ผักอีนูน ผักป่าหายากราคาสูง

ออกอากาศ24 พ.ค. 69

หากพูดถึงผักพื้นถิ่นที่หลายคนอาจไม่เคยได้ยินชื่อ แต่กลับเป็นผักที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ หวานนิด ๆ ขมหน่อย ๆ และเข้ากันได้ดีอย่างน่าประหลาด “ผักอีนูน” คือคำตอบนั้น ผักพื้นถิ่นจากภูเขาในจังหวัดลพบุรี ที่ลุงสมยศและป้าแจง สองเกษตรกรหัวใจรักธรรมชาติ ได้นำลงมาปลูกในพื้นราบที่สวน จนกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้และเป็นแหล่งอาหารปลอดสารพิษให้ชุมชน

ผักอีนูนคืออะไร และมีที่มาอย่างไร

ผักอีนูนเป็นผักพื้นถิ่นดั้งเดิมของจังหวัดลพบุรี ซึ่งเดิมเป็นพืชป่าที่ขึ้นอยู่บนภูเขา เนินเขา และไร่ตามธรรมชาติ ลุงสมยศเล่าว่าแต่ก่อนนั้น ชาวบ้านต้องขึ้นเขาไปหามาทำอาหาร หรือนำมาจำหน่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ

ที่มาของชื่อ "ผักอีนูน" นั้นมาจากลักษณะเฉพาะของใบ โดยที่โคนใบจะมีติ่งนูนขึ้นมาทุกใบ จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกอันแสนเป็นเอกลักษณ์นี้ สังเกตได้ง่ายเพราะลักษณะดังกล่าวจะปรากฏบนใบทุกใบของต้น

ลักษณะของผักอีนูน และส่วนที่นำมารับประทาน

ผักอีนูนเป็นพืชเถาเลื้อย ออกดอกออกผลได้ตลอดทั้งปีเมื่อได้รับน้ำสม่ำเสมอ ส่วนที่นำมารับประทานได้แก่

  • ยอดอ่อน สามารถนำไปดอง จิ้มน้ำพริก หรือทำแกงได้อร่อยมาก กินสดก็ได้ จะมีรสขมนิด ๆ และออกหวาน ลุงสมยศบอกว่าช่วยแก้กระหายน้ำได้ดี ทำให้ร่างกายกระชุ่มกระชวยเหมือนเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง
  • ลูกอ่อน กินดิบได้เป็นผักเคียงจิ้มน้ำพริก รสชาติกรอบ หวานมัน มีขมนิดหน่อย แต่ถ้านำไปต้มสุก ความขมจะหายไปและกลายเป็นรสหวานปลาย ๆ เนื้อสัมผัสนุ่มหนึบ ร่วน คล้ายฟักทอง วิธีเลือกลูกอ่อนคือดูจากรูปทรง ถ้าทรงยาวรีคือยังอ่อน แต่ถ้าช่วงล่างเป็นแป้นแล้วคือแก่ หรือใช้เล็บจิกดู ถ้าจิกเข้าก็แสดงว่ายังอ่อนกินได้ ภายในลูกอ่อนจะกลวง ไม่มีเมล็ด เมื่อแก่จึงจะเริ่มมีเมล็ด
  • ส่วนใบนั้นแม้จะกินได้แต่เนื้อแข็งเคี้ยวยาก จึงไม่นิยมรับประทาน

วิธีปลูกและดูแลผักอีนูน

เดิมทีลุงสมยศไปขุดต้นผักอีนูนจากภูเขามาเพาะเมล็ดและเลี้ยงดูเอง โดยให้น้ำตลอด ทำให้ต้นเจริญเติบโตและออกดอกออกผลได้ทั้งปี

การปลูกผักอีนูนในพื้นราบมีข้อควรระวังคือเรื่องน้ำท่วม เพราะตามธรรมชาติของพืชชนิดนี้ที่อยู่บนเขา น้ำจะไม่ท่วม ดังนั้นเมื่อนำมาปลูกในพื้นราบที่อาจมีฝนตกท่วม จึงต้องยกร่องให้สูงขึ้นเพื่อไม่ให้น้ำท่วมต้น ส่วนเถาเลื้อยจะเลื้อยไปทั่ว

ในเรื่องการให้น้ำและปุ๋ย สิ่งสำคัญคือการให้น้ำวันเว้นวันหรือสองวันครั้ง ส่วนปุ๋ยใช้มูลไก่จากที่เลี้ยงไว้ในสวน ผักอีนูนเป็นพืชเถาเลื้อยที่มีดอกสมบูรณ์เพศ คือมีเกสรเพศผู้และเพศเมียในดอกเดียวกัน จึงผสมเกสรเองได้ ดอกทุกดอกจะติดลูกหมด ไม่ต้องช่วยผสมเกสร

ที่น่าสนใจคือ ผักอีนูนปลูกครั้งเดียวสามารถอยู่ได้นานถึงสิบปี และเริ่มเก็บลูกได้ตั้งแต่เดือนที่หกหลังปลูก หลังจากดอกบาน ประมาณสิบกว่าวันก็เก็บลูกอ่อนมารับประทานได้

เมนูแกงเลียงผักอีนูน สูตรป้าแจง

หนึ่งในเมนูเด็ดที่ใช้ผักอีนูนเป็นวัตถุดิบหลักคือ แกงเลียงผักอีนูน ฝีมือป้าแจง ภรรยาคนสวยของลุงสมยศ ซึ่งใช้ทั้งยอดและลูกของผักอีนูน

ส่วนผสมพริกแกงประกอบด้วย หัวหอม กระชาย กระเทียม พริกแห้ง และตะไคร้ ทั้งหมดเป็นผลผลิตในสวนของลุงและป้า วิธีทำคือใส่พริกแกงลงไปก่อน จากนั้นใส่ลูกผักอีนูน ตามด้วยน้ำปลาเล็กน้อยและน้ำปลาร้า แล้วใส่เนื้อปลาย่างให้นิ่ม ส่วนยอดอ่อนต้องใส่เป็นอย่างสุดท้าย เพราะถ้าใส่นานจะเละ

รสชาติของแกงเลียงผักอีนูนนั้นยอดอ่อนเข้ากับเนื้อปลาย่างได้ดีเยี่ยม มีความคล้ายตำลึง ส่วนลูกเมื่อต้มแล้วความขมหายไป เหลือแต่ความหวานปลาย ๆ และเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบคล้ายฟักทอง

สวนผักอีนูนของลุงสมยศและป้าแจง บนพื้นที่ 12 ไร่

สวนของลุงสมยศและป้าแจงตั้งอยู่บนพื้นที่ 12 ไร่ ดูแลกันเองเพียงสองคน ป้าแจงเล่าว่าจุดเริ่มต้นมาจากการที่ทั้งคู่เกษียณแล้ว ลุงสมยศเคยรับราชการทหารจนเกษียณที่ลพบุรี ส่วนป้าแจงทำงานเป็น QC ที่บริษัทในอยุธยานานถึง 37 ปีโดยไม่เคยเปลี่ยนงาน

ทั้งคู่เริ่มต้นทำเกษตรตั้งแต่อยู่ในบ้านพักข้าราชการ ปลูกมะนาว ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด อย่างละต้นสองต้น แล้วค่อย ๆ ซื้อที่ดินทีละไร่จนครบ 12 ไร่ พื้นที่นี้แต่เดิมแห้งแล้งมาก ไม่มีน้ำประปา ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีแม้แต่ต้นหญ้าให้เห็นเขียวสักนิดในหน้าแล้ง ทั้งคู่ต้องหอบน้ำใส่ท้ายรถจากบ้านพักมารดต้นไม้ทีละต้น

ปัจจุบันสวนแบ่งเป็นโซนต่าง ๆ ตามศาสตร์ที่ไปเรียนรู้มา ได้แก่

  • โซนผักสวนครัว มีถั่วพู ถั่วฝักยาว มะเขือ กะหล่ำ เคล ผักกาดเขียว
  • โซนไม้ผล มีมะนาวกว่า 50 ต้น ฝรั่งพันธุ์สุยมี่หรือขาวน้ำผึ้ง ละมุด มะม่วงหาวมะนาวโห่ญี่ปุ่น
  • โซนเลี้ยงสัตว์ มีบ่อปลา กุ้ง หอยขมยักษ์ และไก่พันธุ์ปศุสัตว์เกษตรตัวใหญ่
  • โซนผักอีนูน ที่เป็นพระเอกของสวน
  • โซนไม้ป่าหลังสุด เพื่อสร้างร่มเงาและกันลม

ระบบน้ำใช้พลังงานโซลาร์เซลล์ มีคลองไส้ไก่ประมาณ 10 คลอง และบ่อน้ำที่เลี้ยงปลาไปด้วย โดยใช้น้ำฝนและน้ำบาดาล ออกแบบพื้นที่ให้ลาดเอียงเพื่อรับน้ำลงคลอง คนในชุมชนเรียกที่นี่ว่าเป็น "ปอดของชุมชน" จากพื้นที่ที่เคยแห้งแล้งที่สุดกลับกลายเป็นพื้นที่ที่เขียวชอุ่มที่สุด

เคล็ดลับการดูแลสวนผักอีนูนแบบปลอดสารพิษ

ลุงสมยศและป้าแจงยึดหลักเกษตรปลอดสารพิษ เพราะเชื่อว่าไม่มีใครเอาสารพิษมาใส่อาหารตัวเองให้กิน เคล็ดลับสำคัญคือการใช้น้ำหมักชีวภาพ

สูตรน้ำหมักหน่อกล้วยที่ใช้ทั้งสวน ประกอบด้วย

  • หน่อกล้วยสับละเอียด 3 กิโลกรัม
  • น้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม
  • น้ำ 10 ลิตร

ผสมให้เข้ากัน ปิดฝาเพื่อกันแมลง หมักไว้อย่างน้อย 90 วันจึงนำมาใช้ได้ วิธีใช้คือเอาน้ำหมัก 1 ส่วนผสมกับน้ำที่ไม่มีคลอรีน 50 ส่วน แล้วนำไปรดน้ำหรือรดดินต้นไม้ ช่วยบำรุงดิน เพิ่มจุลินทรีย์ในดิน ย่อยสลาย และบำรุงต้นบำรุงใบได้ครบทุกอย่าง

นอกจากน้ำหมักหน่อกล้วยแล้ว ในสวนยังมีน้ำหมักจากมะเฟือง มะกรูด มะนาว มะพร้าว ส้มโอ ฟัก แฟง และแตงโม โดยน้ำหมักมะนาวใช้ทำน้ำยาล้างจาน ส่วนน้ำหมักมะเฟืองใช้ล้างผักผลไม้

ผักอีนูนกับสมุนไพรอื่นในสวน

นอกจากผักอีนูนแล้ว สวนของลุงสมยศและป้าแจงยังมีพืชสมุนไพรน่าสนใจอีกหลายชนิด หนึ่งในนั้นคือ "โปร่งฟ้า" หรือต้นส่องฟ้า ซึ่งใบมีรูทะลุให้เห็นฟ้าได้ จนเพี้ยนเป็นชื่อโปร่งฟ้า

ความพิเศษของโปร่งฟ้าคือเมื่อเคี้ยวสด ๆ จะมีรสซ่า ๆ เย็น ๆ ช่วยรักษาระบบทางเดินหายใจและทำให้ไม่อยากบุหรี่ ป้าแจงนำมาแปรรูปเป็น "ชาโปร่งฟ้า" โดยหั่นใบแล้วตากในร่มประมาณ 1 วัน จากนั้นนำมาคั่วด้วยไฟอ่อนที่สุดประมาณครึ่งชั่วโมง จนใบกรอบและร่อน เวลาชงใช้สองหยิบมือต่อน้ำหนึ่งแก้ว รสชาติหอม หวานอ่อน ๆ เผ็ดนิดหน่อย มีความซ่าที่คอ คล้ายลูกอมแก้เจ็บคอ

ลุงสมยศยังเล่าว่าสมัยเป็นทหารเข้าป่า เคยปาดเถาผักอีนูนเอาน้ำในเถามาดื่ม รสชาติออกเฝื่อนขมนิด ๆ แต่แก้กระหายและแก้ขาดน้ำได้ดี

สรุปคุณค่าของผักอีนูน ผักพื้นถิ่นที่ไม่ควรมองข้าม

ผักอีนูนคือผักพื้นถิ่นจากภูเขาในลพบุรี ที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ หวานปนขม กรอบนุ่ม กินได้ทั้งยอดและลูก เป็นทั้งผักและสมุนไพรในตัวเดียวกัน ปลูกครั้งเดียวอยู่ได้นานถึงสิบปี ออกผลทั้งปี ไม่ต้องผสมเกสร และมีราคาขายที่ดีถึงกิโลกรัมละ 100-300 บาท

จากเรื่องราวของลุงสมยศและป้าแจง ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนพื้นที่แห้งแล้ง 12 ไร่ให้กลายเป็นสวนเกษตรปลอดสารพิษ และเป็นปอดของชุมชน ผักอีนูนจึงไม่ใช่แค่ผักธรรมดา แต่เป็นพืชเศรษฐกิจที่ทุกบ้านสามารถปลูกได้ และเป็นตัวอย่างของการสร้างความสุขจากสองมือของคนที่รักการทำเกษตรอย่างแท้จริง

ติดตามสาระทางเกษตรเหล่านี้ได้ในรายการมหาอำนาจบ้านนา วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.30 - 11.00 น. ทางไทยพีบีเอส

แท็กที่เกี่ยวข้อง:

ผักอีนูน ผักป่าหายากราคาสูง

หากพูดถึงผักพื้นถิ่นที่หลายคนอาจไม่เคยได้ยินชื่อ แต่กลับเป็นผักที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ หวานนิด ๆ ขมหน่อย ๆ และเข้ากันได้ดีอย่างน่าประหลาด “ผักอีนูน” คือคำตอบนั้น ผักพื้นถิ่นจากภูเขาในจังหวัดลพบุรี ที่ลุงสมยศและป้าแจง สองเกษตรกรหัวใจรักธรรมชาติ ได้นำลงมาปลูกในพื้นราบที่สวน จนกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้และเป็นแหล่งอาหารปลอดสารพิษให้ชุมชน

ผักอีนูนคืออะไร และมีที่มาอย่างไร

ผักอีนูนเป็นผักพื้นถิ่นดั้งเดิมของจังหวัดลพบุรี ซึ่งเดิมเป็นพืชป่าที่ขึ้นอยู่บนภูเขา เนินเขา และไร่ตามธรรมชาติ ลุงสมยศเล่าว่าแต่ก่อนนั้น ชาวบ้านต้องขึ้นเขาไปหามาทำอาหาร หรือนำมาจำหน่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ

ที่มาของชื่อ "ผักอีนูน" นั้นมาจากลักษณะเฉพาะของใบ โดยที่โคนใบจะมีติ่งนูนขึ้นมาทุกใบ จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกอันแสนเป็นเอกลักษณ์นี้ สังเกตได้ง่ายเพราะลักษณะดังกล่าวจะปรากฏบนใบทุกใบของต้น

ลักษณะของผักอีนูน และส่วนที่นำมารับประทาน

ผักอีนูนเป็นพืชเถาเลื้อย ออกดอกออกผลได้ตลอดทั้งปีเมื่อได้รับน้ำสม่ำเสมอ ส่วนที่นำมารับประทานได้แก่

  • ยอดอ่อน สามารถนำไปดอง จิ้มน้ำพริก หรือทำแกงได้อร่อยมาก กินสดก็ได้ จะมีรสขมนิด ๆ และออกหวาน ลุงสมยศบอกว่าช่วยแก้กระหายน้ำได้ดี ทำให้ร่างกายกระชุ่มกระชวยเหมือนเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง
  • ลูกอ่อน กินดิบได้เป็นผักเคียงจิ้มน้ำพริก รสชาติกรอบ หวานมัน มีขมนิดหน่อย แต่ถ้านำไปต้มสุก ความขมจะหายไปและกลายเป็นรสหวานปลาย ๆ เนื้อสัมผัสนุ่มหนึบ ร่วน คล้ายฟักทอง วิธีเลือกลูกอ่อนคือดูจากรูปทรง ถ้าทรงยาวรีคือยังอ่อน แต่ถ้าช่วงล่างเป็นแป้นแล้วคือแก่ หรือใช้เล็บจิกดู ถ้าจิกเข้าก็แสดงว่ายังอ่อนกินได้ ภายในลูกอ่อนจะกลวง ไม่มีเมล็ด เมื่อแก่จึงจะเริ่มมีเมล็ด
  • ส่วนใบนั้นแม้จะกินได้แต่เนื้อแข็งเคี้ยวยาก จึงไม่นิยมรับประทาน

วิธีปลูกและดูแลผักอีนูน

เดิมทีลุงสมยศไปขุดต้นผักอีนูนจากภูเขามาเพาะเมล็ดและเลี้ยงดูเอง โดยให้น้ำตลอด ทำให้ต้นเจริญเติบโตและออกดอกออกผลได้ทั้งปี

การปลูกผักอีนูนในพื้นราบมีข้อควรระวังคือเรื่องน้ำท่วม เพราะตามธรรมชาติของพืชชนิดนี้ที่อยู่บนเขา น้ำจะไม่ท่วม ดังนั้นเมื่อนำมาปลูกในพื้นราบที่อาจมีฝนตกท่วม จึงต้องยกร่องให้สูงขึ้นเพื่อไม่ให้น้ำท่วมต้น ส่วนเถาเลื้อยจะเลื้อยไปทั่ว

ในเรื่องการให้น้ำและปุ๋ย สิ่งสำคัญคือการให้น้ำวันเว้นวันหรือสองวันครั้ง ส่วนปุ๋ยใช้มูลไก่จากที่เลี้ยงไว้ในสวน ผักอีนูนเป็นพืชเถาเลื้อยที่มีดอกสมบูรณ์เพศ คือมีเกสรเพศผู้และเพศเมียในดอกเดียวกัน จึงผสมเกสรเองได้ ดอกทุกดอกจะติดลูกหมด ไม่ต้องช่วยผสมเกสร

ที่น่าสนใจคือ ผักอีนูนปลูกครั้งเดียวสามารถอยู่ได้นานถึงสิบปี และเริ่มเก็บลูกได้ตั้งแต่เดือนที่หกหลังปลูก หลังจากดอกบาน ประมาณสิบกว่าวันก็เก็บลูกอ่อนมารับประทานได้

เมนูแกงเลียงผักอีนูน สูตรป้าแจง

หนึ่งในเมนูเด็ดที่ใช้ผักอีนูนเป็นวัตถุดิบหลักคือ แกงเลียงผักอีนูน ฝีมือป้าแจง ภรรยาคนสวยของลุงสมยศ ซึ่งใช้ทั้งยอดและลูกของผักอีนูน

ส่วนผสมพริกแกงประกอบด้วย หัวหอม กระชาย กระเทียม พริกแห้ง และตะไคร้ ทั้งหมดเป็นผลผลิตในสวนของลุงและป้า วิธีทำคือใส่พริกแกงลงไปก่อน จากนั้นใส่ลูกผักอีนูน ตามด้วยน้ำปลาเล็กน้อยและน้ำปลาร้า แล้วใส่เนื้อปลาย่างให้นิ่ม ส่วนยอดอ่อนต้องใส่เป็นอย่างสุดท้าย เพราะถ้าใส่นานจะเละ

รสชาติของแกงเลียงผักอีนูนนั้นยอดอ่อนเข้ากับเนื้อปลาย่างได้ดีเยี่ยม มีความคล้ายตำลึง ส่วนลูกเมื่อต้มแล้วความขมหายไป เหลือแต่ความหวานปลาย ๆ และเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบคล้ายฟักทอง

สวนผักอีนูนของลุงสมยศและป้าแจง บนพื้นที่ 12 ไร่

สวนของลุงสมยศและป้าแจงตั้งอยู่บนพื้นที่ 12 ไร่ ดูแลกันเองเพียงสองคน ป้าแจงเล่าว่าจุดเริ่มต้นมาจากการที่ทั้งคู่เกษียณแล้ว ลุงสมยศเคยรับราชการทหารจนเกษียณที่ลพบุรี ส่วนป้าแจงทำงานเป็น QC ที่บริษัทในอยุธยานานถึง 37 ปีโดยไม่เคยเปลี่ยนงาน

ทั้งคู่เริ่มต้นทำเกษตรตั้งแต่อยู่ในบ้านพักข้าราชการ ปลูกมะนาว ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด อย่างละต้นสองต้น แล้วค่อย ๆ ซื้อที่ดินทีละไร่จนครบ 12 ไร่ พื้นที่นี้แต่เดิมแห้งแล้งมาก ไม่มีน้ำประปา ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีแม้แต่ต้นหญ้าให้เห็นเขียวสักนิดในหน้าแล้ง ทั้งคู่ต้องหอบน้ำใส่ท้ายรถจากบ้านพักมารดต้นไม้ทีละต้น

ปัจจุบันสวนแบ่งเป็นโซนต่าง ๆ ตามศาสตร์ที่ไปเรียนรู้มา ได้แก่

  • โซนผักสวนครัว มีถั่วพู ถั่วฝักยาว มะเขือ กะหล่ำ เคล ผักกาดเขียว
  • โซนไม้ผล มีมะนาวกว่า 50 ต้น ฝรั่งพันธุ์สุยมี่หรือขาวน้ำผึ้ง ละมุด มะม่วงหาวมะนาวโห่ญี่ปุ่น
  • โซนเลี้ยงสัตว์ มีบ่อปลา กุ้ง หอยขมยักษ์ และไก่พันธุ์ปศุสัตว์เกษตรตัวใหญ่
  • โซนผักอีนูน ที่เป็นพระเอกของสวน
  • โซนไม้ป่าหลังสุด เพื่อสร้างร่มเงาและกันลม

ระบบน้ำใช้พลังงานโซลาร์เซลล์ มีคลองไส้ไก่ประมาณ 10 คลอง และบ่อน้ำที่เลี้ยงปลาไปด้วย โดยใช้น้ำฝนและน้ำบาดาล ออกแบบพื้นที่ให้ลาดเอียงเพื่อรับน้ำลงคลอง คนในชุมชนเรียกที่นี่ว่าเป็น "ปอดของชุมชน" จากพื้นที่ที่เคยแห้งแล้งที่สุดกลับกลายเป็นพื้นที่ที่เขียวชอุ่มที่สุด

เคล็ดลับการดูแลสวนผักอีนูนแบบปลอดสารพิษ

ลุงสมยศและป้าแจงยึดหลักเกษตรปลอดสารพิษ เพราะเชื่อว่าไม่มีใครเอาสารพิษมาใส่อาหารตัวเองให้กิน เคล็ดลับสำคัญคือการใช้น้ำหมักชีวภาพ

สูตรน้ำหมักหน่อกล้วยที่ใช้ทั้งสวน ประกอบด้วย

  • หน่อกล้วยสับละเอียด 3 กิโลกรัม
  • น้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม
  • น้ำ 10 ลิตร

ผสมให้เข้ากัน ปิดฝาเพื่อกันแมลง หมักไว้อย่างน้อย 90 วันจึงนำมาใช้ได้ วิธีใช้คือเอาน้ำหมัก 1 ส่วนผสมกับน้ำที่ไม่มีคลอรีน 50 ส่วน แล้วนำไปรดน้ำหรือรดดินต้นไม้ ช่วยบำรุงดิน เพิ่มจุลินทรีย์ในดิน ย่อยสลาย และบำรุงต้นบำรุงใบได้ครบทุกอย่าง

นอกจากน้ำหมักหน่อกล้วยแล้ว ในสวนยังมีน้ำหมักจากมะเฟือง มะกรูด มะนาว มะพร้าว ส้มโอ ฟัก แฟง และแตงโม โดยน้ำหมักมะนาวใช้ทำน้ำยาล้างจาน ส่วนน้ำหมักมะเฟืองใช้ล้างผักผลไม้

ผักอีนูนกับสมุนไพรอื่นในสวน

นอกจากผักอีนูนแล้ว สวนของลุงสมยศและป้าแจงยังมีพืชสมุนไพรน่าสนใจอีกหลายชนิด หนึ่งในนั้นคือ "โปร่งฟ้า" หรือต้นส่องฟ้า ซึ่งใบมีรูทะลุให้เห็นฟ้าได้ จนเพี้ยนเป็นชื่อโปร่งฟ้า

ความพิเศษของโปร่งฟ้าคือเมื่อเคี้ยวสด ๆ จะมีรสซ่า ๆ เย็น ๆ ช่วยรักษาระบบทางเดินหายใจและทำให้ไม่อยากบุหรี่ ป้าแจงนำมาแปรรูปเป็น "ชาโปร่งฟ้า" โดยหั่นใบแล้วตากในร่มประมาณ 1 วัน จากนั้นนำมาคั่วด้วยไฟอ่อนที่สุดประมาณครึ่งชั่วโมง จนใบกรอบและร่อน เวลาชงใช้สองหยิบมือต่อน้ำหนึ่งแก้ว รสชาติหอม หวานอ่อน ๆ เผ็ดนิดหน่อย มีความซ่าที่คอ คล้ายลูกอมแก้เจ็บคอ

ลุงสมยศยังเล่าว่าสมัยเป็นทหารเข้าป่า เคยปาดเถาผักอีนูนเอาน้ำในเถามาดื่ม รสชาติออกเฝื่อนขมนิด ๆ แต่แก้กระหายและแก้ขาดน้ำได้ดี

สรุปคุณค่าของผักอีนูน ผักพื้นถิ่นที่ไม่ควรมองข้าม

ผักอีนูนคือผักพื้นถิ่นจากภูเขาในลพบุรี ที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ หวานปนขม กรอบนุ่ม กินได้ทั้งยอดและลูก เป็นทั้งผักและสมุนไพรในตัวเดียวกัน ปลูกครั้งเดียวอยู่ได้นานถึงสิบปี ออกผลทั้งปี ไม่ต้องผสมเกสร และมีราคาขายที่ดีถึงกิโลกรัมละ 100-300 บาท

จากเรื่องราวของลุงสมยศและป้าแจง ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนพื้นที่แห้งแล้ง 12 ไร่ให้กลายเป็นสวนเกษตรปลอดสารพิษ และเป็นปอดของชุมชน ผักอีนูนจึงไม่ใช่แค่ผักธรรมดา แต่เป็นพืชเศรษฐกิจที่ทุกบ้านสามารถปลูกได้ และเป็นตัวอย่างของการสร้างความสุขจากสองมือของคนที่รักการทำเกษตรอย่างแท้จริง

ติดตามสาระทางเกษตรเหล่านี้ได้ในรายการมหาอำนาจบ้านนา วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.30 - 11.00 น. ทางไทยพีบีเอส

แท็กที่เกี่ยวข้อง:

ละครดี ซีรีส์เด่น

ดูทั้งหมด

♫ ♫ Songs Popular ♫ ♫

ดูทั้งหมด

คลิปมาใหม่

คนดูเยอะ 👀

ดูทั้งหมด

เสน่ห์ประเทศไทย