำทุกวัน

กลุ่มแปลงใหญ่มะม่วงขายตึก บางคล้า พลังของเกษตรกรที่รวมตัวกัน

เพราะพื้นที่ปลูกมะม่วงในอำเภอบางคล้ามีขนาดใหญ่มาก เกษตรกรในพื้นที่จึงได้รวมตัวกันจัดตั้ง กลุ่มแปลงใหญ่มะม่วงอำเภอบางคล้า ขึ้นมา เพื่อบริหารจัดการการผลิต คัดคุณภาพ และหาตลาดร่วมกัน

กลุ่มนี้ครอบคลุมทั้งการปลูก การคัดเกรดและขนาด การแปรรูป และการขาย โดยมีสมาชิกที่รับผิดชอบแต่ละด้านอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีโรงคัดบรรจุที่ได้มาตรฐาน GMP รองรับการส่งมะม่วงขายตึกเข้าห้างสรรพสินค้าและช่องทางออนไลน์อีกด้วย

ในช่วงวิกฤตโควิดที่ราคามะม่วงขายตึกตกจากกิโลกรัมละ 35 บาท เหลือเพียง 8 บาท กลุ่มได้ปรับกลยุทธ์โดยเปิดช่องทางจำหน่ายออนไลน์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ยิงโฆษณา และส่งตรงให้กับห้างโมเดิร์นเทรด โรงแรม และร้านอาหาร โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ทำให้เกษตรกรได้รับราคาที่เป็นธรรมมากขึ้น

การแปรรูปมะม่วงขายตึก เพิ่มมูลค่าจากสวนสู่โต๊ะอาหาร

นอกจากการบริโภคสดแล้ว มะม่วงขายตึกยังสามารถนำมาแปรรูปได้หลากหลายรูปแบบ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตที่ตกเกรดหรือสุกคาต้น เช่น

มะม่วงขายตึกกวน: นำมะม่วงสุกไปล้าง ปอก สับ แล้วกวนค้างคืน จากนั้นนำไปตากแดดสองด้านจนแห้งสนิท ได้เป็นมะม่วงกวนรสหวานมันที่ไม่ติดฟัน

ข้าวเหนียวมูนมะม่วงขายตึก: นำมะม่วงสุกมาเสิร์ฟคู่กับข้าวเหนียวมูนและกะทิ รสชาติของมะม่วงขายตึกสุกที่หวานฉ่ำและเนื้อแน่นช่วยยกระดับเมนูคลาสสิกนี้ให้อร่อยยิ่งขึ้น

สมูททีมะม่วงขายตึก: ใช้มะม่วงขายตึกสุกงอมปั่นกับน้ำแข็ง เติมน้ำเชื่อมเล็กน้อยและเกลือนิดหน่อยเพื่อให้รสกลมกล่อม ได้เครื่องดื่มรสหวานอมเปรี้ยว สีเหลืองสดสวยน่ากิน

มะม่วงขายตึก ในสายตาของคนทั่วโลก อนาคตที่ไม่หยุดแค่บางคล้า

ปัจจุบันมะม่วงขายตึกได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในงานออกบูธและงานแสดงสินค้า ที่นักท่องเที่ยวและผู้ซื้อต่างชาติได้ทดลองชิมมะม่วงขายตึกสุกแล้วต่างแสดงความประหลาดใจในรสชาติ เพราะชาวต่างชาติส่วนใหญ่คุ้นเคยกับการกินมะม่วงสุก และเมื่อได้ลองมะม่วงขายตึกก็ติดใจทันที

เป้าหมายของเกษตรกรรุ่นใหม่ที่สืบทอดสวนจากคุณยาย คือการผลักดันให้มะม่วงขายตึกเป็นที่รู้จักในระดับโลก ให้คนทั่วทุกประเทศได้รู้จักมะม่วงจากบางคล้า ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์และหาได้เฉพาะในพื้นที่นี้เท่านั้น

มะม่วงขายตึก ไม่ได้เป็นแค่ชื่อแปลกที่ฟังดูตลก แต่คือมะม่วงสายพันธุ์โบราณที่แบกเรื่องราว ภูมิปัญญา และรสชาติที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคน หากมีโอกาสได้แวะเวียนไปแถวอำเภอบางคล้า หรือสั่งออนไลน์มาลองชิม รับรองว่าจะเข้าใจทันทีว่าทำไมคนถึงยอมขายตึกมาซื้อมะม่วงสักลูก

ติดตามสาระทางเกษตรเหล่านี้ได้ในรายการมหาอำนาจบ้านนา วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.30 - 11.00 น. ทางไทยพีบีเอส

ละครดี ซีรีส์เด่น

ดูทั้งหมด

♫ ♫ Songs Popular ♫ ♫

ดูทั้งหมด

คลิปมาใหม่

คนดูเยอะ 👀

ดูทั้งหมด

เสน่ห์ประเทศไทย